เพราะ...รักสุดใจ

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 คนในอดีต (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    25 ก.พ. 62


บทที่ 2

คนในอดีต (2)

 

ท่านประธานค่ะ รีบเถอะค่ะเดี๋ยวไม่ทัน ป่านนี้คุณคิทาเกะและภรรยาคงจะรอท่านประธานอยู่ในห้องรับรองแล้ว

เสียงเตือนของเลขาสาวทำให้กิตติภพถึงกับตื่นจากภวังค์ ใบหน้าคมเข้มจ้องมองใบหน้างามตรงหน้าอย่างแปลกตา ในอดีตนาราภัทรใส่แว่นอันหนาเตอะ ชุดนักศึกษาที่ใส่ก็ดูรุ่มร่ามจนเขารำคาญ แต่ตอนนี้ผู้หญิงที่เขาเคยปรามาสว่าไม่สวย ขี้เหร่ ไม่น่ารักกลับกลายมาเป็นสาวสวย หน้าตาน่ารักจนเขาเองยังตกใจ ไม่คิดว่าเวลาเพียงไม่กี่ปีสามารถเปลี่ยนผู้หญิงคนหนึ่งได้มากมายขนาดนี้

เราต้องเจอกันอีกแน่นาราภัทร

กฤติกายืนมองพี่ชายและเจ้าของเจ้าดอกไม้สาวอย่างฉงน หญิงสาวมองหน้านาราภัทรสลับกับร่างสูงใหญ่ของพี่ชายที่เดินไปพร้อมกับเลขาสาวตรงไปยังห้องรับรองลูกค้าพิเศษชาวญี่ปุ่น

แต่ฉันไม่อยากเจอคุณ

เธอไม่มีวันยอมให้ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้เข้ามาในชีวิตอีกครั้งแน่ หลายปีที่เธอต้องเสียใจก็เพราะความคึกคะนองเห็นแก่ตัวของเขา หัวใจที่เคยมอบให้เขากลับกลายมาเป็นหนามแหลมคมที่คอยทิ่มแทงและตอกย้ำให้เธอต้องร้องไห้ เธอจะไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย เธอจะไม่ยอมให้เขาเข้ามาใกล้เธอได้อีก

นาราภัทรนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา

...

เป็นยังไงบ้างวะไอ้กฤต แกจีบยัยแว่นหนาเตอะได้หรือยัง

ได้สิวะ แต่อีกไม่นานฉันจะฟันยัยแว่นนั่นให้ดู

เฮ้ย! นี่แกคิดจะฟันยัยแว่นนั่นจริงเหรอว่ะไอ้กฤตเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาทำให้คนที่แอบฟังถึงกับเจ็บปวดไม่น้อยกับเรื่องที่เธอได้รับรู้ในวันนี้

ก็แกบอกเองไม่ใช่เหรอไอ้นนท์ว่ายัยแว่นคนนี้จีบยาก

หยุดไปเลยไอ้ธนา ฉันไม่ได้ชอบยัยแว่นนั่นหรอก แค่เห็นว่าน่ารัก ดูเฉิ่มๆ เชยๆ น่าจะหลอกฟันง่ายก็แค่นั้น ใครจะคิดวะว่าผู้ชายอย่างฉันจะโดนยัยแว่นนั้นปฏิเสธอานนท์รู้สึกเสียหน้าไม่น้อยกับเรื่องที่เขาโดนรุ่นน้องสาวผู้นี้หักหน้าเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่เขาเดินไปขอนาราภัทรเป็นแฟนแต่สิ่งที่เขาได้ตอบแทนกลับมาก็คือคำปฏิเสธอย่างสุภาพ นาราภัทรคือผู้หญิงที่เขาหลงรัก ถึงเขาไม่ได้บอกความจริงกับเพื่อนๆ ทั้งหมดว่าจริงๆ แล้วเขาหลงรักสาวแว่นผู้น่ารักคนนี้จริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดในเวลานี้

ฉันว่าพวกแกเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว คิดโง่ๆ คิดได้ยังไงกันเรื่องแบบนี้ พวกแกคิดบ้างไหมหากว่าน้องนารารู้ เธอจะรู้สึกยังไงกับสิ่งที่พวกแกกำลังทำกันอยู่

