H O P E N O T ❀ #อย่าลืมHH (HunHan)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    13 พ.ค. 62








บทนำ

 

 

 

 

 

 

          “เก็บของเสร็จหมดแล้วหรอ?” 

          น้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับใบหน้ามึนตึงของหญิงสาวเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อผู้เป็นสามีกำลังเดินถือกระเป๋าลากใบโตลงมาจากชั้นสองของบ้าน

          ร่างเล็กยกมือขึ้นกอดอก นั่งเหยียดหลังตรงก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยท่าทีอันแสนเย่อหยิ่ง  เซฮุนลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขาหวังแค่ว่าจะเดินเข้ามาล่ำลาเธอเสียหน่อยแต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ลู่หานคงอาจจะไม่ค่อยอยากเห็นหน้าเขาสักเท่าไหร่

          วันนี้เป็นวันแรกที่โอเซฮุนตกลงกับภรรยาไว้ว่าเราสองคนจะลองแยกกันอยู่เป็นระยะเวลาประมาณสามเดือนหลังจากที่ชีวิตคู่หลังแต่งงานเริ่มมีปัญหาระหองระแหงกันมาได้สักพัก

         สมัยก่อนเซฮุนเป็นนักศึกษา เขาเรียนกฏหมายอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ตามความฝันของพ่อแม่ประกอบกับช่วงนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบวิชาหรือว่าอาชีพอะไรมากเป็นพิเศษ เรียนกฏหมายไปก็ไม่เสียหายอะไรนักแถมยังมีงานดีๆรอให้ทำอยู่อีกเยอะแยะ แม้จะต้องใช้ความจำแล้วก็ออกจะเครียดๆช่วงสอบหน่อย แต่นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขา   

          หลายคนเคยบอกว่าเซฮุนน่ะเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีแถมฐานะครอบครัวทางบ้านยังจัดได้ว่าอยู่ในระดับพวกลูกคนมีจะกินจึงทำให้มีสาวๆสวยๆต่างเข้ามารุมล้อมมากมายไม่เว้นวัน ไม่ว่าจะปลื้มจากใจจริงๆ หรือเพียงเข้ามาเพราะแสวงหาผลประโยชน์ แต่เซฮุนในตอนนั้นกลับไม่ได้มีท่าทีสนใจพวกหล่อนจนออกหน้าออกตาเท่าไหร่นักนอกจากคุยเล่นๆเพื่อเพิ่มสีสันให้ชีวิต เพราะวันๆเอาแต่นั่งขลุกอยู่กับเล่มประมวลจนอีกสักพักจะแต่งงานกันได้อยู่แล้ว  มันก็จริงที่ว่าเขาเป็นคนตั้งใจเรียน ทำอะไรก็สุดทุกอย่างมีความมุ่งมั่นไม่แพ้ใคร  หมายถึงเรื่องเที่ยวกับเรื่องดื่มเองก็เช่นกัน  เซฮุนในวัยหนุ่มเขาชอบพบปะสังสรรค์กับเพื่อนยิ่งกว่าอะไรดีโดยเฉพาะร้านเหล้าแถวมหาวิทยาลัยในคืนวันศุกร์  แต่ทว่าพอช่วงใกล้จะสอบ ไม่ว่าเพื่อนๆคนไหนก็จะไม่สามารถติดต่อโอเซฮุนผู้นี้ได้อีกเลยราวกับหายสาบสูญออกไปจากนอกโลก

           ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไปกับพวกเพื่อนๆหรอก ทว่าเซฮุนก็แค่อยากให้คะแนนสอบของตัวเองมันออกมาดีเลยค่อนข้างตั้งใจมากๆกับการอ่านหนังสือในแต่ละครั้ง ซึ่งหลายคนอาจไม่ค่อยอยากเชื่อแต่เห็นแบบนี้เขาเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับชีวิตอยู่พอตัว อีกอย่างทุกคนก็รู้ว่าคณะนี้น่ะต้องใช้ความจำมากขนาดไหน แล้วที่สำคัญก็ต้องเป๊ะตรงตามหนังสือทุกอย่างด้วย

          บางทีมีโจทย์มาให้แค่สามบรรทัด แต่เขาต้องเขียนคำตอบไปถึงเจ็ดหน้า แล้วทุกๆหน้าก็ต้องมีคีย์เวิร์ดซ่อนอยู่ตามที่อาจารย์กำหนดด้วยถึงจะได้คะแนน

