God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 0 บทนำ การพบเจอของโชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 795 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลทว่ายังคงสง่างามและดูน่าเกรงขาม เรือนผมสีฟ้าครามพริ้วไปกับสายลม ดวงตาสีฟ้ากระจ่างจับจ้องไปยังท้องฟ้าไกลด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามคล้ายต้องการจะดูแคลนโลกทั้งใบ

                ในที่สุดแม้ว่าข้าจะมาถึงระดับนี้ได้ แต่ข้าก็ยังพ่ายแพ้ให้กับพวกมัน ช่างน่าสมเพชนัก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก

                ข้า เซี่ยหยางผู้นี้ขอสาบานต่อสวรรค์ แม้จะต้องตายและสูญเสียร่างกายนี้ไป แต่ด้วยจิตวิญญาณของข้าที่หลอมรวมเข้ากับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะยังคงรักษาจิตวิญญาณของข้าเอาไว้ เพื่อให้ยังคงหลงเหลือความหวังในการทำตามเป้าหมายของข้า ข้าจะไม่ยอมตายไปอย่างสูญเปล่าเช่นนี้อย่างแน่นอน

                เขาทิ้งตัวลงจากภูเขา มิใช่ต้องการปลิดชีพตัวเองทว่าเป็นเพราะพิษร้ายที่แฝงอยู่ในร่างนั้นกลืนกินร่างกายของเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว แม้เรี่ยวแรงที่จะขยับก็ยังไม่มี หากทิ้งไว้อีกสักสิบลมหายใจเขาคงไม่สามารถแม้แต่จะหายใจได้ ดังนั้นร่างของเขาจึงร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเบื้องล่างโดยไม่อาจควบคุมได้

                ก่อนที่ร่างของเขาจะตกถึงพื้นและตายลง จิตวิญญาณของเซี่ยหยางได้หลุดออกจากร่างแล้วพุ่งทะยานผ่านอากาศทะลุห้วงมิติจำนวนมาก เพื่อที่จะสรรหาร่างที่เหมาะสมที่จะกลายเป็นที่สถิตของวิญญาณของเขาเซี่ยหยางรู้ดีว่าการเลือกร่างในมิติเดิมจะทำให้ศัตรูของเขารู้ถึงตัวตนของเขาได้ ดังนั้นจึงยอมเดินทางไปยังมิติที่ต่ำกว่าและเลือกร่างที่อ่อนแอกว่ามาตรฐาน

                อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือร่างนั้นจะต้องมีความเข้ากันได้กับวิญญาณของเขา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ในคนหนึ่งพันล้านคนจะมีเพียงคนเดียวที่มีรูปแบบวิญญาณเข้ากันได้กับเขา

                หลังจากค้นหาอย่างยาวนาน ในที่สุดเซี่ยหยางจึงค้นพบสิ่งที่เขาค้นหาในที่สุด

 

                ในทวีปห้าสมุทร พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็นห้าเขตใหญ่ และหนึ่งในนั้นคือเขตแคว้นสิบนภา เมืองบัวสวรรค์ตั้งอยู่ในแคว้นนี้และเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่มีคนอาศัยอยู่มากกว่าห้าหมื่นคน ภายในเมืองยังถูกปกครองด้วยสามตระกูลใหญ่อันได้แก่ตระกูลฟงที่เป็นตระกูลเจ้าเมือง ตระกูลซ่ง และตระกูลเทียน

                ในบรรดาสามตระกูล ตระกูลที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดกลับเป็นตระกูลซ่ง เพราะพวกเขามีคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือจำนวนมาก บรรดาผู้เยาว์ที่อายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณสิบห้าปี ตระกูลอื่นๆจะมีระดับพลังเฉลี่ยอยู่ที่ขั้นก่อกำเนิดพลังขั้นที่ห้า แต่ผู้เยาว์ของตระกูลซ่งมากกว่าห้าคนที่มีพลังขั้นก่อกำเนิดขั้นเจ็ด และยังมีคนหนึ่งที่มีพลังขั้นเที่ยงแท้ นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นอย่างมาก

