จอมวายร้ายเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 8 เธอเป็นแฟนของฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 ม.ค. 53

 

ตอนที่ 8 
เธอเป็นแฟนของฉัน

                                                                                            

 สี่หนุ่มกับสี่สาวออกเดินทางจากโรงแรมสู่ทะเลสาบโคโมโดยรถไฟ เพื่อเข้าสู่ที่พักในเมืองเบลลาโน่ จากนั้นพวกเขาก็ตรงเข้าไปพักที่โรงแรมชื่อดังในกลางใจเมือง...

ทำไมจะต้องแยกห้องนอนกันแบบนี้

รมิดาโวยขึ้นทันที เมื่อชนาธิปยื่นคีย์การ์ดส่งให้เธอ ที่ร้ายไปกว่านั้น เธอยังต้องนอนห้องเดียวกับเขา ชายหนุ่มให้อติกานต์ไปนอนกับพลอยไพลินกับมนัญชยา แล้วทำไมเธอจะต้องนอนกับผู้ชายคนนี้ด้วย

มีปัญหาอะไรน้ำ

เตชินท์เดินเข้ามาถามรมิดา ชายหนุ่มหันไปมองชนาธิปสลับกับรมิดาอย่างหนักใจ บทจะรุก เพื่อนรักก็รุกจนฝ่ายสาวเจ้ารับไม่ทัน ใบหน้าคมก้มลงมามองใบหน้าสวยหวานที่ดูเอาเรื่อง จนเขาเองยังขยาด แต่เขารู้ดีว่าเพื่อนรักชอบใจขนาดไหน เมื่อเห็นอาการกระเง้ากระงอด ขุ่นเคืองของรมิดา

ก็ไอ้พี่ใหญ่นะสิค่ะ ให้น้ำนอนห้องเดียวกับเขาน้ำเสียงหวานเริ่มทำหน้าเศร้า ขยับกายเข้ามาออดอ้อนเตชินท์ หญิงสาวยกมือขึ้นมาคล้องแขนใหญ่ จากนั้นก็เอาหน้าหวานๆ มาซบอยู่ที่ต้นแขนของพี่ชายที่แสนดีของเธอ ถ้าเขาช่วยพูด ชนาธิปอาจจะยอมให้เธอไปนอนร่วมห้องกับเพื่อนรักตามห้องที่จองเอาไว้ พี่โรม น้ำไม่ยอมนะคะพี่โรม น้ำไม่ยอมนะ

เอ่อ...ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสายตาของเพื่อนรัก เขาก็นึกขยาดไม่น้อย อาการแบบนี้ ชนาธิปคงจะหึงหวงรมิดาอย่าไม่ต้องสงสัย ดูท่ารอบนี้รมิดาน่าจะไม่รอดเพื่อนรักของเขาชัวส์ๆ

แกไม่ต้องพูดเลยนะไอ้โรม เรื่องผัวๆ เมียๆ แกไม่เกี่ยว

กรี๊ดดดด! ไอ้พี่ใหญ่บ้า พูดแบบนั้นได้ยังไง น้ำไม่ได้เป็นอะไรกับพี่เสียหน่อย ปากหมาแบบนี้ไงถึงหาเมียไม่ได้เสียที

จะไปหาทำไม ในเมื่อเมียของพี่ก็ยืนอยู่ตรงหน้าพี่นี่ไงชนาธิปตอบหน้าตาเฉย ในเมื่อเขาบอกให้นอน ก็ต้องนอน

อย่าไปเชื่อนะหวาน ลิน ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้พี่ใหญ่จริงๆ นะ

ไอ้โรม เดี๋ยวพาทุกคนขึ้นไปที่ห้องพักก่อนนะ ฉันจะเคลียร์ปัญหากับน้ำเขาหน่อย ดื้อด้านไม่เลิก พูดอะไรก็ไม่ฟัง เป็นเมียภาษาอะไร ชอบเถียงคำไม่ตกฟากแต่ล่ะคำที่หลุดออกมาจากปากของชนาธิป ทำให้เพื่อนรักกับสี่สาวถึงกับยืนอึ้ง จ้องมองเขาแทบตาถลน