          ถึงการสอบจะกดดัน แต่มันก็สนุกเพราะเซฮุนได้สู้กับความท้าทายของตัวเอง  เมื่อฤดูกาลสอบผ่านพ้นไปเขาจึงโทรนัดเหล่าเพื่อนๆให้ออกมาปาร์ตี้สังสรรค์กันที่ร้านเหล้าประจำกันเหมือนเดิม จำได้เลยว่าวันนั้นสนุกสุดๆเพราะเรียนอีกแค่ปีเดียวก็จบแล้วสำหรับนักศึกษาปีสามแห่งม.ดัง  แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าวันนั้นจะเป็นเหมือนโชะตาลิขิตที่ทำให้เขาได้พบกับเสี่ยวลู่หานเป็นครั้งแรก  หญิงสาวลูกครึ่งจีนผู้มีใบหน้าสะสวยกำลังโยกตัวไปตามเสียงเพลงท่ามกลางผู้คนและแสงสี

          เซฮุนสาบานได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเจอใครที่ทำให้ตนหยุดมองราวกับต้องมนต์ได้ขนาดนี้มาก่อน 

          ถ้าเรียกว่ารักแรกพบ จะดูเวอร์ไปหรือเปล่านะ?

          เด็กหนุ่มลงมือใช้เล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราวของตนในตอนนั้นเริ่มรุกลู่หานเป็นครั้งแรก แต่เหมือนเธอจะไม่ค่อยอยากเล่นกับเขาเท่าไหร่นัก เอาเป็นว่าชายหนุ่มเลยต้องยอมถอยออกมาอีกก้าว  แต่พอเช้าวันต่อมาเขากลับเอาแต่เดินหน้าสืบเรื่องจนได้รู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน ก่อนจะได้คำตอบว่าลู่หานเป็นนักศึกษาปีหนึ่งจากคณะอักษรศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขา  ซึ่งเราอายุห่างกันเพียงสามปี

          เซฮุนเริ่มต้นจีบลู่หานตั้งแต่นั้นมาโดยตลอด จนเธอยอมใจอ่อนและตกลงปลงใจกับเขา  ความรักของเราแพร่สะพัดออกไปจนกลายเป็นคู่ที่น่าจับตามองที่สุดในมหาลัย ซึ่งเซฮุนเองก็ค่อนข้างเป็นห่วงความรู้สึกของลู่หานนิดหน่อยเพราะกลัวเธอจะอึดอัด  จากคนที่เคยสุดเหวี่ยงตลอดกับปาร์ตี้กลับกลายเด็กหนุ่มที่เริ่มเที่ยวน้อยลง ส่วนบุหรี่ก็หันมาสูบแค่เฉพาะตอนที่เครียดจริงๆตามที่ลู่หานเคยขอเอาไว้ 

         ความรักในตอนนั้นมันทำให้คนทั้งคู่มีความสุขมากจนกลายเป็นสิ่งที่น่าอิจฉาของใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้ แม้บางครั้งลู่หานอาจจะยังติดภาพว่าเขาเป็นผู้ชายชอบเที่ยวอยู่บ้างก็ตาม  เมื่อสถานะแฟนเริ่มเข้าปีที่สามในขณะนั้นเซฮุนกำลังเข้าศึกษาในระดับเนติบัณฑิต การเรียนทุกอย่างไม่ค่อยเหมือนเดิมเพราะอาจารย์คงไม่มีการมานั่งปรับพื้นฐานความรู้กันใหม่ เขาค่อนข้างเครียดเอาแต่เรียนจนไม่มีเวลาให้แฟนเลยด้วยซ้ำ แต่ลู่หานก็เข้าใจ เธอเป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่เสมอและไม่มีการงี่เง่าใดๆทั้งสิ้น  

          เซฮุนพยายามกับการเรียนในครั้งนี้เป็นอย่างมากจนสามรถจบเนติบัณฑิตมาได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่สองปี แต่กว่าจะได้เป็นอัยการทีก็แทบลากเลือด เพราะไหนจะต้องสอบใบอนุญาติทนายความให้ผ่านพร้อมกับเก็บอายุงานให้ครบอีกสองปี  ส่วนลู่หานเองหลังจากที่เจ้าตัวเรียนจบออกมา เธอก็สมัครเข้าเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในโซลได้

         เซฮุนเริ่มมีความคิดที่ว่าอยากจะแต่งงาน แม้มันอาจจะดูเร็วไปเพราะพึ่งเรียนจบออกมาหมาดๆกันทั้งคู่ ทางญาติผู้ใหญ่เลยแนะนำว่าให้พวกเขาสร้างเนื้อสร้างตัวกันก่อน  ต่อมาเซฮุนจึงสอบเป็นอัยการผู้ช่วย และเมื่ออบรมจนผ่าน หลังจากนั้นไม่นานเขาจึงได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นอัยการเต็มตัวอย่างที่ตนเองและครอบครัวสมใจหวัง  

          พ่อกับแม่ของเซฮุนตกลงกันแล้วว่าจะไปคุยเรื่องงานแต่งกับฝ่ายลู่หานให้เพราะเห็นว่าทั้งคู่เองก็คบหาดูใจกันมานาน แถมต่างฝ่ายยังมีการมีงานทำกันจนเป็นหลังเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว และดูเหมือนทางญาติผู้ใหญ่เองก็คงจะเห็นสมควรกันอยู่ไม่น้อย  เราทั้งสองจึงได้แต่งงานกันในปีถัดมา

