God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 103 : ตอนที่ 98 ชางไป่เหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    10 ก.พ. 63

            ราคาของโอสถบัวชีชาดชำระโลหิตระดับห้าชุดแรกถูกประมูลออกไปด้วยราคาหนึ่งล้านหนึ่งแสนหยกศิลาลมปราณ ราคานี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากต่างสั่นสะท้านไปตามๆกัน

            โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าการประมูลชุดต่อๆไปจะยิ่งทวีความดุเดือดยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว

            ระหว่างที่การประมูลชุดที่สองเริ่มต้นขึ้น ซ่งไป่หลางได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งในงานประมูล พวกมันไม่ได้แสดงความโดดเด่นมากนักทว่าหนึ่งในนั้นกลับเป็นคนที่ซ่งไป่หลางเคยพบหน้ามาก่อน

            คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คนของสำนักห้วงทมิฬ

            คนที่ซ่งไป่หลางเห็นก็คือทูตทมิฬหั่วเฟย ในอดีตทั้งสองเคยพบกันในวังจักรพรรดิห้าสมุทร ในเวลานั้นซ่งไป่หลางเป็นเพียงผู้มีพลังระดับเที่ยงแท้ ย่อมไม่อาจท้าทายทูตทมิฬหั่วเฟยที่มีพลังระดับรวมวิญญาณได้ ทว่าหากเปลี่ยนเป็นเวลานี้ต่อให้ทูตทมิฬหั่วเฟยมายืนอยู่ตรงหน้าซ่งไป่หลางก็มิได้รู้สึกกดดันอันใด

            สำนักห้วงทมิฬเป็นขั้วอำนาจอันดับห้าของดินแดนเทพพฤกษา ไม่แปลกที่พวกมันจะเข้าร่วมงานประมูลนี้เช่นกัน ทว่าพวกมันกลับกล้าเสนอราคาอย่างหนักต่อโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตระดับห้า เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกมันกำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่การรบหรืออะไรบางอย่าง

            ในที่สุดสำนักห้วงทมิฬได้รับชัยชนะในการประมูลชุดที่สอง พวกมันถึงกับลงทุนด้วยหยกศิลาลมปราณหนึ่งล้านสองแสนก้อนในครานี้

            ชุดที่สามนั้นราคายิ่งพุ่งสูงขึ้น มันถูกขายออกด้วยราคาหนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นหยกศิลาลมปราณ

            เมื่อถึงชุดสุดท้าย แต่ละขั้วอำนาจที่เหลือต่างตกอยู่ในสภาวะกดดันเป็นอย่างยิ่ง หากพวกมันพลาดโอกาสในชุดนี้ก็เท่ากับว่าหมดสิทธิ์ที่จะได้ครอบครองโอสถคุณภาพระดับห้าแล้ว

            ข้าเสนอหนึ่งล้านสามแสนหยกศิลาลมปราณคนผู้หนึ่งตะโกนออกมา เสียงนั้นดังจากห้องส่วนตัวของสำนักอัสนีคำราม

            สำนักอัสนีคำรามช่างร่ำรวยยิ่งนัก ทว่าตระกูลเจี๋ยของข้าก็มิได้ยากจนเช่นกัน ข้าขอเสนอหนึ่งล้านสามแสนห้าหมื่นหยกศิลาลมปราณ

            ข้าเสนอหนึ่งล้านสี่แสนหยกศิลาลมปราณ

            ทั้งซ่งไป่หลางและเหยินหัวต่างไม่อาจปิดซ่อนรอยยิ้มของตนเองได้ ทุกครั้งที่ราคาทะยานสูงขึ้นหัวใจของซ่งไป่หลางก็เต็มไปด้วยความรู้สึกเบิกบาน