                การที่มีรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งอยู่ในตระกูลเป็นจำนวนมากเป็นการแสดงให้เห็นว่าในอนาคต อำนาจของตระกูลซ่งจะต้องยิ่งใหญ่กว่าอีกสองตระกูลที่เหลือ แม้พวกเขาจะมีอำนาจน้อยกว่าตระกูลฟงแต่นั่นก็เป็นเพียงช่วงปัจจุบันเท่านั้น หากให้เวลาอีกสักยี่สิบปีตระกูลซ่งจะต้องเหนือกว่าตระกูลฟงทุกด้านอย่างแน่นอน

                ทว่าสิ่งที่น่าเศร้าก็คือในตระกูลซ่งนั้นไม่ได้มีแต่อัจฉริยะที่โดดเด่นเท่านั้น ยังมีเด็กบางคนที่อ่อนแอกว่ามาตรฐานและถูกทอดทิ้งจากคนในตระกูล ซ่งไป่หลางเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่เขาได้รับการประเมินว่าเป็นเพียงขยะเพราะมีพลังแค่ขั้นสามก่อกำเนิดพลังแม้ว่าจะอายุครบสิบห้าปีแล้ว จึงทำให้ตระกูลทอดทิ้งเขาโดยสิ้นเชิง แม้แต่บิดามารดาของเขาก็ยังไม่ใส่ใจเขา ทั้งยังไม่สนใจที่จะให้เงินค่าเลี้ยงดูต่อเขาเลยแม้แต่น้อย

                เพื่อเอาชีวิตรอด ซ่งไป่หลางเดินทางออกจากตระกูลและมุ่งหน้าไปยังนิกายบัวสวรรค์ หวังที่จะสมัครเข้าเป็นศิษย์สำนักเพื่อที่จะใช้ชีวิตภายในสำนักนั้น ในตอนแรกเขาได้รับการต้อนรับเพราะเป็นคนตระกูลซ่ง แต่หลังจากสำนักเห็นว่าเขาไม่มีประโยชน์ทั้งยังไม่ได้รับความสนใจจากตระกูล สำนักจึงเขี่ยเขาทิ้งจากฐานะศิษย์เป็นเพียงข้ารับใช้

                ซ่งไป่หลางต้องใช้ชีวิตอย่างน่าอดสู แต่เขายังคงฝืนกล้ำกลืนทุกอย่างโดยไม่ตัดพ้อต่อชีวิต เขาเชื่อมั่นว่าขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ในวันข้างหน้าเขาจะต้องมีชีวิตที่ดีได้สักวันหนึ่ง

                ด้วยความเชื่อมั่นและดื้อรั้นที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ซ่งไป่หลางถึงกับยอมทำงานหนักสำหรับข้ารับใช้เป็นเวลาห้าเดือนจนกระทั่งเขาสามารถเข้ามาทำความสะอาดหอตำราของนิกายบัวสวรรค์ได้ เมื่อได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้เขาแอบขโมยศึกษาคัมภีร์ต่างๆของสำนักเพื่อฝึกฝนและพัฒนาพลังบ่มเพาะของตัวเอง โดยหวังว่าสักวันเขาจะสามารถเลื่อนตำแหน่งตัวเองเป็นศิษย์ของนิกายได้สำเร็จ

                ทว่าวันหนึ่งเขากลับทำพลาดเพราะถูกจับได้โดยศิษย์ของนิกายกลุ่มหนึ่ง ที่เลวร้ายก็คือหนึ่งในศิษย์เหล่านั้นเป็นคนตระกูลซ่งที่รู้จักเขาดี เป็นญาติผู้พี่ที่ชอบรังแกเขาตั้งแต่ยังเล็กจนถึงตอนนี้ก็ยังรังแกเขาอย่างรุนแรงทุกครั้งที่มีโอกาส คนผู้นี้ก็คือซ่งชางหยาง

                ซ่งชางหยางและพรรคพวกจับได้ว่าเขาแอบขโมยวิชาของสำนักและลักลอบฝึกโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่แทนที่จะนำไปฟ้องผู้อาวุโสกลับลงโทษเขาด้วยตนเอง ด้วยฝีมือของคนที่สำเร็จการฝึกตนขั้นห้าก่อกำเนิดพลังจึงทำให้ซ่งไป่หลางไม่สามารถตอบโต้พวกเขาได้เลยแม้แต่น้อย ในที่สุดเขาถูกซ้อมจนปางตายและถูกโยนลงแม่น้ำด้านหลังนิกายอย่างโหดร้าย