อย่าบอกน่ะว่าแกสงสารยัยแว่นนั่นไอ้วัฒน์กิตติภพหันมาโวยใส่ วัฒน์หรือ ภานุวัฒน์ พัชรเกียรติลูกชายของคุณพิชัยยุทธและคุณสุชาวดี พัชรเกียรติ ทายาทหนุ่มแห่งโรงแรมพี.พีแกรนด์ทาวเวอร์

นายต่างหากไอ้กฤตที่บ้า คิดยังไงถึงจีบน้องนาราเขาเล่นๆ แบบนี้ ถ้าแกรักน้องเขาจริงฉันจะไม่ว่าเลย แต่นี่นายจีบน้องเขาเพราะว่าไอ้นนท์จีบไม่ติดแค่นี้เหรอภานุวัฒน์หันมามองเพื่อนสนิทอย่างโมโห เขาไม่คิดเลยว่าเพื่อนคนนี้คิดทำอะไรบ้าๆ ได้ถึงเพียงนี้

ไอ้พวกบ้า ทำอะไรไม่รู้จักคิด

แกไม่ต้องห่วง ตอนนี้ยัยแว่นตัดสินใจเป็นแฟนฉันแล้ว อีกไม่นานฉันจะฟันยัยนี่ให้แกดูกิตติภพบอกอย่างอารมณ์ดี ใครบ้างจะโชคดีเหมือนเขา แค่วางแผนนิดหน่อยก็สามารถเข้าถึงตัว ยัยแว่นหรือ นาราภัทร ชยางกูลได้แล้ว

ไอ้กฤต!ภานุวัฒน์ตวาดเพื่อนเสียงดังลั่น เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อน เขาจ้องมองเพื่อนสนิทอย่างโมโห ไม่คิดเลยว่ากิตติภพเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ เพื่อนคนนี้ของเขาคิดยังไงถึงกล้าทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้

แกตวาดไอ้กฤตมันทำไมว่ะไอ้วัฒน์ อย่าบอกน่ะว่าแกหลงรักยัยแว่นนั่นเหมือนกัน

หุบปากของแกไปเลยไอ้นนท์ แกด้วยไอ้ธนาน้ำเสียงห้าวจนดูน่ากลัวของภานุวัฒน์ทำให้ธนาและอานนท์ถึงกับหุบปากลงฉับพลัน พวกเขารู้ดีว่ายามเมื่อเพื่อนคนนี้โกรธขึ้นแล้วล่ะก็ อย่าได้ไปขวางอย่างเด็ดขาดถ้าอยากมีชีวิตอยู่

แล้วนายจะเสียใจกับสิ่งที่นายทำไปในครั้งนี้เขาได้แต่เป็นห่วงอนาคตของเพื่อนไม่น้อย และรู้ดีว่าตอนนี้หัวใจของกิตติภพได้เปลี่ยนไปแล้ว หลายเดือนที่ผ่านเขารู้ดีกว่าใครๆ นับตั้งแต่กิตติภพเข้าตีสนิทกับนาราภัทร เพื่อนคนนี้ของเขาก็เปลี่ยนไปมากทีเดียว เขาไม่เชื่อหรอกว่าสิ่งที่เพื่อนคนนี้ทำไปเป็นเพราะความสนุกอย่างที่พูด หลายครั้งที่เขาเห็น กิตติภพผู้แสนเย็นชา กระด้าง ไม่มีมารยาท เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง กับกลายมาเป็นผู้ชายอบอุ่น ยิ้มง่ายและหัวเราะมากขึ้นยามที่มันอยู่กับนาราภัทร สาวแว่นผู้น่ารักและมีรอยยิ้มแสนหวานยามส่งยิ้มให้ใครๆ อยู่เสมอ

คนที่โดนพาดพิงกับนั่งนิ่ง พยายามสงบสติเอาไว้ น้ำตาคลอเมื่อรู้ความจริงที่รุ่นพี่หนุ่มเข้ามาวุ่นวายกับเธอ ร่างเพรียวบางขยับกายลุกขึ้น สูดอากาศหายใจเข้ามาเต็มปอดก่อนก้าวเดินออกมาจากโต๊ะแล้วก็เดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะที่มีหนุ่มๆ นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน

นาราเสียงที่กิตติภพเอ่ยเรียกคนรัก ทำให้ธนา อานนท์และ ภานุวัฒน์ถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของร่างเพรียวบางที่ยืนมองพวกเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาคลออยู่

ชายหนุ่มหน้าเสีย เมื่อเขาเห็นนาราภัทรเดินมาหยุดตรงหน้าของเขาแถมยังมองเขาด้วยสายตาเฉยชาจนน่าใจหาย เขาภาวนาอยู่ในใจขออย่าให้หญิงสาวได้ยินในสิ่งที่เขากับเพื่อนๆ พูดเลยแต่ดูเหมือนว่าสวรรค์คงไม่เป็นใจ เมื่อเขาได้ยินคำพูดถัดมาจากริมฝีปากอวบอิ่มนั้น

สนุกมากใช่ไหมกับสิ่งที่คุณทำ

ฉัน...

ไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันได้ยินหมดแล้วน้ำเสียงของเธอทำให้เขาปวดร้าวไม่น้อย เขาไม่ได้ต้องการให้เธอมาได้ยินเลย แม้เขาอยากจะเอาชนะนาราภัทรก็จริง แต่ลึกๆ ในหัวใจ เขารู้ดีกว่าใครๆ เขาดันแอบหลงรักสาวน้อยผู้นี้เข้าแล้วจริงๆ

น้องนารา พวกพี่แค่ล้อเล่นกันเท่านั้น พวก...

ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดีอานนท์ ธนา และ ภานุวัฒน์ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสายตาว่างเปล่าในดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างพวกคุณ ชีวิตนี้ไม่มีทางเจอรักแท้หรอก ชาตินี้ ชาติหน้าและชาติไหนๆ ขออย่าให้พวกเราได้เจอะเจอกันอีกคุณกิตติภพ

น้องนาราครับ พี่ว่าใจเย็นๆ ก่อนไม่ดีกว่าหรือครับ พี่เพื่อนมันรักน้องนาราจริงๆ น่ะครับภานุวัฒน์เอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงแต่ก็สมน้ำหน้าเพื่อนไปพร้อมๆ กัน

นาราภัทรหันมามองชายหนุ่มร่างสูงอย่างเสียใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้คอยเป็นห่วงและส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เธอเสมอ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อสิ่งที่เธอได้รับมันเกินคำว่าให้อภัย

นาราเกลียดเพื่อนของพี่วัฒน์ทุกคน

ฉันคืนมันให้คุณ

นารา...ฉันกิตติภพได้แต่อ้ำอึ้ง เมื่อคนรักถอดแหวนที่เขาซื้อให้เธอเมื่ออาทิตย์ก่อน แหวนวงเล็กที่เหมือนกับวงที่เขาใส่อยู่ในขณะนี้

ลาก่อนคุณกิตติภพ พิตตินันท์ หวังว่าชาตินี้เราสองคนคงไม่ต้องพบเจอกันอีก เรื่องทั้งหมดที่คุณทำกับฉัน ฉันอโหสิให้

....

คุณนารา

กฤติกาเรียกชื่อเจ้าของร้านดอกไม้สาวอย่างสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเธอและสาวสวยผู้นี้กันแน่ เธอรู้ดีว่าท่าทางที่เปลี่ยนไปของพี่ชายเมื่อกี้มันบอกเธอได้เป็นอย่างดีว่าทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อน

คุณนาราค่ะแต่คราวนี้ดังกว่าครั้งแรกมาก

นาราภัทรถึงกับตื่นจากภวังค์หันมามองสาวสวยที่ยืนยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน หากแต่แววตาคู่สวยไม่ได้ดูอ่อนโยนอย่างที่เห็น มันดูสงสัยและใคร่รู้อย่างที่เธอหวาดกลัวมีอะไรหรือคะคุณธิตา

คุณนาราเคยรู้จักพี่กฤตด้วยหรือคะกฤติกาสบตามองนาราภัทรอย่างค้นคว้า ทำไมสายตาของคุณนารา ยามมองพี่กฤตถึงได้เกลียดชังแบบนั้น พี่กฤตกับคุณนาราไปรู้จักกันตอนไหน แล้วทั้งสองเคยมีความสัมพันธ์กันแบบไหนเธอได้แต่ถามตัวเองอย่างสงสัย หลายปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินพี่ชายพูดถึงผู้หญิงที่ชื่อ นาราภัทร ชยางกูลเลยสักครั้ง

แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น!