            ข้าเสนอสองล้านหยกศิลาลมปราณสิ้นประโยคนี้ทั้งห้องต่างเงียบกริบ ผู้ที่ร้องตะโกนออกมาคือผู้นำของกลุ่มหนามโลหิต ขั้วอำนาจจากดินแดนราชันย์ หากจะเอ่ยถามว่าในบรรดาขั้วอำนาจทั้งหมดในห้องนี้นอกจากสำนักพงไพรแล้วใครมีอำนาจมากสุด แน่นอนว่าต้องเป็นกลุ่มหนามโลหิตที่มาจากดินแดนราชันย์นี้เอง

            เนื่องจากกลุ่มหนามโลหิตคือผู้รับใช้โดยตรงของจักรพรรดิมารโลหิต!!

            ดินแดนราชันย์ที่แข็งแกร่งและกว้างใหญ่ถูกแบ่งแยกออกเป็นสามส่วนภายใต้การปกครองของผู้นำสูงสุดของสามขั้วอำนาจ จักรพรรดิมารดาบ จักรพรรดิมารอัคคี และจักรพรรดิมารโลหิต

            ซ่งหงเสวี่ยเป็นบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิมารอัคคี ฐานะของนางในดินแดนราชันย์จึงนับได้ว่าสูงส่งยิ่ง จักรพรรดิทั้งสามล้วนมีพลังเพียงพอที่จะต้านทานผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ แม้แต่เซี่ยหยางยังไม่มั่นใจว่าจะจัดการกับหนึ่งในสามจักรพรรดิได้

            โดยทั่วไปแล้วจักรพรรดิทั้งสามจะไม่ได้ติดต่อหรือเป็นมิตรต่อกัน ทว่าหากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องการรุกรานดินแดนราชันย์ ถึงเวลานั้นจักรพรรดิทั้งสามจะจับมือกันและสังหารตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างโหดเหี้ยมในทันที นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับดินแดนราชันย์

            มิต้องสงสัยเลยว่าทรัพย์สินทั้งหมดของจักรพรรดิมารโลหิตจะมีมากเพียงใด แค่การที่กลุ่มหนามโลหิตกล้าใช้จ่ายทรัพย์สินสองล้านหยกศิลาลมปราณโดยไม่กระพริบตาก็สามารถยืนยันได้ถึงเรื่องนี้แล้ว

            แม้จะเสียดายเพียงใดแต่ขั้วอำนาจอื่นๆต่างรู้ดีว่าไม่อาจประชันทรัพย์สินกับขั้วอำนาจหนามโลหิตได้ ในที่สุดพวกมันทำได้เพียงยอมแพ้ไปด้วยความเจ็บใจ

            หลังจากได้รู้ถึงราคาของโอสถบัวสีชาดชำระโลหิต ซ่งไป่หลางก็ตั้งใจที่จะไปรับสิ่งของแล้วจากไป

            อย่างไรก็ตามผู้นำคณะของสำนักห้วงทมิฬได้เอ่ยถามออกมา แม่นางเหยิน มิทราบว่าสำนักพงไพรของพวกท่านจัดหาโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตที่มีคุณภาพระดับห้าปริมาณมากมาได้อย่างไร ในฐานะที่พวกเราเป็นลูกค้าของเจ้า สมควรที่จะได้รู้ว่านี่เป็นผลงานของผู้ใด มิเช่นนั้นพวกเราอาจจะไม่สบายใจนักที่ต้องใช้จ่ายปริมาณมากไปกับผลงานที่ไร้ชื่อเจ้าของ

            เหยินหัวขมวดคิ้วของนางเล็กน้อยทว่าพริบตาเดียวนางก็แสดงรอยยิ้มออกมาดังเดิม ท่านผู้อาวุโสหั่ว แน่นอนว่าโอสถเหล่านี้ถูกขายออกภายใต้นามของสำนักพงไพร ด้วยชื่อเสียงของสำนักพวกเราย่อมไม่กล้าขายสินค้าที่มิได้มาตรฐาน ส่วนเรื่องเจ้าของผลงานนั้น ข้าขอเวลาสักครู่ เนื่องจากต้องสอบถามท่านผู้นั้นเสียก่อนว่ายินดีที่จะเปิดเผยนามหรือไม่

