เพราะ...รักสุดใจ

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ผู้ช่วยในแผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

บทที่ 6

ผู้ช่วยในแผนการ

 

ปลายตะวันยังเดินวุ่นอยู่ในแปลงกุหลาบ ดวงตาคู่งามจ้องมองต้นกุหลาบแต่ล่ะต้นอย่างชื่นชม ปีนี้ดูเหมือนว่าต้นกุหลาบจะดูแข็งแรง และให้ดอกมากกว่าปีที่แล้ว ไร่กุหลาบปลายตะวันปลูกกุหลาบไว้หลายพันธุ์ด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วไร่กุหลาบปลายตะวันจะนิยมปลูกกุหลาบตัดดอกหรือไฮบริดทีมากกว่ากุหลาบชนิดอื่น

กุหลาบในไร่ปลายตะวันมีอยู่หลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น พันธุ์ดอกสีแดง พันธุ์ดอกสีเหลือง พันธุ์ดอกสีส้ม พันธุ์ดอกสีชมพู พันธุ์ดอกสีขาว และพันธุ์ดอกสีอื่นๆ และไร่ปลายตะวันยังปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซิเลียร์ ซึ่งมีดอกสีส้ม เอาไว้สำหรับเด็ดดอกร้อยพวงมาลัย

แปลงนี้ใกล้จะตัดดอกได้แล้วล่ะ

ไม่ยักรู้ว่าที่ไร่ แบ่งกุหลาบแต่ล่ะพันธุ์ออกเป็นโซนด้วย เมื่อก่อนฉันไม่เห็นแกแยกแปลงนี่นา

นาราภัทรกวาดสายตาไปมองรอบๆ แปลงกุหลาบประมาณร้อยแปลงในภายใต้โรงเรือนพลาสติกโรงที่หนึ่ง หากเธอจำไม่ผิดพันธุ์กุหลาบในโรงเรือนที่หนึ่งคือพันธุ์ดอกสีแดง ได้แก่พันธุ์บราโว,เรดมาสเตอร์พีช, เวก้า คริสเตียนดิออร์, โอลิมเปียด, นอริค้า, แกรนด์มาสเตอร์พีช, ปาปามิลแลนด์

ก็จะใครเสียอีก ถ้าไม่ใช่อีตาพี่วัฒน์จอมจุ้นจ้านนะ

อย่าบอกนะว่าคุณวัฒน์เป็นคนเข้ามาจัดระบบในไร่กุหลาบของแกเสียใหม่

แกพูดถูกแล้ว คุณแม่บอกว่าอีตาพี่วัฒน์เป็นคนเข้ามาดูแลแปลงกุหลาบให้ฉันเองกับมือ

ปลายตะวันนึกถึงเรื่องที่มารดาเล่าให้ฟังว่าภานุวัฒน์เข้ามาดูแล จัดการไร่แปลงกุหลาบให้เธอเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นเธอยังอยู่เมืองนอก หากเธอรู้ว่าอดีตคนรักเข้ามาวุ่นวายกับแปลงกุหลาบในไร่ เธอก็คงจะรีบบินกลับมาขัดขวาง แล้วดูสิตอนนี้แปลงกุหลาบของเธอ โดนชายหนุ่มจัดการปรับปรุงแยกเป็นโซนเอาไว้จนหมด เมื่อก่อนโรงเรือนโรงที่หนึ่งจะมีกุหลาบอยู่สามพันธุ์ที่ปลูกรวมกัน แต่ตอนนี้เจ้ากุหลาบทั้งสามพันธุ์ถูกจับแยกไปอยู่โรงเรือนโรงอื่นเสียแล้ว ก่อนหน้านี้พ่อเลี้ยงราเชนทร์กับแม่เลี้ยงปลายรุ้งสร้างโรงเรือนเอาไว้ให้เธอสามสิบโรงเรือน แต่ตอนนี้กลับมีโรงเรือนเกือบเจ็ดสิบโรงเรือนเข้าไปแล้ว แต่แยกตามพันธุ์ของกุหลาบก็เหลือเพียงเจ็ดโรงเรือน บางพันธุ์ก็มีเกือบสิบโรงเรือน แต่ชื่อของโรงเรือนจะมีทั้งหมดเจ็ดสายพันธุ์หรืออาจจะมากกว่านั้น ที่สำคัญยังมีชื่อเรียกตามพันธุ์กุหลาบที่ปลูกอีกด้วย