          ลู่หานวัยยี่สิบแปดปีได้ให้กำเนิดลูกคนแรกเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาจิ้มลิ่ม แกเป็นขวัญใจของทุกๆคนภายในบ้านรวมถึงเขาและเธอเองก็ด้วย  ทุกอย่างในช่วงแรกอะไรๆก็ดูลงตัวไปเสียหมด ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้  อัยการหนุ่มให้ภรรยาลาออกจากบริษัทเอกชนแห่งนั้น  ส่วนตัวเองก็จะคอยทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัวตามค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในเกาหลี เซฮุนคิดว่าชีวิตคู่ของพวกเขาคงไม่มีอะไรที่น่าอิจฉาไปมากกว่านี้อีกแล้ว เขารักภรรยากับลูกมากและลู่หานเองก็เช่นกัน 

          แต่เมื่อชีวิตคู่เริ่มเข้าสู่ปีที่สามหลังแต่งงาน จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ก็เริ่มเข้ามาเยี่ยมเยือน อีกไม่กี่ปีจีฮุนก็ต้องเข้าโรงเรียน เซฮุนเลยค่อนข้างทำงานหนัก วันหยุดทั้งทีแทนที่จะได้พัก  กลับต้องเอาเวลามานั่งให้คำปรึกษาเรื่องคดีความกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง  เขากลายเป็นคนบ้างานจนแทบไม่มีเวลาว่างให้ครอบครัว ทุกอย่างรอบตัวดูเคร่งเครียดไปหมดจนเผลอละเลยบางอย่างไป หลายครั้งที่ชายหนุ่มออกปากปฏิเสธความหวังดีของภรรยาร่างเล็กโดยไม่สนใจความรู้สึกของเธอ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะรักภรรยาของตนน้อยลงเสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เซฮุนก็แค่ต้องการเวลาส่วนตัว  เขารู้ว่าลู่หานเองก็ยังปรับตัวไม่ได้ จนบางทีมันอาจจะทำให้เธอคิดมากไปว่าสามีคงจะรำคาญ  และเซฮุนก็ไม่เคยที่จะอธิบายเรื่องนี้ให้เธอฟังเลย  เพราะเขาคิดไปเองว่าภรรยาคงจะเข้าใจ

          เซฮุนทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ  จนกิจกรรมเข้าจังหวะของเราแทบจะเป็นศูนย์  กลับบ้านมาทีก็เอาแต่บ่นว่าเหนื่อยอยู่ตลอด พอหัวถึงหมอนเมื่อไหร่เป็นต้องหลับจนลืมโลก  ไม่มีการหยอดคำหวานหรือแม้กระทั่งการจูบฝันดีเหมือนกับเมื่อก่อน  การกระทำนั้นของสามีทำทำให้ลู่หานเริ่มเป็นกังวล เธอคิดมากกลัวว่าเขาจะเบื่อหรือไม่ หากร้ายแรงก็อาจจะกำลังมีใครที่ซ่อนอยู่  ลู่หานรู้ว่ามันไม่ดีที่เธอไม่ยอมเชื่อใจสามีของตัวเอง แต่ว่า มันอดคิดไม่ได้จริงๆเพราะจากท่าทีและอะไรอีกหลายๆอย่าง

           เราเริ่มทะเลาะกันรุนแรงเป็นครั้งแรกเพราะลู่หานเอาแต่ระแวงอยู่ตลอด ประกอบกับวาจาโผงผางของผู้เป็นสามีที่ให้ทายว่ามันคงติดเป็นนิสัยมาจากการทำงานที่เวลาเจ้าตัวจะต้องขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีฟ้องเอาผิดจำเลย  

          พวกเรามึนตึงใส่กันแบบนี้อยู่เป็นวันๆแต่สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันใหม่  และทุกอย่างหลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อเซฮุนปฏิบัติตัวดีจนทำให้เธอรู้สึกไว้ใจ

          แต่ทว่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมันยังไม่จบอยู่เพียงเท่านั้นเมื่อเพื่อนของเซฮุนที่พึ่งกลับมาจากต่างประเทศได้เอ่ยปากรวมแก๊งค์กันอีกครั้งตามประสาผู้ชายวัยกลัดมัน  พวกเขานัดกันไปดื่มสังสรรค์ที่ผับเดิม แต่กว่าจะได้ไปก็แทบลากเลือดเพราะลู่หานดูท่าจะไม่ยอมแต่สุดท้ายชายหนุ่มก็หาวิธีออกมาจนได้    เซฮุนถูกเพื่อนๆยุให้ดื่มของมึนเมาจนสติแทบสิ้น ทิ้งภาพลักษณ์อัยการหนุ่มผู้น่านับถือกลายเป็นพวกเสเพลหนีเมียมาเที่ยวตามผับตามบาร์ พอกลับบ้านมาก็ลำบากลู่หานต้องคอยเช็ดล้างทำความสะอาดตัวให้ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าภรรยาของเขาจะตาดีจนเจอเข้ากับอะไรบางอย่าง

