ชะตาชายาทรราช

ตอนที่ 1 : เรื่องเก่าที่เกิดขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    16 ต.ค. 63

ข้าคือคุณหนูสกุลจ้าวลำดับหนึ่งนามจ้าวหลิงหลง มารดาข้าคือเหวินอี้หลิน บุตรสาวเพียงคนเดียวสกุลหลินที่ตกหลุมรักบิดากังฉินของข้า ทุกคนในสกุลเหวินต่างตัดขาดมารดาไม่รักดีของข้า หลังจากแต่งออกไปมารดาข้าได้ตั้งครรภ์ข้าให้หลังเพียงไม่กี่เดือน สุดท้ายนางก็ได้พบความจริงที่ว่าบิดาของข้าไม่ใช่คนดี เขาลวงหลอกมารดาของข้ามาเพื่อใช้นางเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ เมื่อหมากที่ตนวางไว้ใช้ไม่ได้ผล เขาจึงได้ทอดทิ้งมารดาของข้าในเรือนใหญ่ในฐานะฮูหยินเอกที่กำลังตั้งครรภ์ แต่งสตรีอันเป็นที่รักจากอีกตระกูลหนึ่งเข้ามา จากนั้นเพียงไม่ถึงเดือน นางก็ตั้งครรภ์

…คนตาบอดก็ยังรู้ว่านางตั้งครรภ์มาก่อนแต่งเข้าสกุลจ้าว

มารดาข้าเสียใจอย่างหนัก ในยามนั้นสกุลเหวินก็ตัดขาดกับนางไปแล้ว ครั้นจะกลับไปพึ่งพาสกุลเหวิน นางก็หน้าบางเกินกว่าที่จะทำเช่นนั้น ในช่วงยามตั้งครรภ์นางเกือบแท้ง เพราะคิดมากเรื่องที่บิดาไม่รัก ไม่สนใจเฉกเช่นก่อน แต่ท้ายที่สุดนางก็หันหน้าเข้าพึ่งทางศาสนา ทุกวันได้แต่นั่งสวดมนต์ขอพรพระพุทธองค์ จนกระทั่งข้าได้ถือกำเนิด นางก็จากไปอย่างสงบ ทิ้งทารกเช่นข้าให้เติบโตมาอย่างยากลำบาก โชคดีที่นางเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงามพอสมควร และทรัพย์สินที่ติดตัวมาจำนวนมาก ทำให้นางไม่ถึงขั้นขัดสนมากนัก

ข้าเติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูของแม่เลี้ยงที่บัดนี้กลายเป็นฮูหยินเอกแทนตำแหน่งมารดาข้าที่จากไป นางไม่ได้เลวร้ายต่อข้านัก แต่ถ้าหากให้กล่าวว่าดีต่อข้าก็ไม่อาจนับได้ นางไม่สนับสนุนการเรียนของข้าอย่างชัดเจน ทำให้ข้าไม่อาจเติบโตอย่างงดงามเฉกเช่นน้องสาวของข้า จ้าวหรูอี้  นางเติบโตมาอย่างงดงาม แม้รูปลักษณ์จะด้อยกว่าข้า แต่ด้วยท่าทางของนางที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี รูปโฉมของข้าจึงด้อยกว่านางไปโดยปริยาย

เวลาผันผ่านไปข้าเติบโตเป็นสาวพ้นวัยปักปิ่น เหล่าสตรีดรุณีตัวน้อยมักจะคิดถึงแต่เรื่องแต่งงาน ยามนั้นข้าได้รับราชโองการให้แต่งเข้าเป็นพระชายารองขององค์รัชทายาท คราแรกข้าดีใจเป็นอย่างยิ่ง สตรีที่ได้แต่งเข้าวังขององค์รัชทายาท ก็เป็นที่แน่นอนว่าในภายภาคหน้าข้าอาจจะได้เป็นหนึ่งในสี่พระสนมผู้ยิ่งใหญ่แห่งวังหลัง จ้าวหรูอี้ที่นางคิดว่าเป็นน้องสาวคนสนิทก็ยินดีกับนางไม่น้อย แต่แท้จริงทุกอย่างเป็นเพียงแผนการเท่านั้น น้องสาวคนนี้ไม่ได้ยินดีกับนางแต่แรก นางแสร้งยินดีเพื่อให้นางตายใจ

ก่อนแต่งเข้าไปในวัง แม่เลี้ยงของข้าจำต้องฝึกฝนข้าใหม่ให้เพียบพร้อม แม้จะไม่ต้องการให้ข้าดูงดงามกว่าบุตรสาวในใส้ตนเอง แต่ก็ไม่อาจทำให้สกุลจ้าวเสื่อมเสียชื่อเสียง อีกอย่างช่วงเวลาที่ผ่านมา กริยามารยาทข้าในสายตาผู้อื่นก็ด้อยกว่าจ้าวหรูอี้อยู่แล้ว ในยามนั้นเกือบปีข้าได้ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้เหมาะสมที่จะเป็นพระชายารองจวนรัชทายาท แน่นอนข้าตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อให้สกุลจ้าวไม่อับอาย ในยามนั้นข้าไม่ได้สนใจสกุลเหวินฝั่งมารดา พวกเขาไม่ใส่ใจเห็นข้าเป็นบุตรหลาน ข้าก็ไม่ใส่ใจพวกเขาเช่นกัน โดยไม่รู้เลยว่าการที่ข้าทำเช่นนั้นนับเป็นความผิดพลาดประการหนึ่ง

เมื่อข้าได้แต่งเข้าไปในจวนรัชทายาท ข้าก็พบว่าเขาเป็นองค์ชายเหลวแหลกผู้หนึ่งเท่านั้น หาได้มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งฮ่องเต้องค์ต่อไป เขาไม่ถนอมบุปผาแม้เพียงนิด ยามค่ำคืนแรกของนางเป็นเรื่องที่เจ็บปวดไม่น้อย เขาไม่ต่างจากปีศาจกระหายในกาม มีชายาเล็ก อนุนางน้อย นางกำนัลก็ไม่เว้นทั่ววัง ที่ดำรงตำแหน่งรัชทายาทได้ก็เพราะมีมารดาเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน ทั้งยังเป็นสตรีที่ครองใจฮ่องเต้เพียงผู้เดียว นั่นทำให้ตำแหน่งรัชทายาทของเขามั่นคง แต่ต่อให้มั่นคงเช่นไร คนตาบอดก็ย่อมมองออกว่า… เขาไม่มีทางได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปอย่างแน่นอน องค์ชายหลายพระองค์ต่างมีความสามารถหลากหลาย