เห็นแล้วก็อยากจะหัวเราะออกมาให้กับท่าทางตื่นตระหนก จนทำอะไรไม่ถูกของบรรดาสาวๆ แต่ก็นะ เป็นใครก็ต้องแสดงอาการแบบนี้แหละ เพราะก่อนหน้านี้เขากับรมิดาเป็นศัตรูกันมาตลอด พอเขามาพูดแบบนี้ มันคงทำให้ทุกคนไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด

มานี่เลยน้ำมือหนาดึงร่างระหงให้ออกเดินตาม โดยชายหนุ่มไม่สนใจเสียงโวยวายเสียงดังลั่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจผู้คนที่มองเขาเป็นตาเดียวกัน สิ่งที่เขาจะต้องทำในตอนนี้ก็คือ เขาจะต้องเคลียร์กับรมิดาให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะจัดการคุยกับบิดามารดาเรื่องงานแต่งงานของเขาและรมิดา

มันเกิดอะไรขึ้นค่ะพี่โรม

พลอยไพลินกับมนัญชยาหันมาถามเตชินท์เป็นเสียงเดียวกัน สองสาวสบตากันอย่างไม่พอใจ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน จู่ๆ ทำไมชนาธิปกับรมิดาถึงกลายมาเป็นสามีภรรยากัน แล้วไปเป็นกันตอนไหน ทำไมพวกเธอถึงไม่เคยรู้เพื่อนรักหายโกรธศัตรูคู่อาฆาตแล้ว

พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ พี่ใหญ่ของหวาน กับ ลิน คงจะไม่ปล่อยเพื่อนรักของเราสองคนหรอก

น้ำยอมยกโทษให้พี่ใหญ่แล้วเหรอหวานพลอยไพลินหันมาถามเพื่อนรักอย่างประหลาดใจ

ยกโทษให้เรื่องอะไรกันหรือครับหวาน

กวินท์ถามคนรัก ชายหนุ่มหันมามองเพื่อนรักสลับกับสองสาวที่ยืนทำหน้าอึ้งๆ ไม่รู้ว่าเธอจะบอกไปดีหรือเปล่า แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงตอนนี้ชนาธิปก็เป็นสามีของเพื่อนรักเธอไปแล้ว แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเรื่องที่ได้ยินมาจริงแค่ไหน แต่จากสถานการณ์เมื่อกี้ เธอก็คงต้องเชื่อแล้วล่ะ ส่วนความจริง เธอค่อยถามจากปากของรมิดาอีกที

พี่ใหญ่เคยขโมยจูบแรกของน้ำไป เมื่อห้าปีก่อนน่ะค่ะมนัญชยาตอบ ก่อนจะส่งยิ้มให้หนุ่มๆ ก่อนจะหันไปมองอติกานต์ แล้วก็เอ่ยถามว่า เล็กรู้เรื่องนี้หรือเปล่า

ไม่รู้ค่ะอติกานต์พยักหน้าตอบ เรื่องของชนาธิปกับรมิดา เธอคิดว่าปล่อยให้พี่ๆ ของเธอจัดการกันเองน่าจะเป็นการดีที่สุด

แล้วไอ้ใหญ่มันไปจูบน้ำตอนนะไหนกันวะ ทำไมฉันถึงไม่รู้เตชินท์หันมาถามแฝดผู้น้อง

แล้วฉันจะรู้ไหมเนี่ยเตชิตเองก็ได้แต่ส่ายหน้าเหมือนกัน เขาก็ไม่รู้ว่าชนาธิปไปจูบรมิดาเอาตอนไหน

ช่างเถอะ งั้นเราขึ้นที่ห้องกันได้แล้ว เดี๋ยวสองคนนั้นก็กลับกันมาเองแหละ

กวินท์เอ่ย ก่อนจะจูงมือคนรักเดินตรงไปยังลิฟต์ของโรงแรม ไม่นานทุกคนก็เดินตามกันเข้าไปลิฟต์ ต่างคนก็คนคิดเรื่องของชนาธิปกับรมิดาแทบจะทั้งนั้น พวกเขาได้แต่สงสัยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ จู่ๆ เรื่องก็กลับตาลปัตรถึงเพียงนี้ ยิ่งคิดเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้

