Magic's World ภาค คําสาปของเจ้าหญิงเงือก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 64 Views

  • 1 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12

    Overall
    64

ตอนที่ 1 : Chapter 1 ครอบครัวโรซิเออร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

Chapter 1 ครอบครัวโรซิเออร์


........................................................................................................................................




แคลล์ โรซิเออร์ คือบุตรสาวคนโตของตระกูลดยุคผู้สูงศักดิ์ แห่งอาณาจักรอาเดน หนึ่งในสี่อาณาจักรใหญ่  ภายนอกเธอดูเพียบพร้อม แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อเธออายุได้7ขวบ กลับไม่สามารถตรวจจับพลังเวทย์ในตัวได้ เรียกง่ายๆคือเธอไร้เวทย์มนต์ เป็นเสมือนเศษยะซะอย่างนั้น ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน ว่าลูกหลานตระกูลโรซิเออร์มีใครเกิดมาไร้พลังเวทย์ เธอจึงถูกเหยียดหยามของผู้คน..


"ชิ..พลังเวทย์ยังไม่กลับมาอีกเหรอ"เด็กหญิงตัวน้อยสบดออกมาอย่างคนไม่พอใจ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องแขนเล็กของตนเขม็งก่อนพ้นลมหายใจออกทางปาก แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเช้า


เธอคือ 'แคลล์ โรซิเออร์' สาวน้อยผู้มีเปรียบดั่งเศษขยะนั้นเอง 


1เดือนแล้วที่เธอมาอยู่ที่นี้  ทั้งที่ความจริงเธอไม่ใช่เด็กน้อยอายุ7ขวบ แต่โตจนอายุ127ปีไปแล้ว ในสายตามนุษย์อาจดูแก่ แต่ในสายตาของเผ่าพันธุ์อื่นยังถอได้ว่าอายุน้อยไปด้วยซํ้า  เทียบได้กับ16ปีของมนุษย์เท่านั้น


โลกแห่งนี้มีเผ่าพันธ์ร่วมกันอยู่สี่เผ่าพันธ์คือ มนุษย์ เงือก อสูร ภูติ     มนุษนนั้นโลภมากและอายุแสนสั้นเมื่อเทียบกับอีกสามเผ่าพันธ์          เงือก..คือเผ่าอาศัยอยู่เพียงใต้นํ้า ทว่ามีอายุที่ยืนยาว ว่ากันว่าเลือดของเงือกคือยารักษาชั้นยอดที่สุดแล้ว     อสูร..คือเผ่าพันธุ์ที่ถูกจัดว่าโหดร้าย มักทําร้ายผู้คนและมีใบหน้าที่อัปลักษณ์ ในสายตาของมนุษย์     ส่วนภูติ..คือเผ่าที่อ่อนแอ ตัวเล็ก แต่กลับมีอิสระมากที่สุด พวกเขามันค้นหาประวัติศาสตร์ในอดีตกาลอยู่เสมอ จึงจัดได้ว่ามีความรู้มากสุด


ทั้งสี่เผ่าพันธุ์ใช่ว่าจะเป็นมิตรกัน ไม่ได้ไปหาชิดเชื้อกัน ต่างเผ่าก็ต่างอยู่คนละโลกเลยซะด้วยซํ้า  แต่ก็ไม่ได้เป็นศัตรูเช่นกัน ต่างฝ่ายก็ต่างอยู่อย่างสงบ จะมีก็แต่เผ่ามนุษย์ที่ฉายแววโลภมาก อยากได้อยากมีสิ่งที่อีกสามเผ่าพันธุ์มี


แคลล์ โรซิเออร์ แท้จริงแล้วเด็กสาวคนนี้ควรตายไปแล้ว วิญญาณที่ถูกดึงออกจากของเธอจึงจําต้องมาแทนที่ จนกว่าจะกลับเข้าร่างเดิมได้เธอต้องทน!


ยังไงซะชื่อเล่นเธอเองก็คือ'แคลล์'เช่นกัน เพียงแต่ไม่ใช่แคลล์เฉยๆ แต่เป็น'เมอร์รีลแคลล์'  และอีกสิ่งที่เหมือนของพวกเธอคือดวงตา มันเป็นดวงตาสีทองเป็นประกายคู่นี้


และเธอไม่ได้เป็นเศษขยะ เธอไม่ได้ไร้พลัง แต่พลังทั้งหมดของเธอถูกดูดไปหมดแล้วต่างหาก!  ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่ทั้งแต่เด็กพลังและร่างกายเธอก็ต่อต้านและมีอาการปวดหัวขั้นรุนแรงเมื่อบนมาสู่ผิวนํ้า  เธออาศัยอยู่บนบกไม่ได้ อยู่ได้เพียงใดต้นํ้า  ใช่ เธอคือเงือก และเป็นถึงเจ้าหญิงเงือกแห่งมหาสมุทรทั้งหมด