เวลาผ่านไปเกือบปีน้องสาวของนาง จ้าวหรูอี้ได้มีโอกาสแต่งเข้าเป็นพระชายาองค์ชายเจ็ดผู้มากสามารถ ทั้งคู่ได้สมรสกันอย่างยิ่งใหญ่จนผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างร่ำลือไปถ้วนทั่วว่าองค์ชายเจ็ดโชคดีเพียงใดที่ได้คุณหนูรองผู้งดงาม เก่งกาจ และแสนดีอย่างจ้าวหรูอี้แต่งเป็นชายาเอก หลักจากงานสมรสทั้งคู่ได้ออกงานราชการมากมาย ช่วยเหลือประชาชนในหลายที่ แม้กระทั่งถิ่นห่างไกล ชื่อเสียงของคนทั้งคู่เหล่าลือกันไปไกล จนกลายเป็นว่าทั้งสองเป็นม้ามืดที่เหมาะสมจะช่วงชิงบัลลังก์ ในขณะที่ข้าต้องอดทนกับสตรีแสนร้ายกาจในวังรัชทายาท และความบ้ากาม ตัณหากลับของเขาที่ไร้จุดสิ้นสุด

เวลาผ่านไปหลายปีข้าเริ่มทำใจเรื่องฐานะตนเองในวังองค์รัชทายาทได้ ในงานหลายครั้งข้าได้พบน้องสาวตนเองก็รู้สึกว่าตนเองช่างด้อยค่านัก แม้นภายหลังข้าจะได้ก้าวขึ้นตำแหน่งไท่จื่อเฟย แทนคนเก่าที่เสียไปในอุบัติเหตุตกม้าขณะไปล่าสัตว์พร้อมองค์รัชทายาท แต่รัศมีของข้าและองค์รัชทายาท ไม่อาจเทียบเคียงจ้าวหรูอี้กับองค์ชายเจ็ดได้เลย ตอนนั้นข้าเริ่มรู้เรื่องราวมากขึ้น ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องราวข่าวสารบ้านเมืองหลายอย่าง ทำให้หูตาของข้าเริ่มสว่าง

…แท้จริงแล้วชีวิตที่ผ่านมาของข้านั้นบัดซบนัก

ข้าตาบอดมองไม่เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในชีวิตตัวเองเลยสักครั้ง ได้แต่คิดว่าตัวข้านั้นปกติ โชคดีที่มีแม่เลี้ยง และน้องสาวที่แสนดี แต่พวกเขากลับไม่ได้จริงใจกับข้าเลยแม้เพียงเสี้ยวนิดเดียว พวกเขาเห็นข้าเป็นเพียงหมากตัวนึง บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาล้วนเป็นคนขององค์ชายเจ็ด พวกนางมีวรยุทธ และความสามารถหลายอย่าง ข้าได้ทราบก็ในตอนนี้ที่ได้มีโอกาสเสด็จตามประพาทงานล่าสัตว์นอกวังหลวง ข้าและองค์รัชทายาทสามีถูกลอบทำร้าย โชคดีที่สาวใช้ของข้าช่วยไว้ได้ทัน ในยามนั้นนางกล่าวว่าบิดาข้าเป็นคนส่งมาคุ้มครอง แต่เมื่อคิดไปมาแล้ว บิดาที่เป็นเพียงขุนนางจะหาเงินมากมายจากที่ใดมาเลี้ยงผู้มีวรยุทธได้กัน แต่ข้าก็ไม่นึกอยากจะโวยวายอะไร ปล่อยเรื่องราวให้ผ่านไป จนกระทั่งช่วงหลังที่น้องสาวข้าและสามีของนางโดดเด่นขึ้นมา การเมืองก็ร้อนระอุมากขึ้น สามีข้ายังคงใช้ชีวิตเฉกเช่นคนโง่เช่นเดิม ผลาญเงิน เคล้านารี มีอนุเต็มวัง

ข้าได้มาย้อนคิดดูก็พบว่าแท้จริงแล้วสถานะของข้านั้นสูงกว่าน้องสาว นางกำเนิดในยามที่มารดาเป็นฮูหยินรอง แม้จะมีหน้ามีตาเพียงใดก็ยังถือว่าฐานะนางต้อยค่ำกว่าข้า แต่เมื่อข้าได้แต่งเข้าวังเป็นชายารององค์รัชทายาท ทำให้นางเองก็นับว่าฐานะเลื่อนสูงขึ้นตามพี่สาว ทำให้นางสามารถแต่งเป็นพระชายาเอกขององค์ชายเจ็ดได้ แม้จะโดนครหาอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงในด้านดีของนางโด่งดังทำให้นางนั้นมีฐานะที่เหนือกว่าคุณหนูคนอื่นในเมืองหลวง 

ข้าได้รู้แล้วว่าข้าแต่งให้องค์รัชทายาทเพื่อเป็นการปูทางให้น้องสาว ซ้ำยังเป็นสายอย่างดีให้กับองค์ชายเจ็ด ต่อมาหลายปีเรื่องราวการเมืองร้อนแรงขึ้น ฮ่องเต้ก็พระชนม์อายุมากขึ้นจนวัยชราจวนเจียนจะร่วงโรย ข้าเองก็ได้รู้ว่าฮองเฮาพยายามปกป้องบุตรชายอย่างยิ่ง แต่เสียงของประชาชน และขุนนางมากมายฝ่ายองค์ชายเจ็ดย่อมดังกว่า ฮองเฮาจึงได้ลากองค์ชายสิบเข้ามาเกี่ยวในเรื่องราวการชิงบัลลังก์แทน เมื่อรู้ว่าบุตรชายไม่เหมาะสม 

องค์ชายสิบกงหยางเฟยใช้ชีวิตนอกด่านมาโดยตลอด เขาเป็นนักรบสกุลเสวียนที่เก่งกาจที่สุดคนนึง อายุเพียงสิบขวบปีก็ติดตามท่านตาของตัวเองออกรบ เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ น่าเสียดายที่ฮ่องเต้นั้นระแวงในอำนาจทางทหารของสกุลเสวียนจึงได้ขับไล่เขากับตาของตนออกจากเมืองหลวง ให้ไปไกลยังนอกด่าน ฮองเฮาแม้ไม่ชอบใจสนมสกุลเสวียนนัก แต่เมื่อคิดว่าหากเป็นไปได้ก็ไม่อยากยอมให้องค์ชายเจ็ดได้ขึ้นครองบัลลังก์ นางกลัวเหลือเกินว่าเสียนเฟยจะมีอำนาจเหนือนาง 

องค์ชายสิบถูกเรียกเข้าวังหลวง แม้แผนการของฮองเฮาเหมือนจะไปได้ดี แต่น่าเสียดาย …แท้จริงในใจขององค์ชายสิบมีจ้าวหรูอี้มาโดยตลอด เขาได้พบรักนางในยามที่นางออกต่างเมืองเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยปกปิดนามตน แต่มาคราวนี้เขาได้พบสตรีอันเป็นที่รักในฐานะพี่สะใภ้คนนึง ความเจ็บปวดกินใจ และเขาเองก็ไม่อาจทำร้ายให้นางตกต่ำได้ จึงได้เลือกที่จะปกป้องนางกับองค์ชายเจ็ด และเดินทางออกนอกเมือง 