ฉันว่าก็ดีนะ ดูสวยดีออก อีกอย่างที่ฉันสงสัย

สงสัยอะไรของแกอีกฮะ

เมื่อก่อนมีแค่สามสิบโรงเรือนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้มีเพิ่มมาอีกสี่สิบล่ะ อย่าบอกนะว่าคุณวัฒน์เป็นคนสร้างให้นะ

ใช่ คุณวัฒน์ของแกนั่นแหละที่สร้างให้

แฟนใครเนี่ยน่ารักจังเลย

แต่ไม่ใช่แฟนฉันก็แล้วกันเธอชักจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้วนะ ปลายตะวันชะงักเท้าแล้วก็ตวัดสายตามามองนาราภัทรอย่างเคืองๆ ยิ่งเห็นสีหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์แกมหยอกล้อที่ส่งมาให้เธอสิ มันดูน่าโมโหไม่น้อย

อย่างอนสิคุณหนูจันทร์เจ้าขานาราภัทรยกมือขึ้นมาหยิกแก้มอย่างเอาใจ นี่เธอแค่แกล้งนิดเดียวเองนะ ดูสิ แม่เพื่อนสนิทของเธอถึงกับหน้างอเป็นจวักตักข้าวเชียว หึหึ น่ารักซะไม่มี...

แกรู้ไหมว่าอีตาพี่วัฒน์ตั้งชื่อเอาไว้ด้วยนะ หลักๆ ก็มีเจ็ดโรงเรือน แบ่งออกเป็นเจ็ดสายพันธุ์ด้วย

จริงเหรอ แล้วคุณวัฒน์ตั้งชื่อว่าอะไรบ้างล่ะนาราภัทรจ้องมองดวงตากลมโตสีดำสนิทของเพื่อนสนิทอย่างเอ็นดู แค่นี้ก็รู้แล้วว่าภานุวัฒน์จะไม่มีทางปล่อยยัยเพื่อนสนิทตัวเล็กของเธอไปอย่างแน่นอน

ก็โรงเรือนที่หนึ่ง Red Roses โรงเรือนที่สอง Yellow Rses โรงเรือนที่สาม Orange Roses โรงเรือนที่สี่Pink Roses โรงเรือนที่ห้า White Roses โรงเรือนที่หก Foribunda Roses และโรงเรือนที่เจ็ด Climher Roses & Miniature Roses พี่วัฒน์จัดเป็นแถว แถวล่ะห้าโรงเรือน ทำเป็นสองแถว เท่ากับว่าหนึ่งสายพันธุ์มีสิบโรงเรือนปลายตะวันบรรยายให้นาราภัทรฟังชื่อของโรงเรือนทั้งเจ็ด แม้จะโมโหภานุวัฒน์อยู่บ้างแต่ในใจลึกๆ เธอกลับรู้สึกตื่นเต้น ดีใจไม่น้อยกับสิ่งที่อดีตคนรักทำให้

สุดยอดเลย คุณวัฒน์นี่เก่งจังเลย

ใช่เก่ง แต่เก่งไม่ถูกที่ไงนารา ชิ...ไร่เองก็มีแต่ไม่ทำ ดันมาวุ่นวายกับไร่ของคนอื่น นิสัยไม่ดี