          รอยช้ำที่คอแดงเป็นจ้ำๆ ลู่หานไม่ใช่เด็กใสๆวัยแรกแย้มที่จะไม่รู้ว่ามันคือรอยอะไร แล้วถ้าหากสามีตัวดีบอกว่าถูกยุงกัดก็คงจะหน้าด้านเกินไปมาก แล้วไหนจะรอยลิปสติกของผู้หญิงตรงแผงอกชูเด่นหราเสียขนาดนั้นมันทำให้เธอถึงกับปรี๊ดแตก  เราสองคนทะเลาะกันใหญ่โตจนเสียน้ำตาไปตั้งไม่รู้เท่าไหร่  เหตุการครั้งนั้นมันทำให้หญิงสาวเริ่มระแวงสามีตัวเองมากขึ้น  เธอกลายเป็นพวกรักแรงหึงแรงจนดูไม่ใช่ลู่หานที่เขารู้จักอีกต่อไป

          จากภรรยาผู้เป็นดั่งโลกอันแสนสดใส ทว่าตอนนี้เธอกลายเป็นคนคิดมากจนเกือบวิตกจริต  ความหน้าตาดีของสามีที่เนื้อหอมมาแต่ไหนแต่ไรมักจะทำให้มีผู้หญิงต่างจ้องกันตาเป็นมันในขณะที่ครอบครัวกำลังออกไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง 

          และเราสองคนก็มักจะทะเลาะกันด้วยเรื่องกระจุกระจิกต่างๆอีกมากมาย  และฝ่ายที่เริ่มง้อก่อนสุดท้ายแล้วก้คงไม่พ้นเซฮุนอีกอยู่ดี จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาคิดได้ว่าเรื่องพวกนี้มันชักจะเกิดขึ้นบ่อยเกินไปแล้ว ชายหนุ่มเลยตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะดัดนิสัยภรรยาโดยการไม่ง้อและขอโทษก่อนเด็ดขาดหากตัวเองไม่ได้ผิด

           แต่ดูเหมือนว่าการกระทำเช่นนี้จะให้ชีวิตคู่ของเราเริ่มแย่ลงยิ่งขึ้น  เพราะลู่หานทั้งโกรธและไม่คุยกับเขาอยู่เป็นวันๆ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นบ่อยมาก อย่างน้อยๆหนึ่งสัปดาห์จะต้องมีสักสามวันที่เราแทบไม่คุยกันเลย

           พอชีวิตหลังแต่งงานเข้าปีที่ห้า เหตุการณ์ต่างๆก็เริ่มหนักขึ้น มันทำให้เซฮุนไม่อยากกลับบ้าน จนบางครั้งก็คิดว่าไม่อยากเจอภรรยาของตนอีกต่อไปแล้ว แต่เขาก็ทิ้งลู่หานไปไม่ได้เพราะเซฮุนรักเธอกับลูก เขาไม่ต้องการให้ครอบครัวของเราร้าวฉาน และ โอ จีฮุนจะต้องไม่กลายเป็นเด็กมีปัญหา

           เราพยายามประคับประคองกันมาโดยตลอด...พยายามจะเป็นครอบครัวที่เพอร์เฟกต์เหมือนดั่งเมื่อก่อน

          แต่สุดท้ายมันก็เหมือนไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...

          ทุกอย่างมันเป็นแค่เปลือก

          เซฮุนรู้สึกท้อแท้จนสมองตื้อ

          เขาแบกภาระมากมายทั้งเรื่องงาน ค่าใช้จ่าย และคนที่บ้าน

          เซฮุนไม่คิดว่าวันหนึ่งความกดดันต่างๆมันจะบีบให้เขาต้องระเห็จตัวหนีออกมานอนอยู่คอนโดเก่าในยามที่เราทั้งคู่ทะเลาะกัน ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าเรื่องพวกนั้นมันเกิดขึ้นแทบจะทุกๆวันจนทำให้เขาไม่ค่อยอยากเฉียดกายกลับไปที่บ้านสักเท่าไหร่ 

          ฟังดูแย่ใช่ไหมล่ะ?

          เขากลายเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยกลับบ้านอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น ทว่าความป็นจริงเซฮุนไม่ได้ตั้งให้มันออกมาเป็นแบบนี้เลย เพียงแต่เขาก็แค่เหนื่อยและสิ้นหวังว่าทำไมตัวเองจะต้องพยายามอยู่เพียงฝ่ายเดียว จนเมื่อประมาณเกือบๆสามอาทิตย์ก่อนในระหว่างที่กำลังนอนอยู่บนเตียงภายในคอนโดอันเงียบเชียบ  อัยการหนุ่งจึงมีเวลาให้ทบทวนอยู่กับตัวเองมากขึ้น มันเกิดคำถามมากมายอยู่ภายในหัวของเขาก่อนจะได้ข้อสรุปทั้งหมดว่า

          ในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข เราจะอยู่ด้วยกันไปทำไม?

