เพราะ...รักสุดใจ

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 เพราะเธอคือ...ที่หนึ่งของใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

บทที่ 7

เพราะเธอคือ...ที่หนึ่งของใจ

 

คุณจันทร์ไม่อยู่หรือดาวเรือง

คุณจันทร์กับคุณนาราอยู่ในแปลงกุหลาบนะคะสาวใช้นามดาวเรืองตอบกลับอย่างสุภาพ สายตาจ้องมองกระเป๋าเป้ของอดีตคนรักของเจ้านายสาวอย่างแปลกใจ คุณวัฒน์จะไปไหนหรือคะ เห็นแบกกระเป๋ามาด้วย

ภานุวัฒน์ก้มลงมามองกระเป๋าเป้ในมือด้วยรอยยิ้ม ฉันจะมาพักที่นี่สักสองสามคืน เดี๋ยวดาวเรืองจัดห้องให้ฉันกับคุณกฤตด้วยนะ อ้อ เอาคนล่ะห้องนะกระเป๋าเป้ถือยื่นให้กับสาวใช้ของอดีตคนรัก ใบหน้าคมสันส่งยิ้มมาให้สาวใช้อย่างเป็นกันเอง

คุณจันทร์เธอจะไม่ว่าหรือคะ ที่คุณวัฒน์มานอนที่นี่ ทั้งที่ความจริงไร่ของคุณวัฒน์กับที่นี่ก็ใกล้นิดเดียวเอง หนูว่าคุณวัฒน์ลองโทรฯ ไปถามคุณจันทร์ก่อนดีไหมคะ คือ...หนูไม่อยากถูกหักเงินเดือนนะคะ

ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง ดาวเรืองเอากระเป๋าของฉันกับคุณกฤตไปเก็บเถอะ

แน่ใจนะคะคุณวัฒน์ดาวเรืองถามย้ำเพื่อความมั่นใจ

แน่ใจสิ เอาล่ะไปเอากระเป๋าฉันกับคุณกฤตไปเก็บซะ แล้วก็บอกให้สายบัวทำอาหารเผื่อฉันกับคุณกฤตด้วยนะ นี่ก็จะเย็นแล้ว เดี๋ยวคุณจันทร์กับคุณนารากลับมาแปลงกุหลาบ ก็จะได้ทานอาหารกันเลย

ภานุวัฒน์ตัดบท ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็เดินออกมาจากตัวบ้าน เป้าหมายของเขานั่นก็คือ แปลงกุหลาบในโรงเรือนนั่นเอง

กิตติภพเดินตามเพื่อนสนิทออกมาเช่นกัน หลายวันก่อนเขาได้คุยกับหญิงสาวเพียงไม่กี่คำเอง เขาหวังว่าสองสามวันที่เขาอยู่ที่นี่ เขาจะสามารถสานความสัมพันธ์ในอดีตให้กลับมาเหมือนเดิมให้ได้

แกรอฉันด้วยสิวะไอ้วัฒน์

แกก็เดินตามฉันมาสิไอ้กฤต แกนี่เรื่องมากจริงๆ ถ้าอยากเจอนาราล่ะก็ รีบเดินตามฉันมา

รอด้วยสิวะไอ้วัฒน์น้ำเสียงห้าวเริ่มบ่น

ก็รีบเดินมาสิวะไอ้นี่ เรื่องมากจริง

ภานุวัฒน์ก้าวเท้าเดินไปตามถนนที่เขาสั่งให้คนงานทำขึ้นมาเสียใหม่ ถนนเก่านั้นเริ่มจะเสื่อมแล้ว ดังนั้นเมื่อต้นปีที่แล้ว เมื่อเขาสั่งให้คนงานในไร่พัชรเกียรติมาสร้างโรงเรือนเพิ่ม เขาก็สั่งให้คนงานเหล่านั้นทำถนนใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย ตอนนี้ถนนที่เขาสร้างก็สามารถเชื่อมต่อไปยังโรงเรือนทั้งเจ็ดที่สร้างเอาไว้ด้านหน้าของโรงเรือนที่เหลืออีกสร้างไว้ด้านหลังของโรงเรือนทั้งเจ็ด...