ท่านแม่เฒ่าอาวุโสตนหนึ่งเคยทํานายไว้ว่าเธอต้องคําสาป เป็นคําสาปจากอดีตกาลเมื่อแสนเนิดนานมาแล้ว เป็นคําสาปร้ายที่ติดตรึงไปถึงดวงวิญญาณของเธอ และเป็นเธอในอดีตกาลที่สาปไว้ด้วยตัวเอง 


เมอร์รีนแคลล์ฟังแล้วดูไร้สาระ  คําสาปที่ติดตรึงไปถึงวิญญาณงั้นเหรอ..หากเธอเชื่อคงบ้าแล้ว จะดูยังไงอาการของเธอก็แค่แพ้อาการของมนุษย์ชัดๆ


ตอนนี้สิ่งที่เธอทําได้ก็มีเพียงรอ รอเวลาที่พลังจะค่อยๆกลับคืนมา ถึงเวลานั้นเธอจะไปจากที่นี่แน่


"คุณหนูแคลล์เจ้าคะ ท่านดยุคเรียกหาเจ้าค่ะ เชิญคุณหนูห้องรับแขกด้วย"เมดสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แคลล์มองหน้าหล่อนด้วยแววตาไร้อารมณ์ เสแสร้งชัดๆ จะดูยังไงก็เสแสร้ง รอยยิ้มนั้นก็จอมปลอม หึ..พอรู้ว่าเธอไร้พลังก็เป็นกันหมด จากที่เคยเอ็นดูกลับเปลื่อนไป  มนุษย์ชั่งน่ารังเกียจเหลือเกิน ไม่เคยเลยที่เธอจะไปสนิทชิดเชื้อได้ รังแต่จะเกลียดยิ่งกว่าเดิมมากกว่า


พลึบ


ร่างเล็กของคุณหนูตัวน้อยเดินผ่านร่างเมดสาวไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซํ้า ทําราวกับหล่อนเป็นเพียงอากานธาตุ 


เมดสาวตัวสั่นระริกอย่างคนอดกลั้น แววตาไม่พอใจมองร่างเด็กสาวที่เดินจากไป


"ชิ! ยัยคุณหนูเศษขยะ! คิดว่าตัวเองสูงส่งนักหรือไงกัน!"




.

.

.

.


แคลล์เดินมาถึงห้องรับแขกแล้ว เธอเห็นเหล่าพี่น้องของร่างนี้นั่งสงนเรียงกัน ท่านพ่อกับท่านแม่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเหล่าลูก โดยมีเด็กหญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งนั่งแซรกกลาง แคลล์รู้ทันทีว่าเธอมาสายแล้ว แม้จะรังเกียจมนุษย์แต่ก็ไม่อาจทํากิริยาแย่ๆให้คนพวกนี้สงสัยได้ เธอจึงแสร้งยิ้มเศร้าออกมา


"แคลล์มาสายแล้ว ขอโทษที่ทําให้ท่านพ่อกับท่านแม่รอนานค่ะ"


ดัชเชสแห่งโรซิเออร์เพียงเหลือบตามองเธอแล้วหันหน้าไปอีกทาง ทําราวกับเธอเป็นเพียงสิ่งไร้ค้า แต่อย่างเธอหรือจะสน เธอเดินตรงมานั่งข้างๆพี่ชายคนโตที่ว่างเว้นอยู่ 


'ลีสเต้ โรซิเออร์' เขาคือบุตรชายคนโต เป็นเด็กหนุ่มอายุ10ขวบผู้ครองพลังสายฟ้า พลังโจมตีที่แข็งแกร่ง แต่กลับมีนิสัยเอื่อยเฉื่อย ดูเป็นคนไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี และข้างๆกันคือ 'ลูเซีย โรซิเออร์' ลูกคนรอง เธอเป็นเด็กสาวอายุ8ขวบ เป็นผู้ถือครองพลังมิติมายา  มันคือเวทย์มืด ไม่ดีเท่าไหร่สําหรับคนทั่วไป  และคนสุดท้าย 'ลูน่า โรซิเออร์' แฝดคนน้องของลูเซีย เธอคือผู้ครอบครองพลังธาตุดิน แต่พลังตํ่ามาก มากจนใช้มันออกมายังไม่ได้  เพราะแบบนี้ผู้คนจึงนินทา ว่าทายาทแห่งใดยุคโรซิเออร์รุ่นนี้ต่างไม่เอาไหน  คนหนึ่งมีพลังที่แข็งแกร่งกลับไม่ยอมพัฒนา คนหนึ่งก็มีพลังของธาตุมืดของอสูร คนหนึ่งก็มีเพียงธาตุธรรมดาๆธาตุหนึ่ง ซํ้ายังใช้มันไม่ได้ และคนสุดท้องกลับไร้พลัง เป็นที่ขับขันจนถึงที่สุด