 

ชนาธิปลากรมิดาออกมาจากโรงแรม แล้วชายหนุ่มก็ดึงร่างระหงให้เดินตามมานั่งอยู่ที่ม้านั่งที่อยู่ถัดไปจากหน้าโรงแรมประมาณสองร้อยเมตร มือหนาดึงร่างของรมิดามาใกล้ จากนั้นก็บังคับให้เธอนั่งลงอย่างสงบ

นั่งลง

ปล่อยน้ำเดี๋ยวนี้น่ะพี่ใหญ่เสียงหวานใสแหวใส่ เธอจะใช้แรงทั้งหมดที่มีสะบัดร่างกายให้หลุดจากการจับของชนาธิป

ตกลงจะไม่ยอมคุยกับพี่ดีๆ ใช่ไหมน้ำเขาเหนื่อยจริงๆ ทำไมมันพูดยากพูดเย็นนักก็ไม่รู้ แต่ไม่เป็นไร ยังไงรมิดาก็ต้องเชื่อฟังเขาอยู่ดี

น้ำไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับพี่ใหญ่

มีสิ ก็เรื่องของเราไง

โอ๊ย...เธออยากจะบ้าตาย นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมเธอจะต้องเชื่อฟังผู้ชายคนนี้ด้วย รมิดาหันมาสบตามองใบหน้าคมอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะพี่ใหญ่ อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของน้ำ เพราะผู้ชายที่น้ำรักไม่ใช่พี่ใหญ่พูดแบบนี้แล้ว ยังจะหน้าด้านอยู่อีก เธอก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงแล้ว

ชนาธิปสบตามองใบหน้าสวยหวานอย่างบึ้งตึง ผู้หญิงคนนี้พูดมาได้ยังไงว่าไม่รักเขา จะเอาผู้ชายคนอื่นมาอ้างนะเหรอ เขาไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด หลายปีที่ผ่านไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าหญิงสาวเป็นยังไง คบกับผู้ชายกี่คน แต่ล่ะคนที่เขาเห็นส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของเธอเท่านั้น ยิ่งถ้าผู้ชายที่เป็นแฟนด้วยแล้วเขายิ่งไม่เคยเห็นและไม่เคยเจอเลยสักครั้ง

อย่าเอาผู้ชายคนอื่นมาอ้างนะน้ำ ฉันไม่ใช่คนโง่

มันเรื่องของพี่ใหญ่ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับน้ำ

เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว จำไม่ได้เหรอว่าเราสองคนเป็นอะไรกันชายหนุ่มถามเสียงเครียด

เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะพี่ใหญ่ แล้วไอ้เรื่องบ้าที่พี่พูดต่อหน้าเพื่อนของน้ำนะ คิดบ้าอะไรถึงพูดแบบนั้น น้ำเสียหายนะพี่ใหญ่เธอยังเคืองเรื่องที่เขาประกาศต่อหน้าเพื่อนรักของเธอด้วย พูดมาได้ยังไงว่าเธอกับเขาเป็นสามีภรรยากัน ผู้ชายดีๆ ที่ไหนเขากล้าพูดกันแบบนี้ ทั้งที่ความเป็นจริง เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย

ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน ตอนนี้ยังไม่เป็น อีกไม่นานก็เป็นเองแหละชายหนุ่มสบตามองใบหน้าสวยหวานอย่างเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากได้รูปเอ่ยย้ำเรื่องเมื่อเช้าอย่างจริงจัง จำไว้นะน้ำ ว่าตอนนี้น้ำเป็นของพี่ แล้วต่อไปห้ามไปมองผู้ชายที่ไหนอีก นอกจากพี่ เข้าใจไหมจะสนใจไปทำไมเรื่องในอดีต เขาสนใจแต่เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นมากกว่า จากนี้ไปเขาจะต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับรมิดา ไม่ว่าหญิงสาวจะไปไหน ทำอะไร เขาก็จะต้องรู้เป็นคนแรก