                ซ่งชางหยาง เจ้าแน่ใจหรือว่ามันจะตาย และไม่สร้างปัญหาให้พวกเราในอนาคต ชายที่ร่วมมือเอ่ยถาม

                ซ่งชางหยางพ่นลมหายใจและคลี่ยิ้มอย่างชั่วร้าย แน่นอน แม่น้ำสายนี้ไหลไปหาเทือกเขาต้องห้าม ด้วยสถานที่นั้นต่อให้มันไม่ตายจากการถูกซ้อมแต่มันก็ไม่สามารถหนีไปได้ หากไม่ถูกสัตว์อสูรในเทือกเขาฆ่าก็ต้องตายเพราะหิวและทนพิษบาดแผลไม่ไหว

                เราไม่จำเป็นต้องไปกังวลกับคนที่มีระดับแค่ขั้นสามก่อกำเนิดพลัง ต่อให้เขาไม่ตายก็แล้วยังไงล่ะ สุดท้ายก็ไม่มีใครคิดจะให้ความสนใจกับเขาอยู่ดี ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้น

                แต่พวกเขาจะต้องสำนึกเสียใจในภายหลังที่ไม่ยอมฆ่าซ่งไป่หลางให้ตายด้วยมือตนเองตอนที่ยังมีโอกาส

                ไม่เลวเลย เจ้ายังไม่ยอมแพ้และไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความคิดที่จะยอมตาย แม้ว่าร่างกายของเจ้าจะถึงขีดจำกัดแล้วแต่จิตใจของเจ้ากลับยังมีพลังที่ล้นเหลือ

                ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด ซ่งไป่หลางได้ยินเสียงของชายผู้หนึ่งกระซิบอยู่ข้างหูของเขา แม้จะฟังดูแผ่วเบาแต่กลับได้ยินอย่างชัดเจน

                เจ้าหนู ข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้า และข้าก็เชื่อว่าเจ้ายังไม่อยากตาย ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ เราสองคนแลกเปลี่ยนกันอย่างยุติธรรม ข้าจะช่วยเจ้าและมอบพลังที่แข็งแกร่งรวมถึงอนาคตที่ยิ่งใหญ่ให้กับเจ้า ส่วนเจ้าจะต้องช่วยเหลือข้าหลังจากนั้น เจ้าตกลงหรือไม่

                “…” ซ่งไป่หลางไม่สามารถโต้ตอบได้ เขาลอยไปในน้ำด้วยสติที่เลือนลางยิ่งนัก

                ไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไร เพียงคิดในใจเท่านั้น เจ้าตกลงหรือไม่

                ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบ เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกรอบ ยอดเยี่ยม เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล แม้ตอนนี้เจ้าจะอ่อนแอยิ่งนัก แต่เมื่อข้าอยู่กับเจ้า ข้ากล้าสาบานได้เลยว่าจะไม่มีใครกล้าดูถูกเจ้าโดยที่ไม่ได้รับผลตอบแทนอีกต่อไป

                สติของซ่งไปหลางดับลง โดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเด็กหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งกลับพบว่าตนเองนอนอยู่บนพื้นหญ้าที่ราบริมฝั่งแม่น้ำ ร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยบาดแผลและความบอบช้ำกลับอยู่ในสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ราวกับบาดแผลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

                มันเกิดอะไรขึ้นกัน ข้าจำได้ว่าข้าถูกซ้อมจนปางตาย จากนั้นก็ถูกโยนลงแม่น้ำ แต่กลับไม่มีแม้แต่บาดแผลหรือความรู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยความงุนงง

                เนื่องจากอาการบาดเจ็บในช่วงเวลานั้นทำให้สติของเขาค่อนข้างสับสน อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางพอจะจดจำได้อย่างเลือนลางเกี่ยวกับเสียงที่ดังขึ้นในหัวของเขาในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะหมดสติไป มันเป็นดั่งแสงแห่งความหวังที่สาดเข้ามาในยามที่เขาจมอยู่ในความมืดมิดที่น่าหวาดกลัว และทำให้เขารู้สึกปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

                ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที แม้ข้าจะใช้พลังของจิตวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยเยียวยาเจ้า แต่เพราะร่างกายของเจ้าอ่อนแอเกินไปจึงทำให้ต้องใช้เวลาปรับสภาพ ดังนั้นเจ้าจึงหมดสติไปนานถึงสามวัน เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของซ่งไป่หลางอีกครั้ง

                เสียงของผู้ใดกัน ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม แม้ใจหนึ่งจะสับสนและหวาดกลัวแต่ลึกๆแล้วซ่งไป่หลางรู้สึกว่าเจ้าของเสียงนี้ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี ทั้งยังเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้ ทั้งยังรักษาบาดแผลให้อีกด้วย

                เจ้าหนู ข้ามีนามว่าเซี่ยหยาง และบัดนี้ข้าก็มีสถานะเป็นเพียงวิญญาณที่แฝงอยู่ในร่างของเจ้าเท่านั้น อย่างไรก็ตามด้วยความรู้และความสามารถของข้า แน่นอนว่าเจ้าจะได้รับประโยชน์จากข้าอย่างแน่นอน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

                ด้วยความสามารถของข้า เจ้าจะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุด และจะไม่มีใครสามารถทำร้ายหรือดูถูกเจ้าได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องรับผลตอบแทนจากการกระทำของมัน

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า อาวุโสเซี่ย การช่วยเหลือที่ท่านมอบให้แน่นอนว่าข้านั้นซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยความสามารถอันต่ำต้อยของข้า แม้ข้าจะเชื่อว่าตนเองมีความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อแต่ก็ยากนักที่จะทำตามความคาดหวังของท่านได้

                เซี่ยหยางนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะออกมา อย่าได้กังวลไป ด้วยการช่วยเหลือของข้าต่อให้เจ้าอ่อนแอยิ่งกว่านี้ทว่าด้วยระดับพลังของทวีปนี้ข้าย่อมสามารถช่วยให้เจ้าอยู่เหนือผู้อื่นได้ เพียงแค่อาจจะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ก่อนอื่นข้าคงต้องขอตรวจสอบพรสวรรค์ของเจ้าเสียก่อน

                ซ่งไป่หลางถอนหายใจ เขาย่อมรู้ดีว่าตนเองนั้นมีพรสวรรค์ที่น้อยนิดจนน่าสมเพช ด้วยวัยสิบห้าปีกลับมีพลังเพียงขั้นสามก่อกำเนิดพลัง ในขณะที่ผู้อื่นมีระดับเฉลี่ยที่ขั้นห้า ทำให้นิกายบัวสวรรค์ไม่ต้อนรับเขา ทั้งยังไม่ได้รับความสนใจจากครอบครัว

                เซี่ยหยางเงียบหายไปเพราะกำลังใช้สมาธิสำรวจร่างกายและจิตวิญญาณของซ่งไป่หลาง ภายในโลกของจิตวิญญาณ เซี่ยหยางขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

                เด็กคนนี้ไม่ธรรมดายิ่งนัก แม้ตอนนี้จะดูอ่อนแออย่างมาก แต่นั่นก็เป็นเพราะเขาไม่ได้รับการสั่งสอนถึงวิธีการบ่มเพาะที่เหมาะสม หากว่ากันด้วยเรื่องของพรสวรรค์ กวาดตามองทั้งทวีปนี้คงมีไม่ถึงห้าคนที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับมัน

                จากการสำรวจของเซี่ยหยาง เขาค้นพบความลับที่ไม่ธรรมดาในร่างของซ่งไป่หลาง อย่างไรก็ตามเซี่ยหยางตัดสินใจที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับก่อน เพราะเกรงว่าการบอกกล่าวจะทำให้ซ่งไป่หลางได้ใจเกินไป เพื่อที่จะทำให้เป้าหมายเป็นจริง เซี่ยหยางจำเป็นต้องฝึกซ่งไป่หลางทั้งด้านความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ หากซ่งไป่หลางสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยจิตใจของตนเอง ย่อมเป็นผลดีต่ออนาคตของเขาอย่างมหาศาล

                เจ้าหนู พรสวรรค์ของเจ้าอาจจะไม่ได้โดดเด่นนักแต่ก็มิได้จัดว่าย่ำแย่จนเกินไป สำหรับการพัฒนาของเจ้า ข้าสามารถแนะนำเจ้าได้สองวิธี แต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จงเลือกอย่างชาญฉลาด

                ผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ ซ่งไป่หลางสอบถามอย่างกระตือรือล้น

                วิธีแรก เจ้าจะสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกินสามเดือนพลังฝึกตนของเจ้าจะพัฒนาจนถึงขั้นเจ็ดก่อกำเนิดพลัง และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่เกินหนึ่งปีย่อมบรรลุถึงขั้นเที่ยงแท้ วิธีนี้มีข้อดีคือพัฒนาการจะรวดเร็วจนไม่มีอัจฉริยะคนใดเทียบเท่า

                ดวงตาของซ่งไป่หลางเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง หากสามารถกระทำได้เช่นนั้นจริงตัวตนของเขาย่อมได้รับการยอมรับจากครอบครัว ทั้งยังเป็นไปได้ที่นิกายบัวสวรรค์จะต้อนรับเขาในฐานะศิษย์อัจฉริยะ

                ทว่าหลังจากครุ่นคิดดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความสงบเยือกเย็น เอ่ยต่อไปว่า ผู้อาวุโสโปรดชี้แนะวิธีที่สอง

                เซี่ยหยางลอบยิ้มอยู่ในใจ เขาจงใจเสนอผลประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ให้อีกฝ่าย หากซ่งไป่หลางเป็นเพียงคนโลภดั่งเช่นคนทั่วไปคงยากจะอดใจกับข้อเสนอนี้ แต่เขายังเยือกเย็นและรับฟังอีกข้อเสนอหนึ่ง ทำให้เซี่ยหยางรู้สึกยินดียิ่งนัก

                วิธีที่สองนั้นเจ้าจะพัฒนาด้วยความเร็วที่ช้ากว่าวิธีแรกอย่างมาก ทั้งยังมีการฝึกที่ยากเย็นและต้องทนทรมาน อย่างไรก็ตาม ด้วยวิธีนี้จะเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้า หลังจากฝึกแล้วด้วยระดับพลังขั้นห้าก่อกำเนิดยังสามารถเอาชนะผู้ที่อยู่ขั้นเจ็ดก่อกำเนิดได้อย่างง่ายดาย

                ซ่งไป่หลางนิ่งคิดอย่างเงียบงัน เขานึกย้อนไปถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ตอนยังเยาว์พลังของเขานั้นนับว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้เยาว์คนอื่นในตระกูล ตอนนั้นบิดามารดารวมถึงหลายๆคนในตระกูลยังคงรักและเอ็นดูเขา จนกระทั่งถึงจุดที่คนในตระกูลพบว่าเขามีพรสวรรค์ที่ด้อยค่าจนกลายเป็นความเสื่อมเสีย เขาก็ถูกทิ้งขว้างทันทีราวกับไม่เคยมีความสำคัญแม้แต่น้อย

                หลังจากมาอยู่ที่นิกายบัวสวรรค์ เขาก็ไม่ได้รับความสำคัญใดๆ ทั้งยังถูกกลั่นแกล้งอย่างอยุติธรรมเป็นประจำ แม้ว่าใจหนึ่งซ่งไป่หลางจะรู้สึกว่าต้องการได้รับความยอมรับจากผู้คน แต่อีกใจหนึ่งซ่งไป่หลางกลับรู้สึกเหยียดหยามตัวเองที่มีความคิดอ่อนแอเช่นนั้น

                ในยามที่ข้าอ่อนแอที่สุด ผู้คนรอบตัวข้ามีแต่ดูถูกและเหยียดหยาม ไม่มีผู้ใดให้ความสำคัญกับข้าเลยสักคน หากข้าเปลี่ยนแปลงไป ต่อให้ได้รับความสนใจและเอาใจใส่จากคนเหล่านั้น มันก็เป็นเพียงความเอาใจใส่จอมปลอมเท่านั้น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

                ผู้อาวุโสเซี่ย ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าขอเลือกหนทางที่สอง ข้าไม่ต้องการการยอมรับจากผู้ใด แต่ข้าต้องการที่จะแข็งแกร่งเหนือผู้ใด ข้าจะยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ด้วยกำลังของตนเอง และจะไม่ให้ความสำคัญกับผู้ที่ทอดทิ้งข้า