นาราภัทรเดินมาถึงโรงเรือนที่หนึ่ง เท้าเล็กๆ ของเธอก็ต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อสายตาของเธอไปปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินตรงมาหาเธอ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างยากลำบาก เมื่อเธอเห็นชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง เธอไม่อยากจะเจอเขาเลยให้ตายสิ แต่ทำสวรรค์ถึงไม่ยอมเห็นใจเธอบ้าง ยิ่งเธอวิ่งหนีเท่าไหร่ผู้ชายคนนี้ก็ยิ่งไล่ตามเธอมากเท่านั้น เสียงถอนหายใจดังออกมาติดๆ กันหลายครั้ง จากนั้นก็สอดอากาศหายใจเข้าจนเต็มปอด เพื่อระบายความเครียด จากนั้นก็ปล่อยออกมาช้าๆ

สวัสดีครับนารา

สวัสดีค่ะคุณวัฒน์ มาถึงนานแล้วหรือคะนาราภัทรเอ่ยถาม เพื่อระบายความหวาดกลัวที่กำลังจะเกิดขึ้น สีหน้าของกิตติภพทำให้เธอรู้สึกกังวลไม่น้อย เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาตอนนี้เลย

ไหนว่าคุณวัฒน์จะมาคนเดียวไงคะ

โทษทีครับ พอดีไอ้กฤตแวะขึ้นมาเที่ยวที่ไร่นะ ผมก็เลยไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยต้องพามาที่นี่ด้วย หวังว่านาราคงจะไม่ว่าผมนะครับ

ภานุวัฒน์สบตามองนาราภัทรอย่างเกรงใจ แต่ทุกอย่างที่เขาทำลงไปก็เพียงเพราะอยากจะให้เพื่อนสนิทกับนาราภัทรคืนดีกันก็เท่านั้น ตอนนี้เขาพามาให้ได้เจอแล้ว หลังจากนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของกิตติภพแล้วที่จะทำให้นาราภัทรยอมยกโทษ แล้วกลับมาคบกันเหมือนเดิม

ช่างมันเถอะค่ะคุณวัฒน์ อ้อ นารา แสดงความยินดีด้วยนะ

ยินดีกับผมเรื่องอะไรหรือครับ

ก็ยินดีที่คุณวัฒน์ทำให้ยัยจันทร์มันตื่นเต้น กระดี๊กระด๊า กรี๊ดกร๊าดอยู่ในแปลงกุหลาบนะคะ

นาราภัทรตอบด้วยน้ำเสียงหวาน ใบหน้าฉายแววยินดีกับความสำเร็จของเขา หญิงสาวรู้ดีว่าเพื่อนสนิทยอมอภัยให้กับภานุวัฒน์แล้ว เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำให้กับเพื่อนสนิทของเธอมันจะโรแมนติกขนาดนี้ เธอยังไม่เคยเห็นผู้คนไหนโรแมนติกเหมือนผู้ชายคนนี้

ดีใจด้วยนะคะคุณวัฒน์ ตอนนี้รีบไปหายัยจันทร์เถอะค่ะ เพราะยัยนั่นกำลังกรี๊ดกร๊าด กับโรงเรือนที่คุณวัฒน์ทำขึ้นมาใหม่ คุณวัฒน์นี่ช่างโรแมนติกจังเลยนะคะ รู้เรื่องของยัยจันทร์หมดเลย รู้แม้กระทั่งว่ายัยจันทร์ชอบดอกกุหลาบแบบไหน พันธุ์อะไร

อย่ามาแซวกันสิครับ ผมก็เขินเป็นนะ

กิตติภพยืนฟังเพื่อนสนิทและอดีตคนรักคุยกันอย่างหงุดหงิด ทำไมเขาถึงไม่มีโอกาสที่จะได้คุยแบบนั้นบ้าง ชายหนุ่มเดินอีกสองสามก้าวก็มาหยุดอยู่ด้านหลังของภานุวัฒน์แล้ว ใบหน้าคมเข้มกวาดสายตาสำรวจหญิงสาวร่างบอบบางตรงหน้าอย่างคิดถึง กี่ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้เห็นอดีตคนรักเต็มๆ ตาแบบนี้

