เพราะ...รักสุดใจ

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ไร่กุหลาบปลายตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

บทที่ 4

ไร่กุหลาบปลายตะวัน

 

สองวันต่อมา

ปลายตะวันและนาราภัทรก็ขับรถเข้ามายังไร่กุหลาบปลายตะวันที่อำเภอพบพระ ไร่กุหลาบแห่งนี้พ่อเลี้ยงราเชนทร์และแม่เลี้ยงปลายรุ้งสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของลูกสาวเพียงคนเดียวของพวกท่าน ไร่กุหลาบปลายตะวันใหญ่เป็นอันดับสองของอำเภอนี่เลยทีเดียว แม้ว่าพื้นที่การเพาะปลูกมีเกือบห้าร้อยไร่แต่ก็ยังสู้ไร่กุหลาบของตระกูลพัชรเกียรติไม่ได้อยู่ดี พื้นที่เพาะปลูกกุหลาบของไร่พัชรเกียรติมีเกือบพันไร่ที่สำคัญไปกว่านั้นทางตระกูลพัชรเกียรติยังมีสวนกล้วยไม้อยู่ที่จังหวัดราชบุรี

เราอยู่กันที่ไร่สักอาทิตย์ดีไหม

แต่ฉันเป็นห่วงร้านนะจันทร์นาราภัทรบอกอย่างกังวล

แกจะเป็นห่วงอะไรนักหนาฮะปลายตะวันตวัดสายตาหันมามองเพื่อน

ที่ร้านก็ยังมีแม่พรรณ แล้วยังวรรณอีก

แกก็รู้ว่าวรรณมันไม่ค่อยรู้เรื่องดอกไม้สักเท่าไหร่เพียงแค่คิดนาราภัทรก็แทบหมดสนุกทันที เพราะ วรรณหรือ จิราวรรณไม่ค่อยรู้เรื่องดอกไม้ หากเธอคิดพึ่งพาลูกน้องสาวคนนี้แล้วนับว่าคิดผิดอย่างรุนแรง

ปลายตะวันถึงกับถอนหายใจออกมาเลยทีเดียว เธอก็ลืมนึกไปว่าวรรณนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องดอกไม้ ส่วนใหญ่เป็นเธอและนาราภัทรที่คอยดูแลจัดดอกไม้ให้แก่ลูกค้า ส่วนวรรณมีหน้าที่แค่เปิดร้าน เตรียมดอกไม้ไว้ขาย แล้วก็อยู่ปิดร้านเท่านั้น

งั้นก็แย่น่ะสิ เพราะฉันต้องอยู่ช่วยคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนหญิงสาวเริ่มคิดหนัก เธอจะทำอย่างไรดี หากปล่อยให้เพื่อนกลับไปก่อนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เนื่องจากช่วงนี้ เป็นช่วงตัดกุหลาบ ปลายตะวันเลยต้องอยู่ดูแลและจัดการส่งดอกกุหลาบให้แก่พ่อค้าแม่ค้าเสียก่อน

ไม่เป็นอะไรหรอกจันทร์ ฉันกะว่าจะอยู่สัก 2-3 วัน แล้วก็กลับ ส่วนแกจัดการเรื่องตัดกุหลาบของแกให้เสร็จเถอะ แล้วค่อยกลับไปก็ได้

งั้นก็โอเค ฉันจัดการเรื่องตัดกุหลาบเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะรีบไปหาแกที่กรุงเทพฯ ทันที

ปลายตะวันบอกอย่างเกรงใจเพื่อนเหมือนกัน เธอรับปากนาราภัทรเอาไว้แล้วว่าช่วงนี้เธอจะพาเพื่อนสนิทไปเที่ยวพักผ่อน แต่กลายเป็นว่าเธอต้องทำงานตามที่บิดามารดาขอร้องมา แล้วไร่กุหลาบปลายตะวันก็เป็นของเธอ 