ในยามที่เกิดศึกแย่งชิงบัลลังก์ องค์ชายสิบเปลี่ยนท่าทีช่วยเหลือองค์ชายเจ็ด เขาสังหารผู้ที่ตั้งตนเป็นทรราชและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แน่นอนสามีของข้าย่อมโดนโทษทัณฑ์ ตัวข้าแม้จะถูกคุมขังในตำหนัก กินอยู่อย่างแร้งแค้น แต่ก็ไม่โดนโทษทัณฑ์เฉกเช่นผู้อื่น น้องสาวของข้าเมื่อได้เถลิงราชย์ตามสามี นางก็กลายเป็นฮองเฮาผู้งดงามแสนดีในสายตาประชาขน นางยังได้ขอร้องสวามีให้ปล่อยพี่สาวของนางไป ข้าถูกเนรเทศออกนอกเมือง และโชคดีที่คนของอค์ชายสิบได้นำข้าติดขบวนมาด้วย

ข้าได้รับการปฏิบัติอย่างเมตตาจากองค์ชายสิบ ข้าไม่เคยพบเขา และไม่ได้คิดที่ต้องการจะพบใคร แม้นตอนนี้หูตาของข้าจะสว่างเพียงใดก็ไม่อาจเทียบได้ว่า ตอนนี้ข้าไม่เหลืออะไรให้ห่วงหา ต่อสู้ และดิ้นรนอีกต่อไป ข้าใช้ชีวิตเข้าหาพระธรรม แต่ในใจของข้าไม่เคยสงบแม้เพียงนิด เรื่องราวเล็กน้อยที่ข้าเคยจดจำได้ เมื่อกลับมาพิจารณาอีกที ครอบครัวของข้าล้วนใจร้ายต่อข้ายิ่งนัก ข้าเป็นคุณหนูใหญ่ แม้นไม่มีมารดาคอยดูแล แม้จะเป็นเพียงสตรี แต่ก็กล่าวได้ว่าชีวิตข้าควรถูกปฏิบัติให้ดีกว่านี้ คิดแล้วก็ปวดใจ นางช่างเขลาเสียจริง มาคิดได้ตอนนี้ก็เสียเวลามากแล้ว 

ชีวิตของข้าในภายหลังที่นอกด่าน หากไม่เข้าหาธรรมะ ข้าก็จะมาช่วยเหลือเหล่าทหาร นางรับใช้คอยดูแลช่วยเหลือชาวบ้าน จนกระทั่งห้าเดือนหลังนั้น ข้าได้เกิดรู้ตัวว่าแท้จริงแล้วข้ากำลังตั้งครรภ์อายุมากถึงห้าเดือน ตลอดมาข้าไม่เคยสงสัยเรื่องระดู ข้าคิดเพียงแค่ว่าข้าถูกทรมาณมา ระดูขาดก็ไม่นับว่าแปลกอะไร ส่วนเรื่องหน้าท้อง ข้าคิดเพียงว่าอาหารนอกด่านมีแต่อาหารนอกด่านนั้นมีแต่อาหารที่อร่อย รสชาติดีติดปาก ทำให้ข้าอ้วนฉุ และเด็กในครรภ์ก็ไม่ได้รบกวนข้าแม้แต่น้อย เมื่อยามทราบว่าข้าตั้งครรภ์ ข้ายังคิดเสียด้วยซ้ำว่าเขามีชีวิตอยู่แน่หรือ …ช่างสงบเสงี่ยมเจียมตนเสียจริง

องค์ชายสิบทราบความ เขาได้เดินทางมาหาข้าที่เรือน ข้าเคารพนบนอบกับเขาไม่ต่างจากตัวข้าเป็นบ่าวไพร่เพียงผู้หนึ่ง องค์ชายสิบแม้ภายนอกจะดูดุ หน้าตาเกรงขาม รัศมีความดุดันตามประสาชายชาตินักรบ แต่เขาปฏิบัติต่อข้าได้ดีนัก ในวันนั้นเขาได้กล่าวว่าการตั้งครรภ์ของข้านั้นไม่ปลอดภัยแม้แต่น้อย เรื่องราวที่ผ่านมาเป็นเพราะเขารู้สึกผิดกับอดีตสามีของข้า จึงได้นำมาข้ามาดูแลที่นี่ และด้วยยามนี้ข้าตั้งครรภ์ ฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ปัจจุบันคงไม่ยินยอมให้สายเลือดกบฏมีชีวิตเป็นแน่ ตอนนี้ยังไม่มีใครทราบนอกจากเขา

ในตอนนั้นองค์ชายสิบเสนอให้ข้าเป็นหนึ่งในสตรีของเขา ข้ากระอักกระอ่วนใจไม่น้อย ฐานะของข้าคือพี่สะใภ้ของเขา หากจะต้องมาใช้ชีวิตกับเขาในฐานะชายาของเขา อาจจะทำให้เขาเสียเกียรติก็เป็นได้ แต่องค์ชายสิบเองก็ได้ยอมเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ข้าฟังโดยไม่ปกปิด เดิมทีเขาได้พบกับน้องสาวของข้า จ้าวหรูอี้ไม่ใช่โดยบังเอิญ ทุกอย่างเป็นแผนการ จ้าวหรูอี้รักกับองค์ชายเจ็ดมาเนิ่นนานแล้ว พวกเขาได้วางแผนให้องค์ชายสิบเป็นหนึ่งในหมากไม้ตาย ด้วยอำนาจทางการทหาร จึงได้วางแผนใช้นารีพิฆาต และสตรีใดเล่าที่จะยั่วยวนใจบุรุษให้ถึงขั้นถวิลหาได้หากไม่ใช่จ้าวหรูอี้ผู้งดงาม องค์ชายสิบที่ไม่เคยผ่านสตรีนางใดก็ตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจ เขาในยามนั้นก็ยังเป็นเพียงชายหนุ่มเท่านั้น 

จากนั้นก็ผ่านมาหลายปีจ้าวหรูอี้ยังคงอยู่ในความทรงจำของเขามาโดยเสมอ แม้จะพยายามตามหาเพียงไรก็ไม่อาจได้พบเจอ จนกระทั่งเขาได้ราชโองการรจากบิดาเรียกตัวกลับวังหลวง เขาไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ในวังหลวงนัก แต่ก็เต็มใจกลับแต่โดยดี เขาคิดถึงมารดาคนงามสุดหัวใจ แต่ในงานเลี้ยงต้อนรับ เขาได้เจอสตรีในดวงใจ แต่… นางกลายเป็นพี่สะใภ้ของเขาไปเสียแล้ว หน้าตางดงามของนางกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย นางเลี่ยงไปเดินในสวนมืดห่างไกล องค์ชายสิบก็ติดตามไปหวังจะได้พูดคุยให้รู้ความ 

นางได้ปั้นหน้าเล่าเรื่องเท็จว่าโดยองค์ชายเจ็ดบีบบังคับจนต้องแต่งงานกับองค์ชายเจ็ด ทั้งที่จริงไม่ใช่เข่นนั้นเลย แต่ในตอนนั้นองค์ชายสิบที่รอนางในดวงใจมาเนิ่นนาน ย่อมเชื่อสนิทใจ นางเล่าเรื่องทั้งน้ำตา หัวใจของเขาปวดร้าวเจียนตาย แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ นอกจากยืนมองนางเคียงข้างผู้เป็นพี่ชายต่างมารดา เขามองเกมขององค์ฮองเฮาออก และมารดาของเขาก็อยากให้มันเป็นไปตามนั้น ตลอดมาเขาจึงเหมือนยืนคนละฝั่งกับองค์ชายเจ็ด และนาง