พี่ใหญ่เป็นไปคนเดียวสิ มันไม่เกี่ยวกับน้ำเสียหน่อย บอกแล้วไงว่าน้ำมีคนที่น้ำรักแล้ว

คงไม่ใช่ไอ้โรมหรอกนะน้ำ ถ้าเป็นไอ้โรม เธอคงจะหมดสิทธิ์แล้วล่ะ เพราะไอ้โรมมันมีคนรักอยู่แล้ว

ถ้าเป็นไอ้โรมล่ะก็เลิกไปได้เลยนะน้ำ เพราะไอ้โรมมันรักยัยเล็กรมิดาหันมามองชนาธิปอย่างตกใจ เขารู้ได้ยังไงว่าเตชินท์รักอติกานต์ เพราะที่ผ่านมา เธอไม่เคยเห็นเตชินท์แสดงความรู้สึกอะไรเลยนี่นา ออกจะทำตัวห่างๆ อติกานต์เสียด้วยซ้ำ แล้วชายหนุ่มรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน

ไม่ใช่พี่โรมก็แล้วกัน เสียใจนะพี่ใหญ่ เพราะน้ำรู้มานานแล้วว่าพี่โรมมีคนรัก แล้วก็รักมาหลายปีแล้ว

ไม่ต้องมาพูดถึงคนอื่น เพราะพี่ไม่อยากฟัง จำเอาไว้นะน้ำว่าเธอเป็นผู้หญิงของพี่ เป็นแฟนของพี่

จะบ้าเหรอพี่ใหญ่ จะมามัดมือชกแบบนี้ได้ยังไง น้ำไม่ยอมนะ

เรื่องอะไรที่เธอจะยอม จู่ๆ จะให้มาเป็นแฟนกับคนที่เธอทะเลาะมาตลอดหลายปีเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้หรอก ผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แล้วใช้สมองส่วนไหนคิด ที่จะบังคับให้เธอไปเป็นแฟนของเขา

ไม่ต้องพูดมาก ถ้าไม่ยอมพี่จะปล้ำน้ำทำเมียเสียเลย ไม่ต้องรอถึงวันแต่งงาน ไม่ต้องมาเถียง ไปกลับโรงแรมได้แล้ว พี่เหนื่อยจะตาย มันร้ายแรงนักหรือไงกับการเป็นแฟนของพี่ฮะ

ชายหนุ่มพูดตัดบท หากแต่ในใจติดจะโกรธเคืองรมิดาไม่น้อย ที่หญิงสาวกล้าปฏิเสธที่จะเป็นแฟนกับเขา ผู้หญิงคนอื่นไม่เห็นจะเรื่องมากถึงขนาดนี้ แค่เขาพูดคำเดียว สาวๆ พวกนั้นก็ยินดีที่จะเป็นแฟนของเขาแล้ว มีแต่ยัยบ้านี่แหละ ที่กล้าปฏิเสธเขา แต่ไม่เป็นไร คนอย่างเขาในเมื่ออยากได้อะไรก็ต้องได้

รมิดานั่งมองชนาธิปเดินกลับเข้าไปในโรงแรมอย่างขุ่นเคือง โอ๊ย...เธออยากจะบ้าตาย นี่เธอกำลังเจอเรื่องบ้าบอที่สุดในชีวิต เมื่อคืนเขาก็ดันเข้ามานอนบนเตียงนอนของเธอ แล้วเธอยังนอนกอดกับเขาจนถึงเช้า ที่น่าชังไปกว่านั้น เขากล้าจูบเธอ จับเธออาบน้ำ แล้วยังกล้าทำรอยคิสมาร์กตามร่างกายของเธออีกด้วย

พระเจ้า นี่ท่านกำลังลงโทษลูกหรือค่ะ ที่คิดจะแก้แค้นผู้ชายร้ายกาจคนนี้น้ำเสียงหวานแกมเศร้าพึมพำกับตัวอย่างอ่อนล้า ต่อไปชีวิตของเธอคงจะโหดร้ายน่าดู เมื่อมีชนาธิปเข้ามาวุ่นวายในชีวิต...