ไม่เคยหรอกค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ ออกมานานแล้วนาราภัทรตอบได้แค่นั้น ก็เดินผ่านร่างบอบบางของกฤติกาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

หลายวันต่อมา

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็เดินมาหยุดตรงหน้าร้านดอกไม้นาราภัทรฟลอรีสท์ สายตาคมมองเข้าไปภายในร้าน เขาเพียงต้องการเจอเธออีกสักครั้ง อยากขอโทษกับสิ่งที่เขาเคยทำผิดพลาดไปในอดีต ถึงรู้ดีว่าคำขอโทษจากปากเขาอาจทำให้เธอคนนั้นเกลียดและไม่ยอมให้อภัยกับสิ่งที่เขาเคยทำพลาดไป อย่างน้อยเขาก็อยากพูดในสิ่งที่เขาไม่เคยพูดเลย

ปลายตะวันหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าร้านอย่างแปลกใจ หญิงสาวลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินออกมาเปิดประตูร้านอย่างสงสัย เธอไม่รู้ว่าลูกค้าหนุ่มรายนี้ต้องการสั่งดอกไม้แบบไหนไม่ทราบว่าต้องการดอกไม้แบบไหนคะ ทางร้านของเรามีดอกไม้สดหลายชนิดเลย ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่ปลูกในเมืองไทย หรือว่านำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ทราบว่าคุณต้องการดอก...ปลายตะวันแจกแจงรายละเอียดพร้อมกับแนะนำสินค้าของทางร้านอย่างคล่องแคล่ว

ผมต้องการพบนาราภัทรกิตติภพบอกสาวน้อยตรงหน้า ชายหนุ่มก้มลงมามองใบหน้าสวยหวานอย่างขำๆ ก็จะไม่ให้เขาขำได้อย่างไร ในเมื่อแม่สาวตัวเล็กแต่แววตาดุกำลังมองเขาด้วยงุนงงก่อนเปลี่ยนเป็นความสงสัย

นาราภัทรไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปข้างนอกเธอบอกตามที่เพื่อนสั่งเอาไว้ ปลายตะวันมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ถึงดูหล่อคมเข้มแต่นิสัยแย่มากๆ เธอเป็นเพื่อนกับนาราภัทรมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย หญิงสาวจึงรู้เรื่องของผู้ชายคนนี้กับเพื่อนสนิทมาบ้าง

แล้วเขาไม่ได้บอกหรือครับว่าไปไหน

แล้วคุณจะรู้ไปทำไม!ปลายตะวันเอ่ยถามเสียงเขียว เธอไม่คิดรักษามารยาทกับผู้ชายเห็นแก่ตัว ผู้ชายที่ทำให้เพื่อนที่เธอรักมากต้องเสียใจและร้องไห้

ผมอยากเจอนาราเสียงที่เคยเข้มกลับอ่อนลง เมื่อเห็นว่าแม่สาวน้อยร่างเล็กผู้นี้ไม่ยอมให้เขาได้เจอกับนาราภัทร เขาลืมนึกไปเลยว่าแม่สาวน้อยร่างเล็กคนนี้เป็นใคร ผู้หญิงที่เพื่อนเขาแอบหลงรัก ภานุวัฒน์จะรู้ไหมว่าแม่หนูจันทร์ที่น่ารักของมัน กลับมาจากเมืองนอกแล้ว

นาราไม่อยู่หรอก ฉันว่าคุณกลับไปเสียดีกว่า อย่ามายุ่งกับเพื่อนของฉันอีก

คุณจันทร์ สบายดีหรือครับกิตติภพกลับถามไปอีกเรื่อง เขารู้ดีว่าสาวน้อยผู้นี้โกรธเขามากแค่ไหนกับเรื่องในอดีต แต่เขาก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่เอ่ยคำขอโทษกับผู้หญิงที่เขารักสักคำและขอโอกาสจากเธออีกสักครั้ง