เอาน่า อย่างน้อยเราก็รู้ว่าคุณวัฒน์ยังรักและเป็นห่วงเจ้าของไร่แห่งนี้ไง

หยุดเดี๋ยวนี้นะ นั่นแกจะไปไหน

ฉันไปเดินดูแปลงกุหลาบที่โรงเรือนอื่นๆ นะ อยากรู้ว่ากุหลาบเป็นยังไงบ้าง นี่ถ้าคุณวัฒน์ขอฉันเป็นแฟนละก็...น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น แต่พอเห็นสีหน้าของหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้า เธอก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า ฉันจะยอมตกลงเป็นแฟนกับคุณวัฒน์ทันทีเลย หึหึ ได้แฟนน่ารัก ดูแลเอาใจใส่แบบนี้ ใครบ้างจะไม่รัก แกว่าไหมจันทร์

หยุดคิดเลยนะนารา พี่วัฒน์เป็นของฉันคนเดียว คนอื่นห้ามแหยม แล้วไม่ต้องมาเดินหนีฉันเลยนะ กลับมาพูดให้รู้เรื่องเสียก่อนปลายตะวันชักสีหน้า รู้สึกงอนนาราภัทรขึ้นมาทันที มาพูดให้เธอโมโหภานุวัฒน์ เธอไม่มีทางยกภานุวัฒน์ให้ใครหรอก หึ...คิดจะหนีเหรอ ไม่มีทางเสียล่ะ หญิงสาวร่างเล็กรีบสาวเท้าเดินตามเพื่อนสนิทออกไปจากโรงเรือนหนึ่งทันทีเหมือนกัน

 

โรงเรือนที่สอง Yellow Rses...

ปลายตะวันเร่งฝีเท้าให้เดินทันนาราภัทร แต่พอเธอเดินมาถึงโรงเรือนที่สอง เธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของนาราภัทรแล้ว ใบหน้าหวานเริ่มบู้บี้ขึ้นมาเล็กน้อย นอกจากนี้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็ขุ่นมัวไปกับคำพูดของเพื่อนสนิทไม่น้อย ไม่มีทางเสียละที่เธอจะยกผู้ชายที่แสนดีน่ารักอย่างภานุวัฒน์ให้กับผู้หญิงคนไหน

หายไปไหนของแกนะ นารา

หญิงสาวร่างเล็กเดินตรงเข้าไปภายในโรงเรือนอย่างหงุดหงิด ยิ่งเห็นสิ่งที่ภานุวัฒน์ทำให้เธอด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ แม้ว่ามันจะสวย ดูเป็นระเบียบก็เถอะ แต่ยังไงชายหนุ่มก็ทำโดยที่ไม่ยอมบอกเธอ

นึกว่าเท่หรือยังไง ถึงได้มาวุ่นวายกับไร่กุหลาบของคนอื่นแบบนี้

ปานตะวันยังพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย สายตาสีดำสนิทกวาดสายตาไปมองรอบๆ โรงเรือน เธอก็พบกับดอกกุหลาบพันธุ์ดอกสีเหลืองสมกับชื่อของโรงเรือนทีเดียว ภายในโรงเรือนแห่งนี้จะมีกุหลาบดอกสีเหลืองอยู่หลายพันธุ์ เช่นพันธุ์คิงส์แรนซัม, ซันคิงส์, เฮสมุดสมิดท์,นิวเดย์ โอรีโกลด์ และเมลิลอน แต่ละดอก กำลังเบ่งบานขึ้นมาอย่างสวยงาม ร่างเล็กเดินตรงเข้าไปในแปลงกุหลาบอย่างตื่นเต้น ในใจกับตื่นเต้นกับสิ่งที่อดีตคนรักทำให้ไม่น้อย ดอกกุหลาบแต่ล่ะพันธุ์ที่เอามาปลูกในโรงเรือนที่สองมันเป็นพันธุ์ที่เธอชอบ ไม่นึกเลยว่าภานุวัฒน์จะทำแบบนี้ให้เธอ สิ่งที่เธอเคยเล่าให้ชายหนุ่มฟังเกี่ยวกับความฝันของเธอ ความฝันที่เธออยากจะมีสวนกุหลาบ แล้วก็ดอกกุหลาบอีกหลายพันธุ์ที่เธอชอบ ตอนนี้มันเป็นจริงแล้ว ไม่รู้ว่าโรงเรือนอีกห้าโรงเรือนจะเป็นพันธุ์กุหลาบที่เธอเคยเล่าให้ภานุวัฒน์ฟังเอาไว้หรือเปล่า

