God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 107 : ตอนที่ 102 เคล็ดสวรรค์ชำระโอสถ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 219 ครั้ง
    17 ก.พ. 63

                อู๋เจ้อตกใจเล็กน้อย เช่นนั้นเจ้าลองปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตให้ข้าดูหนึ่งครั้ง เพื่อเป็นการตอบแทนข้าจะมอบสมุนไพรว่านนรกให้เจ้า สมุนไพรนี้หายากอย่างมากต่อให้เป็นสำนักพงไพรของพวกเราก็ตาม

            ซ่งไป่หลางพยักหน้า อย่างไรก็ตามเนื่องจากเด็กหนุ่มไม่มีเตาปรุงโอสถส่วนตัว อู๋เจ้อจึงต้องนำเตาหลอมโอสถของมันออกมาให้ซ่งไป่หลางใช้

            อย่าได้ทำพังเชียวละ ข้าใช้เตาหลอมโอสถนี้มานานมากแล้ว ถือว่าเป็นของรักชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว อู๋เจ้อเอ่ยด้วยเสียงเคร่งขรึม

            ซ่งไป่หลางหัวเราะ หลังจากที่ปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตมาหลายครั้งจึงมั่นใจว่าจะไม่มีทางพลาดแน่นอน หลังจากทำความคุ้นเคยกับเตาหลอมชั่วขณะซ่งไป่หลางจึงเริ่มลงมือ

            ภายใต้การปรุงโอสถของซ่งไป่หลาง อู๋เจ้อจ้องมองภาพทั้งหมดอย่างไม่อาจละสายตา นี่... เป็นจังหวะและการควบคุมที่สมบูรณ์แบบยิ่งนัก

            ทั้งจังหวะของการใส่วัตถุดิบ จังหวะของการควบคุมเปลวไฟ สามารถเอ่ยได้ว่าไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ซ่งไป่หลางกระทำทุกอย่างไปตามการชักนำของจิตวิญญาณ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์เจตจำนงแห่งโอสถ

            ตั้งแต่ต้นจนถึงท้ายกระบวนการ ซ่งไป่หลางเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลต่อเนื่องและไร้ซึ่งความผิดพลาด เปลวไฟลมปราณก็ถูกควบคุมอย่างละเอียดอ่อนจนถึงขีดสุด ทันทีที่กระบวนการทั้งหมดจบลง ฝาของหม้อปรุงโอสถก็ถูกเปิดออกและเม็ดโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตทั้งห้าก็ได้ปรากฏออกมา

            อู๋เจ้อรู้สึกพูดไม่ออก นับตั้งแต่ที่มันเดินอยู่ในเส้นทางของการเป็นผู้ปรุงโอสถ เป็นครั้งแรกที่มันเห็นคนผู้หนึ่งสามารถปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าออกมาได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้

            เจ้าหนู ขอให้ข้าได้ทดลองบางสิ่ง อู๋เจ้อรีบร้อนเข้ามาใช้งานเตาหลอมโอสถของตน จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตขึ้น

            มันจดจำจังหวะและขั้นตอนของซ่งไป่หลางทั้งหมดเอาไว้ในใจ เนื่องจากโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตมิใช่โอสถที่มีระดับความยากที่ซับซ้อน บางทีมันอาจจะสามารถเลียนแบบการปรุงโอสถของซ่งไป่หลางได้

            ซ่งไป่หลางมองดูการปรุงโอสถของอู๋เจ้อ โดยทั่วไปอู๋เจ้อมักจะใช้เคล็ดลับพิเศษซึ่งก็คือเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถในการหลอมทุกครั้ง แต่เนื่องจากมันต้องการศึกษาการปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าของซ่งไป่หลาง มันจึงต้องทำตามขั้นตอนของซ่งไป่หลางอย่างละเอียด

            อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปได้ครึ่งกระบวนการ อู๋เจ้อพลันตระหนักได้ถึงความผิดพลาดของตน การปรุงโอสถของซ่งไป่หลางนั้นเป็นไปโดยธรรมชาติ ตรงกันข้ามการปรุงโอสถของอู๋เจ้อต้องผ่านการคิดและลงมือ ดังนั้นย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ตลอดเวลา ต่อให้เป็นการกะจังหวะพลาดไปเพียงแค่เสี้ยวพริบตาหรือกระทั่งอุณหภูมิของเปลวไฟที่ร้อนเกินไปไม่กี่องศา ผลของการปรุงโอสถก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทันที

            ในที่สุดการปรุงโอสถก็เสร็จสิ้น อู๋เจ้อยิ้มอย่างผิดหวังเพราะมันตระหนักได้ว่าไม่อาจหลอมโอสถคุณภาพระดับห้าออกมาเป็นแน่

            ฝาของเตาหลอมโอสถถูกเปิดออก อู๋เจ้อกวาดมือดึงเอาเม็ดโอสถออกมาดู เดิมทีมันมิได้คาดหวังอันใดมากนักทว่าเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ออกมาดวงตาของมันก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

            เป็นไปได้อย่างไร สี่ในห้าเม็ดล้วนเป็นโอสถคุณภาพระดับสี่ มีเพียงหนึ่งเม็ดที่เป็นโอสถคุณภาพระดับสาม ต่อให้เป็นยอดนักปรุงโอสถอู๋เจ้อก็ไม่เคยคิดฝันว่าตนเองจะสามารถปรุงโอสถได้โดยมีอัตราสูงถึงเพียงนี้ ในอดีตหากมันสามารถปรุงโอสถคุณภาพระดับสี่ได้สองเม็ดจากในห้ามันก็ยินดีมากแล้ว

            อู๋เจ้อรีบหันมามองซ่งไป่หลางด้วยดวงตาฉายประกายตื่นเต้น เจ้าหนู ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถให้แก่เจ้า แต่มีข้อแลกเปลี่ยนเพียงข้อเดียวคือ หากเจ้าสามารถนำเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถไปใช้แล้วหลอมโอสถคุณภาพระดับห้าขึ้นมาได้ ขอให้เจ้าแสดงการหลอมให้ข้าดูสักครั้งหนึ่งมิว่าจะเป็นโอสถประเภทใด

            หากซ่งไป่หลางเป็นอัจฉริยะที่สามารถหลอมโอสถให้มีคุณภาพถึงระดับห้าได้ตามใจชอบ ต่อให้ใช้เคล็ดสวรรค์ชำระโอสถมันก็ควรจะได้ผลลัพธ์ดังเดิม อู๋เจ้อต้องการเรียนรู้กระบวนการของซ่งไป่หลางเนื่องจากเห็นได้ชัดว่าแม้จะไม่อาจลอกเลียนได้อย่างสมบูรณ์แต่มันก็ช่วยให้อัตราความสำเร็จในการปรุงโอสถเพิ่มขึ้นหลายเท่า

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าตอบรับ หากอู๋เจ้อยินยอมถ่ายทอดเคล็ดลับสวรรค์ชำระโอสถแก่มันจริง เพียงแค่แสดงขั้นตอนการปรุงโอสถให้กับอู๋เจ้อก็ไม่นับว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ยากลำบากอันใดแม้แต่น้อย

            เช่นนั้นข้าจะเริ่มสอนพื้นฐานของวิชาสวรรค์ชำระโอสถให้แก่เจ้า ด้วยพรสวรรค์ที่เจ้ามีบางทีอาจจะสามารถทำความเข้าใจมันได้ในระยะเวลาเพียงห้าวันเท่านั้น อู๋เจ้อเอ่ยอย่างกระตือรือล้น

            ซ่งไป่หลางพยักหน้า หลังจากที่เตรียมพร้อมเสร็จสิ้นอู๋เจ้อได้เริ่มเอ่ยออกมา แก่นแท้ของเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถของข้าก็คือการหยิบยืมพลังธรรมชาติ อาศัยพลังธาตุที่ผสมผสานอยู่ในทุกสรรพสิ่งเพื่อช่วยลดทอนการสิ้นเปลืองพลังลมปราณ

            เอ้ะ ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย นี่มันช่างฟังดูคล้ายกับเคล็ดลับของชนเผ่าผู้ผนึกเสียจริง

            อู๋เจ้อยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ด้วยการอาศัยพลังจากธรรมชาติ จึงทำให้เปลวไฟแห่งการหลอมโอสถมีความบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวด ทั้งยังมิได้ทำลายสรรพคุณของสมุนไพรแม้แต่น้อย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เคล็ดสวรรค์ชำระโอสถสามารถลดทอนระยะเวลาในการกลั่นหลอมโอสถได้เป็นอย่างมาก

