ชะตาชายาทรราช

ตอนที่ 5 : โฉมงามสกุลจิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    6 พ.ย. 63

“เจ้าจะพาน้องไปไหนอาซาง” ฮูหยินจินกล่าวกับบุตรชายที่กำลังจับจูงน้องสาวตัวน้อยในชุดสีเหลืองสดใสน่ารัก ทำท่าจะเดินออกไปที่หน้าจวน 

“ข้าจะพาน้องสาวไปเที่ยวในตลาดขอรับท่านแม่” จินซางกล่าว

“งานการเจ้าไม่มีทำหรืออย่างไร ถึงจะได้พาน้องออกไปตั้งแต่วันแรกเล่า” ฮูหยินจินส่ายหน้า นางรู้ดีว่าบุตรชายกำลังอยู่ในช่วงว่างงาน และดูท่าทางเขาจะเห่อน้องสาวคนนี้พอสมควร ฮูหยินจินเองก็ชอบใจเยว่เล่อไม่น้อย นางท่าทางเรียบร้อย พูดจาไพเราะ เวลาขับขานเรียกนางอ่อนหวานว่าท่านแม่เช่นนั้นเช่นนี้ก็ทำให้หัวใจของนางกระชุ่มกระชวยเสียเหลือเกิน

“ข้าอยากพานางไปเปิดหูเปิดตาขอรับ น้องอยู่ที่เก่าอาจจะไม่เคยได้เที่ยว ลูกอยากพาน้องไปเที่ยว ก่อนที่ลูกจะไม่ว่างขอรับ” จินซางกล่าว ฮูหยินจินพยักหน้า

“เจ้าก็เอาผ้าคลุมหน้าให้น้องสาวเจ้าด้วย สตรีที่ดีไม่ควรเปิดเผยรูปโฉมให้ผู้อื่นเห็นนัก” ฮูหยินจินกล่าว สาวใช้ตัวน้อยของคุณหนูจินเยว่เล่อรีบวิ่งกลับเรือนไปหาผ้าทันที จินเยว่เล่อเดินตามพี่ชายขึ้นรถม้าที่จอดไว้หน้าจวน เดิมทีนางก็อยากจะออกไปด้านนอก แต่ด้วยเกรงใจบิดามารดา อีกทั้งนางเพิ่งจะมา หากทำตัวไม่เหมาะสมอาจจะทำให้ถูกตำหนิติเตียนได้

“เล่อเอ๋อร์เจ้าเอาผ้าคลุมไว้ครึ่งหน้านะ อย่าให้ใครเห็นเชียว พี่หวง” จินซางกล่าว เยว่เล่อหัวเราะออกมาพร้อมกับนำผ้าสีขาวบางปิดที่ปาก ปลายผ้านั้นทัดที่หู ไม่คิดว่าฮูหยินจินจะยึดธรรมเนียมสตรีชั้นสูงตามแบบเมืองหลวงด้วย นางในสกุลจ้าวก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนมาไหนเช่นกัน รูปโฉมเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนคนที่นำไปร่ำลือกันก็มักจะเป็นพวกฮูหยินชั้นสูงที่เคยพบพานางกันมาทั้งนั้น 

…สำหรับนางความงามก็เป็นสิ่งไม่จีรัง แม้จะงดงามปานใด หากไร้ซึ่งเสน่ห์มารยาก็ไร้ประโยชน์

…จ้าวหรูอี้เคยสั่งสอนนางไว้เมื่อในอดีต

 

“เอาล่ะจอดตรงนี้แหละ”  จินซางกล่าวกับคนขับรถม้า เขาลงจากรถม้า พลางเปิดม่านให้น้องสาวอย่างสุภาพ คนทั้งหลายที่เห็นคุณชายสกุลจินผู้หล่อเหลาโดดเด่น เป็นชายที่น่าสนใจอันดับต้นของเมืองต่างหันมามอง ภาพของคุณชายจินประคองสาวน้อยร่างบอบบางชุดสีเหลืองอ่อนสดใส มีผ้าคลุมใบหน้าครึ่งนึง ดวงตากลมโตของนางสะกดใจผู้คนที่มองมาก่อนที่นางจะเขินอายจนต้องหุบตาลง และหลบอยู่ด้านหลังคุณชายจิน บางคนก็พอจะทราบอยู่บ้างว่านางคือบุตรสาวสกุลจินที่เพิ่งได้เข้าจวนมา แต่บางคนที่ไม่ทราบก็พาลนึกว่านางคือคนรักของคุณชายจิน ต่างมองด้วยความอิจฉา คุณชายจินซางเองก็พอเข้าใจ เขาพาน้องสาวหลบเข้าโรงเตี๊ยมเพื่อรับอาหารยามเช้า 

“พี่ชาย ทุกคนต่างมองข้ากันหมดเลย” จินเยว่เล่อเดินตามพี่ชาย นางทำสีหน้าขลาดเขลาท่าทางหวาดกลัว

“ไม่ต้องห่วงเล่อเอ๋อร์ พวกเขามองก็เพราะว่าเจ้ามากับพี่นั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก” จินซางกล่าว

“คุณชายจินขอรับ” เล่าเอ๋อร์ร้านโรงเตี๊ยมน้ำชาอันเลื่องชื่อทักทายคุณชายจินซาง 

“ห้องส่วนตัวมีหรือไม่” 

“ห้องเต็มหมดแล้วขอรับ”

“น่าเสียดายยิ่ง” คุณชายจินกล่าวพลางทอดถอนหายใจ 

“แต่มีห้องนึงเป็นของแม่ทัพน้อยเสวียนน่ะขอรับ ท่านแม่ทัพมาคนเดียว คุณชายจินสามารถเข้าได้ขอรับ” เล่าเอ๋อร์กล่าว คุณชายจินกับท่านแม่ทัพน้อยเสวียนเป็นสหายสนิทกัน เป็นทั้งสหายวัยเยาว์ สหายร่วมรบ ย่อมไม่แปลกที่จะสามารถเข้าหากันได้โดยไม่มีสิ่งใดมากั้น เช่นการร่วมทานอาหาร