พี่วัฒน์ยังจำได้อีกเหรอเนี่ย

เธออยากจะกรี๊ดให้กับความน่ารักของอดีตคนรักคนนี้จริงๆ โรแมนติกอะไรขนาดนี้ หลายปีที่ผ่านมาเธอไม่น่าทำตัวไร้สาระ เอาแต่ใจเลย ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะได้แต่งงานไปกับผู้ชายที่น่ารักคนนี้ไปแล้ว ปลายตะวันวิ่งออกจากโรงเรือนที่สองไปยังโรงเรือนที่สามและที่สี่ตามลำดับ ทุกโรงเรือนที่เธอเข้าไปทำให้เธอหัวใจพองโต จนตอนนี้แทบจะระเบิดอยู่แล้ว ทุกสิ่งที่อดีตคนรักทำให้ มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยสำหรับเธอ

ร่างเล็กวิ่งไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ เธอวิ่งมาหยุดที่โรงเรือนที่เจ็ดแล้ว ใบหน้าหวานเริ่มแดงระเรื่อจนตอนนี้มันลามไปถึงใบหูเล็กๆ ของเธอแล้ว ยิ่งตอนนี้มาเห็นถึงความน่ารักและโรแมนติกของอดีตคนรัก มันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่ เหลือเกินที่ยอมปล่อยให้เวลาที่ดีๆ เสียไป นี่ถ้าหากเธอเชื่อในคำพูดของนาราภัทร วันนี้เธอก็คงจะไม่ต้องมานึกด่าตัวเอง ที่ทำตัวไร้สาระ เอาแต่ใจตัวเอง จนไม่น่าให้อภัย

อยากรู้จังเลยว่าโรงเรือนที่เจ็ด พี่วัฒน์จะเอากุหลาบพันธุ์อะไรมาปลูก

ปลายตะวันก้าวเท้าเล็กๆ เข้าไปในโรงเรือนที่เจ็ดอย่างทันที หญิงสาวเดินไปเรื่อยๆ จนสายตาของเธอเจอกับต้นกุหลาบไคลมเบอร์ พันธุ์ดอนจวน,พันธุ์ค็อกเทล ส่วนทางด้านขวาจะเป็นกุหลาบพันธุ์มินิเอเจอร์กุหลาบพันธุ์นี้จะดอกเป็นพวงและดอกมีขนาดเล็กคือพันธุ์เบบี้ มาสเคอร์เหรด

กรี๊ดด! ดอกกุหลาบพันธุ์เบบี้ มาสเคอร์เหรดเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดของปลายตะวัน ทำให้นาราภัทรที่กำลังเดินมายังโรงเรือนที่เจ็ดถึงกับตกใจ หญิงสาวรีบวิ่งเข้ามาในโรงเรือนที่เจ็ดด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทเป็นอะไร ทำไมต้องร้องโวยวายเสียงดังลั่นชะขนาดนั้น

นาราภัทรวิ่งตรงดิ่งมาหาปลายตะวันด้วยความเป็นห่วง แต่พอเห็นท่าทางกรีดกราด กระโดดโลดเต้นของหญิงสาวร่างเล็ก ใบหน้างามก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ ยัยเพื่อนสนิทตัวเล็กของเธอเป็นบ้าอะไรกัน ถึงได้ร้องกรี๊ดซะลั่นโรงเรือน ดูสภาพคนงานที่หยุดมือแล้วหันมามองเจ้าของไร่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก จู่ๆ ก็ร้องกรี๊ดขึ้นมา แล้วยังกระโดดโลดเต้นแบบนั้นอีก ที่ทำให้พวกเขาถึงกับยืนอึ้ง อ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูกไปตามๆ กัน