            ยกตัวอย่างเช่นในการปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิต กระบวนการและขั้นตอนในการหลอมวัตถุดิบจะใช้ระยะเวลาประมาณสิบถึงสิบห้าก้านธูป ทว่าหากใช้พลังจากธรรมชาติแทนพลังลมปราณ เจ้าจะสามารถสำเร็จขั้นตอนการกลั่นหลอมวัตถุดิบได้ในเวลาเพียงไม่ถึงสิบลมหายใจเท่านั้น

            แน่นอนว่าในการปรุงโอสถที่มีระดับความซับซ้อนยิ่งขึ้น วิธีนี้ยังคงใช้ได้ผลลัพธ์เป็นอย่างดี แม้จะไม่รวดเร็วเท่ากับโอสถที่มีระดับง่ายทว่ามันก็ยังคงลดทอนเวลาในการกลั่นหลอมวัตถุดิบไปได้มากกว่าครึ่ง

            ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม ผู้อาวุโสอู๋ สิ่งที่ท่านอธิบายนั้นในทางทฤษฎีฟังดูง่ายดายอย่างยิ่ง ทว่าในการปฏิบัติละ ท่านใช้วิธีใดเพื่อที่จะชักนำพลังธาตุธรรมชาติมาควบคุมการหลอมโอสถ อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งอุณหภูมิของมันได้ตามใจชอบ

            อู๋เจ้อหัวเราะฮาๆ เจ้าหนู ถามได้ดีมาก แท้จริงแล้วจุดเริ่มต้นของเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถนั้นข้าได้แรงบันดาลใจมาจากบันทึกลับเล่มหนึ่ง มันได้เขียนเกี่ยวกับทฤษฎีการใช้พลังธรรมชาติเพื่อหลอมโอสถ ทว่าผู้ที่เขียนนั้นเพียงแค่คิดจินตนาการแต่กลับไม่สามารถนำมันมาใช้ได้จริง ดังนั้นหลังจากที่ข้าได้อ่านตำราลับเล่มนั้น ข้าได้ทดลองวิธีการนับพันจนในที่สุดก็กลายเป็นเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถที่มีเพียงข้าผู้เดียวที่ใช้ได้

            บางที ท่านอาจจะใช้อักขระค่ายกล?” ซ่งไป่หลางพึมพำ

            ดวงตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของอู๋เจ้อพลันเบิกกว้างขึ้น มันรีบมองซ่งไป่หลางด้วยความตกตะลึง จ... เจ้ารู้ได้ยังไง เจ้ายังไม่เคยเห็นเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถของข้าแท้ๆ

            ซ่งไป่หลางเลิกคิ้ว ไม่นึกเลยว่ามันจะคาดเดาได้ถูกต้อง ผู้อาวุโสอู๋ แท้จริงแล้วก่อนหน้านี้ข้าเคยได้มีโอกาสเห็นวิชาผนึกประเภทหนึ่งที่สามารถชักนำเอาพลังธรรมชาติมาใช้เสริมพลังให้กับมัน ผู้ที่ใช้วิชาผนึกนั้นก็เป็นยอดฝีมือด้านอักขระค่ายกลเช่นกัน ข้าจึงคาดเดาได้หลังจากรับรู้แก่นแท้ของวิชาสวรรค์ชำระโอสถ

            อู๋เจ้อรู้สึกรันทดเล็กน้อย มันไม่อาจไม่ยอมรับว่าซ่งไป่หลางผู้นี้เฉลียวฉลาดทั้งยังมีไหวพริบราวกับปีศาจ

            ถูกต้องแล้ว ข้าใช้อักขระในการควบคุมพลังธาตุอัคคีในธรรมชาติ อย่างไรก็ตามแม้เคล็ดสวรรค์ชำระโอสถจะยอดเยี่ยม ทว่ามันก็ยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ เนื่องจากข้าไม่อาจควบคุมพลังธาตุอัคคีได้ถึงขนาดดั่งใจนึก การใช้อักขระเพื่อควบคุมพลังธาตุนั้นมีความยากมากเกินไป กว่าข้าจะสามารถควบคุมมันในการปรุงโอสถได้ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนยาวนานนับปี

            สำหรับเจ้า เนื่องจากไหวพริบและความรู้ของเจ้า บางทีมันอาจจะไม่ต้องใช้เวลานานเกินไป จะว่าไปแล้วเจ้าพอจะมีความรู้เรื่องอักขระบ้างสินะ