แต่ในหลายครั้งเขาก็ลอบพบเจอนาง แต่ไม่ได้มีสัมพันธ์สวาท เขาได้พบนาง ได้นั่งฟังเพลงพิณของนาง ได้เดินหมากร่วมกัน เขาเหมือนอยู่ในฝันทุกครั้ง แต่เมื่อพบเจอความเป็นจริงก็มักจะเห็นนางกำลังยืนยิ้มหวานให้แก่สามีของนาง เขาเจ็บปวด …แต่ก็อยากเห็นรอยยิ้มอันแสนงดงามของนาง เขายอมเล่าเรื่องราวแผนการหลายอย่าง ในใจลึกเขาทราบดีว่านางก็ต้องการรับรู้จึงได้ทำตนให้อ่อนหวานต่อเขา แต่อนิจจา… บ่วงรักที่พันธนาการจิตใจเขา มันทำให้เขาไม่อาจถอนตัวขึ้น 

ในสงครามผลัดเปลี่ยนราชบัลลังก์หลังจากบิดาของเขาสิ้นพระชนม์ไปนั้นรุนแรงมากขึ้น เขาไม่เคยคิดที่อยากเป็นฮ่องเต้นัก ด้วยเรื่องราวของอำนาจมันเป็นเรื่องยาก และต้องคิดต้องระวังตลอดเวลา แม้ในสนามรบจะต้องระวังตลอดเวลา แต่อย่างน้อยก็ยังมีช่วงเวลาพักรบ ไม่ใช่การอยู่ในวังที่รอบกายมีแต่คนของตน แต่ก็ไม่อาจไว้ใจ หรือพึ่งพิงใครได้ เขายอมให้ความช่วยเหลือองค์ชายเจ็ด ผ่านพระชายาเอกของเขาจ้าวหรูอี้ เขาขอแค่เพียงมารดาจะมีสถานะในวังหลังเป็นไท่เฟยที่ได้รับความเคารพ และดูแลเป็นอย่างดี

หลังจากเกิดเรื่องราว ผู้แพ้ย่อมต้องโทษ ฮองไทเฮาถูกขังในวัดประจำราชวงศ์ ส่วนองค์รัชทายาทต้องโทษฐานกบฏ คนทุกคนในวังของเขา และผู้เกี่ยวข้องล้วนถูกประหารชีวิต ลูกหลานของขุนนางที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพศชายทั้งหมดล้วนโดนประหารตามกัน ส่วนเหล่าสตรีให้เนรเทศออกนอกเมืองหลวง ในตอนนั้นองค์ชายสิบจำต้องคุมการสำเร็จโทษ เพื่อทำให้องค์ชายเจ็ดไว้ใจ คราแรกเขาได้ทูลขอชีวิตเหล่าองค์ชายที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เขาขอถูกปฏิเสธ เขาจึงได้เห็นแล้วว่าธาตุแท้ขององค์ชายเจ็ด เพื่อราชบัลลังก์เขาล้วนทำได้ทุกอย่าง 

ในตอนนั้นเขาได้เห็นว่าฮองเฮาองค์ใหม่เองก็ได้ขอชีวิตของพี่สาวตนเช่นกัน เขาได้แต่มองนางด้วยสายตาชื่นชม แม้จะผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาได้ นางก็ไม่ลืมพี่สาวของตน เขาจึงได้รับอาสาที่จะนำนางไปดูแลแทน แวบแรกที่ได้เห็นสตรีนางหนึ่งดวงตาของนางเรียบนิ่งไม่ได้สนใจเรื่องทางโลกมากนัก นางนั่งเย็บผ้าด้วยท่าทีนิ่งเรียบ ทั้งที่ยามนั้นนางโดนลงโทษใส่ชุดผ้าป่านธรรมดา แต่ความงามความเงียบสงบของนางก็ชวนหลงใหลไม่น้อยเลยทีเดียว เขาได้ให้ทหารคนสนิทพาตัวนางกลับมายังนอกด่าน บ้านที่เขาเคยอาศัย ตนเองก็ต้องออกรบราฆ่าฟันเมืองอื่นที่พยายามจะเข้ามารบในช่วงที่มีการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์

ต่อมาเมื่อสงครามจบลงเขาได้กลับมาพักผ่อนในเมือง ยามว่างเขาก็ออกมาเที่ยวชมเมืองของตนเองอย่างเงียบเชียบ ท่านตาของเขามักจะพาเขาไปไหว้พระทำบุญให้ท่านยายที่จากไปเสมอ ตัวเขาได้พบกับนางเสมอ นางในยามนั้นสวมชุดผ้าป่านมอซอ แต่ดวงหน้านางโดดเด่นเหนือใคร ทำให้เขาได้ส่งทหารหญิงมาคุ้มกัน เนื่องจากความงามของนางแตกต่างจากสตรีนอกด่านไม่น้อย ทำให้อาจเกิดอันตราย

ต่อมาเขาจึงได้ติดตามเธอในยามว่างเป็นประจำ แม้งานชายแดนจะรัดตัว แต่ด้วยท่านตายังคงทำงานอยู่ และคอยช่วยเหลือเขา ให้เขาได้พักผ่อนช่วงหลังสงครามทำให้เขามีเวลาว่างมากพอ เขาเองก็สงสัยนักว่าสตรีเมืองหลวงเป็นเช่นไรบ้าง นางมักใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องบ่าวรับใช้มาช่วยเหลือ ในยามว่างนางมักจะมาช่วยเหลือพวกบ่าวรับใช้คอยดูชาวบ้านที่เดือดร้อนได้รับผลกระทบจากสงคราม นางเป็นคนดีมีน้ำใจ ทั้งยังคอยช่วยเหลือผู้อื่น แต่ต่อมาเขาจำต้องกลับไปทำงาน และได้รับข่าวที่ไม่รู้จะดีหรือร้ายว่านางกำลังตั้งครรภ์ และแน่นอนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็พอทราบว่าแท้จริงจ้าวหรูอี้นั้นหลอกลวงเขามาโดยตลอด จากสายข่าวที่เฝ้าอยู่ในวัง เขาไม่ได้ต้องการที่จะใช้สายข่าวเพื่อการนี้ แค่ต้องการรับรู้เรื่องราวของนางเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าแท้จริงแล้วทุกอย่างจะเป็นแผนการอันแสนแยบยลที่นางได้วางไว้ร่วมกับสามี และเขาก็เป็นเพียงหมากตัวนึงเท่านั้น 