แววตาของจินเยว่เล่อสว่างวาบด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเก็บอาการเมื่อนางไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านี้ มันคงเป็นอาการที่จะดูน่าเกลียดไม่น้อยสำหรับสตรี แต่ในหัวใจของนางพลันเต้นระรัวเร็วอย่างยิ่ง จินซางเหลือบมองน้องสาวที่ยืนก้มหน้าก้มตา แล้วก็นึกหวงนางไม่น้อย แต่คิดไปคิดมาเพื่อนของเขาไม่เคยสนอกสนใจสตรี นานทีปีหนจะเรียกสตรีนางโลมมาปรนนิบัติ แต่กับน้องสาวเขาที่ยังเด็กสาวถึงเพียงนี้คงไม่มีเหตุอันควรอะไรที่จะต้องระแวดระวังเพื่อนคนนี้หรอกมั้ง

“เล่อเอ๋อร์ หากต้องทานข้าวร่วมกับเพื่อนของพี่ เจ้าจะว่าอะไรไหม” จินซางถาม

“เล่อเอ๋อร์เป็นน้องสาวของพี่ชาย สหายของพี่ชาย น้องย่อมต้องทำความรู้จัก ไม่ว่าจะวันนี้หรือพรุ่งนี้ อย่างไรก็ต้องพบเจอเจ้าค่ะ” จินเยว่เล่อยิ้มอย่างสดใส ภายในใจของนางอยากจะตะโกนให้ดังสุดเสียงว่านางอยากเจอเขา นางคิดถึงเขา นางอยากเป็นภรรยาของเขา แต่ดูท่าหากทำเช่นนั้นไปจินซางคงต้องตกใจตายเป็นแน่แท้

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” จินซางพาน้องสาวขึ้นไปด้านบนของโรงเตี๊ยม ห้องติดริมหน้าต่างถูกเขาถีบแตะประตูอย่างแรง ภาพคุณชายชุดสีดำ รูปร่างใหญ่โตสมเป็นชายชาติทหารปรากฏให้เห็น หัวใจของจินเยว่เล่อคล้ายกับมันกำลังจะแตกสลายเพราะการเต้นอย่างรัวและเร็วของมัน

“คนไร้มารยาทเช่นนี้ ไม่ต้องให้ข้าเดาก็รู้ว่าเป็นใคร” เสียงทุ้มกล่าว แม้จะมองไม่เห็นคนบุกรุกเข้ามา แต่เขาก็ทราบดี

“คนไร้มารยาทเช่นข้า ย่อมเป็นสหายคนสนิทกับคนไร้มารยาทเช่นเจ้า” คำกล่าวทักทายจาบจ้วงเช่นนี้ก็มีอยู่แค่คนเดียว กงหยางเฟยหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะหันมามองสหายคนสนิท ด้านหลังมีสตรีตัวน้อยที่ยืนอยู่ นางสบตากับเขาเพียงแวบนึงก็หลบไปยืนด้านหลังสหายตัวโตของเขาจนมองไม่เห็น

…ดวงตาราวกับกวางน้อยช่างงดงามเหลือคณา

“มองอะไร” จินซางกล่าว 

“มองคนด้านหลังเจ้า นี่หรือน้องสาวที่เพิ่งทราบของเจ้า นึกว่าชิงชังนางเสียอีก ไฉนวันแรกก็พามาอวดผู้อื่นได้แล้ว” กงหยางเฟยกล่าว จินซางจับจูงน้องสาวมานั่งที่โต๊ะอาหาร จินเยว่เล่อก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้า นางกลัวว่าดวงตาของนางมันจะเปิดเผยทุกอย่างให้เขาเห็นจนหมด นางไม่ใช่สตรีเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเช่นจ้าวหรูอี้ นางก็ไม่มั่นใจนักว่าจะกักเก็บอารมณ์ความรู้สึกเช่นจ้าวหรูอี้ได้หรือไม่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้สู้นางไม่สบตาเขาเลยจะดีเสียกว่า จนกว่านางจะเริ่มแน่ใจว่าความรู้สึกของนางที่โหยหาเขามันจะเริ่มนิ่ง

“ข้าจะพานางไปไหนแล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้า พูดมากเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” จินซางบ่น เขาหันไปมองเล่าเอ๋อร์พลางสั่งอาหารมาหลายอย่าง “เล่อเอ๋อร์น้องอยากกินอะไรหรือไม่” จินซางถาม

“แล้วแต่พี่ชายเลยเจ้าค่ะ เล่อเอ๋อร์ไม่เคยมาโรงเตี๊ยมเช่นนี้ เล่อเอ๋อร์ไม่รู้จะทานอะไร” 

“โถ่.. น้องสาวพี่ ไม่น่าเล่าเจ้าถึงได้ผ่ายผอมเช่นนี้” 

“นางก็รูปร่างปกติ ไม่ได้ผอมถึงเพียงนั้น” กงหยางเฟยกล่าว เขามองสตรีตรงหน้า รูปร่างของนางสัดส่วนแต่ละอย่างนับว่าเกินวัยของนางเสียด้วยซ้ำ ส่วนเว้าโค้งมีตั้งแต่อายุเพียงนี้ นับว่ามีน้ำมีนวลพอสมควรแล้ว

“เจ้ามองอะไร!” คนหวงน้องสาวกล่าวเสียงดัง พลางมองสหายคนสนิทตาขวาง

“มองน้องสาวเจ้า” กงหยางเฟยเอ่ยกวนโทสะ จินเยว่เล่อแอบตกใจไม่น้อย ชาติที่แล้วเขายามถือดาบออกรบก็นับว่างามสง่า และเคร่งขรึม ไม่บ่อยนักที่จะอ้อดอ้อน หรือทำตนน่ารักกับนาง และลูก แต่ยามนี้นางเพิ่งเคยเห็นเขาในมุมนี้ 

…ช่างกวนโทสะยิ่ง

“ห้ามมองน้องสาวข้า ห้ามมายุ่งกับน้องสาวข้าเด็ดขาด”