นาราก็ตัวก่อนนะคะ คุณวัฒน์รีบไปหายัยจันทร์เถอะนาราภัทรยกมือชูขึ้นมาสองนิ้ว ส่งให้ภานุวัฒน์ ขอให้โชคดีนะคะ สู้ๆรอยยิ้มหวานส่งมาให้เพื่อเป็นกำลังใจอีกด้วย

ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวก่อน

นาราก็ขอตัวเช่นกัน นี่ก็เย็นแล้ว นารากะว่าจะไปช่วยดาวเรืองทำอาหารค่ำนะคะ

นาราภัทรพูดจบก็เดินผ่านทั้งสองหนุ่มไปทันที หญิงสาวไม่ได้สนใจอีกหนึ่งหนุ่มที่ยืนหน้าบึ้ง ไม่สบอารมณ์กับอาการไม่สนใจของเธอ แต่ก็นั่นแหละ จำเป็นที่เธอจะต้องไปสนใจเขาด้วยเหรอ ในเมื่อชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เป็นอะไรกับเธอเสียหน่อย

กิตติภพหันไปมองร่างเพรียวบางของนาราภัทร ที่เดินผ่านเขาไปอย่างไม่พอใจ นี่เจ้าหล่อนไม่สนใจเขาเลยหรือ เธอมองเขาเป็นแค่ธาตุอากาศแล้วใช่ไหม ชายหนุ่มละสายตามามองเพื่อนสนิทอย่างขุ่นเคือง

ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยวะไอ้วัฒน์ ผู้หญิงคนนี้มองฉันเหมือนกับธาตุอากาศยังไงยังงั้นเลย

ก็แกทำเรื่องร้ายๆ กับเขาไว้เยอะนี่นา

ภานุวัฒน์เอ่ยขึ้น เขาเองก็เห็นเหมือนที่เพื่อนสนิทเห็นนั่นแหละ นาราภัทรมองเพื่อนสนิทของเขาเหมือนธาตุอากาศจริงๆ หญิงสาวไม่ทักทายกิตติภพเลยสักคำ แม้แต่สายตาที่เคยมองใบหน้าคมเข้มอย่างอ่อนโยน แต่วันนี้มันกลับดูว่างเปล่า ไม่มีความอ่อนโยนในดวงตาคู่หวานซึ้งคู่นั้น

ฉันจะตามนาราไป แกไปจัดการเคลียร์กับตัวเล็กเถอะกิตติภพตัดบทก่อนจะรีบสาวเท้า เดินกลับไปยังบ้านพัก เพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาที เขาก็จะได้เจอนาราภัทรอีกครั้ง

โชคดีนะไอ้กฤตภานุวัฒน์ตะโกนบอกเพื่อน ใช่เขาขอให้กิตติภพโชคดีการเรื่องที่จะคุยกับนาราภัทร

ฉันก็ขอให้แกก็โชคดีนะไอ้วัฒน์กิตติภพตะโกนกลับมาเช่นกัน สองหนุ่มต่างก็ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า เพื่อไปทำสิ่งที่พวกเขาต่างก็วาดหวังเอาไว้ นั้นก็คือทำยังไงก็ได้ เพื่อให้คนที่พวกเขารักกลับคืนมา

 

ภานุวัฒน์เดินตรงมายังโรงเรือนที่เจ็ดตามคำบอกของนาราภัทรด้วยหัวใจที่พองโต ในที่สุดสิ่งที่เขาทำไว้ ก็สมหวังเสียที นึกๆ ไปเขาน่าจะไปขอบคุณว่าที่แม่ยายที่รีสอร์ตปลายรุ้งๆ หากไม่ได้แม่เลี้ยงปลายรุ้ง เห็นทีวันนี้เขาคงจะไม่ได้คืนดีกับปลายตะวันเป็นแน่ๆ

ร่างสูงใหญ่สาวเท้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของหญิงสาวร่างเล็กอย่างเอ็นดู เมื่อเห็นใบหน้าหวานกำลังก้มมองแปลงกุหลาบด้วยอาการตื่นเต้น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หัวใจของเขาก็พองโตจนแน่นคับอกแล้ว ใบหน้าคมสันยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยกับท่าทางน่ารัก น่าหยิกของคนตรงหน้า