…หัวใจของเขาเจ็บปวดไม่น้อยเลย ที่ถูกหลอกใช้ แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายมากนัก แต่ที่เขาได้พบอีกอย่างคือนางโหดร้ายเกินจะบรรยาย นางไม่ชอบสตรีนางใดของสามี ก็มักจะประทานยาห้ามครรภ์ หรือทำร้ายสตรีอื่นด้วยใบหน้าอันใสซื่อ ท่าทางแม่พระ นางคือผู้อยู่เบื้องหลังของการแท้ง และการตายของพระสนมหลายคน ฮ่องเต้แม้จะทราบเรื่องราวนี้แต่ก็ทำปิดตาข้างนึง เพราะสำหรับเขาแล้วนางคือสตรีอันดับหนึ่งในหัวใจ หากมันไม่เกินเรื่องราวจนกระทบต่อการบริหารของเขา เขาก็ไม่ห้ามนางเช่นกัน ที่ผ่านมาเขาได้รับรู้ในหลายเรื่องราวที่เขาเองไม่เคยทราบ มันทำให้เขาเปิดหูเปิดตาไม่น้อย สตรีที่คิดว่าดีงามกลับร้ายกาจเหลือคณา ส่วนคนที่คิดว่าสมควรจะร้ายกาจกลับเอาแต่นั่งไหว้พระ ช่วยเหลืองานผู้อื่น ใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวในเรือนหลังเล็ก ไม่เรียกร้อง โหยหาอะไร 

ข้าจ้าวหลิงหลงที่ได้ฟังเรื่องราวมากมายจากปากคนตรงหน้า ก็คิดตามด้วยความสงสาร รักแรกของเขากลับถูกทำร้าย และหลอกใช้ คงเจ็บปวดไม่น้อย แต่อย่างไรเสียที่เขากล่าวมาเรื่องบุตรในครรภ์นางก็มีเหตุผล แต่ข้าในยามนี้บุตรในครรภ์ก็นับเป็นสิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งจิตใจอันบอบช้ำของนางได้ หากมีเด็กน้อยสักคนที่คอยเรียกนางว่าท่านแม่ ท่านแม่… นางก็คงมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

ข้าจึงได้ตบปากรับคำ หลังจากนั้นองค์ชายสิบก็แวะเวียนมาหาที่ข้าที่เรือนบ่อยครั้ง ผู้คนมากมายเข้าใจว่าข้ามีความสัมพันธ์กับองค์ชายสิบ แน่นอนเรือนหลังเล็กก็ถูกตกแต่งจนมีอาณาเขตบริเวณขึ้นมาบ้าง กลายเป็นเรือนที่ห้องหับสามห้อง ห้องนอนใหญ่เป็นของข้า ห้องหนังสือเป็นห้องทำงานในบางครา และยังเป็นห้องนอนขององค์ชายสิบ ส่วนอีกห้ององค์ชายสิบเตรียมไว้ให้กับบุตรของข้าที่จะเกิดมาในนามของบุตรของเขา 

เวลาผ่านไปข้าได้ตั้งครรภ์ในนามอนุขององค์ชายสิบ ทุกคนเคารพนบนอบกับข้าเป็นอย่างมาก คืนนึงองค์ชายสิบได้เล่าเรื่องราวว่าอนุชายาของเขานางหนึ่งเป็นสายให้กับฮองเฮาองค์ปัจจุบัน น้องสาวของข้า เขาเล่าแผนการให้ข้าฟังว่าตัวข้าอย่างไรก็ต้องคลอดในเดือนที่เก้า และนี่ก็ผ่านมาครบเจ็ดเดือนแล้ว ครรภ์ของข้าดูแทบไม่ออกเลยเหมือนคราที่รู้ตน ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าข้าท้องเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น อีกเพียงสี่เดือนเท่านั้นข้าก็จะให้กำเนิดบุตรของตนเอง ผู้คนจะครหาได้ว่าในครรภ์ของนางเป็นบุตรขององค์ชายสิบ หรืออดีตองค์รัชทายาท เพื่อความสมจริง เขาตั้งใจจะให้นางทำเหมือนคลอดก่อนกำหนด และจะป้ายสีอนุนางนั้นเพื่อให้นางคลอดบุตรได้ปลอดภัย และตบตาผู้คนทั้งหลายได้อีก

ข้ารู้สึกขอบคุณองค์ชายสิบที่เมตตาข้ากับบุตรในครรภ์มาก ข้าจึงได้ทำตามเขาทุกอย่างอย่างไม่สงสัยอะไรเลย แม้ในใจลึกอาจจะรู้สึกแปลกใจบ้าง แต่ความเมตตาเสมอต้นเสมอปลายนั้นทำให้นางมองข้ามทุกอย่าง แผนการถูกดำเนินไปด้วยดีในยามที่ข้าคลอดลูก ในตอนนั้นบุตรของข้าเป็นบุตรชายที่หน้าตาจิ้มลิ้ม อวบอ้วนน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง แม้ข้าจะไม่ได้รัก หรือชอบบิดาของเขา แต่เด็กคนนี้ก็คือเลือดในกายของนาง ความรักของนางจึงตกอยู่ที่เขาจนหมดสิ้น 

ต่อมาเรื่องราวก็เป็นไปตามคาด ข้าเลี้ยงบุตรชายจนเขาเติบโต เขาน่ารักเหลือคณา ทั้งยังเป็นบุตรชายคนโปรดคนเดียวขององค์ชายสิบเสียด้วยซ้ำ ในยามนี้แม้จะมีสตรีอุ่นเตียงในเรือนมากมาย แต่เขาก็ยังไม่ได้มีบุตรกับใคร หรือพระชายาเอกเป็นตัวเป็นตน ตอนนี้ฐานะของเขาก็กลายเป็นเสวียนอ๋องแล้ว บุตรชายของข้าก็กลายเป็นทายาทของเขา ในใจของข้ารู้สึกไม่สู้ดีนัก เพราะรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ใช่ …บุตรชายของข้าที่เสวียนอ๋องตั้งชื่อให้ เสวียนหรงฉี 

เขาเติบโตมาแต่วัยเยาว์ด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง ท่านปู่ทวดของเขารักเขาเหลือคณา ส่วนเสวียนไท่เฟยก็ยังส่งข้าวของมากมายมารับขวัญเด็กชายไกลจากเมืองหลวง ฮ่องเต้ และฮองเฮาก็ยังประทานของมาร่วมด้วย แม้จะถูกครหาอยู่บ้างที่เสวียนอ๋องนำนักโทษ ทั้งยังมีตำแหน่งเป็นพี่สะใภ้มาทำเมีย แต่เรื่องราวในอดีตล้วนไม่มีใครกล้าเอ่ยขึ้น ด้วยแม้จะเป็นนักโทษ แต่ก็มีศักดิ์เป็นถึงพี่สาวฮองเฮา 

เสวียนอ๋องเลี้ยงบุตรชายข้าอย่างเอาใจใส่ เขาเข้มงวดกับบุตรชายข้าเป็นพิเศษ ต่อมาในค่ำคืนหนึ่งข้าได้เผลอกินสุราน้ำค้างที่สาวใช้ข้านำมาให้ นางกล่าวว่านั้นเป็นยาบำรุงชั้นดีที่จะดูแลร่างกายข้าให้ดีขึ้น เนื่องจากช่วงหลังชายแดนมีอากาศที่หนาวเย็นมากกว่าปกติ ทำให้ข้าที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว ป่วยอยู่บ่อยครั้ง ในกาลก่อนความตายไม่น่ากลัวสำหรับข้า แต่ยามนี้ข้าต้องการที่จะปกป้อง และมองลูกของข้าเติบโต ทำให้ข้ารักตัวกลัวตายจึงได้ดื่มเข้าไปมากเป็นพิเศษ กว่าจะรู้ตัวอีกที …ร่างกายของข้าเปลือยนอนซุกอยู่บนอกของเสวียนอ๋อง ข้ารู้สึกกระดากอายนัก