ฉันว่าตอนนี้พวกเราเข้าไปในบ้านก่อนดีไหม...จันทร์

ก็ดีเหมือนกันปลายตะวันพยักหน้า ก่อนแบกเป้ใบเล็กขึ้นมาแล้วก็เดินเข้าไปภายในตัวบ้าน

นาราภัทรหันมาหยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กขึ้นมาสะพายก่อนเดินตามปลายตะวันเข้าบ้านไปอีกคน หญิงสาวรู้ดีว่าตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยใจมากแค่ไหนกับการเจออดีตคนรักอย่างกิตติภพ พิตตินันท์ เพราะหลายปีที่ผ่านมาเธอพยายามหลบหน้าชายหนุ่มมาโดยตลอด การเจอกิตติภพในครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว กลัวเหลือเกินว่าชายหนุ่มจะพยายามรื้อฟื้นเรื่องในอดีต

กว่าเธอทำใจได้ก็ใช้เวลาอยู่หลายปี เธอคิดว่าหัวใจสามารถลืมเขาได้แล้วเชียว แต่เปล่าเลย ในหัวใจของเธอยังไม่เคยลืมผู้ชายคนนี้ได้เลย นาราภัทรรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มีใครเอ่ยถึงกิตติภพ แม้ว่าเธอเลิกกับอีกฝ่ายแล้วก็ตาม แต่มันก็เหมือนกับไม่ได้เลิกกัน ยิ่งเธอวิ่งหนี อีกฝ่ายก็พยายามไล่ตาม มันเป็นแบบนี้มาหลายปี เธอขอเลิก แต่กิตติภพไม่ยอมเลิก ปัญหาระหว่างเธอและกิตติภพจึงเป็นปัญหารื้อรังมานาน

 

ตอนนี้คุณหนูจันทร์ อยู่ที่ไร่กุหลาบปลายตะวันแล้วค่ะเจ้าของเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นพี่วัฒน์ของเธอเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก

อ้าวเหรอ แล้วรู้ได้ยังไงว่าคุณหนูจันทร์ของมายาอยู่ที่ไร่ภานุวัฒน์ถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเมื่อสองวันก่อนเขายังไปเยี่ยมอดีตคนรักที่รีสอร์ตปลายรุ้งอยู่เลย ทำไมเช้านี้ถึงได้มาอยู่ที่ไร่ได้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเดินมานั่งลงตรงข้ามน้องสาวบุญธรรมอย่างเอ็นดู เขารู้ดีว่ามายาวีนั้นรักปลายตะวันมาก หลายปีที่ผ่านมาเขาก็ได้น้องสาวคนนี้แหละที่คอยเป็นคนจัดการบรรดาสาวๆ ที่เข้ามาวุ่นวายกับเขา โดยที่หญิงสาวให้เหตุผลกับเขาว่า

มายาว่าคุณหนูจันทร์น่ารัก นิสัยดี และเหมาะที่จะเป็นแฟนของนายมากกว่ามายาวีบอกอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงคุณหนูปลายตะวันแห่งรีสอร์ตปลายรุ้งและไร่กุหลาบปลายตะวันของพ่อเลี้ยงราเชนทร์และแม่เลี้ยงปลายรุ้ง

ทำไมมายาคิดแบบนั้นล่ะเจ้าของเสียงเข้มแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน หันมาถามหลานสาวของป้าลำดวนอย่างแปลกใจ เขาไม่เคยเห็นเด็กสาวคนนี้ชอบผู้หญิงคนไหนของเขาเท่ากับคุณหนูปลายตะวันเลย

ก็คุณหนูปลายตะวันเธอน่ารัก นิสัยก็อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบด้วย ที่สำคัญนายรักเธอ