                บุญคุณที่บิดามารดาให้กำเนิดและชุบเลี้ยงนั้นแน่นอนว่าต้องตอบแทน สักวันข้าจะตอบแทนพวกเขาในแบบของข้าเอง อย่างไรก็ตามเป็นเพราะพวกเขาทอดทิ้งข้าอย่างยาวนาน ดังนั้นหลังจากชดใช้ต่อพวกเขา ข้าจะขอตัดขาดจากตระกูลซ่งเช่นกัน หลังจากทำลายพันธะนี้แล้วข้าจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดกับการฝึกฝนเท่านั้น

                ดีมาก เจ้าตัดสินใจได้เด็ดขาดดี หากมีจิตใจไม่มั่นคงแม้ว่าจะมีร่างกายแข็งแกร่งก็ไร้ค่า หากเจ้ารักษาความแน่วแน่นี้เอาไว้ได้ ในอนาคตเจ้าย่อมเป็นผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร เซี่ยหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี

                อาวุโสเซี่ย ในเมื่อท่านตั้งใจจะชี้แนะและช่วยเหลือข้า ข้าจะขอยึดถือท่านเป็นอาจารย์ของข้า จะได้หรือไม่

                แน่นอน ข้าย่อมยินดีให้เจ้าเป็นศิษย์ของข้า เซี่ยหยางตอบกลับ

                ซ่งไปหลางพยักหน้าถามต่อว่า เช่นนั้นศิษย์ขอเสียมารยาทถามอาจารย์ เหตุใดท่านถึงอยู่ในสภาพวิญญาณ และเหตุใดท่านถึงได้เลือกศิษย์ผู้นี้เป็นร่างสิงสถิต

                รอบคอบดีนัก เหตุที่ข้ามาอยู่ในสภาพวิญญาณเพราะร่างกายของข้าบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจฟื้นฟู และเพราะถูกไล่ล่าจากศัตรูที่แข็งแกร่ง ข้าจึงต้องส่งวิญญาณของตัวเองเดินทางข้ามมิติหลายมิติจนกระทั่งมาพบสถานที่แห่งนี้ และได้พบกับเจ้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด นี่จึงเป็นสาเหตุที่ข้าเลือกเจ้า

                ศัตรูของท่านอาจารย์?” ซ่งไปหลางขมวดคิ้วด้วยความกังวล จากที่ได้ฟังสิ่งที่เซี่ยหลางพูด เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเซี่ยหยางนั้นยากจะจินตนาการ แต่คนอย่างเซี่ยหยางก็ยังมีศัตรูที่ไล่ล่าจนต้องหลบหนีในสภาพวิญญาณเช่นนี้

                อย่าได้กังวลมากไปนัก ทั้งศัตรูของข้าและระดับของข้านั้นอยู่ในขั้นที่เจ้าไม่อาจจะจินตนาการได้ อีกทั้งศัตรูของข้าอาศัยอยู่ในมิติที่เป็นระดับสูงกว่าที่แห่งนี้มากนัก มันย่อมไม่สามารถตามรอยหาข้าได้ จุดมุ่งหมายเดียวของข้าในตอนนี้ก็คือฝึกให้เจ้าแข็งแกร่งมากพอที่จะล้างแค้นแทนข้าได้ แต่กว่าจะถึงเวลานั้นคงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าร้อยปี เจ้ายังไม่จำเป็นต้องสนใจมันในเวลานี้

                สำหรับตอนนี้ สิ่งเดียวที่เจ้าต้องให้ความสำคัญก็คือการฝึกฝน ทำให้ตัวเจ้าเองแข็งแกร่งขึ้นเร็วที่สุด ก่อนอื่นเจ้าจะต้องเริ่มทำการบ่มเพาะพลังของเจ้าให้ขึ้นไปสู่ขั้นต่อไป ด้วยระดับสามขั้นก่อเกิดพลัง ไม่สิ ด้วยระดับขั้นก่อเกิดข้าไม่สามารถถ่ายทอดหรือสอนทักษะให้เจ้าได้ อย่างน้อยเจ้าต้องขึ้นไปสู่ขั้นเที่ยงแท้ จึงจะสามารถควบคุมพลังธาตุในร่างกายรวมถึงวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำพลังของมันมาใช้

                พลังธาตุงั้นหรือท่านอาจารย์ ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายด้วยความตื่นเต้น