หญิงสาวร่างเล็กไม่ได้สนใจเลยว่า ตอนนี้เธอไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพังเสียแล้ว หากหญิงสาวสนใจสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเองสักนิด เธอก็คงจะรู้แล้วว่ามีใครยืนอยู่ด้านหลังของเธอ เหล่าคนงานก็หายกันไปหมดแล้ว แต่หญิงสาวร่างเล็กยังคงยืนยิ้ม จ้องมองแปลงกุหลาบพันธุ์เบบี้ มาสเคอร์เหรดอย่างมีความสุข

ใบหน้าคมสันยืนกอดอกมองคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้มอบอุ่น กี่ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้มายืนมองปลายตะวันจ้องมองแปลงกุหลาบด้วยรอยยิ้มแบบนี้ ตอนนี้เขายืนอยู่ใกล้ร่างเล็กตรงหน้าแล้ว อีกนิดเดียวเขาก็จะสามารถดึงหญิงสาวเข้ามากอด เหมือนอย่างที่เคยเป็น ใบหน้าคมสันโน้มลงมานิดหน่อย จากนั้นก็ชะโงกเข้ามาใกล้ใบหน้าหวานที่ดูท่าทางจะมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำให้ไม่น้อย

ดูอะไรอยู่หรือครับตัวเล็กน้ำเสียงอ่อนโยนและอบอุ่นถามข้างใบหูเล็ก

คนโดนถามยืนนิ่ง พูดไม่ออก ยิ่งรู้ว่าตอนนี้ร่างสูงใหญ่อยู่ใกล้จนแทบจะกอดเธออยู่แล้ว ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ไม่กล้าหันไปมองอีกฝ่าย

ว่ายังไงล่ะครับ ถ้าไม่พูดพี่ถือว่าเราสองคนเข้าใจกันแล้วนะ

เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้ายังเงียบ ชายหนุ่มขยับกายเข้าไปอีกนิดหน่อย จากนั้นก็ยกแขนทั้งสองข้างไปดึงร่างเล็กเข้ามากอดด้วยความรัก เขาคิดถึงร่างนุ่มนิ่ม กับน้ำเสียงหวานๆ ที่หญิงสาวเคยพูดกับเขา

ตัวเล็กไม่ได้บอกสักหน่อย ว่าจะอภัยให้พี่วัฒน์นะน้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล สรรพนามที่เคยเรียกก็เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้คำว่า พี่ก็หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเรียวแล้ว

ไม่รู้ล่ะ พี่ถือว่าตอนนี้ ตัวเล็กกับพี่คืนดีกันแล้วนะภานุวัฒน์ชิงพูดขึ้นก่อน ก่อนจะหันกายของคนในอ้อมกอดให้หันมาเผชิญกับเขา ชอบกุหลาบที่พี่ปลูกให้ตัวเล็กหรือเปล่า รู้ไหมว่าพี่พยายามปลูกกุหลาบพันธุ์ที่ตัวเล็กชอบเอาไว้หลายพันธุ์เลยนะ ว่าไงครับชอบหรือเปล่า

ปลายตะวันทำได้เพียงแค่พยักหน้า ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นหนักกว่าเก่า ตอนนี้มันก็คงจะลามไปถึงลำคอและตามตัวของเธอแล้ว เธอได้แต่ก้มหน้าก้มตาซุกใบหน้าลงกับอกอุ่นๆ ของเขา เธอกำลังรวบรวมความกล้าอย่างหนัก เพื่อจะขอโทษกับเรื่องในอดีต เพราะนิสัยเอาแต่ใจ ดื้อรั้นของเธอเองนั่นแหละ ถึงทำให้เธอและภานุวัฒน์ต้องเลิกกัน เฮ้อ...เอาวะ ขอโทษแฟนตัวเองไม่เสียหายหรอก

ชอบคะ ตัวเล็กไม่คิดว่าพี่วัฒน์จะจำได้

สำหรับพี่ ตัวเล็กสำคัญที่สุดเลยรู้ไหม พี่รักตัวเล็กนะครับภานุวัฒน์สารภาพออกมาอย่างอ่อนหวาน