ข้าทราบดีว่าเสวียนอ๋องนั้นมองข้าไม่เหมือนเดิมมานานแล้ว แต่ข้าทำมองไม่เห็นถึงตรงนั้น ข้าต้องการรักษาระยะห่างเอาไว้ ในตอนที่ตื่นมา ข้าแน่ใจว่านี่ไม่ใช่การนอนเปลือยเพียงเท่านั้น ร่างกายของข้าบ่งบอกได้ดีว่าเมื่อคืนนั้นข้าได้ผ่านอะไรมาบ้าง เสวียนอ๋องไม่กล่าวอะไรเขาเพียงบอกแก่ข้า …ว่าข้านั้นเป็นเมียของเขาแล้ว

นั่นก็เป็นข้อหนึ่งที่ข้าเข้าใจแล้วว่าเสวียนอ๋องมีความแค้นฝั่งในอก การที่เขาครอบครองข้า และบุตรชายของข้า ทุกอย่างมันราบรื่นเกินไป ข้าใช้ชีวิตผ่านไปด้วยฐานะเมียของเขา อย่างจำยอมครึ่งหนึ่ง และเต็มใจครึ่งหนึ่ง เขามักจะมานอนค้างคืนกับข้า และร่ำสุราอย่างหนัก บางคืนเขาเผลอหลุดแผนการตอนเมาให้ข้าฟัง

แท้จริงแล้วเขายังคงรักและคิดถึงจ้าวหรูอี้ฮองเฮาอยู่มาก และยังแค้นใจนางไม่น้อย จ้าวหรูอี้ฮองเฮาแท้จริงแล้วมีสัมพันธ์ทางกายกับเสวียนอ๋อง ก่อนหน้านั้นนางยังมีความสัมพันธ์กับองค์ชายเจ็ด แต่เพราะในยามนั้นนางเสียใจที่องค์ชายเจ็ดคิดจะแต่งสตรีอื่นมาเป็นพระชายาเอก นางจึงได้เลือกที่จะหนีออกจากเมืองหลวง จนมาพบชายหนุ่มรูปงาม นางได้รู้ว่าเขาเป็นองค์ชายสิบผู้ยิ่งใหญ่ จึงปล่อยกายปล่อยใจให้แก่องค์ชายสิบ แต่ในตอนท้ายองค์ชายเจ็ดได้ส่งคนมาติดตามง้องอนนาง ทั้งยังขอมารดาให้แต่งนางเป็นชายาเอก นางจึงได้ยินยอมตามกลับ …และในขณะนั้นนางกำลังตั้งครรภ์อ่อนอยู่

เมื่อกลับไปนางจึงตัดสินใจเก็บเด็กทารกเอาไว้ เพราะในขณะที่เดินทางกลับนั้นนางก็ตั้งครรภ์ใหญ่จนเกินกว่าจะใช้นยาขับเลือด นางจึงได้เก็บเด็กเอาไว้ ที่ผ่านมาทั้งหมดที่องค์ชายสิบยอมให้การช่วยเหลือองค์ชายเจ็ดก็เพราะนางเอาเด็กคนนี้มาข่มขู่ ในตอนนั้นองค์ชายสิบคลั่งแค้นเขาได้เล่าเรื่องนี้แก่องค์ชายเจ็ด น่าเสียดายองค์ชายเจ็ดไม่ได้โกรธเคืองอะไรชายารักของตน ทั้งองค์ชายเจ็ด และจ้าวหรูอี้ก็ได้ใช้ชีวิตเด็กคนนี้มาข่มขู่ ในวันสุดท้ายที่ประหารอดีตองค์รัชทายาท เขาคิดว่าจะได้บุตรชายกลับคืนมา แต่น่าเสียดาย เขาได้เพียงร่างไร้วิญญาณของบุตรชายเท่านั้น

จ้าวหรูอี้กล่าวแค่ว่าเมื่อนางคลอดเสร็จจึงได้นำเด็กคนนี้ให้คนอื่นไปเลี้ยงที่ต่างเมือง น่าเสียดายที่เขามีร่างกายอ่อนแอขี้โรคแต่วัยเยาว์ ด้วยตอนตั้งครรภ์มารดาไม่ได้ดูแลตนเองดีนัก จึงทำให้เด็กคนนี้อ่อนแอตั้งแต่เกิด และเขาก็ตายก่อนที่จะจับตัวองค์รัชทายาทได้เพียงวันเดียวเท่านั้น หากจ้าวหรูอี้มีความเป็นคนสักเพียงนิด ยอมให้เขาได้พบบุตรก่อนหน้านี้ เขาก็คงไม่ต้องตาย กงหยางเฟยไม่ได้ต้องการจ้าวหรูอี้ เขาต้องการแค่บุตรชายของตนเท่านั้น

จ้าวหลิงหรงสงสารเขาจับใจ หากเป็นกาลก่อนมีบุตรชาย นางคงไม่นึกสงสารเขาเสียเท่าไหร่ แต่ยามนี้นางมีบุตรชาย มียอดดวงใจของตนเองแล้ว คิดแล้วก็รู้สึกกลัวในความใจร้ายของน้องสาวนัก นางมองว่าจ้าวหรูอี้เป็นสตรีสูงส่งนางหนึ่งไม่คิดว่านางจะปล่อยใจปล่อยกายง่ายดายนัก ทั้งยังทอดทิ้งบุตรที่ตัวเองอุ้มท้องมานานถึงเก้าเดือนอย่างง่ายดายเช่นนี้ จ้างหลินหรงลูบหัวเสวียนอ๋องด้วยความสงสาร 

ความสัมพันธ์ของเขากับนางตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นความเข้าใจกันเสมอมา เสวียนอ๋องกล่าวว่าแท้จริงแล้วเขาคิดจะใช้บุตรชายของนางในการทวงบัลลังก์จากฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แต่ทว่า… เกมการเมืองของเขาไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น ที่ผ่านมาเขาผลักดันและกดดันบุตรชายข้าอย่างหนักให้เรียนทั้งบุ๋นและบู๊ ข้าพยายามขอร้องให้เขาปล่อยวางความแค้น ข้าไม่อยากให้บุตรชายของข้าต้องมารับเคราะห์กรรมที่เขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่ฟังความข้าแม้สักนิด ทั้งยามค่ำคืนยังทำให้ข้าไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนเหนื่อยอ่อน และข้าก็ตั้งครรภ์ในท้ายที่สุด ข้าพยายามที่จะหยุดยั้งเขา แต่ด้วยอาการแพ้ท้องบุตรอีกคนทำให้ข้าไม่สามารถช่วยบุตรชายได้นัก เสวียนอ๋องใส่ความแค้นฝังเข้าไปในหัวบุตรชายคนเดียว และเขาก็นับว่าเป็นเด็กอัจฉริยะที่ร้ายกาจตัวน้อย 