แล้วมายารู้ได้ยังไงว่าฉันรักคุณหนูปลายตะวันของมายา

ก็มายาเห็นรูปของคุณหนูปลายตะวันอยู่ในห้องของพี่วัฒน์เธออธิบายแล้วก็ต้องอมยิ้ม ยิ่งเห็นอาการอ้ำอึ้งของผู้เป็นนาย เธอก็ยิ่งเชื่อว่าสิ่งที่เธอคิดมันคงเป็นจริง นั่นก็คือ เจ้านายหนุ่มของเธอแอบหลงรักคุณหนูปลายตะวันแห่งรีสอร์ตปลายรุ้ง

พี่วัฒน์ค่ะมายาวีเรียกพี่ชายเมื่อเห็นอาการนิ่งเงียบของพี่วัฒน์ของเธอ หญิงสาวกวาดสายตามองใบหน้าคมอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นว่าพี่วัฒน์ของเธอยังคงนิ่งเงียบ เธอจะยื่นมือไปจับแขนพร้อมกับเขย่าเบาๆ อย่างเรียกสติของอีกฝ่ายให้กลับมา พี่วัฒน์... พี่วัฒน์

ว่าไงมายาภานุวัฒน์ถึงกับตื่นจากภวังค์ ด้วยเรื่องเขย่าจากเจ้าของมือบาง ชายหนุ่มก้มใบหน้าลงมามองมือเรียวเล็กที่จับแขนเขาไว้อย่างแปลกใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างเอ็นดูแกมเก้อเขิน

มายาจับแขนพี่ทำไม

อ้าว ก็มายาเรียกพี่วัฒน์นานแล้วนะ เห็นเงียบไปก็เลยเป็นห่วงคนเสียงหวานแต่ทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ส่งมาให้พี่ชายอย่างรู้ทัน ไม่ต้องบอกเธอก็รู้ว่าพี่ชายบุญธรรมคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ และแน่นอนว่ามันก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของคุณหนูปลายตะวันแห่งไร่ปลายตะวันอย่างแน่นอน

อย่าบอกน่ะว่าคิดถึงคุณหนูจันทร์อยู่น่ะ

รู้อีกน่ะเราภานุวัฒน์หัวเราะอยู่ในลำคอ เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกน้องสาวคนนี้เหน็บแนมเอาแบบนี้ เขาล่ะเซ็งจริงๆ คงไม่มีเรื่องไหนเลยสินะ ที่น้องสาวคนนี้จะไม่รู้ ขนาดเรื่องรูปของปลายตะวันหญิงสาวยังรู้เลยว่าเขามี ทั้งที่ความจริงเรื่องนี้เป็นความลับของเขากับป้าลำดวนแล้วเชียว เฮ้อ...สงสัยเขาจะเป็นเอามาก

ก็โจ่งแจ้งซะขนาดนั้น ใครบ้างล่ะคะ จะไม่รู้ว่าเจ้าของไร่พัชรเกียรติแอบหลงรักคุณหนูปลายตะวันแห่งรีสอร์ตปลายรุ้งและไร่ปลายตะวัน

พอๆ ไม่ต้องแล้ว ยิ่งพูดพี่ก็ยิ่งอาย

คริ คริ...มายาวีถึงกับหัวเราะออกมาเลยทีเดียว เมื่อเห็นอาการเก้อเขินของพี่ชายแสนดีของเธอ

ว่าแต่คุณหนูจันทร์ของมายามาไร่กับใครล่ะเขาคงไม่ต้องฟังคำตอบจากมายาหรอกว่าใครมากับปลายตะวัน ชายหนุ่มรู้ดีว่าที่ไหนมีปลายตะวันที่นั่นต้องมีนาราภัทร ที่ไหนมีนาราภัทร ที่นั่นก็ต้องมีปลายตะวัน เพราะทั้งสองถือได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทเพื่อนตายกันเลยทีเดียว