ขอโทษนะคะ ที่ตัวเล็กทำตัวไม่ดี เอาแต่ใจตัวเอง จนทำให้ตัวเล็กกับพี่วัฒน์ต้องเลิกกัน

ไม่เป็นไหร่หรอกครับ พี่เข้าใจ แต่คราวหลังตัวเล็กอย่าทำแบบนี้อีกนะ รู้ไหมว่าพี่เสียใจแค่ไหน ที่จู่ๆ ตัวเล็กบอกเลิกกับพี่นะ...น้ำเสียงทุ้มเริ่มออดอ้อนคนในอ้อมกอดทันที จากนี้ไปเขาจะไม่ยอมปล่อยมือของเธอไปอีกแล้ว เขาขอสัญญากับตัวเอง ว่าจากนี้ไปเขาจะไม่ปล่อยมือของปลายตะวันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดเรื่องหรืออุปสรรคอะไรก็ตาม

ตัวเล็กก็สัญญาเหมือนกันคะ ว่าจากนี้ไปตัวเล็กจะไม่ปล่อยมือจากพี่วัฒน์อีกแล้ว และก็ขอโทษอีกครั้ง ที่ทำให้พี่วัฒน์เสียใจสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา

พี่ไม่ว่าหรอกครับ แต่อย่าทำบ่อยนะครับ เพราะต่อไปพี่ไม่รับประกันความปลอดภัยของตัวเล็กหรอกนะ วันใดที่ตัวเล็กทำให้พี่เสียใจ พี่ก็จะปล้ำตัวเล็กโอเคไหม

น่าเกลียดจริงๆ เลย พี่วัฒน์เนี่ย ตัวเล็กไม่ยอมหรอกหน้าที่ว่าแดงก็แดงหนักเข้าไปอีก ปลายตะวันทุบหน้าอกของคนเจ้าเล่ห์เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายทันที

ไม่ได้น่าเกลียดเลยนะตัวเล็กภานุวัฒน์บอกเสียงหวานแกมเจ้าเล่ห์ ต่อไปลองทำให้เขาเสียใจอีกสิ ฮึ! เขานี่แหละจะจัดการขั้นเด็ดขาดทันที

ไม่น่าเกลียดได้ยังไง พี่วัฒน์พูดออกมานะน่าเกลียดมากเลย จะบอกให้

ไม่เชื่อก็ลองดู พี่นี่แหละจะปล้ำตัวเล็ก ไม่เชื่อก็คอยดูเขาไม่ได้คิดที่จะทำจริงๆ หรอก แต่ขู่เอาไว้ก่อนก็น่าจะดี เพราะไม่แน่ อนาคตอันใกล้นี้ เขาอาจจะได้ทำตามที่พูดเอาไว้ก่อนได้

อย่าเผลอทำให้พี่เสียใจก็แล้วกัน

คนบ้า พูดจาน่าเกลียด

พี่พูดเล่นนะตัวเล็ก ดูทำหน้าเข้าสิ พี่รักตัวเล็กจะตาย พี่จะกล้าทำร้ายตัวเล็กได้ยังไง

แน่ใจนะพี่วัฒน์...ว่าแค่พูดเล่นนะ

ครับ พี่พูดเล่นแต่ในใจเขากลับบอกตัวเองว่า ที่เขาพูดทั้งหมด นั้นเป็นความจริงๆ ต่างหาก เขาไม่ได้พูดเล่นเลยสักนิด ตอนนี้เขาคิดแผนการเอาไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ วันใดที่แม่สาวน้อยร่างเล็กนี่ทำผิดกฎของเขา วันนั้นแหละที่เขาจะจัดการขึ้นเด็ดขาดกับเธอ

แน่ใจนะหญิงสาวถามย้ำเพื่อความมั่นใจ

ครับ

เราไปกันเถอะคะ นี่ก็เย็นมากแล้ว ตัวเล็กหิวข้าวแล้ว

ปลายตะวันพูดจบ ก็ยื่นมือไปจับมือหนาของภานุวัฒน์ให้เดินตามเธอออกไป มือเรียวเล็กถูกมือหนาใหญ่จับเอาไว้มั่น จากนั้นก็เดินกันออกไปจากโรงเรือน สีหน้าของทั้งสองดูมีความสุข