            มิจำเป็น โอสถนี้ถูกรับรองโดยสำนักพงไพรแล้ว หากสำนักห้วงทมิฬมิเชื่อถือเช่นนั้นก็ถือว่าการประมูลโอสถชุดนั้นเป็นโมฆะ เราจะเริ่มประมูลมันใหม่อีกครั้งแทนเสียงอันทรงอำนาจดังขึ้น

            ผู้อาวุโสมู่ถึงกับออกหน้าเองเลยรึแม้แต่คนของกลุ่มหนามโลหิตยังเกิดความรู้สึกตื่นตัวขึ้น อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็เป็นผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดของหอการค้าเอาไว้ เป็นรองเพียงแค่เจ้าสำนักเท่านั้น

            ผู้อาวุโสหั่วจากสำนักห้วงทมิฬเผยรอยยิ้มเยือกเย็น ผู้อาวุโสมู่ล้อเล่นแล้ว พวกเราสำนักห้วงทมิฬมีหรือจะกล้าสงสัยในสำนักพงไพร อย่างไรก็ตามการแจ้งชื่อเจ้าของผลงานเป็นเรื่องปกติทั่วไปในการนำสินค้ามาจัดประมูล หากพวกท่านไม่เต็มใจจะเอ่ยเช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ นี่คือหยกศิลาลมปราณหนึ่งล้านสองแสนก้อน ช่วยจัดส่งโอสถชุดนั้นแก่ข้าด้วย

            เหยินหัวมองไปที่ผู้อาวุโสมู่ หลังจากอีกฝ่ายพยักหน้านางจึงสั่งให้คนนำชุดโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตมอบให้แก่อีกฝ่ายแลกกับแหวนที่บรรจุหยกศิลาลมปราณหนึ่งล้านสองแสนก้อนเอาไว้ หลังจากได้รับของสำนักห้วงทมิฬทั้งหมดก็ได้จากไปทันที

            ซ่งไป่หลางมองตามกลุ่มสำนักห้วงวิญญาณ เด็กหนุ่มพลันตระหนักได้ถึงสัญญาณไม่ชอบมาพากลบางอย่าง

            น่าสนใจ ข้าจะสืบเรื่องนี้สักเล็กน้อยเซี่ยหยางเอ่ยก่อนที่จะส่งพลังวิญญาณของมันตามกลุ่มของสำนักห้วงทมิฬไป

            กลุ่มของสำนักห้วงทมิฬมิได้หยุดแวะพักแม้แต่น้อย พวกมันเดินทางออกจากเขตแดนของสำนักพงไพรอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเมื่อถึงจุดหนึ่ง หั่วเฟยก็ได้เอ่ยถามต่อผู้อาวุโสหั่วที่เป็นปู่ของมัน

            ท่านปู่ เหตุใดพวกเราจึงต้องรีบร้อนออกมาเล่า

            ผู้อาวุโสหั่วถอนหายใจ นับตั้งแต่ที่ข้าตัดสินใจเสี่ยงถามเรื่องตัวตนของผู้ที่ปรุงโอสถขึ้น สำนักพงไพรจะต้องจับตาพวกเราอย่างแน่นอน หากพวกเราอยู่ต่อก็คงยากที่จะหลุดพ้นจากสายตาของพวกมัน อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเราจากมาไกลขนาดนี้แล้ว ต่อให้เป็นมู่หยุนหรงก็ยากที่จะลอบติดตามพวกเราโดยที่ข้าไม่รู้ตัว ดังนั้นตรงจุดนี้น่าจะปลอดภัยมากพอ