ภานุวัฒน์รู้ดีว่าทั้งสองรักกันมากแค่ไหน เพราะความที่รักกันมานี่แหละเลยทำให้เขากับปลายตะวันต้องเลิกกัน คิดๆ ไป หากเพื่อนสนิทของเขาไม่คิดแผนบ้าๆ นั้นขึ้นมาป่านนี้เขาและปลายตะวันก็คงได้แต่งงานกันไปแล้วจากคนรักกลายมาเป็นคนเคยรัก

มากับคุณนาราค่ะมายาวีตอบพลางส่งยิ้มไปให้พี่ชายอย่างเป็นห่วง เมื่อนึกถึงเพื่อนสนิทคนนี้ของคุณหนูปลายตะวันแล้ว เธอก็รู้สึกสงสารไม่น้อย เรื่องราวในอดีตระหว่างเพื่อนสนิทของพี่ชายและเพื่อนสนิทของคุณหนูปลายตะวันนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนที่เธอรักและเคารพต้องเสียใจ

มายาขอตัวก่อนนะคะ วันนี้นัดเพื่อนไปติวหนังสือกันเมื่อเห็นว่านาฬิกาบนฝาผนังเกือบจะสิบโมงครึ่งแล้ว มายาก็ขออนุญาตพี่ชายไปติวหนังสือกับเพื่อนๆ ร่างเล็กลุกขึ้นเดินออกมาจากห้องรับแขกพร้อมกับหนังสือเรียนที่เธอถือติดมาด้วย

ภานุวัฒน์นั่งมองจนร่างของน้องสาวบุญธรรมเดินลับสายตาไป ชายหนุ่มได้แต่นึกขำกับความเจ้ากี้เจ้าการของน้องสาวคนนี้ เห็นทีเขาต้องรีบจัดการเรื่องความรักของตัวเองเสียที ยิ่งมีกองหนุนอย่างพ่อเลี้ยงราเชนทร์ แม่เลี้ยงปลายรุ้ง ป้าจิตร ป้าลำดวน แล้วก็น้องสาวแสนดีอย่างมายา

เสียงเพลงดังขึ้นจากกระเป๋ากางเกง ภานุวัฒน์ตัดสินใจล้วงเจ้ามือถือรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงด้วยความแปลกใจ เพราะเขารู้ดีว่าเจ้าของเบอร์เป็นใคร เสียงเพลงยังดังขึ้นมาเรื่อยๆ จนเขาเริ่มประหลาดใจ ปกติแล้วเจ้าของเบอร์นี้ไม่ค่อยโทรหาเขาสักเท่าไหร่เลย

มีอะไรวะไอ้กฤต

(นาราภัทรกับปลายตะวันอยู่ที่นั่นใช่ไหม) กิตติภพถามกลับอย่างไม่สนใจที่จะถามเลยว่า เพื่อนจะโกรธไหม เพราะตอนนี้หัวใจของเขามันร้อนรุ่มจนแทบจะไหม้อยู่แล้ว มาหาอดีตคนรักที่ร้านก็ไม่เจอ พอถามใครก็ไม่มีใครรู้ เขาหวังเหลือเกินว่าภานุวัฒน์จะตอบอย่างที่ใจเขาคิด

อืมม์

(แล้วทำไม นายถึงไม่โทรมาบอกฉันว่านาราอยู่ที่นั่น)

แกจะบ้าเหรอไอ้กฤต ตัวเล็กกับนาราเพิ่งจะมาถึงเมื่อสองวันที่แล้วเองน่ะเว้ยเขาเองก็เริ่มจะหัวเสียขึ้นมาเสียแล้วสิ คุยกับเพื่อนสนิททีไรเขาก็ชักจะเครียดเข้าไปทุกที

(ไม่รู้เว้ย ตอนนี้นาราพักอยู่ที่รีสอร์ตปลายรุ้งหรือว่าไร่ปลายตะวัน)