คนงานที่กำลังยืนกันอยู่หน้าโรงเรือนต่างก็พลอยยิ้มไปด้วย กับความน่ารักของสองหนุ่มสาว พวกเขาต่างก็ลุ้นมานานแล้วว่า เมื่อไหร่คุณภานุวัฒน์กับคุณหนูปลายตะวันจะคืนดีกันเสียที ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ทายาทแห่งพัชรเกียรติกับกิตตินันท์กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง พวกเขาเชื่อว่าอีกไม่นานงานแต่งของทั้งสองจะต้องมีขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

 

สองทุ่ม ณ ห้องอาหาร...

พี่ว่าตัวเล็กทานแกงเขียวหวานไก่ดีกว่า

ขอบคุณค่ะพี่วัฒน์

ภานุวัฒน์ตักแกงเขียวหวานไก่ใส่จานคนรัก จากนั้นก็ตักใส่จานของตัวเอง ชายหนุ่มเหลือบไปมองเพื่อนสนิท ที่ตอนนี้นั่งหน้าบึ้งอยู่ข้างกายนาราภัทรด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกันบ้าง ในช่วงที่เขาอยู่กับปลายตะวันที่แปลงกุหลาบ

ชายหนุ่มสบตามองเพื่อนอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มเริ่มบึ้งจนแทบจะหงิกอยู่แล้วในตอนนี้ สาเหตุก็คงจะมาจากหญิงสาวอีกคนที่กำลังนั่งทานข้าวอย่างไม่สนใจใคร เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า สาวน้อยคนนี้จะโกรธเพื่อนสนิทได้นานขนาดนี้ จะโทษนาราภัทรก็ไม่ได้ เพราะคนที่ผิดเต็มประตูก็คือกิตติภพต่างหาก ที่ดันบ้าเล่นเกมกับหัวใจของตัวเองกับสาวน้อยคนนี้ หลายปีที่ผ่านมาทำให้ผู้หญิงที่น่ารัก อ่อนหวาน เรียบร้อย เปลี่ยนเป็นไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ภานุวัฒน์ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเป็นห่วง

ปลายตะวันหันไปมองเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง ตอนแรกเธอคิดว่าภานุวัฒน์มาคนเดียวเสียอีก เธอลอบสังเกตอาการของสองหนุ่มสาวตรงหน้าอย่างเป็นกังวล เพราะสีหน้าของนาราภัทรดูไม่ดีเอาเสียเลย ส่วนกิตติภพก็หน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา

ลองทานแกงจืดผักหวานดีกว่า ของชอบแกนี่นามือเรียวเล็กตักแกงจืดผักหวานของโปรดของนาราภัทรใส่จานให้ทันที หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าบรรยายกาศในห้องอาหารเริ่มจะตึงเครียดอย่างไรก็ไม่รู้ หากไม่มีการพูดคุย หรือสนทนากัน มีหวังอาหารมื้อนี้คงจะกร่อยน่าดู

นั่นสิ แกลองทานกุ้งผัดพริกไทยดำดูสิไอ้กฤต อร่อยนะ ฝีมือนาราเขาทั้งนั้นเลย

ฉันตักไม่ถึงเขาอยากให้คนทำอาหารของมื้อนี้ตักให้มากกว่า ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้างามที่กำลังนั่งตักอาหารเข้าปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่เขาพูด กิตติภพหันไปสบตาภานุวัฒน์เหมือนจะบอกว่าเขาเริ่มจะหมดความอดทนกับอาการเฉยชาของอีกฝ่าย

ปลายตะวันกลับคิดต่างออกไป หญิงสาวรู้ดีว่านาราภัทรรู้สึกยังไง ความทรงจำที่เจ็บปวดทำให้เพื่อนสนิทของเธอคนนี้ปิดกั้นความรู้สึกดีๆ ของผู้ชายทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ชายกิตติภพ ผู้ชายที่เป็นคนสร้างบาดแผลในหัวใจของเพื่อนสนิทของเธอ ถึงใบหน้าของนาราภัทรจะดูนิ่งสงบ แต่ในใจปลายตะวันรู้ดีว่าเพื่อนสนิทคนนี้ไม่ได้สงบอย่างที่แสดงออกมาหรอก ที่สำคัญเธอรู้ดีว่าหัวใจของเพื่อนสนิทนั่นยังรักกิตติภพไม่เคยเปลี่ยนแปลง