ก็อย่างที่เห็น คุณคิดว่าฉันสบายดีไหมล่ะปลายตะวันตอบกลับซึ่งดูกวนโอ๊ยไม่น้อยสำหรับความคิดของกิตติภพ แต่เขาก็ไม่ได้โกรธเคือง ทุกอย่างมันเป็นเพราะเขาทั้งนั้น ที่สำคัญเขาทำให้ภานุวัฒน์กับปลายตะวันต้องเลิกกัน

ไอ้วัฒน์มันยังรักคุณจันทร์อยู่น่ะครับไม่รู้ว่าอะไรที่มันดลใจให้เขาพูดประโยคนี้ออกมา กิตติภพก้มลงมามองแม่สาวน้อยตาคมอย่างเสียใจ เขานึกอยากเขกหัวตัวเองที่ดันพูดอะไรโง่ๆ ออกไป

ดูใบหน้าที่ซีดลงของปลายตะวัน เขาก็รู้แล้วว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับคำถามของเขา ในดวงตาคู่สวยนั่นดูหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาเหลือเกินไม่เหมือนตอนแรกที่เขาเข้ามาในร้านนี่เลย

อย่าพูดถึงผู้ชายคนนั้นให้ฉันได้ยินอีก เชิญคุณกลับไปได้แล้วปลายตะวันบอกเสียงแข็ง แหงนหน้าขึ้นมาสบตาใบหน้าคมเข้มอย่างแค้นเคือง หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ต้องมาตอกย้ำกับเรื่องในอดีตระหว่างเธอและภานุวัฒน์ทำไม เห็นแก่ตัวพอกันทั้งคู่

คุณจันทร์

เชิญ วันนี้ร้านปิดแล้ว

ผมขอโทษด้วย แล้วผมจะมาใหม่

กิตติภพเอ่ยขึ้นหลังจากมองอดีตคนรักของเพื่อนอย่างเสียใจ เขาไม่น่าพูดถึงภานุวัฒน์เลย ถึงแม้เขากับปลายตะวันไม่ได้สนิทกัน เขารู้ดีว่าภานุวัฒน์และสาวน้อยผู้นี้เป็นแฟนกัน ถ้าไม่เกิดเรื่องระหว่างเขากับนาราภัทรเสียก่อน บางทีภานุวัฒน์และสาวน้อยผู้นี้ก็คงแต่งงานกัน หลังจากเรียนจบ หลังจากเกิดเรื่องได้ไม่นาน ทั้งเขาและภานุวัฒน์ต่างก็เรียนจบปริญญาโทแล้วตัดสินใจบินไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เมืองนอกพร้อมกัน

เหตุผลสำคัญ มันเป็นเพราะเขาเองที่ดันไปตกหลุมรักนาราภัทรเข้าจริงๆ และเหตุผลที่ภานุวัฒน์ตัดสินใจบินไปเรียนปริญญาเอกที่เมืองนอกแทนที่จะเป็นประเทศไทยก็เพราะเขาอีกเหมือน ภานุวัฒน์บินไปเรียนต่อพร้อมกับรักษาแผลใจไปพร้อมๆ กัน ด้วยเหตุผลที่ไม่ต่างกัน นั่นก็คือเขาและภานุวัฒน์อกหักจากสองสาวต่างขั้วคู่นี้ เขาตกหลุมรักนาราภัทร สาวน้อยจอมเย็นชา แต่กลับมีรอยยิ้มอ่อนโยน ภานุวัฒน์ตกหลุมรักปลายตะวัน สาวน้อยอารมณ์ร้ายแต่ใจดี

 

หลังจากกิตติภพกลับไป ปลายตะวันก็เดินเข้าไปหลังร้าน สายตากลมโตจ้องมองเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง เธอรู้ดีว่าทุกคำพูดที่เธอและผู้ชายคนนั้นสนทนากัน เพื่อนเธอคนนี้ได้ยินทั้งหมด ร่างเล็กก้าวมาหยุดตรงหน้าร่างเพรียวบางของนาราภัทรด้วยความเป็นห่วง

แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม

นาราภัทรแหงนใบหน้าขึ้นมามองเพื่อนสนิทอย่างอ่อนล้า ผู้ชายที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดในชีวิต กลับมาปรากฏต่อหน้าเธออีกครั้ง ผู้ชายที่เธอเคยร้องไห้ และปิดประตูหัวใจนับตั้งแต่รู้ว่าเขาทำร้ายหัวใจของเธอ