"ในเมื่อพวกเธอมากันครบแล้วฉันในฐานะดยุคของบ้านจะพูดเลยละกัน" พวกเธอ? ดยุคของบ้าน?  ดูฟังเข้าสิ มันใช่คําที่คนเป็นพ่อควรพูดกับลูกซะที่ไหนกัน


ฟังดูก็รู้ว่าไม่พอใจกับพวกลูกๆตรงหน้าเลย มากสุดคงไม่เห็นเป็นลูกด้วยซํ้า ในความเป็นจริงเมื่อได้ยินคําพูดแบบนั้นเด็กๆก็ควรจะเสียใจมากแน่  แต่จากที่แคลล์สังเกตุดูเหมือนจะไม่ใช่ ลีสเต้ยังตีสีหน้าเบื่อหน่าย ลูเซียก็นั่งตีหน้าเย็นชา ส่วนลูน่ายิ้มแย้มร่าเริงราวเป็นเรื่องสนุกขับขัน ส่วนแคลล์..มีอะไรให้เศร้าเล่า!


ดูก็รู้ว่าบรรดาลูกๆเองก็ไม่ได้รักใยดีพ่อตัวเองเลย น่าตบมือให้กันเหลือเกิน


'ดยุค ลูเซียส โรซิเออร์' ลุกขึ้นยืน ตามด้วย 'ดัชเชส ออโรร่า โรซิเออร์' ที่ลุกตาม พวกเขาล้มไปมองเด็กหญิงหน้าตาน่ารักให้ลุกตามและเอ่ยแนะนําตัวด้วยนํ้าเสียงที่เต็มไปด้วยอํานาจ


"นี่คือ 'ฮาโมนี่' เธอคือเด็ก'ธาตุแสง' ต่อจากนี้ไปเธอเป็นน้องสาวและมีฐานะเท่ากับพวกเธอทุกคน  อย่าได้คิดร้ายต่อฮาโมนี่เด็ดขาด"


โห.. สุดยอด ยกยอแม่น้องนอกไส้เหลือเกิน แล้วยังมา'เตือน'พวกเธอห้ามทําร้ายแม่เด็กหญิงคนนั้นอีก  หลงธาตุแสงกันมากสิท่า


"คําตอบล่ะ"ดยุคลูเซียสถามเสียงเข้ม กวาดสายตามองลูกๆทุกคนอย่างกดดัน แต่ก็เช่นเคย ไม่มีใครมีท่าทีกดดันกันเลย      แปลกไปหรือเปล่า..


เด็กน้อยทั้งสี่พยักหน้าเรียงรายคน เริ่มจากพี่คนโตจนถึงคนเล็ก  ดัชเชสออโรร่าชักสีหน้าไม่พอใจ แล้วเปิดปาก


"อะไรกัน ทําไมไม่เปิดปาก มารยาทนะมีกันบ้างไหม หรือที่เรียนๆกันมาไม่เข้าสมองพวกเธอเลย"


"ไม่เป็นไรค่ะท่านแม่ พวกท่านพี่อาจแค่ยังไม่คุ้นเคยกับลูก"ฮาโมนี่กล่าวแทนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วเดินมาข้างหน้าว่าที่พี่ไปของเธอ ก่อนจะส่งยิ้มทักทาย  "จากนี้ไปฮาโมนี่ของฝากตัวด้วยนะคะ^^ ท่านพี่ "


"--°--"  ลีสเต้


ตึก..


นั้นไง ลูเซียเดินออกไปก่อนคนแรกเลย ฮาโมนี่คงไม่ได้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย


ฮาโมนี่ที่ถูกเมินก็ยิ้มค้าง แต่ต่อมาก็เปลื่อนเป็นยิ้มแย้มต่อ 


"โอ๊ะ ลูน่าพึ่งจําได้ว่ามีนัดเรียนกับอาจารย์ฟิวล์ ขอตัวนะคะ" ลูน่าวิ่งยิ้มแย้มออกมา ท่าทางสุขใจสุดๆ


แคลล์เกิดความคิดขึ้นมาได้ ขนาดพี่สาวทั้งสองคนยังเดินหนี แล้วเธอจะอยู่ไปทําไม ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆซะหน่อย 


"ขอตัวค่ะ / ถ้าธุระมีแค่นี้ผมไปล่ะ" แคลล์และลีสเต้แทบจะกล่าวขึ้นพร้อมกัน แต่เป็นแคลล์ที่เร็วกว่า เธอฉิ่งหนีด้วยฝีท้าวที่เร็วกว่ามา ตามหลังได้ยินเสียงกัดฟัดกรอดและตะโกนด่าทอมาอย่างเดือดดาลด้วย


"ไร้มารยาทผู้ดี! พวกเธอเป็นสามัญชนกันหรือไง!"




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Double Bqoues (@bimmii02) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:56
    น่าสนุก น่าสนใจ ติดตามจ้าา
    #1
    0