          กว่าหลายครั้งที่ต้องแสร้งทำเป็นหัวเราะและยิ้มให้กันเวลาอยู่ต่อหน้าลูกหรือว่าคนอื่นๆ พวกเขาน่ะมีความสุขจริงๆเหรอ กับความสัมพันธ์ที่คงไม่มีวันหวนกลับไปเป็นอย่างเดิมได้อีกแล้ว

          มันแทบไม่เห็นหนทางเลยด้วยซ้ำ

             ในรุ่งเช้าของวันถัดมาหลังจากขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จ  เซฮุนกลับมาทานข้าวเช้าอยู่บ้านเหมือนกับปรกติ ไม่มีใครพูดอะไรกันนอกจากเสียงกระทบดังกิ๊งก๊องระหว่างตะเกียบกับถ้วยชาม  บรรยากาศอึมครึมนี้เป็นมาได้สักพักแล้ว อยู่กินด้วยกันก็เหมือนคนอื่น  ลู่หานแทบไม่มองหน้าเขา ส่วนเซฮุนเองก็เอาแต่นั่งคิดไม่ตกว่าควรจะเริ่มอย่างไรดี

          แต่สุดท้ายความอึดอัดเหล่านั้นก็ทำให้ชายหนุ่มทนไม่ได้  เซฮุนตัดสินใจวางตะเกียบลงบนนโต๊ะอย่างเสียงดังเรียกความสนใจให้ภรรยาคนสวยต้องช้อนตาขึ้นมองอย่างนึกสงสัย

          “ลู่หาน....พี่มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย” เซฮุนตัดสินใจเปล่งเสียงขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศมาคุ  เขาถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาพลางจ้องไปยังใบหน้าหมดจดของภรรยาด้วยแววตาจริงจัง  ชายหนุ่มไม่รู้ว่าคำพูดของเขามันจะทำให้ผลลัพธ์กลายออกมาเป็นย่างไร  เขาได้แต่หวังให้เธอเข้าใจเพื่อที่จะได้จบเรื่องบ้าๆนี้ลงเสียที

          “มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ลู่หานเอ่ยถามเสียงเรียบก่อนจะจ้องไปยังสามีของตนด้วยความรู้สึกโหวงเหวง  ปรกติเซฮุนไม่เคยมีสีหน้าแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เราสองคนแต่งงงานกันมา  เขามักจะยิ้มให้เธอเสมอ หรือถ้าโกรธกันอยู่ก็จะมีเพียงใบหน้าราบเรียบไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆอีกนอกจากนั้น  ทว่าครั้งนี้มันกลับแปลกไป

          แปลกจนเธอแอบกลัว

          “พี่ว่าเรา...” ร่างสูงถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

          “.....”

          “...เราลองแยกกันอยู่ดูดีไหม”

 

แกร๊ง!

 

          สิ้นประโยคนั้นร่างเล็กก็ถึงกับทำตะเกียบหลุดมือจนเกิดเสียงดัง  ดวงตากลมโตที่มีแต่ความสดใสทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นความเศร้าหมองปนตกใจ ลู่หานจ้องไปยังใบหน้าหล่อของสามีด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ประดังประเดเข้ามาราวกับโดนทิ่มแทงจากมีดปลายแหลมนับพันเล่ม   ความร้อนผ่าวที่ขอบตาเริ่มทำให้เกิดความพร่าเบลอจนเห็นภาพตรงหน้ากลายเป็นความเลือนราง  กายบางสั่นระริกเพราะกลัวคำตอบที่กำลังจะได้รับแต่ก็พยายามหลอกตัวเองไว้ว่ามันคงไม่มีอะไร

          ลู่หานกำลังกลั้นน้ำตาของตัวเอง

          เธอกำลังอดทนกับควมเจ็บปวดของตัวเอง...

          “พะ..พี่หมายความว่ายังไงคะ”

          “...” เซฮุนหลุบตาลงต่ำ  เมื่อเห็นอาการแบบนั้นของภรรยาใช่ว่าเขาจะไม่สงสาร แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วยังไงก็คงถอยกลับไปไม่ได้ “พี่ว่าเราควรลองแยกกันอยู่ดูดีไหม--

 

 

เพล้ง!!