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าแทนคำตอบ

            อู๋เจ้อถอนหายใจ เอาเถอะ ข้าจะแสดงเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถให้เจ้าดูหนึ่งครั้ง จากนั้นจะถ่ายทอดเคล็ดอักขระของข้าให้กับเจ้าเพื่อให้สามารถนำไปฝึกฝนต่อเองได้ ในส่วนของการนำมาใช้ปรุงโอสถ เจ้าจะต้องผ่านการทดลองที่ผิดพลาดมากมายหลายครั้ง แต่เมื่อใดที่เจ้าฝึกสำเร็จ เมื่อนั้นศาสตร์การปรุงโอสถของเจ้าก็จะทะยานขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งอย่างแน่นอน

            ในการแสดงตัวอย่าง อู๋เจ้อเลือกที่จะใช้การหลอมโอสถวารีหิมะ โอสถที่มีระดับความยากค่อนข้างมาก มีเพียงผู้ปรุงโอสถระดับเงินขั้นสามขึ้นไปจึงจะสามารถปรุงมันได้

            ซ่งไป่หลางจ้องมองการปรุงโอสถของอู๋เจ้ออย่างตั้งใจ พบว่าแม้ภายนอกจะดูคล้ายการปรุงโอสถตามปกติ ทว่าเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจึงพบว่าพลังธาตุอัคคีที่ใช้ในการหลอมกลั่นวัตถุดิบมิใช่พลังที่มาจากร่างของอู๋เจ้อ ทว่าเป็นพลังอัคคีตามธรรมชาติที่มีความบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

            อู๋เจ้อนั้นเชี่ยวชาญวิธีการปิดซ่อนอักขระเสียยิ่งกว่าการหลอมโอสถเสียอีก นั่นเพราะอักขระนี้เป็นดั่งอาวุธลับของมัน หากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปในไม่ช้าผู้คนจำนวนมากก็จะต้องคาดเดาถึงแก่นแท้ของวิชาสวรรค์ชำระโอสถได้ และหากมีใครสักคนสามารถคิดค้นวิธีใช้เคล็ดนี้ได้ขึ้นมา ฉายาอัจฉริยะแห่งศาสตร์การปรุงโอสถของมันก็จะถูกทำลายลงในพริบตา

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเร่งประสาทสัมผัสของตน พบว่าที่ข้อมือของอู๋เจ้อที่สวมกำไลหยกเอาไว้ได้มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น อักขระขนาดเล็กจำนวนมากเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแสงของพวกมันมีสีใกล้เคียงกับกำไลหยกจึงทำให้แทบจะไม่อาจมองเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เลย

นั่นก็คืออักขระที่อู๋เจ้อใช้ควบคุมพลังธาตุอัคคีนั่นเอง ซ่งไป่หลางลอบพยักหน้าชมเชย ในแง่ของการใช้ศาสตร์อักขระค่ายกล อู๋เจ้อนับว่าเก่งกาจระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ในหัวของซ่งไป่หลางได้คิดถึงวิธีการบางอย่างที่สามารถใช้ประโยชน์จากอักขระเทวะต้นกำเนิด เนื่องจากเป็นอักขระที่อยู่บนจุดสูงสุดจึงทำให้ความสามารถในการควบคุมพลังธาตุอัคคีของอักขระเทวะต้นกำเนิดมีมากกว่าอักขระทั่วไปที่อู๋เจ้อใช้อยู่หลายร้อยเท่า

การปรุงโอสถของอู๋เจ้อจบลงภายในเวลาเพียงไม่ถึงสองชั่วยาม นับว่าเป็นความเร็วที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากระดับของโอสถที่มันปรุงกลั่นขึ้นมา

นอกจากความเร็วแล้วคุณภาพก็ยังนับว่าพอใช้ได้ทีเดียว โอสถวารีหิมะถูกปรุงออกมาสามเม็ด มีหนึ่งเม็ดเป็นคุณภาพระดับสี่และอีกสองเม็ดเป็นคุณภาพระดับสาม

อู๋เจ้ออุทานเบาๆ โอ้ ข้านี่โชคดีไม่น้อยเลย โอสถวารีหิมะคุณภาพระดับสี่สามารถขายได้มากกว่าแปดหมื่นหยกศิลาลมปราณทีเดียว

อู๋เจ้อหันมาหาซ่งไป่หลางจากนั้นจึงหลับตาลงและถ่ายทอดพลังจิตวิญญาณออกมา เจ้าหนู อย่าต่อต้าน นี่คือข้อมูลของอักขระที่ข้าใช้ในการควบคุมพลังธาตุอัคคี จงเร่งทำความเข้าใจอักขระเหล่านี้แล้วใช้เวลาฝึกฝนปรุงโอสถด้วยเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถดู หากทำสำเร็จให้กลับมาหาข้าอีกครั้ง