 

เกิดอะไรขึ้นจันทร์” 

นาราภัทรตะโกนมาก่อนที่ตัวมาวิ่งมาถึงตัวของเพื่อนสนิทเสียอีก หญิงสาววิ่งมาหยุดอยู่ด้านหลังของร่างเล็ก ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ ที่ปลายตะวันยืนอยู่ แต่เธอก็ไม่พบความผิดปกติอะไรเลย

ปลายตะวันยังกรี๊ดกร๊าดจ้องมองดอกกุหลาบพันธุ์เบบี้ หญิงสาวไม่ได้สนใจสิ่งที่เพื่อนสนิทถามด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เธอกำลังตื่นเต้น ดีใจจนพูดไม่ออกกับสิ่งที่อดีตคนรักทำให้ ตั้งแต่โรงเรือนที่หนึ่งจนถึงโรงเรือนที่เจ็ด ตอนนี้เธอกำลังใจอึ้ง ตกใจ ตื่นเต้น จนไม่รู้จะทำยังไงให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหัวใจมันจางหาย

ไอ้จันทร์แต่ดูเอาเถอะยัยเพื่อนตัวเล็กของเธอยังยืนเฉย จ้องมองกุหลาบอยู่อย่างนั้นไม่ได้สนใจเธอเลย แบบนี้มันต้อง ไอ้จันทร์โว้ยเสียงตะโกนเรียกครั้งนี้ทำให้ปลายตะวันถึงกับสะดุ้ง ละสายตาจากแปลงกุหลาบ แล้วหันมามองเจ้าของเสียงแหลมด้วยรอยยิ้มหวาน นาราภัทรถึงกับงุนงงไปเลย เมื่อเห็นอาการเลื่อนลอยเหมือนไม่ได้สติของปลายตะวัน หญิงสาวยืนมองท่าทางตื่นเต้นนั้นอย่างประหลาดใจ แล้วเสียงหัวเราะก็หลุดออกมาจากปากอิ่ม

เสียงหัวเราะของนาราภัทรทำให้ปลายตะวันถึงกับชะงัก ใบหน้าหวานแดงระเรื่อทีเดียว เมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป สายตาคู่สวยกวาดสายตาไปมองบรรดาคนงานด้วยรอยยิ้มแหยๆ ทีเดียว แต่เมื่อเห็นอาการของบรรดาคนงาน ปลายตะวันก็ยิ่งรู้สึกอับอายไม่น้อย ไม่รู้ว่าเธอทำอะไรลงไปบ้างเมื่อกี้

โอ๊ย...อยากจะบ้าตาย นี่ฉันทำอะไรไปลงเนี่ย

เป็นบ้าอะไรของแก ร้องโวยวายเสียงดังลั่น แกดูสิ คนงานถึงกับอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกเลย เป็นบ้าอะไรของแกฮะนาราภัทรถามทันทีเมื่อปลายตะวันหันมาสนใจเธอ

กะ...ก็จะให้เธอพูดยังไงดีล่ะ ปลายตะวันกำลังใช้สมองของตัวเองอย่างหนัก จะบอกเพื่อนสนิทว่ายังไงดีกับเรื่องที่เธอร้องกรี๊ดกร๊าด เอะอะโวยวายอยู่ตอนนี้ นึกแล้วก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้จริงๆ ที่ดันบ้า ทำเรื่องน่าอาย แถมยังแสดงกิริยาไม่งามออกไปอีก