“เอาเถอะ ทานอาหารเถอะ เจ้าชื่อจินเยว่เล่อใช่หรือไม่” กงหยางเฟยถาม จินเยว่เล่อพยักหน้าแต่ก็ยังไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “ข้ากงหยางเฟย ผู้คนเรียกขานข้าแม่ทัพน้อย เจ้านายของพี่ชายเจ้า”

“เจ้าค่ะ” จินเยว่เล่อกล่าว ไม่นานอาหารก็เข้ามาจนเต็มโต๊ะ สองสหายคุยกันเรื่องราวจิปาถะ จินเยว่เล่อถอดผ้าปิดหน้าออก พร้อมกับค่อยรับประทานอาหาร โดยไม่รู้เลยว่าความงามของตนเอง ทำให้ท่านแม่ทัพน้อยคอยแอบมองนางหลายครั้งหลายครา จนจินซางต้องใช้ขาเตะกงหยางเฟยใต้โต๊ะหลายรอบ 

การทานอาหารในตอนสายนั้นจบไปได้ด้วยดี จินเยว่เล่อไม่ได้พูดมาก และสงวนกริยาตามประสาสตรีทั่วไป หลังจบการร่วมทานอาหาร แม่ทัพน้อยก็ขอตัวจากไปทำงาน จินเยว่เล่อเสียดายไม่น้อย แต่ก็ไม่นำพาสิ่งใด นางรอมาเป็นสิบปี ทำไมเพียงเท่านี้นางจะรอเขาอีกหน่อยไม่ได้กันเล่า จินซางได้โอกาสก็พาน้องสาวคนงาม เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ จินเยว่เล่อไม่สนใจสิ่งใดเลย นางมีมาหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง อีกทั้งนางเคยผ่านความตายมาก่อน ข้าวของพวกนี้จะนับว่าสำคัญอะไร

จินซางพาน้องสาวไปส่งที่บ้านทันมื้อกลางวันพอดี ก่อนจะขอตัวลากลับไปทำงานเช่นกัน จินเยว่เล่อนั่งเล่นพิณบนศาลาพักผ่อนด้วยท่าทีเหม่อลอย นางครุ่นคิดเรื่องราวในอดีต แต่มันก็ไม่แจ้งแก่ใจนางเสียเท่าไหร่ นางไม่ทราบว่าในยามนั้นหรูอี้ทำเช่นไรถึงได้ใจแม่ทัพน้อยกัน นางทราบเพียงแค่ทั้งสองเป็นดั่งรักแรกพบ 

…แล้วนางในยามนี้ถือเป็นรักแรกพบของแม่ทัพน้อยหรือไม่

…นางควรทำอย่างไรเล่า ถึงจะได้เป็นสตรีที่แม่ทัพน้อยกงหยางเฟยรัก

 

เมื่อครุ่นคิดจะชวนให้ปวดหัว บรรยากาศรอบตัวของนางหม่นหมอง จนสาวใช้ตัวน้อยเป็นห่วง ได้แอบวิ่งไปบอกนายหญิงของจวน ฮูหยินจินทราบความก็คิดเพียงแต่ว่านางอาจจะยังใหม่กับที่นี่นัก และคงไม่ชินกับการมีคนเอาใจใส่เช่นนี้ นางจึงไม่ได้สนใจอะไร ทุกอย่างมักต้องใช้เวลา นางไม่อยากสร้างความลำบากใจให้จินเยว่เล่อไปมากกว่านี้

จินเยว่เล่อใช้เวลาทั้งวันไปกับการครุ่นคิดจนกระทั่งมื้อเย็น

 

“เล่อเอ๋อร์ เจ้าเป็นอันใดไป ทำไมคิ้วของเจ้าชนกันจนจะก่ายเกยกันเช่นนี้เล่า” จินซางถามน้องสาวที่นั่งทานอาหารอย่างเงียบงัน

“น้องไม่ได้มีอะไรเจ้าค่ะท่านพี่ เพียงแต่น้องมีเรื่องในใจเล็กน้อยเท่านั้น”

“ทำไม เจ้าชื่นชอบแม่ทัพน้อยหรืออย่างไร” จินซางกล่าวด้วยสีหน้าล้อเลียน นายท่านจินมองมาทางบุตรสาว ในใจเต็มไปด้วยหลากหลายคำถาม เขาผ่านโลกมามาก พบผู้คนมานับร้อยนับพัน ทำไมจะมองแววตาของจินเยว่เล่อไม่ออก แค่วูบด้วยที่นางแสดงออกผ่านทางดวงตาเขาก็ดูออก

…หรือนี่คือเจตนาของนาง

…สกุลของเขาเองก็ต้องการที่จะเกี่ยวดองกับสกุลเสวียน 

…แต่นางไม่ใช่บุตรสาวเขานี่สิ

“ทำไมเจ้าล้อเลียนน้องเช่นนั้นอาซาง” ฮูหยินจินกล่าว นางคิดไม่ต่างจากสามี การเกี่ยวดองกับสกุลเสวียนนับเป็นเรื่องดี อย่างไรแม้กงหยางเฟยจะเป็นองค์ชายคนนึงของฮ่องเต้ แต่เขาก็เติบโตมาในสกุลเสวียนจนไม่คล้ายองค์ชายแล้ว ผู้คนก็แทบจะลืมเลือนแล้วด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร 

“เล่อเอ๋อร์นางงดงามปานนี้ หากว่าเจ้านั่นชื่นชอบนางจริงก็คงไม่แปลก” จินซางกล่าว เขามีน้องสาวคนเดียว เขาก็อยากให้นางได้มีชีวิตที่ดี เพราะเมื่อได้พบเยว่เล่อนั้น นางก็ปักปิ่นมาเรียบร้อยเสียแล้ว ขาดก็แต่เพียงงานหมั้นหมายที่ดีกับนางเท่านั้น

“อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเชียว เล่อเอ๋อร์เป็นใคร แม่ทัพน้อยแท้จริงเป็นใคร อย่ากล่าวเหลวไหลเชียว” ฮูหยินจินกล่าว แม้จะคิดเห็นด้วย แต่เยว่เล่อเป็นบุตรสาวอนุ หากสามีนำนางมาให้เลี้ยงแต่แรก นางก็อาจจะกลายเป็นคุณหนูน้อยจากฮูหยินเอกก็เป็นได้ แต่นี่ชาติกำเนิดก็ไม่นับว่าชัดเจน สามีก็ไม่ยอมบอกนางด้วยซ้ำว่าเยว่เล่อเป็นบุตรสาวของใคร

“นั่นสิ อย่าเหลวไหลเชียวอาซาง แม้เจ้าจะสนิทสนมกับแม่ทัพน้อย แต่สกุลเรานับว่าต้อยต่ำจนเกินไป อย่าได้คิดอาจเอื้อมเชียว" นายท่านสกุลจินกล่าวพร้อมกับมองหน้าบุตรสาวของตนเอง จินเยว่เล่อก้มหน้าฉายแววผิดหวัง นางตั้งใจใกล้ชิดเขาในฐานะบุตรสาวสกุลจิน แต่ไฉนทุกอย่างกลับไม่ได้ง่ายเลย 

…นางอึดอัดเสียเหลือเกิน 

“เอาเถอะ เล่อเอ๋อร์ อย่างไรพี่ชายจะหาชายที่เหมาะสมกับเจ้าให้จงได้” อาซางกล่าวพร้อมกับคีบขาเป็ดให้กับน้องสาว จินเยว่เล่อยิ้มสดใสขอบคุณพี่ชาย

“เจ้าเป็นบิดานางหรือ ถึงมีหน้าที่หายสามีให้นาง” นายท่านจินกล่าว

“ท่านพ่อ ท่านซ่อนนางเอาไว้ จนปักปิ่น ข้าและท่านแม่ยังไม่รู้เลย เห็นได้ชัดว่าท่านไม่ใส่ใจนางแม้แต่น้อย” จินซางกล่าว “อย่างไรเสียพี่ชายก็ไม่ต่างจากบิดาคนนึง ข้าหาชายที่ดีให้นางได้ไม่ยากหรอก” จินซางกล่าว เขามองจินเยว่เล่อเป็นน้องสาว น้องน้อยของเขา เขาไม่เคยมีพี่น้อง เขาไม่เคยเข้าใจบ้านอื่นที่พี่น้องตีกันเลย การมีน้องสาว แม้จะต่างมารดา เขาก็ไม่นึกรังเกียจ อย่างไรเสียนางก็เป็นน้องสาวของเขา อีกทั้งเมื่อคิดว่าตอนที่บิดาทอดทิ้งนางไว้ที่บ้านผู้อื่น เด็กน้อยที่ไร้บิดามารดาจะเป็นเช่นไร

“เจ้านี่มัน” นายท่านจินฉุนบุตรชายไม่น้อย เขาต้องโดนทั้งภรรยาและบุตรชายตำหนิก็เพียงเพราะบุตรสาวกำมะลอของเขาคนเดียวเลย นางนี่ช่างเป็นสตรีที่สร้างเรื่องสร้างราวเสียจริง อยู่เพียงแค่วันเดียวเท่านั้นเอง

“ท่านพี่อย่าตำหนิท่านพ่อเลย ท่านพ่อเมตตาเล่อเอ๋อร์มากแล้วเจ้าค่ะ” จินเยว่เล่อกล่าว 

“ทิ้งเจ้าไว้ในจวนผู้อื่นไม่เรียกว่าเมตตาหรอกเล่อเอ๋อร์” ฮูหยินจินกล่าว เรื่องการมีบุตรสาวนางเคยคุยกับสามีหลายหนถึงเรื่องนี้ แม้นางจะไม่สามารถมีบุตรได้อีก แต่นางก็ไม่ได้รังเกียจหากสามีจะหาสตรีสักอีกคนมา แต่เขาก็ไม่ทำ พูดพร่ำย้ำเตือนนางเสมอว่ารักนางเท่านั้น แต่กลับมีบุตรสาวมาอีกทีตัวโตซะนี่ แทนที่จะบอกกล่าวกับนางแต่แรกก็ไม่ทำ

“หากท่านพ่อพาเล่อเอ๋อร์มาที่นี่แต่แรก ท่านแม่ก็อาจจะโกรธและไม่พอใจท่านพ่อได้” จินเยว่เล่อกล่าว

“แต่ทิ้งให้เจ้าลำบากเช่นนั้นน่ะหรือ"

“เล่อเอ๋อร์ไม่ได้ลำบากอันใดท่านแม่ เล่อเอ๋อร์รู้ตัวเองดีว่าควรอยู่ตรงไหนทำอะไร” 

“เจ้าช่างถ่อมตนนัก”

“เพราะท่านพ่อรักท่านแม่มาก ท่านพ่อจึงไม่อยากให้ท่านแม่เสียใจ” จินเยว่เล่อกล่าว ฮูหยินจินเขินอายสามีอย่างหนัก เขาจ้องมองนางด้วยความรัก ท่าทางของสามีนางคล้ายคนขอความรักแล้วไม่สมหวัง 

“จริงหรือท่านพี่”

“ข้ารักเจ้าคือเรื่องจริง” นายท่านจินไม่ใช่คนชอบโกหก แต่กับเรื่องจินเยว่เล่อเป็นเพราะน้องสาวของเขา หากไม่ใช่คำร้องขอนาง เขาคงไม่ทำเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นครอบครัวของเขาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานก็นับว่าบรรยากาศในจวนของเขาดีขึ้นเสียจริง

“ต่อหน้าลูกนะท่านพี่”

“เช่นนั้นก็ไปให้ห่างสายตาพวกเขาแทนสิ” นายท่านจินกล่าวพร้อมกับดึงร่างฮูหยินจินที่ทำท่าขวยเขินราวกับสาวน้อยแรกแย้ม จินซางถึงกับฟุบหน้าคาโต๊ะ บิดามารดายังทำเหมือนหนุ่มสาวไม่มีผิด ไม่คิดจะอายพวกเขาหรืออย่างไร หากว่าอนาคตแต่งฮูหยินเข้าจวนมา หรือมีบุตรเขยล่ะ