            เช่นนี้เอง หากพวกเราลอบติดต่อกับจ้าวหงตั้งแต่ยังอยู่ในสำนักพงไพร บางทีพวกยอดฝีมือของสำนักพงไพรคงจะรู้ตัวสินะหั่วเฟยพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหัวเราะออกมา พวกมันคงไม่รู้แม้แต่น้อยว่าศิษย์อัจฉริยะที่พวกมันตั้งความหวังว่าจะกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาคนต่อไปกลับเป็นสายของพวกเราสำนักห้วงทมิฬ

            ผู้อาวุโสหั่วยิ้มอย่างเย็นชา พรสวรรค์ของจ้าวหงนั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก ตอนที่พวกเราพบเจอ เจ้าสำนักก็ได้คิดแผนการนี้ขึ้นมาทันที แน่นอนว่าจ้าวหงสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักของพวกเราได้ ทว่าต่อให้มันเก่งกาจเพียงใดมันก็ยังไม่อาจเทียบเท่าพวกสำนักพงไพรที่มีทรัพยากรยอดเยี่ยมยิ่งกว่า ดังนั้นท่านเจ้าสำนักจึงฝึกสอนมันอย่างลับๆทั้งยังปลอมแปลงประวัติสร้างเรื่องราวเบื้องหลังให้มันใหม่ ทั้งหมดก็เพื่อส่งมันเข้าไปในสำนักพงไพรและเป็นหมากสำคัญให้กับพวกเรา

            ขอเพียงจ้าวหงสามารถทะยานขึ้นจนกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาได้ เมื่อนั้นพวกเราก็จะสามารถควบคุมสำนักพงไพรจากภายในได้เช่นกัน

            ท่านปู่ ท่านเจ้าสำนักไม่กลัวว่าจ้าวหงจะขายพวกเราเพื่อผลประโยชน์ในสำนักพงไพรหรือหั่วเฟยกังวลเล็กน้อย นับตั้งแต่ที่มันได้รับตำแหน่งทูตทมิฬ มันได้ติดต่อกับผู้คนมากมาย และมันดูออกว่าจ้าวหงมิใช่คนซื่อสัตย์อันใด

            ผู้อาวุโสหั่วหัวเราะ มิต้องกังวล จ้าวหงนั้นถูกควบคุมโดยเจ้าสำนักอย่างสมบูรณ์ ต่อให้อยากทรยศก็มิอาจทรยศ อีกทั้งด้วยนิสัยทะเยอทะยานของมัน เพียงแค่ตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษายังไม่เพียงพอจะตอบสนองความต้องการของมันทั้งหมดแน่นอน มันย่อมต้องเลือกใช้ประโยชน์จากสำนักห้วงทมิฬของพวกเราเช่นกัน

            หั่วเฟยพยักหน้า ในเมื่อท่านปู่ของมันเอ่ยเช่นนี้มันก็มิมีข้อสงสัยอันใดอีก แต่ไรมาสติปัญญาและความรอบคอบของมันล้วนได้รับการสั่นสอนถ่ายทอดมาจากปู่ของมันทั้งสิ้น

            อันที่จริงหลังจากเข้าสู่สำนักพงไพรข้าได้รับข่าวสำคัญบางอย่างมา ดูเหมือนว่าศิษย์ยอดพฤกษาคนใหม่จะปรากฏตัวขึ้นแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อนหั่วเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย มันคุ้นเคยกับนามของคนผู้นี้มากทว่าเนื่องจากข่าวลือที่ว่าคนผู้นั้นได้ตายไปแล้ว มันจึงไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกัน

            หืม หรือจะเป็นหญิงสาวที่ชื่อว่าว่านไฉ่เอ๋อผู้อาวุโสหั่วเลิกคิ้ว มันเคยได้ยินจากจ้าวหงว่าในบรรดาศิษย์ที่เก่งกาจและโดดเด่น นางมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษามากที่สุด ดังนั้นมันจึงสั่งให้จ้าวหงพยายามดึงนางมาอยู่ฝ่ายเดียวกันให้จงได้ หรือหากไม่สำเร็จก็จะต้องทำลายนางเสียก่อนที่นางจะเติบโตและกลายเป็นกำลังสำคัญของสำนักพงไพร