นาราอยู่ไร่ปลายตะวัน เพิ่งมาถึงเมื่อเช้า

ภานุวัฒน์ตอบทั้งที่ในใจกลับอยากหัวเราะออกมาดังๆ กี่ปีแล้วที่เพื่อนคนนี้ของเขาต้องทนเจ็บปวดอยู่กับความผิดพลาดในอดีต หากไม่เพราะความคึกคะนองในวัยหนุ่ม เหตุการณ์เช่นวันนี้ก็คงจะเกิด นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างกิตติภพ พิตตินันท์ กำลังไล่ตามอดีตคนรักเพื่อขอคืนดีอย่างเอาเป็นเอาตาย

ถ้าใครไม่รู้ถึงเรื่องในอดีตระหว่างทั้งคู่ พวกเขาก็คงจะคิดว่า นักธุรกิจหนุ่มคนนี้รักมั่นกับอดีตคนรักเป็นอย่างมาก เขาเองก็ได้แต่แปลกใจไม่น้อยกว่าคนอื่น เหตุใดกันหนอเพื่อนสนิทคนนี้ของเขาถึงไม่ยอมปล่อยนาราภัทรไปเสียที ทั้งที่ความจริง ตัวสร้างเรื่องก็เป็นกิตติภพ ทั้งที่ความจริงเรื่องมันน่าจะจบไปตั้งแต่ห้าหกปีที่แล้ว แต่ทำไมเพื่อนของเขาถึงไม่ยอมจบเสียที

(ฉันจะขึ้นไปหาแกเดี๋ยวนี้ บอกให้คนขับรถที่รับฉันที่สนามบินด้วย) กิตติภพบอกอย่างหงุดหงิด กี่ปีแล้วที่เขาต้องทนเจ็บปวดอยู่กับความผิดพลาดในอดีต กี่ปีแล้วที่เขาต้องฝันร้ายกับการรักผู้หญิงคนนี้

ได้

(โอเค แล้วเจอกัน)

ปลายสายตัดสายไปแล้ว แต่ภานุวัฒน์ยังจับมือถือรุ่นจิ๋วค้างอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มได้แต่เฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอ ว่าเพราะอะไรกันกิตติภพถึงไม่ยอมลืมรุ่นน้องสาวเสียที ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่กิตติภพก็ยังคงไล่ตามความรักที่เคยหลุดหายไปเมื่อหลายปีก่อน เขาได้แต่แปลกใจเหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนสนิทคนนี้ของเขา นับตั้งแต่นาราภัทรรู้ความจริง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จบลงด้วยความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย ใช่ว่าจะมีแต่นาราภัทรเท่านั้นที่เจ็บปวด กิตติภพก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน

หลังจากกิตติภพและนาราภัทรเลิกกัน เพื่อนของเขาก็พยายามตามง้อ ขอคืนดี แต่สุดท้ายก็สูญเปล่าเพราะนาราภัทรไม่ยอมให้อภัยแถมยังเกลียดกิตติภพเข้าไส้อีก สุดท้ายกิตติภพก็ตัดสินใจบินไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เมืองนอกจากหลังจบปริญญาโท ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขารู้ดีว่าในหัวใจของเพื่อนคนนี้ก็ยังมีนาราภัทรอยู่เต็มหัวใจ เขาเคยถามเพื่อนด้วยความสงสัย ว่าเพราะเหตุใดถึงยังไม่ยอมลืมนาราภัทรเสียที แต่คำตอบที่เขาได้มันทำให้เขาถึงกับช๊อกไปเหมือนกัน

ทำไมแกถึงไม่ยอมปล่อยนาราไปเสียทีวะไอ้กฤต

เพราะฉันรักนาราภัทรจริงๆ ฉันไม่มีทางเลิกรักเขา

ไหนแกเคยพูดไว้ไง ว่าผู้หญิงอย่างนาราภัทรไม่มีเสน่ห์ ไม่สวยแถมยังขี้เหร่อีกภานุวัฒน์เอ่ยถามอย่างสงสัย เขาเองก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมกิตติภพถึงได้หลงรักนาราภัทรจริงๆ หรือเป็นเพราะนาราภัทรเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าบอกเลิกเพื่อนเขากันแน่