“พี่ชายท่านทานข้าวเถอะเจ้าค่ะ” จินเยว่เล่อหัวเราะเล็กน้อย คล้อยหลังคู่รักวัยกลางคน นายท่านจินหันมายิ้มขอบคุณให้แก่นาง ความรักสำหรับนางไม่ว่าจะช่วงวัยใดก็ควรทำให้สดชื่นราวกับทุกวันเป็นวันแรกที่ตกหลุมรัก ชีวิตครอบครัวถึงจะดี ทำให้นางนึกย้อนไปถึงช่วงที่นางใช้ชีวิตเป็นพระสนมคนโปรด 

ยามที่ฮ่องเต้เสด็จมาหานางมักจะมาพร้อมรอยยิ้ม กริยาท่าทางอ้อดอ้อน นางในยามนั้นก็ไม่มีแก่จิตแก่ใจที่จะทำสิ่งใด เขามักจะลวงหลอกนางด้วยข้าวของมากมาย แต่ก็นางก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเขาเปลี่ยนใจตั้งใจทำให้นางตั้งครรภ์ นางไม่ได้ยินยอม แต่นางก็ไม่อาจขัดขืน เขามักใช้ธูปราคะทุกครั้งยามค่ำคืน นางที่ไม่รู้จะทำเช่นไร อยากตายก็ไม่อาจตาย อยากหนีก็ไม่อาจหนี นางจึงได้แต่ทนกล่ำกลืน แม้ภายในใจเบื้องลึกนางจะรู้ดีว่าร่างกายของตนเองมันสวนทางกับจิตใจของนาง

…นางตั้งครรภ์ 

เวลาที่ใช้ชีวิตในวังหลวงนับว่าไม่เลวร้ายเลย เวลาผ่านไปเกือบปี นางก็ตั้งครรภ์ตามประสงค์ของฮ่องเต้ จ้าวหรูอี้เกลียดชังนางปานจะกลืนกินแต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ เพราะฮ่องเต้นั้นปกป้องนางได้ดี่เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งนางไม่มีใครหนุนหลัง ไม่มีสกุลใดหนุนหลัง สนมทุกคนที่ชิงชังจ้าวหรูอี้ต่างก็พากันมาประจบประแจงนาง นางใช้ชีวิตในรั้ววังหลวงอย่างไร้ชีวิตชีวา 

…นางกำลังป่วย พร้อมกับการตั้งครรภ์

แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไป เขาก็มักจะมาหานางด้วยท่าทีที่สดใสเสมอ แม้นว่าเขาจะดำรงตำแหน่งใหญ่เพียงใดก็ตาม ทุกวันเขามักจะนอนลงบนตักนาง เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้นางฟัง นางก็ได้แต่เพียงสดับรับฟังเขาอย่างไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด ในช่วงแรกของการที่นางต้องใช้ชีวิตกับเขา นางทั้งเกลียดทั้งชัง แต่เมื่อนางได้ฟังเขาในทุกคืนทุกวัน นางก็ถึงได้เข้าใจ 

…ภาระของเขามันมากมายจนเกินกว่าที่เขาจะควบคุม 

…การเป็นฮ่องเต้ไม่ง่ายเลย

 

ในวันที่นางกำลังจะตาย นางจดจำได้ไม่ลืมว่าเขากำลังร้องไห้เสียใจขนาดไหน บุตรทั้งสองของนางที่ต้องสูญเสียนาง นางก็อยากทราบเหลือเกินว่าหลังจากนั้นบุตรทั้งสองของนางจะเป็นเช่นไร นางเชื่อใจว่าเขาจะเลี้ยงบุตรของนางได้ดีแน่ 

องค์ชายเจ็ดไม่ใช่คนเลว

…แต่เขาไม่ใช่คนที่นางรัก

 

หลังจากที่จินเยว่เล่อย้ายเข้ามาในสกุลจิน นางก็ใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไป นางได้ออกจากเรือนไปเดินรอบเมือง ชาติก่อนนางเคยได้เรียนรู้เรื่องการค้าขาย ทำบัญชีมาบ้าง ทำให้นางช่วยบิดามารดาทำการค้าได้ไม่ยาก จินเยว่เล่อได้สำรวจตรวจตราร้านค้าหลายอย่าง สกุลจินสมเป็นสกุลมั่งคั่งร่ำรวย การค้าของเขามีมากมายในหลายเมือง บิดาต้องเดินทางบ่อย บางคราก็พามารดาไปด้วย แต่ยามนี้มีนางแล้ว มารดาคงเฝ้าเรือนยาวทีเดียว

“แม่นางน้อย เจ้ามีนามว่าอันใดกัน” เสียงของใครสักคนดังขึ้นด้านหลัง จินเยว่เล่อจำเสียงนี้ได้ไม่ลืม เขาคือโจวจื่อกัง บุตรชายท่านผู้ตรวจการใหญ่ผู้เป็นปีศาจน้อยที่คนทั่วเมืองต่างขนานนาม ความเจ้าชู้ของเขาเกรียงไกรจนกลายเป็นตำนาน นางตอนที่ออกจากเมืองหลวง ติดตามเสวียนอ๋องมา ก็ยังถูกเขาตามเกี้ยวพาราสีอยู่นาน

“เรียนคุณชาย คุณหนูของบ่าวเป็นคุณหนูสกุลจิน นามเยว่เล่อเจ้าค่ะ” สาวใช้ตัวน้อยตอบแทนเจ้านาย พลางทำท่ามากางกั้นไม่ให้ คุณชายโจวจื่อกังเข้าใกล้

“นังไพร่ชั้นต่ำ กล้าดีอย่างไรมาขวางทางข้า” โจวจื่อกังบริพาท

“คุณชายท่านใจเย็นก่อนเถิด สาวใช้ของข้ามีหน้าที่ปกป้องข้า หากทำให้คุณชายไม่พอใจ เยว่เล่อต้องขออภัย” ยามนี้อยู่ในร้านอาหารของสกุลจิน หากนางจะทำกริยาไม่เหมาะสมอาจทำให้ผู้คนพาลรังเกียจร้านอาหารของสกุลนาง ซึ่งจินเยว่เล่อคงไม่อาจโง่งมถึงขั้นทำให้สกุลจินขายหน้าเป็นแน่แท้