            มิใช่ เป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนามว่าซ่งไป่หลางหั่วเฟยตอบกลับ

            อธิบายมาผู้อาวุโสหั่วเริ่มสนใจ มันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

            ข่าวที่ข้ารวบรวมมายังไม่สมบูรณ์นัก ที่พอจะรู้ก็คือเจ้าเด็กคนนี้มาอายุเพียงสิบเจ็ดถึงสิบแปดปีเท่านั้น พลังของมันเป็นเพียงแค่ขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์ ทว่ามันกลับสามารถใช้แผนการเอาชนะผู้มีพลังขั้นหนึ่งรวมวิญญาณได้ในการประลองต่อหน้าเจ้าสำนัก หลังจากนั้นมันจึงได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาโดยมีเงื่อนไขที่ว่ามันจะต้องกลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบภายในหนึ่งเดือน

            ประหลาดนักเป็นครั้งแรกที่ผู้อาวุโสหั่วได้ยินเรื่องเช่นนี้ ที่ผ่านมาตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาของสำนักพงไพรยิ่งใหญ่เพียงใด ตัวตนของซ่งไป่หลางสามารถเอ่ยได้ว่าเป็นสิ่งผิดแปลกที่ทำให้ชื่อของศิษย์ยอดพฤกษาเกิดความด่างพร้อย

            หืม เป็นไปได้หรือไม่ว่าโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตเหล่านี้จะ...ผู้อาวุโสหั่วครุ่นคิดก่อนที่จะเผยสีหน้าโหดเหี้ยม หั่วเฟย จงติดต่อไปยังจ้าวหง บอกให้มันพยายามจับตาดูซ่งไป่หลางทุกครั้งที่มันออกมาจากพื้นที่เขตใน ข้ามีลางสังหรณ์ว่าคนผู้นี้คือผู้ที่ปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตคุณภาพระดับห้าจำนวนมากออกมาได้ การที่นังจิ้งจอกเจ้าสำนักพงไพรยินยอมให้มันกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาจะต้องมีเหตุผลเป็นแน่

            ดูท่าแผนการใหญ่ของพวกเรากำลังจะเกิดปัญหาแล้ว หากซ่งไป่หลางผู้นี้เพียงแค่สามารถปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตระดับห้าได้อย่างเดียวก็แล้วไป แต่หากมันสามารถปรุงโอสถทุกชนิดให้กลายเป็นคุณภาพระดับห้า ถึงเวลานั้นมันจะสร้างปัญหาให้พวกเราอย่างมาก ข้าจะติดต่อไปยังตระกูลหลักเพื่อรายงานเรื่องนี้เช่นกัน

            ตระกูลหลักงั้นหรือเซี่ยหยางที่ลอบฟังอยู่ตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย บางทีเป็นไปได้หรือไม่ว่าสำนักห้วงทมิฬมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์

            เรื่องนี้มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถหาผลประโยชน์จากดินแดนเทพพฤกษาได้ด้วยตนเอง พวกมันย่อมหาหนทางบางอย่างในการแทรกซึมเข้าสู่ดินแดนเทพพฤกษา ต่อให้ไม่อาจทำการค้าโดยตรงก็ยังสามารถยืมมือผู้อื่นมาบังหน้าได้เช่นกัน

            พิจารณาจากสิ่งที่คนเหล่านี้สนทนากัน บางทีพวกมันอาจจะต้องการแทรกซึมเข้าสู่สำนักพงไพรและควบคุมจากภายใน หากจ้าวหงสามารถทะยานขึ้นเป็นศิษย์ยอดพฤกษาได้สำเร็จ ด้วยสิทธิพิเศษมากมายที่มันจะได้รับ มันย่อมสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสำนักห้วงทมิฬได้อย่างมหาศาล และหากมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังสำนักห้วงทมิฬ มันก็ย่อมได้รับผลประโยชน์เช่นกัน