ก็อะไรของแกฮะ รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่มากแค่ไหนนาราภัทรโวยวายใส่ปลายตะวันทันที ดูเอาเถอะ เธออุตส่าห์เป็นห่วง แต่ดูเจ้าหล่อนสิ กลับมายืนหน้าเหลอหลา ทำอะไรไม่ถูก แถมยังบอกไม่ได้อีก...ว่าร้องโวยวายออกมาทำไม สายตาคู่หวานสบตาใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อของปลายตะวันอย่างสนใจ

ตกลงแกเป็นอะไรกันแน่

ก็คนมันตื่นเต้นนี่นา แกไม่เป็นฉันแกไม่รู้หรอกนาราหญิงสาวร่างเล็กก้มหน้าก้มตาเพื่อซ่อนความเขินอาย หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็ยังไม่หยุดสั่นสักที แล้วจะให้เธอตอบยังไงดีล่ะ เพราะรู้ดีว่าหากไม่พูดออกไปนาราภัทรก็คงไม่ยอมเลิกรา

เอาง่ายๆ เลยนะไอ้จันทร์ ที่แกร้องกรี๊ดกร๊าด โวยวายอยู่เนี่ย มันเป็นเพราะอะไร ตอบมาเลยนะแก ไม่ต้องมาโยกโย้เจอน้ำเสียงคาดคั้นจากเพื่อนสนิทแบบนี้ ปลายตะวันก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน จะให้เธอบอกว่ายังไงดีล่ะ ขืนบอกออกไปว่าเธอดีใจกับสิ่งที่อดีตคนรักทำให้ นาราภัทรก็คงจะหาว่าเธอเป็นบ้าแน่ๆ

ว่ายังไอ้จันทร์ ฉันเริ่มหมดความอดทนกับแกแล้วนะ

เอ่อ...

ว่าไงไอ้เพื่อนบ้า

ก็คนมันดีใจนี่หว่าในที่สุดเธอก็พูดออกมาจนได้ อยากจะบ้าตาย นี่เธอจะโดนยัยเพื่อนสนิทต่อว่า อะไรอีกบ้างเนี่ย ปลายตะวันเงยใบหน้าหวานขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของนาราภัทร ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า ก็จะไม่ให้ฉันดีใจได้ยังไง แกรู้ไหมว่าโรงเรือนที่เจ็ด โรงเรือนนี่ฉันเดินมาดูแค่เจ็ดโรงเรือนแรกที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้นนะอีกหกสิบกว่าโรงเรือนฉันยังไม่ได้เดินดู แต่แค่เจ็ดโรงเรือนนี้ พี่วัฒน์ทำให้ฉันใหม่ทั้งหมดเลย แล้วยังมีอีกนะ...

อะไรของแก พูดมาให้หมดเดี๋ยวนี้ โทษฐานที่ทำให้ฉันต้องเป็นห่วงนาราภัทรคาดคั้นเสียงเขียว

ก็พี่วัฒน์นำกุหลาบพันธุ์ที่ฉันชอบมาปลูกเอาไว้ในโรงเรือนทั้งเจ็ดโรงเรือนนะสิ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ที่คุณแม่บอกว่าพี่วัฒน์เข้ามาจัดระบบในไร่ของฉันใหม่ ตอนที่เห็นโรงเรือนที่หนึ่ง ฉันก็ยังเฉยๆ แต่พอฉันเดินเข้าไปดูโรงเรือนที่สอง ที่สาม...แล้วก็เดินมาถึงโรงเรือนที่เจ็ด แกรู้ไหมว่าพี่วัฒน์เอากุหลาบพันธุ์ที่ฉันชอบมาปลูกเอาไว้ตั้งหลายพันธุ์ แบบนี้แกจะไม่ให้ฉันตื่นเต้น ร้องกรี๊ดได้ยังไงเจอคำสารภาพแบบนี้ของเพื่อนสนิท นาราภัทรถึงกับยืนงง ทำอะไรไม่ถูกเลยเหมือนกัน หญิงสาวจ้องมองเพื่อนสนิทตัวเล็กอย่างขบขันปนหมั่นไส้ หลายปีที่ผ่านมาปลายตะวันไม่เคยให้โอกาสภานุวัฒน์ได้อธิบายอะไรเลย แล้วดูสิพอวันนี้มาเจอสิ่งที่ชายหนุ่มทำเอาไว้ แม่เพื่อนสาวจอมเอาแต่ใจถึงกับตื่นเต้น กระดี๊กระด๊า จนน่าหมั่นไส้