“รูปงาม เสียงยังไพเราะเสนาะหูเหลือเกิน แม่นางมีคู่หมั้นคู่หมายหรือยัง” คุณชายโจวกล่าว

“ต้องขออภัยคุณชาย เยว่เล่อไม่อาจกล่าวถึงเรื่องนี้ได้ การหมั้นหมายเป็นสิ่งที่บิดามารดาเป็นผู้ตัดสิน” จินเยว่เล่อกล่าวท่าทางนอบน้อม

“แม่นางเหตุใดต้องกล่าวถึงบิดาเล่า การแต่งงานของที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวง หาได้มีพิธีรีตองใด”

“คุณชาย เยว่เล่ออาจไม่ใช่สตรีชั้นสูงในเมืองหลวง แต่คำสอนสตรีในตำรา เยว่เล่อไม่อาจฝ่าฝืน ต้องขออภัยคุณชายด้วย” คัมภีร์สอนสตรีที่เขียนโดยชาย นางก็ไม่ได้นึกอยากจะนับถืออะไรนัก คัมภีร์พวกนั้นไร้แก่นสาร เขียนมาเพื่อกดขี่สตรีในแผ่นดินโดยแท้ นางไม่นึกยึดถือ แต่นำมาอ้างได้โดยชอบธรรม

“เช่นนั้น หากว่าข้าจะส่งแม่สื่อไปยังจวนเจ้าจะได้หรือไม่คนงาม”

“เยว่เล่อต้องสุดแล้วแต่ท่านพ่อเจ้าค่ะ” นางชักเริ่มนึกชิงชังใบหน้าของตนเองเสียแล้ว หลายวันก่อนจะได้ออกมาเที่ยวเล่นยังด้านนอก บิดากับมารดาไม่เห็นควรที่นางจะปิดบังรูปโฉมอีกต่อไป เพราะมีผู้คนมากมายเล่าลือเกี่ยวกับรูปโฉมนางว่าอัปลักษณ์บ้าง เป็นปีศา่จบ้าง หรืองามจนไม่กล้าเปิดเผยบ้าง ไม่รู้ว่าผู้ใดกล่าวเช่นนั้นกัน ทั้งบิดามารดาเลยให้นางเผยรูปโฉมไปเสีย อย่างไรก็คงไม่มีใครกล้ากับบุตรสาวสกุลจิน 

…คงต้องยกเว้นคนตรงหน้า

“เช่นนั้นก็ดี ถือว่าเจ้ารับรู้แล้ว ข้าชื่อโจวจื่อกัง เป็นบุตรชายคนเดียวของผู้ตรวจการใหญ่ที่นี่" 

“เจ้าค่ะ”

“เหตุใดคุณชายโจวถึงได้กล่าววาจาเองเออเองเช่นนี้เล่า สตรีไม่มีใจ ไฉนถึงได้คิดไปไกลเช่นนั้นกัน” เสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น นางเยื้องย่างลงมาพร้อมกับสาวใช้ ท่าทางหยิ่งผยองของนางทำให้จินเยว่เล่อเริ่มปวดหัว นางคือศัตรูหัวใจของนางอีกคน หลานสาวฮูหยินแม่ทัพเสวียน ผู้ที่แม่ทัพเสวียนอยากได้เป็นหลานสะใภ้ …ป๋ายซือหว่าน

“คุณธรรมเล่มใดกัน สั่งสอนให้เจ้าแทรกบทสนทนาผู้อื่นได้” โจวจื่อกังกล่าว ป๋ายซือหว่านโกรธจนใบหูแดงก่ำ 

“แล้วคุณธรรมใดกันทำให้เจ้าเข้ามาพูดจาหว่านล้อมสตรีอื่นเช่นนี้ พ่อของเจ้าสั่งสอนได้ดีนัก” ป๋ายซือหว่านกล่าวบริพาธอย่างร้ายกาจตามประสานาง ในอดีตป๋ายซือหว่านไม่ได้แต่งงานจนเกินวัย เสวียนอ๋องจึงต้องจำใจรับนางเป็นชายารองอีกคน ส่วนตอนนั้นนางก็มักจะโดนป๋ายซือหว่านจิกกัด บางทีนางก็วางยาพิษให้นาง จนท้ายที่สุดนางก็โดนลงโทษกักขังในเรือนชั่วชีวิต หลังจากเหตุการณ์ที่เสวียนอ๋องกลายเป็นกบฏ นางก็ไม่อาจทราบชะตาชีวิตของป๋ายซือหว่านได้อีก

“แล้วคุณธรรมของเจ้าเล่า บิดามารดาไม่สั่งสอนหรือ …แต่ไม่สิ เจ้ามันไม่มีบิดามารดาสั่งสอน จึงไร้มารยาทเช่นนี้” โจวจื่อกังตอบกลับอย่างรุนแรงร้ายกาจ

“เจ้ากล้าว่าข้าหรือ แค่บุตรผู้ตรวจการไร้แก่นสาร สันดานไพร่ เหมือนมารดาเจ้า” ป๋ายซือหว่านเติบโตในค่ายทหาร ในมือท่านลุงของนางทำให้นางเป็นคนแข็งกร้าว พูดจาโผงผาง หยาบคาย 

“เจ้ากล้าด่ามารดาข้าหรือ นังคนชั้นต่ำ” โจวจื่อกังโกรธแทบบ้า มารดาของเขาเป็นสาวบ้านนอกจริงอย่างที่นางกล่าว เขามักจะถูกล้อเลียนในหมู่ชนชั้นสูง จนบิดาต้องย้ายมายังเมืองที่ชนบทหน่อย เพื่อทำให้เขาไม่ได้รู้สึกต่ำต้อยนัก

“ใช่ข้าด่าเจ้า ด่ามารดาเจ้า”

“ใจเย็นก่อนเถิดเจ้าค่ะ คุณชาย คุณหนู” จินเยว่เล่อกล่าว เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต นางจะห้ามพวกเขาได้อย่างไรกัน ทั้งสองด่าทอกันเสียงดังจนผู้คนมามุงอยู่หน้าโรงเตี๊ยมมากมาย 

“เจ้าเงียบปากไปเลย" ป๋ายซือหว่านกล่าว จินเยว่เล่อหน้าเสียเล็กน้อย

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรไปตะคอกนางเช่นนั้น สันดานเจ้ามันช่าง…”

“ช่างทำไม ไอ้ลูกคนชั้นต่ำ" ป๋ายซือหว่านกล่าวท่าทางเยอะเย้ย 

 

 

เพี้ยะ!!!!!!