 

 

          “ฮึก สาระเลว!!!” เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นที่แก้วในมือถูกขว้างเฉียดใบหน้าหล่ออกไปเพียงไม่กี่เซ็น  แต่เซฮุนคิดว่าเขาควรจะชินกับมันได้แล้วเพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เธอก้าวร้าว  ร่างหนาถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างเหนื่อยหน่าย เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะคว้ากุญแจรถมาไว้ในมือทั้งยังต้องฟังเสียงโวยวายของภรรยาที่ไล่ดังตามหลังมาอยู่เป็นระยะ  ดีแล้วที่จีฮุนไปโรงเรียนก่อน เขาไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นพ่อกับแม่ทะเลากันเลย


          “โอเซฮุนกลับมานะ!!  ฮึก พี่เซฮุน ฉันบอกให้กลับมา!!!”


          เซฮุนหายไปจากบ้านตั้งแต่วันนั้นเป็นอาทิตย์ มันนานที่สุดเท่าที่เขาเคยระเห็จตัวออกมาเลยด้วยซ้ำ ลู่หานโทรหาเขาเป็นร้อยๆสาย เธอโทรไปตามทุกคนที่รู้จักกับสามีตนอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวกลายเป็นคนจิตตกใบหน้าซูบโทรมเพราะเป็นห่วงสามีจนนอนไม่หลับ  เธอแอบนอนร้องไห้ทุกคืนโดยที่ไม่มีใครรู้ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นข้อดีอีกอย่างที่ทำให้คนตัวเล็กได้มีเวลาทบทวนกับชีวิตตัวเองมากขึ้น

          และในเมื่อเช้าวันอังคารของอาทิตย์ต่อมา เซฮุนกลับมาที่ผ่านอีกครั้ง เขาเห็นภรรยากำลังนั่งดูทีวีอยู่กับลูก ชายหนุ่มเดินไปอุ้มเด็กน้อยวัยห้าขวบขึ้นมาหอมแก้มด้วยความคิดถึงก่อนเป็นอันดับแรก เขาแอบเสตามองใบหน้าซีดเซียวของภรรยาเล็กน้อยก็พบเพียงแค่รอยยิ้มฝืนๆของเธอที่ส่งมาคล้ายดั่งคนหมดแรง

          “กลับมาแล้วหรอคะ?” นั่นเป็นประโยคแรกที่ลู่หานทักเขา

          “อ...อืม”ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างรู้สึกผิด  เขาจะดีใจกว่านี้ด้วยซ้ำถ้าหากเธอตะคอกใส่หรือไม่ก็ต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทว่าครั้งนี้มันกลับเปลี่ยนไป

          “จีฮุนนั่งดูการ์ตูนอยู่ตรงนี้ก่อนนะลูก... แม่มีเรื่องจะคุยกับพ่อเขาหน่อย” พอว่าจบร่างบางก็เดินนวยนาดออกมาจากห้องนั่งเล่นทันที  เซฮุนวางลูกชายลงบนโซฟา เขาหอมแก้มเด็กน้อยอีกครั้งก่อนจะเดินตามภรรยาของตนไป

          “เธอเรียกพี่มามีอะไรหรือเปล่า?”

          “พี่จะไปจริงๆใช่ไหม?” หันหลังให้พร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ให้ถึงที่สุด  ร่างสูงสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงอันสั่นเครือนั้นของภรรยาแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยืนมองเธอจากข้างหลัง

          ร่างสูงหลุบตาลงต่ำพลางเอ่ยประโยคถัดมาแต่ก็ถูกคนตรงหน้าตัดบทไปเสียก่อน “ก็แค่ลองแยกกันอยู่--” 

          “ถามตรงๆนะคะ”

          “....”

          “พี่มีคนอื่นหรือเปล่า?” และแล้วคำตอบนั้นก็ทำให้เซฮุนรู้สึกผิดหวัง ทั้งๆที่ลู่หานก็รู้ว่าเขามีแค่เธอคนเดียว แต่นี่มันไม่ใช่ ตลอดเวลาที่ผ่านมามันแสดงให้เห็นแล้วว่าลู่หานไม่เคยเชื่อใจเขาเลย

        เซฮุนเสียใจที่ภรรยาของตนมีความคิดเช่นนี้  

          “แล้วเธอล่ะเคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่า....ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอเคยทำให้พี่สบายใจบ้างไหม?”

          “ยอมรับแล้วสินะ” ร่างบางพลิกตัวกลับมาพร้อมด้วยแววตาอันแข็งกระด้าง

          “ไปกันใหญ่แล้วลู่หาน” เซฮุนพยายามควบคุมสติก่อนจะเอื้อมมือออกไปหวังจะจับแขนภรรยาของตนเอาไว้ ทว่าร่างเล็กกลับสะบัดมันออกราวกับต้องของร้อน

          “พี่มีเมียน้อยใช่ไหม!!”

          “นี่ลูกก็อยู่ด้วยนะหัดมีสติมากกว่านี้หน่อยสิ!!”

            “ปล่อยฉัน!! พี่มันสาระเลว อีนั่มันเป็นใครบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!