            ท่านปู่ หากซ่งไป่หลางเป็นผู้ที่ปรุงโอสถเหล่านี้ขึ้นมาจริง บางทีเราน่าจะรีบกำจัดทิ้งเสียตั้งแต่ที่ยังมีโอกาสหั่วเฟยเสนอด้วยรอยยิ้ม

            หืม เจ้ามีแผน?” ผู้อาวุโสหั่วเลิกคิ้วเล็กน้อย การสังหารศิษย์ยอดพฤกษาเป็นเรื่องใหญ่และร้ายแรงเกินไป แม้แต่มันเองยังไม่กล้าคิดที่จะลงมือ

            มิติสวนสมุนไพรวิเศษ ในสถานที่แห่งนั้นต่อให้เป็นยอดฝีมือของสำนักพงไพรก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปได้ หากซ่งไป่หลางมีพลังขั้นเหนือมนุษย์ มันย่อมเข้าสู่มิติขอบเขตระดับราชันยุทธ์เท่านั้น

            ดวงตาของผู้อาวุโสหั่วฉายประกายอำมหิต เช่นนี้เอง ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียได้

            เซี่ยหยางลอบขมวดคิ้ว มันไม่เคยได้ยินข้อมูลเบื้องลึกของมิติสวนสมุนไพรวิเศษมาก่อน อันใดคือขอบเขตระดับราชันยุทธ์ แม้มันจะไม่เข้าใจมากนักแต่มันกลับเริ่มรู้สึกถึงลางอันตรายบางอย่างโดยสัญชาตญาณ

            ให้คนของพวกเราเตรียมพร้อมเอาไว้ จงบอกกับยู่หลงเสียง เตือนมันอย่าให้เร่งทะยานขึ้นสู่ระดับราชันยุทธ์ ให้มันหยุดเอาไว้ที่จุดสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์เสียก่อนผู้อาวุโสหั่วหัวเราะอย่างชั่วร้าย

            สังหารบุคคลสำคัญของสำนักพงไพรได้ก็เท่ากับตัดแขนพวกมันข้างหนึ่ง หากมีศิษย์ยอดพฤกษาตกตายไปพวกมันจะต้องระส่ำระสายเป็นแน่ ถึงเวลานั้นก็จะยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้จ้าวหงได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาโดยง่ายด้วยเช่นกัน

 

            ภายในพื้นที่หอการค้า ซ่งไป่หลางได้รับสิ่งของและทรัพย์สินจำนวนมากจากนั้นจึงเดินทางกลับไปยังหอเทพพฤกษา หลังจากใช้เวลาครึ่งวันไปกับการประมูล ซ่งไป่หลางจึงตัดสินใจใช้เวลาที่เหลือเพื่อฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาของตน

            ซ่งไป่หลาง เจ้าอยู่ที่นี่เองรั่วอวี่ปรากฏตัวขึ้น เมื่อเห็นหน้าของเด็กหนุ่มนางก็เผยรอยยิ้มยินดี

            รีบมากับข้า ตอนนี้ต้นมังกรอำไพของอาจารย์ชางไป่เหอกำลังตกอยู่ในสภาวะอันตราย ในเวลาเยี่ยงนี้หากเจ้าสามารถยื่นมือช่วยเหลือนางได้ การขอคำชี้แนะจากนางย่อมเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งแล้ว

            ซ่งไป่หลางเผยสีหน้าตื่นเต้นทันที การฝึกด้วยตนเองอย่างไรก็ได้ผลลัพธ์ไม่เทียบเท่ามีคนแนะนำ ชางไป่เหอคือผู้เชี่ยวชาญด้านการผสานพลังธาตุวารีและพฤกษาอันดับหนึ่งของสำนักพงไพร หากนางชี้แนะวิธีการฝึกฝนและใช้พลังสอดประสานให้กับมัน การฝึกของซ่งไป่หลางย่อมทะยานไปรวดเร็วขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว

            ชางไป่เหอเองก็อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ส่วนในเช่นกัน เขตเรือนของนางนั้นอยู่ในพื้นที่ที่ไร้ผู้คนและสงบเงียบที่สุด อย่างไรก็ตามรอบพื้นที่ได้ถูกปลูกไว้ด้วยพืชสมุนไพรและต้นไม้ที่งดงามล้ำค่าจำนวนมาก ซ่งไป่หลางสามารถบอกได้ทันทีว่าชางไป่เหอผู้นี้มอบความรักของนางต่อมวลพฤกษาจนหมดสิ้น

            ท่านอาจารย์ชางไป่เหอ ข้ารั่วอวี่พาบุคคลผู้หนึ่งมาหาท่าน ข้าคิดว่าบางทีมันอาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องต้นมังกรอำไพของท่านได้

            อวี่เอ๋อ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง เข้ามาเถอะเสียงอันไพเราะดังขึ้นจากเขตด้านในเรือนพัก ซ่งไป่หลางสัมผัสได้ว่ามีการใช้พลังธาตุวารีและพฤกษาที่ทรงพลังอย่างต่อเนื่อง เมื่อสัมผัสได้ชัดเจนจึงพบว่ามาจากต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางเขตเรือนพักแห่งนี้

            ต้นไม้นี้ช่างใหญ่โตและมีรูปร่างสง่างามยิ่ง เพียงกวาดตามองผ่านๆยังรู้ว่ามันเป็นต้นไม้ที่มีค่าและมีพลังธาตุพฤกษาอันทรงพลังไหลเวียนอยู่ภายใน กิ่งของมันมีลักษณะคล้ายกับมังกรและเปลือกของลำต้นก็มีลักษณะแวววาวคล้ายกับอัญมณี

            นี่ก็คือต้นมังกรอำไพซ่งไป่หลางพึมพำด้วยความตกตะลึงกับความงามและยิ่งใหญ่ของต้นไม้ด้านหน้า

            แม้จะงดงามเพียงใดทว่าซ่งไป่หลางกลับตระหนักได้ทันทีถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ พลังธาตุพฤกษาอันแข็งแกร่งของมันกำลังรั่วไหลออก เช่นเดียวกับพลังชีวิตที่แฝงอยู่ภายใน ต่อให้มิต้องใช้พลังธาตุพฤกษาของตนเองเข้าไปสัมผัสก็ยังรับรู้ได้

            ต้นไม้นี้กำลังจะตาย!!

            หลังจากเข้าสู่เขตเรือนพักของชางไป่เหอ ใต้ต้นมังกรอำไพได้ปรากฏร่างบอบบางงดงามของดรุณีน้อยผู้หนึ่ง ความสูงของนางมีเพียงระดับหัวไหล่ของรั่วอวี่เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับซ่งไป่หลางนางก็เป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่ง

            อย่างไรก็ตามด้วยผิวสีขาวนวลดุจหยกบริสุทธิ์และดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายราวกับดวงดาว ทำให้นางมีเสน่ห์ที่สร้างแรงดึงดูดจนทำให้บรรดาชายหนุ่มสามารถจ้องมองนางอย่างหลงใหลและบ้าคลั่ง ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเห็นชางไป่เหอเป็นครั้งแรก มิใช่เพียงเพราะรูปร่างของนางแต่ยังรวมถึงใบหูที่เรียวแหลมเป็นเอกลักษณ์นั้นด้วย

            ที่แท้ชางไป่เหอผู้นี้มิใช่มนุษย์...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #170 suptanom (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:17
    นึกถึงตอนที่ขายของครั้งแรก ได้แค่เก้าร้อย 555
    #170
    0