เสียงมือกระทบใบหน้าดังลั่นพร้อมกับร่างระหงของจินเยว่เล่อที่ล้มลงไปกองกับพื้น โจวจื่อกังโกรธป๋ายซือหว่านจนไม่อาจยั้งมือ แต่จินเยว่เล่อที่ประสาทไวกว่า นางเอาตนเองไปรับฝ่ามือนั่นแทนอย่างไม่รู้ตัว

“คุณหนู / คุณหนู” สาวใช้ประจำตัว กับคนงานในร้านอาหารต่างตะโกนออกมาอย่างตกใจ คุณหนูคนงามของพวกเขาล้มลงไปกับพื้น

“คุณหนูจิน ขะ ข้าไม่ตั้งใจ” โจวจื่อกังหน้าเสีย 

“เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่” ป๋ายซือหว่านกล่าวเสียงสั่น แก้มของคุณหนูจินบวมเช่นนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ หากเรื่องนี้รู้ไปถึงท่านลุง หรือพี่ชาย นางต้องโดนลงโทษอย่างหนักเป็นแน่

“พวกท่านเลิกทะเลาะกันเถอะนะเจ้าค่ะ” จินเยว่เล่อกล่าว น้ำตาของนางหนองหน้าเพราะความเจ็บปวด นางเจ็บจนรู้สึกชาไม่รู้สึกอะไรเลยแล้ว แต่น้ำตาเจ้ากรรมก็ไม่หยุดไหลเสียที

“เป็นเพราะเจ้า เจ้าโง่จื่อกัง หากเจ้าไม่ใช้กำลัง นางจะเจ็บตัวขนาดนี้ไหม” 

“เพราะเจ้าต่างหาก สตรีปากร้าย”

“เพราะเจ้า”  ทั้งสองคนยังไม่หยุดทะเลาะกัน ส่วนจินเยว่เล่อก็ถูกสาวใช้หามไปห้องพักของร้าน พร้อมกับเตรียมยามาประคบให้กับนาง พวกสาวใช้หน้าซีดบ้างก็ตกใจ บ้างก็รู้ถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้น

 

เมื่อกลับจวนก็เป็นอย่างที่คิด ฮูหยินจินเมื่อเห็นบุตรสาวแก้มแดงห่อเลือดบวมช้ำก็เป็นลมล้มพับ รูปโฉมของสตรีเป็นสิ่งสำคัญที่ล้ำค่าไม่ต่างจากชีวิตของนาง พอฟื้นคืนสติก็รีบไต่ถามสาวใช้ทุกคนที่ติดตามไปด้วย ฮูหยินจินโกรธแทบบ้า นางเรียกหมอมารักษาบุตรสาว ทำอย่างไรก็ตามห้ามไม่ให้เกิดรอยแผลเด็ดขาด จากนั้นก็ให้คนไปตามสามีและบุตรชายมาเพื่อจัดการกับเรื่องนี้

“โจวจื่อกังเป็นบุตรชายของใต้เท้าโจว คนผู้นี้เป็นคนใจซื่อมือสะอาด เสียก็แต่ไม่อาจเลี้ยงบุตรชายให้ดี” นายท่านจินกล่าว เขามองฮูหยินจินที่กำลังประคบแก้มให้บุตรสาวอย่างทะนุถนอม

“ส่วนป๋ายซือหว่านผู้นี้ก็เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ ไร้แก่นสาร ทำตัวอันธพาลไปวันๆ เพราะคิดว่าตนเองเป็นหลานสาวคนเดียวของจวนแม่ทัพ” จินซางกล่าวต่อ เขาจ้องมองแก้มบวมแดงของน้องสาวก็ไม่พอใจนัก ส่วนคนที่เจ็บแก้มก็ได้แต่นั่งหน้าเอ๋อ ไม่ได้โกรธเคืองอะไรผู้ใด แค่คิดว่าต่อไปมันคงเป็นเรื่องใหญ่มากแน่นอน ทำร้ายสตรีต่อหน้าผู้คนมากมาย ดูท่าหลังของคุณชายโจวคงจะมีริ้วรอยไม่น่าพิศมัยเป็นแน่แท้

“ท่านพ่อ พี่ชาย อย่าได้กล่าวโทษคุณชายโจวเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะเล่อเอ๋อร์ไม่ระวังเอง”

“ไม่ระวังอันใด ไม่ใช่เจ้ายื่นหน้าเข้าไปรับหรือ” นายท่านจินกล่าว เขาไม่ได้รู้สึกอันใดกับนาง แต่การที่สตรีตัวน้อยอย่างนางได้รับบาดเจ็บทั้งที่อยู่ในปกครองของเขา ก็เหมือนถูกเหยียดหยามอย่างไรอย่างนั้น จะให้เขายอมได้อย่างไร ตอนนี้นางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรสาวเขาแล้ว อีกอย่างตัวตนเดิมนางก็ตายเพราะตกผาไปแล้วเสียด้วย

“เจ้าค่ะ เป็นเพราะลูกยื่นหน้าเข้าไป”

“เล่อเอ๋อร์ แม่เข้าใจเจตนาเจ้า เพราะต้องการปกป้องชื่อเสียงของร้านใช่หรือไม่” ฮูหยินจินกล่าว นางไม่ได้โง่ จินเยว่เล่อเป็นคนฉลาดมีความคิด หลายวันที่ผ่านมานางได้สั่งสอนเด็กสาวมากับมือ นางเป็นคนฉลาด รู้ตัวอักษรก็มาก ทั้งยังสามารถคำนวณได้ดีจนน่าประหลาดใจ นึกไม่ถึงว่าสามีนางก็ใส่ใจบุตรสาวคนนี้อยู่พอควร