ก็แค่นี้ มาทำเป็นอาย คราวหลังอย่าร้องโวยวายแบบนี้อีกนะ ฉันเป็นห่วงยัยบ้า ทำเอาชาวบ้านตกอกตกใจกันไปหมด

แกนี่หยุดไปเลยนะยัยนารา คนกำลังตื่นเต้นปลายตะวันส่งเสียงเขียวไปให้เพื่อนสนิททันที หญิงสาวร่างเล็กสะบัดหน้าให้คนที่ยืนยิ้มกวนๆ มาให้อย่างหงุดหงิด ร่างเล็กรีบเดินออกไปจากแปลงกุหลาบ ใบหน้าหวานดูงอง้ำจนคนที่ยืนมองแทบจะหัวเราะอยู่รอมร่อ แต่มันติดอยู่ที่ใบหน้าหวานๆ กำลังงอนเธออย่างหนักนั่นเอง

นี่ยังน้อยนะครับคุณหนู อีกหกสิบกว่าโรงเรือนที่เหลือ ก็เหมือนกับเจ็ดโรงเรือนที่คุณหนูเดินดูนั่นแหละครับ ผมว่าคุณหนูเดินดูแค่นี้ก็โอเคแล้วครับ เพราะที่เหลือคุณวัฒน์ก็แบ่งตามสายพันธุ์ของกุหลาบเอาไว้แล้วเหมือนกัน หากเรามองจากด้านนอก คุณหนูจะเห็นโรงเรือนที่อยู่ด้านในอีกสี่โรงเรือน คุณวัฒน์แบ่งพันธุ์กุหลาบเอาไว้พันธุ์ล่ะสองแถวนะครับหัวหน้าคนงานเริ่มอธิบายเจ้านายสาวด้วยความเอ็นดู ยิ่งเห็นสีหน้ายิ้มน้อยๆ นั่น

ขนาดนั้นเลยหรือคะลุงดำปลายตะวันเอ่ยถามหัวหน้าคนงานอย่างเลื่อนลอย ใบหน้าหวานยิ้มจนแทบจะเห็นฟันหมดทั้งปากทีเดียว ส่วนสายตาก็ดูเพ้อฝันจนน่าหมั่นไส้

นาราภัทรส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ ดูเอาเถอะบทจะงอนก็งอนจนเธอพูดอะไรไม่ออกเลยเหมือนกัน เธอเดินกลับออกไปจากแปลงกุหลาบ หญิงสาวเดินผ่านเพื่อนสนิทโดยไม่พูดอะไรสักคำ เห็นทีแผนที่เธอคิดจะช่วยให้ภานุวัฒน์กับปลายตะวันคืนดีกัน คงจะไม่ต้องใช้แล้วล่ะมั้ง ก็ในเมื่อยัยเพื่อนตัวเล็กแสดงอาการตื่นเต้น ดีใจจนออกนอกหน้าขนาดนี้ เห็นทีความหวังของภานุวัฒน์จะเป็นจริงขึ้นมาเสียแล้ว

 


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

190 ความคิดเห็น

  1. #19 Chatchanya (@chatchanya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2552 / 17:38
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ไรท์เตอร์อย่าหายไปนานเลยนะคะ ใจหายค่ะ
    #19
    0
  2. #18 pie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2552 / 08:01
    ว้าวๆๆ

    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ

    พี่วัฒน์น่ารักจังเลย
    #18
    0