ฉันรักนาราภัทรก็เพราะเขาไม่ได้สนใจฉัน ฉันรักเขาเพราะเป็นคนตรงๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีมารยา ที่สำคัญเขาทำให้ฉันเข้าใจว่าการรักใครสักคนมันวิเศษขนาดไหน

ให้ตายสิ! นี่แกเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอวะภานุวัฒน์มองเพื่อนด้วยความอึ้ง เพื่อนเขาคนนี้เปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้เลยหรือ มันเกิดอะไรขึ้นกับหนุ่มเพลย์บอยอย่างกิตติภพ พิตตินันท์กัน

 

ท่านประธานไปไหนหรือคะคุณกันยา 

เจ้าของร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาถามเลขาหน้าห้องของพี่ชายด้วยความแปลกใจ หญิงสาวสังเกตมาหลายวันแล้ว ช่วงนี้พี่ชายของเธอเป็นอะไรกันแน่ ไม่ค่อยเข้ามาทำงาน

กันยาละสายตาจากเอกสารบนโต๊ะแล้วแหงนหน้าขึ้นมามองรองประธานสาวด้วยรอยยิ้ม จะให้เธอตอบคำถามที่เจ้านายสาวถามได้อย่างไร เพราะเธอเป็นเลขาของเจ้านายหนุ่มและสนิทกันมากเสียด้วย แต่ตอนนี้เธอเองก็แทบจะไม่รู้เรื่องอะไรของผู้เป็นนายเอาเสียเลย

ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะท่านรอง

คุณกันยาไม่รู้จริงๆ เหรอคะ หรือว่าท่านประธานใหญ่สั่งไม่ให้บอกกันแน่แต่เธอคงจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เห็นทีการพึ่งนักสืบน่าจะเป็นการดี เพราะเธอสามารถรู้ข้อมูลได้เร็วและแม่นยำอีกด้วย

ดิฉันไม่รู้จริงๆกันยาเองก็เหนื่อยใจอยู่เหมือนกัน วันนี้เจ้านายหนุ่มมีนัดกับลูกค้าคนสำคัญเสียด้วยสิ ใช่ว่าเธอจะไม่โทรฯ หา แต่เธอโทรเป็นสิบครั้ง เจ้านายหนุ่มก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์เธอเสียที ท่านรองค่ะ

มีอะไรหรือคะคุณกันยากฤติกาหันมามองเลขาของพี่ชายด้วยความสงสัย ท่าทางที่หญิงสาวเป็นอยู่ดูน่าเป็นห่วงไม่น้อย อย่าบอกนะคะว่าวันนี้ท่านประธานมีนัดกับลูกค้า

ค่ะเธอเพียงแต่พยักหน้าตอบท่านรอง พร้อมกับก้มหน้าก้มตาอย่างรู้สึกผิด

คุณกันยาติดต่อท่านประธานได้หรือยังค่ะคราวนี้กฤติกาก็ชักจะเครียดขึ้นมาเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าพี่ชายมีนัดกับลูกค้าคนสำคัญแบบนี้ แล้วเธอจะติดต่อพี่ชายได้ยังไงกัน

ดิฉันโทรฯ ไปหาท่านประธานแล้วค่ะ แต่ท่านประธานก็ไม่รับสาย

แล้ววันนี้นัดเจอลูกค้ากี่โมง

บ่ายสามคะท่านรองน้ำเสียงที่ตอบของกันยา ทำให้กฤติการู้สึกเห็นใจไม่น้อย เพราะปกติแล้วพี่ชายของเธอไม่เคยมีนิสัยแบบนี้เลย หลายวันที่ผ่านมาเธอรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวของกิตติภพ

คุณกันยาลองโทรฯ หา ท่านประธานอีกครั้งสิ

ดิฉันโทรฯ หา ท่านประธานเป็นสิบสายแล้วค่ะ แต่ท่านประธานก็ไม่รับ

โอเค งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะไปกับคุณกันยาเองก็แล้วกันกฤติกาตัดสินใจในที่สุด หากพี่ชายเธอไม่อยู่ เธอก็จำเป็นที่จะต้องจัดการพบลูกค้าแทน คุณกันยาเตรียมเอกสารให้ฉันเลยก็แล้วกัน อีก 1 ชั่วโมงมาเจอฉันที่ห้องทำงาน

ค่ะท่านรอง

 

หลังจากคุยกับเลขาหน้าห้องของพี่ชายเสร็จเรียบร้อยแล้ว กฤติกาก็รีบกลับไปที่ห้องทำงานของเธอทันที บางทีเพื่อนสนิทของพี่ชายเธออาจจะรู้ก็ได้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ที่ไหน

ลองโทรฯ หาพี่วัฒน์ก่อนก็แล้วกันเธอก็กดเบอร์มือถือโทรฯ ไปหาภานุวัฒน์ทันที หากเมื่อไรที่กิตติภพหายไป หรือไม่ยอมกลับบ้านเธอก็จะโทรฯ หาเพื่อนสนิทของพี่ชายคนนี้แหละเป็นคนแรก และเธอจะได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจเกือบจะทุกครั้ง ฮัลโหล พี่วัฒน์หรือคะ

(ครับ) ภานุวัฒน์ตอบรับน้องสาวของเพื่อนสนิทอย่างประหลาดใจ เพราะไม่นานมานี่เองที่กิตติภพโทรศัพท์หาเขา หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงแม่น้องจอมหวงพี่ชายอย่างกฤติกา พิตตินันท์ ก็โทรศัพท์มาหาเขาแบบนี้ ให้เขาคิดอย่างเดียวก็คือ เพื่อนสนิทของเขาหนีงานออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนแม่น้องสาวจอมหวงพี่ชายคนนี้ก็ต้องทำงานแทนอีกตามเคย ไม่รู้ว่าวันนี้กิตติภพแอบหนีงานชิ้นไหนมาอีก แต่หากให้เขาเดาก็คงหนีไม่พ้น เรื่องนัดพบกับลูกค้าคนสำคัญของบริษัท

พี่กฤตอยู่กับพี่วัฒน์หรือเปล่าคะกฤติกาเอ่ยถามอย่างกังวล

(ตอนนี้ไม่ได้อยู่กับพี่หรอกธิตา แต่อีกไม่เกินสามชั่วโมง พี่ชายธิตาก็จะอยู่กับพี่) เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงขบขัน อยากรู้จริงๆ ว่ากฤติกาจะทำยังไง หากรู้ว่าพี่ชายตัวดีหนีงานมาเพื่อมาหาอดีตคนรัก

หมายความว่าไงคะพี่วัฒน์ แล้วตอนนี้พี่กฤตอยู่ที่ไหน

(พี่ไม่รู้หรอกว่า ไอ้กฤตมันอยู่ที่ไหนตอนนี้ แต่พี่รู้ว่าพี่ชายของธิตา กำลังจะขึ้นเครื่องมาหานาราภัทร)

ใครหรือคะ นาราภัทรยิ่งพูดเธอก็ยิ่งสงสัย พี่ชายเธอกำลังทำอะไรกันแน่ หลายปีที่ผ่านชายหนุ่มไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อ นาราภัทรเลยสักคน เพราะเท่าที่เธอจำได้ผู้หญิงที่พี่ชายคบ ส่วนใหญ่จะเป็นดารา นางแบบ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงต่างชาติ