          และอีกหลายถ้อยคำเชือดเฉือนและรุนแรงที่เปล่งออกมามันทำให้เซฮุนโมโหจนเลือดขึ้นหน้า  เขาพยายามจะจับมือเล็กๆนั้นไว้เพราะเจ้าตัวกำลังประทุษร้ายผู้เป็นสามีอย่างไม่ลืมหูลืมตา  โชคดีเท่าไหร่แล้วที่จีฮุนไม่ออกมาเห็น เขาไม่ต้องการให้ลูกต้องมาพบกับอะไรแบบนี้เลย

           “โธ่เว้ย!! ถ้าขืนยังพูดกันไม่รู้เรื่องงั้นก็หย่ากันไปเลย!!!”

           เมื่อสิ้นประโยคนั้นก็เหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน ลู่หานหยุดชะงักทุกการกระทำราวกับถูกปล่อยให้ล่องลอยออกไปในอวกาศ เธอมองหน้าสามีด้วยความคิดที่ไม่อยากจะเชื่อ  ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนเขาก็ไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อน

          และดูเหมือนเซฮุนเองก็พึ่งจะได้สติคืนเหมือนกัน เขาหยุดยืนมองน้ำตาของภรรยาที่กำลังพลั้งพรูออกมาราวกับหยาดฝน ทว่ามันคงสายเกินกว่าจะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว 

        และเซฮุนจะต้องรีบจัดการเรื่องราวพวกนี้ให้มันเด็ดขาดเสียที

          “พี่ว่าเราควรแยกกันอยู่ดีกว่านะ  ถ้าสามเดือนนี้ยังไม่มีอะไรดีขึ้นก็หย่ากันไปเถอะ!”

           และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เหตุการณ์วันนี้เกิดขึ้น







          ตัดกลับมาปัจจุบัน เซฮุนจัดการวางกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ลงกับพื้น เขายืนมองภรรยาจากทางด้านหลัง รู้แน่ๆว่าเธอคงไม่มีทางหันมา ชายหนุ่มก็เลยทำเพียงถอนหายใจ ก่อนสุดท้ายจะหยิบกระเป๋าของตัวเองมาถือไว้ “ดูแลลูกดีๆด้วยนะ” น้ำเสียงนั้นช่างฟังดูอ่อนโยนเหมือนกับครั้งแรกในวันแต่งงาน เซฮุนยังมีอีกเป็นหมื่นล้านคำที่อยากบอกเธอ ทว่าเขากลับขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าพูดมัน

          ลู่หานนั่งกลั้นเสียงสะอื้นกับน้ำตาแห่งความอ่อนแอเอาไว้ เธอจะไม่มีวันให้เซฮุนได้เห็นมันอีกต่อไปแล้ว

          ลู่หานจะต้องเข้มแข็งเพื่อลูกให้ได้

          “ดูและตัวเองดีๆด้วยนะ...” แม้น้ำเสีงนั้นจะบ่งบอกได้ถึงความห่วงใย  แต่ลู่หานจะเชื่อได้อย่างไร ว่าสามีเธอกำลังพูดมันออกมาจากใจจริงๆ


          ทุกอย่างกลับมาเงียบสงัด...


          เซฮุนเดินออกไปแล้ว

          ลู่หานได้ยินเสียงรถของเขาขับออกไปแล้ว  ไม่นานนักน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลออกมาราวกับห่าฝน เธอฟุบหน้าลงกับท่อนแขนของตัวเองก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่นึกอาย  กายบางสั่นระริกเป็นลูกนกแรกเกิด รู้สึกเหมือนกำลังถูกมีดนับพันปักลงกลางใจอย่างไรอย่างนั้น

          หลังจากนี้จะทำยังไงต่อไปดี  ลู่หานจะไม่มีเซฮุนอีกแล้วอย่างนั้นหรอ?

          ปาฏิหาริย์แค่สามเดือน...มันจะช่วยทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆใช่ไหม?

          “ฮึก พี่คะ ฮือ อย่าพึ่งไป...”

           จะทำ...ยังไงดี...











TBC.












TALK








เซฮายยยยยย  มาพบกันกับเรื่องใหม่  อันนี้ไรท์เปิดไว้ก่อนกลัวลืมพล็อต  คือครั้งแรกอ่ะกะว่าจะแต่งแนวฟิคตลกเฮฮาเพราะดราม่ามาเยอะแล้ว  แต่ว่ายังไงดี คือแต่งไปแต่งมาอยู่ๆมันก็ออกมาเป็นแบบนี้ง่ะ แงงงงงงงงงง


ชี้แจงอาชีพพระเอก คือฟิคหลายๆเรื่องไม่ค่อยเห็นพระเอกทำงานแนวนี้เลย เลยอยากแต่งสนองนี๊ดตัวเอง  อาจจะไม่สมจริงนักแต่ไรท์จะพยายามหาข้อมูลให้ได้มากแล้วก็จะพยายามปรับปรุงภาษาให้ดีขึ้นอีกนะคะ