เวลาผ่านไปข้าได้ให้กำเนิดองค์หญิงน้อยของเสวียนอ๋อง เขาหน้าตาน่ารักเหลือคณาจนข้าไม่อาจทำอะไรได้ แต่ไม่นานความเลวร้ายทุกอย่างก็มาเยือน เสวียนอ๋องนำทหารเข้าวังหลวงก่อกบฏโดยใช้บุตรชายของข้ากล่าวอ้างว่าเป็นบุตรของอดีตของค์รัชทายาท แต่แผนการนั้นกลับพลาดเพราะข้าและองค์หญิงถูกจับได้ ข้าพยายามขอร้องน้องสาวให้ปล่อยข้าไป นางกลับไม่ยอมปล่อยข้า และได้ฆ่าบุตรสาวของข้าให้ตายต่อหน้าด้วยความโรคจิตของนาง นางกล่าวว่าสิ่งใดที่นางไม่ได้ ข้าก็ต้องไม่ได้ 

นางรักองค์ชายสิบเป็นเรื่องจริง แต่นางก็รักในอำนาจไม่แพ้กัน นางจึงได้เลือกทางเดินคือกลับไปหาองค์ชายเจ็ด และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้บัลลังก์ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา เมื่อบุตรสาวของข้าตายไปต่อหน้านั้น ข้าแทบสิ้นสติ สามีและลูกชายข้าถูกจับเตรียมนำไปประหาร ทว่า… ฮ่องเต้กลับแต่งตั้งให้ข้าเป็นพระสนมอีกนางหนึ่งในวัง เพื่อแก้แค้นฮองเฮาใจร้ายของตนที่เคยนอกใจนอกกายเขา และยังไม่ลืมเลือนคนผู้นั้น 

ข้าถูกเขาขืนใจในทุกค่ำคืน ข้าเกลียดที่ตนเองต้องกลายเป็นสตรีแพศยาหลายสามี ข้าไม่เข้าใจทำไมเรื่องราวทั้งหมดจึงกลายเป็นเช่นนี้ ในชีวิตข้าที่ผ่านมา แม้เสวียนเฟยจะร้ายกาจเพียงใด แต่หน้าที่ของสามี และพ่อเขาทำได้ดีเสมอมา แม้จะจมปลักอยู่กับความแค้น นางไม่ได้ต้องการนอกใจสามี นางไม่ได้หย่าจากเขา และเขาก็ยังไม่ตาย แต่นางกลับถูกขืนใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฮองเฮาจ้าวหรูอี้เกลียดชังนาง ฝ่าบาทกลับยิ่งแสดงท่าทีโปรดปรานนางเป็นอย่างยิ่ง นางพยายามร้องขอชีวิตสามีและบุตรชาย แต่ฮ่องเต้ก็วางเฉย เขายอมที่จะปล่อยบุตรชายนางออกจากคุก แต่ก็จะกักขังเขาไว้ในวัดประจำราชวงศ์กับย่าของเขา อดีตฮองเฮาไปชั่วชีวิต ส่วนสามีของนางเสวียนเฟย เขายังคงกักขัง และเล่าเรื่องราวที่นางและเขาได้ร่วมรักกันทุกค่ำคืน ข้าปวดใจจนแทบอยากจะฆ่าตัวตาย ข้าพยายามหลายคราแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ จนกระทั่งข้าได้ตั้งครรภ์ ข้าไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น แต่ข้าก็ไม่อาจทำอะไรได้ ฮ่องเต้ให้คนคุ้มกันข้าแน่นหนา ข้าไม่อาจทำสิ่งใดได้ จนกระทั่งวันหนึ่งข้าได้ทราบข่าวว่าเสวียนเฟยสามีของข้าสิ้นใจเพราะตรอมใจตายในคุกหลวง ข้ารับใช้ที่เคยดูแลข้าสมัยเป็นชายาของเสวียนอ๋อง และผู้คนที่เกี่ยวข้องต้องโทษประหารทั้งหมด หัวใจของข้าค่อยเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา ทุกคืนฮ่องเต้จะเสด็จมาประทับนอนกับข้า แม้จะไม่ได้ร่วมรักอะไรกัน แต่เขามักจะเล่าเรื่องราวความทุกข์ใจให้แก่ข้า ข้าก็เพียงแต่ตอบโต้เขาไปด้วยธรรมะเท่านั้น ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว แม้แต่เด็กในครรภ์ข้าก็ไม่นึกสนใจนัก เพียงแค่ทานอาหาร ทำใจและกายให้สบาย แต่ข้ารู้ดีว่าหัวใจของข้ามันทุกข์ระทมไปหมดแล้ว 

ตำแหน่งในวังหลังของข้ามีมากขึ้นเรื่อยๆ สกุลเก่ามารดาข้าสกุลเหวินให้การหนุนนำข้า พวกเขาส่งน้องสาวลูกพี่ลูกน้องเข้าเป็นสนมเพื่อช่วยดูแลข้า ข้าได้แต่ไหว้วานนางหากวันใดข้าตายตกไป ขอให้นางเมตตาบุตรที่กำลังจะเกิดมาของข้าด้วย ในยามที่ข้าให้กำเนิดทารกน้อย พวกเขาเป็นแฝดชายหญิง ฮ่องเต้พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง เขาได้ตกรางวัลเป็นตำแหน่งหนึ่งในสี่สนมเอก ข้าไม่อยากมองพวกเขาเลย มันทำให้ข้าคิดถึงบุตรที่ข้าสูญเสียไป

ภายหลังฮ่องเต้เริ่มมองข้าด้วยแววตาที่แปลกไป เขาชอบมาเล่าเรื่องราวความทุกข์ของตนเอง บอกกล่าวว่าข้าเป็นความสบายใจของเขาอย่างหนึ่งในวังหลวง เขาเล่าว่าน้องสาวข้าร้ายกาจเกินไป อยากให้ข้ากำราบนาง อยากให้ข้ามีตำแหน่งที่สูงเหนือนาง ในวังหลังยามนั้นข้ามีตำแหน่งต่ำกว่าก็จริง แต่ผู้คนก็นอบน้อมต่อข้ามากกว่านาง เพราะผู้คนเข้าใจว่าข้าเป็นสนมทรงโปรด ทั้งบุตรทั้งสองก็เป็นที่รักของไทเฮาไม่น้อย ส่วนสกุลเหวินก็มีอำนาจในราชสำนักมากขึ้น นางไม่ได้สนิทกับญาติพี่น้องฝ่ายมารดา แต่เมื่อได้พบพวกเขาก็รู้ว่าพวกเขาเป็นห่วงนางอย่างแท้จริง ท่านลุงของนางเมตตานางมากนัก