                สำหรับเขาแล้วพลังธาตุของผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้นั้นเป็นเพียงความใฝ่ฝันเท่านั้น หลายคนในนิกายบัวสวรรค์ติดอยู่ที่ขั้นก่อกำเนิดไม่อาจไปถึงขั้นเที่ยงแท้ได้ตลอดชีวิต มีเพียงศิษย์หลักที่โดดเด่นและผู้อาวุโสไม่กี่คนที่สามารถไปถึงขั้นเที่ยงแท้ได้

                สิบขั้นก่อกำเนิด ห้าขั้นเที่ยงแท้ ทั้งสองอย่างนี้เป็นเพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น เจ้าไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นมากเกินไปนัก เซี่ยหยางถอนหายใจ เขารู้ดีว่าระดับของทวีปนี้ต่ำเตี้ยแค่ไหน

                แค่ระดับพื้นฐานเท่านั้น ซ่งไปหลางถึงกับตกตะลึงกับคำพูดของผู้เป็นอาจารย์ เช่นนั้นหรือว่าท่านอาจารย์จะกล่าวว่าข้ายังสามารถไปสู่ระดับที่เป็นดั่งตำนานเช่นแปดขั้นเหนือมนุษย์

                ตำนานของทวีป?” เซี่ยหยางแค่นเสียงด้วยความเหยียดหยาม ช่างโง่เขลานัก แปดขั้นเหนือมนุษย์สำหรับทวีปเล็กๆนี้อาจจะยังนับได้ว่าพอมีดีอยู่บ้าง แต่ในสายตาทวีปที่สูงขึ้นไปมันเป็นเพียงระดับสามัญที่หาได้ทั่วไปเท่านั้น มิควรค่าที่จะเอ่ยว่าเป็นตำนานแต่อย่างใด

                เซี่ยหยางพ่นลมหายใจอีกครั้ง อย่าเพิ่งรับรู้มากจะดีกว่า เจ้าต้องทำเพียงแค่ฝึกฝนตัวเองให้พัฒนาเท่านั้น ก่อนอื่นเจ้าพอจะมีความรู้และวิชาติดตัวอยู่บ้างหรือไม่

                ซ่งไป่หลางรีบพยักหน้าตอบรับอย่างแข็งขัน แน่นอนท่านอาจารย์ ข้ามีวิชาเพลงหมัดตระกูลซ่งอยู่ในขั้นที่สาม และวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราของนิกายบัวสวรรค์ที่ข้าลักจำมาจากหอคัมภีร์ นอกจากนี้ยังมีวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ด้วย ทั้งสามวิชาล้วนเป็นวิชาระดับกลางทั้งสิ้น

                วิชาระดับกลางงั้นรึ เซี่ยหยางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ในสายตาของเขาย่อมไม่เห็นวิชาระดับกลางในสายตา แต่เพราะไม่อาจถ่ายทอดทักษะให้อีกฝ่ายได้จึงสั่งให้ซ่งไป่หลางร่ายวิชาออกมาให้เขาดูครั้งหนึ่ง

                ซ่งไป่หลางมีสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย นอกจากวิชาเพลงหมัดตระกูลซ่งที่เขาฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กจนบรรลุถึงขั้นที่สามแล้ว วิชาของนิกายบัวสวรรค์ล้วนแต่เป็นวิชาที่เขาลักขโมยฝึกมาจากนิกาย แม้มันจะเป็นวิชาระดับกลางแต่เขากลับแทบไม่มีความเข้าใจต่อพวกมันเลย

                แต่ด้วยความคาดหวังของเซี่ยหยาง ซ่งไป่หลางได้แต่ลองใช้ไปตามความเข้าใจของตน

                เซี่ยหยางไม่ได้คาดหวังเกี่ยวกับวิชาระดับกลางที่ซ่งไป่หลางมีมากนัก แม้ว่ามาตรฐานในทวีปนี้วิชาระดับกลางจะถือว่าค่อนข้างดี แต่ก็ยังถือว่าต่ำมากในสายตาของเขา