(ผู้หญิงที่พี่ชายธิตา แอบรักยังไงล่ะ) ไม่รู้เขาจะตอบกฤติกาว่ายังไงดี กับเรื่องของนาราภัทร เขาคงต้องบอกให้เธอไปถามเพื่อนสนิทน่าจะเป็นการดี ขืนเขาเล่าอะไรไป แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด งานนี้เขาคงจะต้องมานั่งทะเลาะกับเธอไม่รู้จบ

ห๊า!กฤติกาถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ พี่ชายของเธอเนี่ยน่ะ แอบหลงรักผู้หญิง เธออยากรู้จริงๆ เลยว่า ผู้หญิงที่แสนโชคดีคนนั้นเป็นใครกัน เพราะน้อยมากที่พี่ชายตัวเย่อหยิ่งของเธอจะหลงรักผู้หญิงสักครั้ง ปกติผู้หญิงที่เข้ามาวุ่นวายกับกิตติภพจะเป็นประเภทเข้ามาหาชายหนุ่มเสียมากกว่า หลายปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยเห็นพี่ชายเข้าไปจีบผู้หญิงอย่างจริงจังเลยสักคน เห็นทีผู้หญิงที่ชื่อ นาราภัทรคนนี้คงมีความสำคัญกับพี่ชายของเธอมากทีเดียว

แล้วทำไมธิตาไม่เคยรู้ล่ะคะพี่วัฒน์

(รู้สึกว่าตอนนั้นธิตาไปเรียนอยู่เมืองนอกนี่นา) เขาเองไม่อยากนึกภาพ หรือท่าทางตื่นตระหนกของกฤติกาเลยจริงๆ เพียงแค่คิดว่าสีหน้าและท่าทางของเธอเป็นอย่างไร เขาก็แทบจะหัวเราะอยู่รอมร่อ

แล้วพี่กฤตไปแอบรักผู้หญิงที่ชื่อ นาราภัทร เมื่อไหร่ค่ะ

(ก็ตอนที่พี่ชายธิตาเรียนต่อโทนั่นแหละ นาราภัทรก็เป็นนักศึกษาใหม่ ก็เลยได้มาเจอกัน ส่วนเรื่องที่เหลือ...ธิตาไว้ค่อยถามไอ้กฤตมันดูเอาเองก็แล้ว) ภานุวัฒน์ตัดบท เขาเองก็ไม่อยากจะเล่าอะไรมาก ปล่อยให้พี่น้องคุยกันเองจะดีกว่า

เล่ามาเถอะค่ะ ธิตาอยากรู้

(ไม่เอาหรอก พี่เล่าแค่นี้แหละ ที่เหลือธิตารอถามพี่ชายของธิตาเองก็แล้วกัน)

ก็ได้ค่ะ เอาเป็นว่าถ้าพี่กฤตไปถึงไร่ พี่วัฒน์ก็บอกให้พี่กฤตโทรศัพท์กลับมาหาธิตาด่วนกฤติกาบอก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอจะต้องไปพบลูกค้าแทนพี่ชายอีก แค่นี้ก่อนนะคะพี่วัฒน์ เดี๋ยวธิตาจะต้องไปพบลูกค้าแทนพี่กฤตก่อน

(ครับ)

แล้วเจอกันนะคะพี่วัฒน์กฤติกากดปิดโทรศัพท์ลงเมื่อเธอสนทนากับคู่สนทนา ก่อนจะนั่งรอคุณกันยาตามที่นัดเอาไว้ เพราะเธอจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูลที่จะไปพบลูกค้าในวันนี้เสียก่อน เพราะเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงที่เธอจะต้องศึกษาข้อมูลของลูกค้าในวันนี้







โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

190 ความคิดเห็น

  1. #14 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2552 / 08:46
    หนูมายาน่ารักดีนะคะคุณแอน
    แล้วไม่มีคู่ให้น้องสาวที่แสนดีแบบนี้บ้างเหรอคะ
    #14
    0