นารา ตักกุ้งผัดพริกไทยดำให้คุณกฤตหน่อยสิ แกไม่เห็นหรือไงว่าคุณกฤตตักไม่ถึง

นาราภัทรเงยหน้าขึ้นมามองปลายตะวันอย่างแปลกใจ มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมเพื่อนสนิทถึงพูดแบบนั้น แต่พอหันไปมองสองหนุ่มที่จ้องมองเธอรู้ ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไรยัยเพื่อนตัวเล็กถึงบอกให้เธอตักอาหารให้ชายหนุ่มที่นั่งทำหน้าบึ้งส่งมาให้เธออยู่

ได้สิมือเรียวเอื้อมไปตักกุ้งผัดพริกไทยดำ จากนั้นก็ใส่จานของกิตติภพอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก ตอนนี้เองที่เธอรู้ว่าบรรยากาศในการทานข้าวมื้อนี้มันน่าเบื่อหน่ายขนาดไหน

ตลอดช่วงเย็นที่เธอทำอาหารอยู่ในครัวกับดาวเรือง อดีตคนรักหนุ่มก็คอยแต่จะชวนคุย หยิบจับของในครัวมั่วไปหมด จนสุดท้ายเธอจะต้องขอให้ชายหนุ่มนั่งอยู่เฉยๆ เพราะถ้ายังช่วยเธอทำอาหาร แน่นอนว่าค่ำนี้คงจะไม่ได้ทานข้าวเป็นแน่

กิตติภพมองกับข้าวในจานด้วยรอยยิ้ม ในที่สุดนาราภัทรก็ตักกับข้าวให้เขาจนได้ ชายหนุ่มละสายตาจากจานข้าวแล้วหันไปมองคนตักให้อย่างอ่อนโยน ถึงแม้ตอนนี้หญิงสาวจะยังไม่ยอมคุยกับเขา แต่ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่นานนี่แหละ ที่เขาจะทำให้เธอหันมาพูดจาดีๆ กับเขาให้ได้

ขอบคุณนะนารา

“...” นาราภัทรเพียงแต่พยักหน้า ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา ใบหน้างามก้มลงมาตักแกงจืดใส่จานตัวเอง จากนั้นก็นั่งทานข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กิตติภพก้มลงมามองกับข้าวในจาน ก่อนจะตักขึ้นมาทาน ชายหนุ่มไม่ได้โวยวายหรือทำหน้าไม่พอใจเหมือนช่วงแรก ตอนนี้เขาคงจะทำได้เพียงแค่นี้ จะโทษใครได้ล่ะในเมื่อทุกอย่างมันเป็นเพราะเขาเป็นคนทำเองแทบจะทั้งนั้น การที่นาราภัทรไม่สนใจเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนสนิทและสาวน้อยหน้าหวานด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลงมือทานข้าวอย่างเงียบๆ แม้บางครั้งจะเหลือบมองคนข้างๆ ก็เถอะ แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ตักอาหารเข้าปาก เฮ้อ...แล้วนี่เขาจะทำยังไงต่อไปล่ะเนี่ย แม่เจ้าประคุณทูนหัวก็ทำหน้าเย็นชา มึนตึงใส่เขาตลอดเลย แต่ก็เอาเถอะ เขาจะยอมให้ตอนนี้เท่านั้น อีกไม่นานนี่แหละ เขาจะทำให้เธอกลับมาเป็นของเขาให้ได้

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

190 ความคิดเห็น

  1. #24 scudy (@as-sc-77) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2552 / 11:54

    ติดตามต่อไปเจ้าค่ะ^^

    #24
    0
  2. #20 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2552 / 09:28
    ไม่ค่อยมีฉากพระนางเลยอะคะ

    น้อยไปหน่อย

    แหะๆ
    #20
    0