ซ่งไป่หลางปลดปล่อยการป้องกันทางจิตวิญญาณและรับข้อมูลของอักขระการควบคุมธาตุอัคคีเข้ามา เด็กหนุ่มลอบยิ้มเล็กน้อย อักขระเหล่านี้กลายเป็นเพียงเด็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับอักขระเทวะต้นกำเนิด

ในใจของซ่งไป่หลางอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นมิได้ มันต้องการทดลองใช้อักขระเทวะต้นกำเนิดผสมผสานกับเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถ หากทำสำเร็จบางทีมันอาจจะทำให้เคล็ดสวรรค์ชำระโอสถกลายเป็นวิชาที่สมบูรณ์ ถึงเวลานั้นมันจะลองถ่ายทอดอักขระเทวะต้นกำเนิดเฉพาะส่วนที่ใช้ควบคุมธาตุอัคคีให้กับอู๋เจ้อเพื่อเป็นการตอบแทน

ซ่งไป่หลางเดินทางไปยังหอเทพพฤกษาอีกครั้งก่อนจะใช้ห้องปรุงโอสถเพื่อเริ่มต้นฝึกฝนการปรุงโอสถของตน

ในหัวของซ่งไป่หลางปรากฏภาพของค่ายกลสามประเภทที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพลังธาตุอัคคี อย่างแรกคือค่ายกลอัคคีนรกแผดเผา พลังของค่ายกลนี้สามารถก่อให้เกิดเปลวไฟอันร้อนแรงและสามารถเผาทุกสิ่งให้กลายเป็นผงธุลีในพริบตา ทว่าค่ายกลนี้เหมาะสำหรับใช้ในการโจมตีและสังหาร หรือการทำลายล้างที่ต้องการอำนาจแห่งการเผาทำลาย ย่อมไม่เหมาะกับการปรุงโอสถ

ลองจินตนาการว่านำค่ายกลอัคคีนรกแผดเผามาใช้กับการปรุงโอสถ เกรงว่าวัตถุดิบทั้งหมดคงสูญสลายไปจนหมดสิ้นไม่หลงเหลือกระทั่งสรรพคุณอันใด

ซ่งไป่หลางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะนึกถึงค่ายกลประเภทที่สอง

ค่ายกลเพลิงม่วงชำระวิญญาณ เป็นค่ายกลประเภทที่สามารถใช้ได้ผลเป็นอย่างดีกับพวกวิญญาณที่ไร้รูปร่างและการใช้เพื่อชำระสิ่งสกปรกรวมถึงความชั่วร้าย อย่างไรก็ตามค่ายกลนี้ยังคงไม่เหมาะกับการปรุงโอสถเช่นกัน

ซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ เนื่องจากอักขระเทวะต้นกำเนิดมีความซับซ้อนเป็นอย่างมากดังนั้นจึงไม่อาจทำความเข้าใจได้จนหมดสิ้น ค่ายกลทั้งสามประเภทนี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆที่ซ่งไป่หลางสามารถทำความเข้าใจได้ในเวลานี้ ทว่าหากต้องการสรรค์สร้างและคิดค้นค่ายกลใหม่ๆก็คงจะต้องใช้เวลาอีกยาวนานนัก

ดูเหมือนจะทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับค่ายกลประเภทสุดท้ายแล้ว ซ่งไป่หลางหลับตาลงก่อนจะนึกถึงรายละเอียดของมันอย่างตั้งใจและคาดหวัง

ค่ายกลเพลิงวิญญาณเยือกแข็ง

ชื่อของค่ายกลทำให้ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับพวกวิญญาณเช่นเดียวกับเพลิงม่วงชำระวิญญาณ

ทว่าเมื่อตระหนักได้ถึงรายละเอียดของมัน ซ่งไป่หลางพลันเผยรอยยิ้มยินดีออกมา ในที่สุดก็ค้นพบค่ายกลและอักขระที่เหมาะสำหรับใช้ควบคุมเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถแล้ว