“เจ้าค่ะ หากเล่อเอ๋อร์ไม่ทำเช่นนี้ อาจจะเกิดคดีความในร้านของเรา ทำให้เหล๋าอาหารของท่านแม่เสียชื่อเสียงก็ได้”

“แล้วทำเช่นนี้หากเจ้าได้รับบาดเจ็บเล่า ชื่อเสียงเงินทองหรือจะสำคัญเท่าชีวิตเจ้า” จินซางกล่าว

“หากลูกรักษาแผลอย่างดีก็ไม่เกิดริ้วรอยอันใดแล้วเจ้าค่ะ ท่านหมอก็ได้กล่าวไว้แล้ว” เยว่เล่อกล่าว นางอยากยิ้ม แต่ก็เจ็บมุมปากจนน้ำตาไหล แทนที่นายท่านจิน กับจินซางจะเห็นใจผู้อื่น กลับโมโหกว่าเดิม

“ไม่ว่าอย่างไรจวนแม่ทัพ จวนใต้เท้าโจวก็ต้องมาขอโทษข้า” 

“ท่านพ่อ พวกเราเป็นพ่อค้า การมีเรื่องกับจวนแม่ทัพ จวนใต้เท้าจะดีหรือเจ้าค่ะ” เยว่เล่อถามด้วยความเป็นห่วง

“เล่อเอ๋อร์อย่าคิดมาก แม้สกุลจินเราเป็นแค่สกุลพ่อค้า แต่ในเมืองนี้หรือสกุลจินในเมืองหลวง พวกเราไม่ใช่คนต้อยต่ำ สกุลเรานับว่าเก่าแก่ และมีอิทธิพลไม่น้อย” ฮูหยินจินกล่าว สกุลจินเป็นสกุลเก่าแก่ที่อยู่คู่ราชสำนักมายาวนานหลายฮ่องเต้ ไม่ใช่สกุลชั้นต่ำดาษดื่นอะไร ไม่ว่าสายหลักสายรอง ล้วนรักใคร่สามัคคีไม่มีแบ่งแยก อีกทั้งในเมืองนี้สกุลที่ใหญ่รองมาจากแม่ทัพเสวียนก็คือสกุลจินสายรองนี่แหละ

“เล่อเอ๋อร์สร้างแต่ปัญหา ต้องขอโทษท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชายด้วยเจ้าค่ะ”

“เล่อเอ๋อร์อย่าคิดมากเลยลูก เจ้ายังเด็ก ไม่ประสาเรื่องราวภายนอกนัก” จินเยว่เล่อฟังฮูหยินจินกล่าวก็เหมือนถูกตบซ้ำอีกครั้ง นางอายุในชาติก่อนหรือชาตินี้ก็นับว่าอายุมากกว่าฮูหยินจินหลายเท่า แต่นางก็ยังคล้ายเด็กไม่ประสา ผ่านชะตากรรมมามากมาย แต่กลับยังไม่รู้ความอีก 

…น่าโมโหตนเองยิ่งนัก


 

 

 

///  ออกเจมาเศร้ามาก เจแตกเพราะมีวันนึงหิวข้าวจนตาลายแล้วหาร้านเจไม่ได้ เลยต้องปล่อยหลุด เพราะหิว ////

ผิดพลาด ประการใดก็ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #49 kemika16 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 20:47
    น้องไม่ได้เรื่องเลย
    #49
    0
  2. #35 ParichatParinjit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 19:22
    รอค่ะๆๆ
    #35
    0
  3. #34 จ้าาาา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 10:02

    เห้ออออนางเอก.......

    #34
    0
  4. #33 kapao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 09:34

    องค์ชายเจ็ด เราแอบคิดว่าเคมีเข้ากับนางเอกมากกว่าพระเอก(รออ่านปมของพระเอกที่ทำให้นางเอกรัก เราเชื่อว่ามันต้องมีเหตุผลว่าทำไมนางเอกถึงรักพระเอกขนาดนี้55555)

    #33
    0
  5. #32 petangmokamoned (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 09:15

    ขอบคุณค่ะ
    #32
    0
  6. #30 ลัน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 07:33

    รอรอๆๆและรอคะ

    #30
    0
  7. #29 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 00:17
    ไม่ค่อยหมั่นใจในตัวเสวียนเฟยเลย แต่ในเมื่อไรท์บอกว่ามันมีปมก็จะรอค่าา
    ยังไงถึงชาติที่แล้วพี่เฟยจะไม่รักน้องก็ไม่เป็นไรแต่ชาตินี้ต้องจริงจังและจริงใจกับน้องคนเดียวววว
    #29
    0
  8. #27 ปลา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 15:39

    สนุกมากๆๆๆค่ะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ

    #27
    0
  9. #25 BBbelly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 13:14

    แง้ สนุกอ่ะ สู้ๆนะคะไรท์
    #25
    0
  10. #24 รอออออ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 10:21

    อย่าหลงผู้จนหลงลืมนะว่าเขาก็คือ คนคนนึงที่นำพาเราและลูกไปสู่ความตายนะน้องงงงงง เขาไม่ได้รักเธอ เขารักน้องสาวเธอออออออ เพราะถ้าเขารักเธอจริงเขาจะไม่ใช้เธอและลูกเป็นหมากในการแก้แค้น

    #24
    0
  11. #23 Supatra_ja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:43
    อร้าย!! แอบมองน้องด้วย อยากถามท่านแม่ทัพขาเจ็บไหมคะ โดยเตะไปหลายที
    #23
    0
  12. #22 Nattamonsawasdee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:00
    รับผัดหมี่ซั่วกับเต้าหู้ผัดพริกขิงและน้ำกระเจี๊ยบเพิ่มไม๊คะ
    รึจะแกงเลียงเจรวมผักดีคะ
    หยอกๆ 😁😁😁😁😁
    #22
    0