 

ห้องอาหารของโรงแรม

เตชินท์ เตชิต กวินท์ และมนัญชยานั่งอยู่ในห้องอาหารของโรมแรม สามหนุ่มนั่งจ้องหน้ากันด้วยความสงสัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างชนาธิปกับรมิดา

อาจเพราะก่อนหน้าหนุ่มสาวคู่นี้ทะเลาะกันมาตลอด พวกเขาก็เลยได้แต่นึกสงสัย กลัวว่าชนาธิปจะแก้แค้นรมิดาด้วยการพาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องสนิทสนมจนเกินงาม พวกเขาไม่อยากคิดเลยว่า หากบิดามารดาของสองคนนั้นรู้จะเกิดอะไรบ้าง กลัวเหลือเกินว่าผู้ใหญ่จะจับหนุ่มสาวคู่นี้แต่งงานกัน ถ้าเป็นอย่างที่พวกเขาคิด งานนี้คงจะยุ่งน่าดู

แกรู้หรือเปล่าว่าไอ้ใหญ่ มันไปคืนดีกับน้ำตอนไหน

ฉันจะไปรู้เหรอ เห็นทะเลาะกันอยู่เลย ฉันก็งงเหมือนกับแกนี่แหละ

เตชิตตอบกวินท์ด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน หลายวันก่อน ชนาธิปยังต่อว่า โวยวายรมิดาอยู่เลย แต่ดูสิพอบินมาหาที่มิลาน กลับกลายเป็นว่าสองคนนี่กลายเป็นสามีภรรยากันเฉยเลย

อย่าว่าแต่พวกพี่เลยค่ะที่งง หวานก็งงอยู่นี่แหละ เมื่อวานน้ำบอกให้เล็กช๊อปซะกระจายเลย เพื่อแก้แค้นพี่ใหญ่ เล็กๆ น้อยๆ แล้วดูสิ ตื่นขึ้นมาตอนเช้า พี่ใหญ่กับน้ำ ดันเดินลงมาด้วยกัน แถมพี่ใหญ่ยังบอกอีกว่า เป็นสามีของน้ำน่ะ

มนัญชยาเองไม่งุนงงไม่ต่างจากคนอื่นๆ หญิงสาวกำลังพยายามคิดทบทวน เรื่องราวทั้งหมดอยู่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไม จู่ๆ ชนาธิปถึงกลายเป็นสามีของเพื่อนรัก มันมีช่วงไหนที่เธอห่างจากตัวรมิดา แต่เท่าที่เธอคิดได้ ก็คือ เกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงที่รมิดาอยู่กับเธอยกเว้นแต่เวลานอนเท่านั้น

            แต่อติกานต์ก็บอกเธอเองนี่นาว่าไม่รู้เรื่องที่พี่ชายกับรมิดาเป็นสามีภรรยากัน ในห้องนอนขอเพื่อนรักก็มีอติกานต์นอนอยู่ด้วย แล้วชนาธิปกับรมิดา ไปสงบศึกคืนดีกันตอนไหน

            ไม่รู้ว่าตอนนี้สองคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง

                ฉันว่าอย่าเป็นห่วงไปเลย ไอ้ใหญ่กับน้ำ ดีกัน พวกเราก็น่าจะดีใจไปกับสองคนนั้นด้วย เห็นทะเลาะกันมาหลายปีแล้วนี่นา ว่าแต่พี่สงสัยนะหวาน สองคนนั้นมีเรื่องอะไรกันเหรอ ทำไมน้ำถึงได้เกลียดเพื่อนพี่นัก แล้วมันคงจะไม่ใช่แค่เรื่องขโมยจูบอย่างเดียวหรอกใช่ไหมหวาน

ตอนที่เขารู้เรื่องที่เพื่อนรักเป็นคนขโมยจูบแรกของรมิดาไป เขาเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าชนาธิปจะไวไฟถึงขนาดนี้