ปล.อย่าลืมคอมเม็นต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ  1 เม็นต์ เท่ากับล้านกำลังใจโล้ย


แล้วเจอกัน เอนจอยรี๊ดดิ้ง ซียาาาาาาา




อ้อลืมมบอก อย่าลืมไปสกรีมแท็กกันได้ที




#อย่าลืมHH





นะฮร้าาาา








        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #120 เซฮาน (@luhunexosehan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 17:36
    ไม่ไหว หน่วงในหัวใจมากๆยิ่งฟังเพลงพี่เฉินด้วยยิ่งเจ็บปวด TT สามเดือนต่อจากนี้ก็พยายามกลับคืนมาเข้าใจกันทั้งคู่ให้ได้เน้อ ;___;
    #120
    0
  2. #51 zonya1220 (@zonya1220) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 08:42
    มันเกิดจากความระแวงและไม่เชื่อใจกันน่าเศร้านะ
    #51
    0
  3. #47 _btlh (@_btlh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 13:17
    หน่วงมากแงงงง
    #47
    0
  4. #37 cplove (@cplove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 08:01

    แค่อ่านบทนำน้ำตาก็ไหลแล้ว แง้ๆๆๆ

    #37
    0
  5. #27 KimTomElfElf (@KimTomElfElf) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 01:13
    โอ้ยยยยยย ปวดใจมากกกก อ่านไปร้องไห้ตามไปด้วย สงสารลู่หานอ่ะ เนี่ย เวลาแต่งงานสิ่งที่ต้องห้ามคือผญไม่ควรออกจากงานอ่ะ ถึงผชจะบอกให้ออกมาเลี้ยงลูกก็เถอะ ผ่านไปอีกหน่อยก็จะบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะผชทำงานอยู่คนเดียว ก็จะคิดว่าผญไม่ทำอะไรเลย วัน ๆ ก็แค่เลี้ยงลูกเอง อะไรประมาณนี้ 55555555 อินไปหน่อยเรื่องพวกนี้ แต่แบบเซฮุนทำไมไม่บอกอ่ะ พูด ๆ ไปเลย มั่วแต่เงียบใส่กัน พอเจอกันก็สาดคำพูดใส่กัน มันก็ไปไม่รอด เฮ้ออออออ เอาใจช่วยนะ
    #27
    0
  6. #21 chin_chi (@nuaomaom46) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:12
    โอ๊ยตาย โผล่มาบทแรกก็ทำเอาน้ำตาตกใน
    #21
    0
  7. #14 nisarmaneetang (@Nisarmaneetang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 06:22
    โอ้ยยยยเศร้าาาา
    #14
    0
  8. #9 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 23:01
    เข้าใจทั้งคู่นะ ถ้าคุยกับด้วยเหตุผลคงไม่ต้องแยกกันอยู่
    #9
    0
  9. #8 Kusama Daniel (@pakkard2504) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:56
    เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคู่แต่งงานหลายๆ คู่มากๆ
    #8
    0
  10. #7 sxhun (@sxhun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:39
    ชาไปหมดเรื่องนี้ทันจะเป็นไงไรท์ ไม่เอาแบดเอนด์นะขอเสพพอได้ให้ฮืดฮาดต่อลมหายใจฮุนฮานหน่อย 555555
    #7
    0
  11. #4 yaaa_naka (@yaaa_naka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 06:53
    เเง๊ ร้องไห้เยยยยยยย
    #4
    0
  12. #3 Peacehunhan (@peacelu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:09
    พออ่านปุ๊ปเราร้องไห้เลย
    ภาษาตัวดีมากอ่ะ เราอินเว่อออ
    รีบๆๆมาต่อนะ
    #3
    0
  13. #2 nnlhw (@nnlhw) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 09:15
    ทำไมเซฮุนไม่ทบทวนตัวเองบ้างหละ ไม่ยอมคุยกับลู่หานแล้วยังคิดไปเองว่าเขาเข้าใจอีก พอเขาไม่เข้าใจก็หาว่าเขาเปลี่ยนไป ตอนไปผับมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าตัวเองไม่มั่นคงแล้ว สงสารลู่หาน สงสารจีฮุน ถถถ ว่าความในศาลได้แต่ครอบครัวตัวเองต้องพังแบบนี้หรอ ขอให้ลู่หานเข้มแข็ง ออกไปสมัครงานหรือทำงานนอกบ้านก็ดีนะ จะได้เจอคนเยอะๆ เผื่อจะเลิกเครียด
    #2
    0
  14. #1 Namfahmini (@Namfahmini) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 00:50
    เป็นหนึ่งตอนที่ทำน้ำตาไหลเลย คำว่า ครอบครัว สิ่งที่สำคัญคือการอยู่ด้วยกันจริงๆนะ
    #1
    0