นางไม่ได้ต้องการอำนาจทางการเมืองหรืออะไรเลย ตอนนั้นนางป่วยหนักจนแทบไม่มีแรงไปไหน ฮ่องเต้พยายามใช้บุตรทั้งสองมาเพื่อบีบบังคับให้ข้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ยิ่งข้าได้เห็นเด็กทั้งสองคนนั้นกลับทำให้ข้าอยากตายขึ้นทุกวัน ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ข้าคิดถึงเรื่องราวนอกด่าน ยามนั้นเป็นช่วงชีวิตที่ข้ามีความสุขที่สุด …หากย้อนเวลากลับไปได้ นางจะทำทุกอย่างให้ได้อยู่ใกล้เสวียนเฟยมากที่สุด นางจะมีลูกให้เขาหลายคน และจะทำให้ไฟแค้นในใจของเขามันดับลง เขาและนางจะได้อยู่ด้วยกัน และมันคงไม่เกิดเรื่องบัดซบเช่นนี้

 

“หลิงหรงเจ้าเคยรักข้าบ้างหรือไม่” ข้าในยามนี้ที่ลมหายใจอ่อนแรงในอ้อมแขนของฝ่าบาท 

“ข้าขออภัยฝ่าบาท ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น”

“เจ้ารู้อะไรไหม ในชีวิตข้านั้นมีสิ่งผิดพลาดตรงที่ไหน” 

“ที่ไหนเพคะ” 

“ข้าพบน้องสาวเจ้า ข้าพบเจ้าด้วยเช่นกัน แต่ข้ากลับมองไม่เห็นเจ้า หากข้าได้เห็นเจ้า ได้ครอบครองเจ้า ชีวิตข้าคงจะดีกว่าตอนนี้นัก" 

“ฝ่าบาทล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว”

“ข้าไม่ได้ล้อเล่น ข้ารักเจ้าหลิงหรง”

“หากพระองค์รักหม่อมฉัน ได้โปรดเมตตาต่อบุตรทั้งสองของหม่อมฉันด้วยเพคะ” เพียงจบประโยค จ้าวหลิงหรงสตรีสามสามี จอมนางแพศยาของแผ่นดินก็สิ้นลมหายใจ ฮ่องเต้เสียน้ำตาลงมาหยดนึง

 

เขายอมรับว่าในคราแรกเขาแค่ต้องการแก้แค้นเสวียนอ๋องเท่านั้นที่กล้าคิดจะทรยศสร้างความวุ่นวายให้แก่เขา แต่เมื่อได้ลิ้มลอง ได้นอนกกกอดนาง ได้รู้นิสัยพฤติกรรมนาง เขาก็ไม่แปลกใจเลยที่นางจะเป็นสตรีที่เสวียนอ๋องยอมใช้ร่วมกับพี่ชาย นางเป็นเหมือนน้ำเย็น นางใสสะอาดราวกับน้ำค้างอันบริสุทธิ์ เป็นความสบายใจหนึ่งเดียวในวังหลังของเขา เมื่อนางตั้งครรภ์เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก แต่ในใจก็ไม่ต้องการให้ผู้เป็นน้องชายกลับมาแย่งชิงนางจากไป เขาจึงได้ฆ่าพี่ชายให้ตายในคุกหลวง พร้อมกับเหล่าข้ารับใช้ของพีชายทั้งหมด รู้ทั้งรู้ว่ามันจะเป็นการทำร้ายนาง แต่เขาก็ต้องทำเพื่อให้นางอยู่เป็นของเขาตลอดไป

 

 

-นิยายเรื่องนี้อาจจะมีบางพาร์ทที่เป็นเนื้อหารุนแรง-

@Laknarah

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #81 pimmpcnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 01:40
    สตอรี่ดีมากกกกกกกกกกกกก
    #81
    0
  2. #79 PuiPui--r (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 21:15
    นางเอกชีวิตบัดซบอะไรขนาดนี้เธอเอ้ย ชีวิตเธอมันพังตั้งแต่มีพ่อเลวๆแถมซวยไม่พอยังมาเจอผู้ชาย-อีก 3 องค์ชายสิบก็เหมือนจะดีแต่สุดท้ายก็เพราะอยากแก้แค้นนังผู้หญิงชั่วจนพาครอบครัวลูกเมียบ่าวไพร่ล่มจม
    #79
    0
  3. #69 แฟนพี่เดียร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 23:57

    เลวทุกคน เป็นเรา คงทำทุกทางเพื่อไม่เข้าไปในวัง 555555555 ไม่ก็หนีไปบวชเลย เจอแบบนี้หลอนมาก

    #69
    0
  4. #62 thacha13012 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 23:35
    โอ๊ยยย เพิ่งเคยเห็นนิยายที่เผยอดีตแบบไม่กั๊ก ก็เรื่องนี้แหละ เริสอยู่เด้อ🤣
    เรื่องอื่นเล่าย่อๆแล้วค่อยขยายความ
    #62
    0
  5. #21 รออออออออออออออ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 11:25

    ผู้ชั่วทุกคน เห็นผู้หญิงเป็นเพียงตัวหมากที่ใช้ในการแก้แค้นของตัวเอง แม้แต่พระเอกก็ยังไม่มีความจริงใจ เพราะสุดท้ายก็เลือกที่จะแก้แค้น พาลูกเมียไปสู่ความตาย เห็นแก่ตัวทุกคน พระเอกกากจริงๆ นางเอกสู้หน่อยยยย เขาใช้เราเป็นหมากได้ เราก็ใช้เขาเป็นหมากได้ รู้ล่วงหน้าขนาดนี้ก็ฟาดพวกมันให้หนักๆเลยยยยยยย

    #21
    0
  6. #16 mydear26 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 01:36
    ไม่มีผู้คนไหนดีสักคน อิองค์ชายสิบก้อไม่ได้รักนางรักแต่น้องสาวนาง ที่ยุกับนางเพราะหวังทวงแค้นกับยุด้วยแล้วสบายใจเท่านั้นไม่ได้รักนาง จากที่อ่านนะเพราะเห็นว่าเพ้อหาแต่น้องสาวนาง แล้วนางทำไมมีความคิดที่จะไปยุกับอิองค์ชายสิบละไม่เข้าใจในเมื่อเขาไม่ได้มีใจรักนางเลย
    #16
    1
    • #16-1 TukTIkinlove(จากตอนที่ 1)
      11 พฤศจิกายน 2563 / 08:40
      จริงค่ะ เห็นด้วยทำไมต้องอย่กอยู่กับคนแบบนั้นทั้งที่ไม่ช่วงเวลาไหนเลยที่บอกว่ารักนาง
      #16-1
  7. #12 usimanas (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 14:41

    ย่อหน้าสุดท้าย...คนที่ฮ่องเต้ฆ่า ควรจะเป็นน้องชายมั้ยคะ เพราะเป็นองค์ชายสิบไม่ใช่หรือคะ

    #12
    1
    • #12-1 LaknaraH(จากตอนที่ 1)
      16 ตุลาคม 2563 / 17:46
      โอ๊ะพิมผิดต้องขอบคุณมากๆเลยค่า
      #12-1
  8. #2 title430 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 00:39
    รอติดตามตอนต่อไปค่ะ
    #2
    0