หากคิดทบทวนดู เรื่องที่เพื่อนรักขโมยจูบแรกของรมิดาไป มันก็คือห้าปีที่แล้ว นั่นก็หมายความว่าตอนนั้นรมิดายังเป็นเด็กสาวมัธยมปลายอยู่เลย ที่สำคัญอายุของหญิงสาวก็น่าจะประมาณสิบเจ็ดปี แต่เพื่อนเขาสิอายุเกือบจะยี่สิบห้าปี นี่เพื่อนเขาคิดจะกินเด็กหรือยังไงกัน

เรื่องอื่นหวานไม่รู้หรอกค่ะ รู้แต่เรื่องที่พี่ใหญ่ ขโมยจูบแรกของน้ำไปเท่านั้น

เฮ้อ...ฉันไม่คิดเลยนะว่าไอ้ใหญ่มันจะ แหกกฎก่อนพวกเราเสียอีก

กวินท์พูดขึ้น ชายหนุ่มได้แต่นึกขัน กับนิสัยของชนาธิป ไม่แน่เพื่อนรักของเขาอาจจะหลงรักรมิดามานานแล้วก็ได้ เพียงแต่ยังไม่รู้ใจตัวเองหรือเปล่า คงไม่มีคนบ้าที่ไหน คิดจะจูบเด็กอายุสิบเจ็ดหรอก ถ้าหากไม่รัก

อ้อ แล้วนี่ลินกับเล็กหายไปไหนกัน ทำไมยังไม่ลงมาทานข้างอีก

เตชิตถามถึงอีกสองสาวอย่างเป็นห่วง ไม่รู้ว่าตอนนี้พลอยไพลินกับอติกานต์ไปอยู่เสียที่ไหน เขามานั่งอยู่ในห้องอาหารของโรงแรมเกือบชั่วโมงแล้ว แต่สองสาวก็ยังไม่ยอมลงมาเสียที

ลินกับเล็กขอตัวค่ะ เห็นบอกว่าง่วง จะนอนพักเสียหน่อยมนัญชยาตอบเสียงหวาน

พูดแต่เรื่องของคนอื่น ฉันถามแกหน่อยสิไอ้โฬม

เรื่องอะไรหรือครับพี่โรมเตชิตหันไปมองแฝดผู้พี่อย่างประหลาดใจ

แกคิดจะจีบลินจริงๆ ใช่ไหม

พี่โฬมจะจีบลินเหรอค่ะมนัญชยาถามซ้ำ เหมือนจะไม่เชื่อหูตัวเอง คิดดีแล้วหรือค่ะที่จะจีบลินนะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผู้ชายคนนี้คิดจะจีบพลอยไพลิน รู้ก็รู้อยู่ว่าพลอยไพลินนั้นห้าวขนาดไหน แม้ชื่อจะดูเหมือนสาวหวาน แต่นิสัยใจคอก็ไม่ได้หวานอย่างที่บิดามารดาตั้งชื่อให้หรอกนะ

ทำไมหรือครับหวานเตชินท์หันมาถามมนัญชยาอย่างสนใจ เท่าที่เขาเห็น พลอยไพลินนี่ดูจะห้าวที่สุด อาจะเป็นเพราะคุณสายชลผู้เป็นแม่ ก็เคยเป็นสาวห้าวมาก่อน

ลินมันห้าว ซะขนาดนั้น พี่โฬมจะใช้วิธีไหนจีบเพื่อนของหวานล่ะค่ะ

มนัญชยาสบตามองเตชิตอย่างเป็นห่วง เพราะเธอรู้นิสัยของพลอยไพลินดี เพื่อนรักคนนี้ของเธอไม่ค่อยจะชอบผู้ชายเจ้าชู้ กะล่อน ที่สำคัญพลอยไพลินติดจะห้าวเกินหญิงเสียด้วยซ้ำ

ขนาดรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยยังไม่สามารถเอาชนะพลอยไพลินได้เลย ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นยัยเพื่อนจอมห้าวของเธอเป็นถึงหัวหน้าชมรมยูโดมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสีเลยทีเดียว

พี่มีวิธีก็แล้วกันเตชิตเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี เขามีวิธีที่จัดการกับพลอยไพลินก็แล้วกัน ผู้หญิงยังไงก็เป็นผู้หญิงวันยังค่ำ จะมีเรี่ยวแรงมาสู้ผู้ชายได้อย่างไร