ไม่เป็นอะไรหรอกจันทร์ ฉันสบายดี

แน่ใจน่ะว่าแกไม่เป็นอะไรปลายตะวันถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ น้ำเสียงที่นาราภัทรตอบเพื่อนสนิทไม่ได้ดูสดใสนัก เธอกำลังรู้สึกหวาดกลัว กลับมาปรากฏตัวของกิตติภพในครั้งนี้ หลายปีที่ผ่านมาเรื่องระหว่างเธอกลับกิตติภพถือว่าเป็นเรื่องที่เธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อย ด้วยความรู้สึกลึกๆ เธอรักกิตติภพไม่น้อย แต่พอรู้ความจริงมันทำให้เธอรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำ

งั้นวันนี้เราไปเที่ยวกันดีไหม ว่าแต่แกอยากไปที่ไหนล่ะปลายตะวันเริ่มวางแผนการขึ้นมาในสมอง เธอไม่ต้องการให้นาราภัทรดูซึมเศร้า บางทีการที่เธอตัดสินใจช่วยนาราภัทรไปเที่ยวพักผ่อนบ้างก็น่าจะเป็นการดี

แล้วร้านล่ะจันทร์

ก็ไม่เห็นเป็นไร เราก็ปิดสัก 2-3 วันสิ แม่พรรณไม่ว่าหรอกเธอรู้ดีว่าแม่พรรณ หรือ คุณพรรณนารา มารดาของนาราภัทรไม่มีทางว่าหรอก หากท่านเห็นอาการของลูกสาวแบบนี้ ท่านก็คงทำแบบเธอ

แต่วันนี้ไม่มีใครอยู่ร้านเลยน่ะจันทร์ แม่ก็ไม่อยู่

เราก็โทร. ไปบอกแม่พรรณสิ ไม่ใช่เรื่องยากเสียหน่อย

แต่แกกับฉันเพิ่งกลับมาจากเที่ยวเองน่ะนาราภัทรได้แต่กังวล เธอกลัวว่ามารดาจะบ่น เพราะเธอกับปลายตะวันก็หยุดไปเที่ยวมาแล้วหนึ่งอาทิตย์เต็ม หากขืนหยุดอีกมีหวังลูกค้า หายหมดแน่ๆ

ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่น่า ในเมื่อไม่สบายใจแบบนี้ ขืนเปิดร้านก็ขายไม่ได้อยู่ดี หน้าตาเคร่งเครียด ฉันว่าลูกค้าคงไม่กล้าเข้าร้านหรอก

หน้าตาฉันมันดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอจันทร์นาราภัทรเอ่ยถามปลายตะวันอย่างแปลกใจ หน้าตาเธอมันแสดงออกถึงความกังวลภายในจิตใจเธอได้เลยหรือเนี่ย

ใช่สิ้นเสียงของปลายตะวัน นาราภัทรถึงกับยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเองอย่างอ่อนล้า นี่เธอแสดงอาการหวาดกลัวและกังวลกับการมาของกิตติภพ มากมายขนาดนั้นเชียวหรือ?

ปลายตะวันจ้องมองอาการของเพื่อนสนิทอย่างเป็นห่วง หลายปีที่ผ่านมานาราภัทรไม่เคยแสดงอาการหวาดกลัวหรือวิตกกังวลกับเรื่องของกิตติภพเลยสักครั้ง แล้วทำไมวันนี้ท่าทางหวาดวิตกจนเกินเหตุของเพื่อนถึงได้ดูชัดเจนถึงเพียงนี้หรือว่านาราเจอนายกิตติภพมาก่อนแล้วคำถามที่ผุดขึ้นมาภายในใจ ทำให้ปลายตะวันถึงกับกังวลขึ้นมาเหมือนกัน แกเจอนายกิตติภพมาก่อนหน้านี้ใช่ไหม

อาการพยักหน้าของเพื่อนทำให้ปลายตะวันถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาแทบทันที นาราภัทรไปเจอกับกิตติภพตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเธอถึงไม่รู้

แกไปเจอนายกิตติภพตั้งแต่เมื่อไหร่

สามหรือสี่วันมาแล้ว พอดีคุณธิตาเธอมาสั่งดอกไม้ที่ร้าน แล้วให้ฉันไปส่งให้ที่ตึกพิตตินันท์กรุ๊ป

เฮ้ย...ปลายตะวันร้องออกมาอย่างตกใจ ใบหน้าหวานจ้องมองเพื่อนอย่างตื่นตระหนก ในเมื่อรู้ว่าจุดหมายที่ไปส่งสินค้าคือที่ไหน แล้วเพื่อนเธอไปทำไม!