                วิชาเพลงหมัดตระกูลซ่งนั้นแทบจะไร้ค่าอย่างแท้จริง ตัววิชาหมัดอาจจะนับได้ว่ารุนแรงอยู่บ้างเมื่อเทียบกับวิชาระดับเดียวกันแต่กลับเป็นวิชาที่เถรตรงและไร้การพลิกแพลงโดยสิ้นเชิง หากใช้กับผู้ที่มีฝีมืออยู่บ้างย่อมกลายเป็นวิชาไร้ค่า

                ทว่าเมื่อเห็นสองวิชาของนิกายบัวสวรรค์ที่ซ่งไป่หลางร่ายรำออกมาอย่างมั่วซั่ว ดวงตาของเซี่ยหยางกลับทอประกายราวกับได้พบเจออะไรบางอย่างที่น่ายินดี

                นึกไม่ถึงวิชาระดับกลางสองวิชาที่เจ้าหนูนี่ขโมยมาจากนิกายนั่นจะเป็นฉบับตัดทอนของวิชาขั้นสวรรค์ ถึงจะไม่อาจนับได้ว่าดีกว่าวิชาของเราแต่สำหรับเจ้าหนูนี่ให้ฝึกวิชานี้ไปก่อนก็นับได้ว่าไม่เลวเหมือนกัน

                ระดับของวิชานั้นแบ่งออกเป็น ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นลึกลับ ขั้นมหัศจรรย์ ขั้นปฐพี ขั้นสวรรค์ ขั้นบรรพกาล ขั้นจักรวาล และขั้นไร้ตัวตน สำหรับทวีปเล็กๆแห่งนี้แล้วเพียงวิชาขั้นลึกลับก็นับได้ว่าแข็งแกร่งมากแล้ว แต่วิชาจากนิกายบัวสวรรค์กลับเป็นถึงวิชาที่ถูกตัดทอนมาจากเสี้ยวหนึ่งของวิชาขั้นสวรรค์

                เจ้าหนู ลองแสดงวิชาทั้งสองของนิกายบัวสวรรค์ออกมาอีกรอบหนึ่ง ข้าจะชี้แนะเจ้าเอง ด้วยประสบการณ์ของเซี่ยหยาง แม้จะไม่ได้รู้ถึงเคล็ดวิชาที่แท้จริงของทั้งสองวิชาแต่เซี่ยหยางย่อมสามารถชี้แนะวิชานี้ได้ในระดับที่แม้แต่นิกายบัวสวรรค์ก็ไม่มีทางฝันถึง ต่อให้ท้ายที่สุดวิชาทั้งสองจะไม่สามารถสำแดงพลังได้ถึงระดับดั้งเดิมของมัน แต่เซี่ยหยางมั่นใจว่าอย่างน้อยมันก็ต้องให้ผลไม่ด้อยกว่าวิชาระดับขั้นมหัศจรรย์ หรือหากโชคดีพออาจไปถึงขั้นปฐพีเลยก็เป็นได้

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 795 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #280 BAG BOY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 15:52
    เปิดเรื่องได้น่าสนใจดีค่ะ ดูแปลกกว่าเรื่องอื่นนิดหน่อย ภาษาที่ใช้ก็ดีเลยค่ะ รวมๆถือว่าน่าติดตามมากๆเลยค่ะ
    #280
    0
  2. #130 0897375544 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 11:26
    ดูสมเหตุสมผลดี ไม่ใช่มาเทพมาเลย ต้องค่อยฝึก
    #130
    0
  3. #62 198851988 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 20:38
    สนุกจังคับ

    อย่าทิ้งนิยายที่ลงในเด็กดีนะคับ

    ขอร้อง
    #62
    0
  4. #10 Parichat1009 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 18:55
    ฮาเร็มป่ะคะ
    #10
    0
  5. #6 Itme501 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 08:13

    อธิบายเรื่องที่มาของอาจารย์ได้ค่องข้างดีเลย ตอนแรกนึกว่าจะกลับมาเกิดใหม่อีก แต่แบบนี้ดูโอเคกว่าอีก

    ส่วนใหญ่แนวนี้ชอบแบบ ตายแล้วไปโผล่ในอีกร่างที่โครตกาก แบบไม่ค่อยมีสาเหตุเท่าไร และนิสัยบางครั้งก็ไม่ค่อยจะเหมื่อนผู้อาวุโส เหมื่อนเด็กกำลังเห่อซะมากกว่า

    ชอบเรื่องนี้ครับ
    #6
    0