หวานจะเตือนพี่โฬมไว้หนึ่งอย่าง ลินเป็นอดีตหัวหน้าชมรมยูโด มาตั้งแต่ปีหนึ่ง สี่ปีที่เรียนในมหาวิทยาลัย ลินเป็นหัวหน้าชมรมยูโดทุกปีเลย หวานเตือนเอาไว้ เผื่อทีพี่โฬมอาจจะลืมเรื่องนี้ไป

ลินน่ะเหรอ เป็นหัวหน้าชมรมยูโด

 เตชิตกับเตชินท์เอ่ยถามพร้อมกันทีเดียว พวกเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าพลอยไพลินเล่นยูโดเป็น เขาสองคนคิดว่าพลอยไพลินน่าจะดูเป็นสาวห้าวอย่างเดียวเสียอีก

 ส่วนกวินท์นั่นได้แต่นั่งอมยิ้ม เพราะเขารู้มานานแล้วว่าเพื่อนรักของของคนรักเก่งกาจขนาดไหน ขนาดผู้ชายที่เล่นยูโดเก่งๆ ยังแพ้เลย แล้วเตชิตจะเอาอะไรไปสู้พลอยไพลิน

ค่ะ หวานขอตัวดีกว่า จะดูลินกับเล็กหน่อย อีกอย่างไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ใหญ่พาน้ำกลับมาหรือยัง

มนัญชยาบอกสามหนุ่มก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องอาหารไป หญิงสาวเริ่มคิดทบทวนเรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นมาในสองวันนี้ด้วยความหนักใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม จู่ๆ หนุ่มๆ ถึงได้เปลี่ยนไปกันถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะชนาธิปกับเตชิต สองหนุ่มนี่คิดยังไงที่คิดจะจีบเพื่อนรักของเธอ

คราวนี้พวกแกลำบากแน่ๆ เลยน้ำเสียงหวานพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังลิฟต์ที่เปิดรอรับเธออยู่แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

326 ความคิดเห็น

  1. #54 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 22:21
    เจ้าใหญ่รี่ก็บ้าอำนาจ ใช้วิธีนี้คิดเรอะจะได้ใจเขามา ไม่มีใครเขาชอบให้คนอื่นมาบังคับหรอก ระวังเถอะสาวเจ้าจะหนีหายไปเลย
    #54
    0
  2. #53 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 22:16
    อัพๆๆๆๆๆๆ ต่อเลยต่อค่ะคุณแอน
    กำลังสนุกทีเดียว
    งานนี้พี่ใหญ่ไวไฟเหลือเกิน นี่กล้าถึงขนาดว่าจับน้องน้ำอาบน้ำด้วยแล้วเหรอคะเนี่ย
    มิน่าล่ะถึงกล้าอ้างว่าเป็นสามี..หุหุ
    แถมพี่ใหญ่ยังรู้อีกว่าพี่โรมรักน้องเล็ก ว้าววว
    แต่..เมือไหร่พี่โรมจะกล้าบอกน้องเล็กล่ะคะ คนอื่นเค้าทำคะแนนรุกกันใหญ่แล้ว
    พีโรมคนเดียวนั่งแห้งเหี่ยวใจอยู่ได้ น่าสงสาร
    เอาน่าพี่โรมเชื่อป๋าเบิร์ดเหอะ
    ไม่แข่งยิ่งแพ้แล้วคนที่เราแคร์เค้าก็จะไม่มีทางรู้เลยนะ

    ป.ล. ประโยคที่น้องเล็กตอบว่าไม่รู้อ่ะ น่าจะส่ายหน้าเป็นเชิงกฏิเสธมากกว่าไม้คะคุณแอน
    มิ้งว่ามันแปลกๆ ที่บอกว่าไม่ แต่พยักหน้ารับอ่ะค่ะ
    #53
    0
  3. #51 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 16:38
    ชอบมากเลยนะ
    #51
    0
  4. #50 ดินดี (@rainbowdee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 15:47
     สนุกดีค่ะ
    #50
    0