แล้วทำไมแกต้องไปส่งเองด้วย ในเมื่อแกก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าไปที่นั่นแกต้องเจอนายกิตติภพ

ก็มันไม่มีใครอยู่สักคน แกคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะฉันได้เหรอนาราภัทรก้มลงมองสภาพตัวเองในตอนนี้กับเหมือนหลายปีก่อน เธอรู้ดีว่ามันเปลี่ยนไปมากขนาดไหน จากผู้หญิงที่ใส่แว่นหน้าเตอะ สวมเสื้อเชยๆ เปลี่ยนมาเป็นผู้หญิงอีกคนที่เธอรู้ดีว่ามันแตกต่างจากสิ่งที่เธอเคยลิบลับ

นาราภัทรในวันนี้สวย น่ารัก มั่นอกมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเอง บทเรียนในครั้งนั้นทำให้นาราภัทรผู้อ่อนแอเปลี่ยนมาเป็นนาราภัทรที่เข้มแข็ง มั่นใจในตัวเอง ไม่อ่อนไหวกับอะไรง่ายๆ เหมือนเช่นที่ผ่านมา เธอไม่เคยมองผู้ชายคนไหนอีกเลย หลังจากเลิกกับกิตติภพ พิตตินันท์ ผู้ชายที่เธอทั้งรักทั้งเกลียดคนนั้น

แล้วนายนั่นจำแกได้ยังไงก็ไม่เถียงหรอกว่านาราภัทรวันนี้กับนาราภัทรในอดีตช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่สิ่งที่เธอสงสัยคือนายกิตติภพอะไรนั่นจำเพื่อนเธอได้ยังไง

คุณธิตามาเจอฉันพอดี เลยแนะนำฉันให้นายกิตติภพ รู้จัก

งั้นก็ถือว่าแกซวยไป

อืมม์นาราภัทรพยักหน้าเป็นการตอบรับคำถามของเพื่อน

เดี๋ยวฉันจะโทร. ไปหาแม่พรรณเอง แกลุกไปเก็บดอกไม้เข้าร้านก่อน เดี๋ยวฉันคุยกับแม่พรรณเสร็จจะรีบไปช่วยแกเก็บของเข้าร้าน

ไปจริงๆ เหรอจันทร์

ก็ไปจริงๆ น่ะสิปลายตะวันตอบรับด้วยรอยยิ้มหวาน

โอเค ไปก็ไปนาราภัทรตอบรับ หญิงสาวขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเล็ก พลางส่งรอยยิ้มกลับให้เพื่อนสนิท เธอไม่อยากให้เพื่อนสนิทคนนี้ต้องเป็นกังวลกับเรื่องของเธออีก เธอรู้ดีว่าปลายตะวันเสียใจไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต หากไม่เกิดเรื่องระหว่างเธอและกิตติภพ บางทีเพื่อนสนิทเธอคนนี้อาจแต่งงานไปกับเพื่อนของกิตติภพไปแล้ว





โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

190 ความคิดเห็น

  1. #159 Song Hyohwa (@sosabetkyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2553 / 23:45
    เที่ยวบ่อยเด๋วลูกค้าหนีนา

    อิอิ

    ไปอ่านต่อดีกว่า~
    #159
    0
  2. #140 SN piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2553 / 06:53

    Stupid guys!!!!

    #140
    0
  3. #8 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 / 07:24
    มันก็น่าให้โกรธและเกลียดจริงๆอ่ะนะคะ
    ก็คุณกฤตแกเล่นพูดแรงซะขนาดนั้นอ่ะ
    ถ้ารักจริงก็ไม่ควรพูดกับเพื่อนแบบนั้นสิคะ
    แบบนี้ไม่ให้เกียรติกันมันก้อสมควรโดนแบบนั้น
    #8
    0
  4. #7 น้ำสวยฟ้าใส (@jeabarpa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 / 09:06

    รออัพต่อน่ะค่ะ

    #7
    0