ที่แท้ค่ายกลเพลิงวิญญาณเยือกแข็งมิได้เกี่ยวข้องอันใดกับการโจมตีวิญญาณ ตรงกันข้ามมันหมายความถึงวิญญาณของตัวผู้ใช้เอง ค่ายกลเพลิงวิญญาณเยือกแข็งจะทำให้ผู้ใช้สามารถดึงพลังธาตุอัคคีตามธรรมชาติเข้ามาผสมผสานหลอมรวมเป็นหนึ่งกับห้วงวิญญาณของตน นี่คืออักขระค่ายกลที่แข็งแกร่งและเหมาะสมกับซ่งไป่หลางถึงขีดสุด

ก่อนหน้านี้ซ่งไป่หลางกังวลว่าต่อให้สามารถใช้อักขระชักนำพลังธาตุอัคคีตามธรรมชาติมาใช้ได้จริงทว่าเนื่องจากมันมิใช่พลังของเด็กหนุ่ม บางทีมันอาจจะขัดแย้งกับพรสวรรค์ในการหลอมโอสถของตน แต่เมื่อค้นพบค่ายกลนี้ปัญหาของมันก็ถูกแก้ในพริบตา

ควบคุมพลังธาตุอัคคีธรรมชาติด้วยจิตวิญญาณของตน มิเพียงควบคุมการเคลื่อนไหวแต่ยังรวมไปถึงอุณหภูมิและจังหวะต่างๆ ราวกับว่ามันเป็นค่ายกลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ปรุงโอสถโดยเฉพาะ

ซ่งไป่หลางเร่งทำการตรวจสอบลำดับของอักขระและรูปแบบค่ายกลอย่างเร่งร้อน หากสามารถใช้มันออกมาได้บางทีเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถอาจจะบรรลุอย่างง่ายดาย และทำให้สามารถปรุงโอสถชำระกายพิสุทธิ์และโอสถซึมซับฟ้าดินได้สำเร็จ ถึงเวลานั้นความหวังที่จะเลื่อนสู่จุดสูงสุดของขั้นเหนือมนุษย์ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว

ระหว่างที่กำลังฝึกฝนอย่างตั้งใจ เสียงของเซี่ยหยางกลับดังขึ้น เจ้าหนู แม่นางรั่วมาหาเจ้า

ร่างของรั่วอวี่ปรากฏตัวขึ้น ก่อนหน้านี้นางได้แยกตัวไปพร้อมกับเจ้าสำนักพงไพร ทว่าหลังจากที่นางออกไปจัดการธุระบางอย่างที่พื้นที่หอการค้า นางกลับพบปัญหาเล็กน้อยเข้า ซ่งไป่หลาง ตอนนี้กลุ่มสหายเก่าของเจ้ากำลังพบเจอกับปัญหา

ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ย รบกวนเจ้าอธิบายที

ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ด้านหน้าหอการค้า ข้าได้ยินคนผู้หนึ่งกำลังเอ่ยถึงจ้าวหง ดูเหมือนว่ามันได้นำเอาศิษย์จำนวนหนึ่งร้อยคนออกไปด้านนอกสำนัก คนจำนวนมากรู้ว่าพวกมันมิได้ออกไปทำภารกิจธรรมดาทั่วไป แต่เป้าหมายของพวกมันคือว่านไฉ่เอ๋อที่กำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญอยู่ภายนอกเช่นกัน

ดูเหมือนว่าว่านไฉ่เอ๋อกำลังรวบรวมสมุนไพรวิเศษบางอย่างเพื่อการสอบเลื่อนขั้นเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบ หากนางทำสำเร็จ ด้วยคุณสมบัติที่นางมีทั้งหมด ไม่ช้านางจะกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาคนต่อไป รั่วอวี่อธิบายอย่างเยือกเย็น

เซี่ยหยางพลันอุทาน โอ้ ข้าลืมบอกเจ้าไปบางเรื่อง ดูเหมือนจ้าวหงผู้นั้นจะมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับสำนักห้วงทมิฬ และมันต้องการควบคุมสำนักพงไพรเอาไว้ แผนการของมันก็คือการบีบให้ว่านไฉ่เอ๋อผู้นั้นกลายเป็นคนของฝ่ายมัน หรือไม่เช่นนั้นก็ทำลายนางซะ

สีหน้าของซ่งไป่หลางกลายเป็นดำมืด แม่นางรั่ว หากวันรุ่งขึ้นข้ามิอาจกลับมาทันฝึกฝนกับผู้อาวุโสชางไป่เหอ รบกวนขออภัยแทนข้าด้วย

ข้าเข้าใจ ไปเถอะ รั่วอวี่พยักหน้าช้าๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 219 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #153 Djokovic123 (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:07
    รอครับ
    #153
    0