รอยแค้นซ่อนรอยรัก

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 อดีตที่หวนกลับมา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    27 พ.ค. 61

-1-

อดีตที่หวนกลับมา

 

3 ปีต่อมา

การตื่นเช้าแบบนี้เป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับกรธิดา ซึ่งเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยหมาดๆ พอจบออกมาแล้วก็ยิ่งเหนื่อยกว่าตอนที่เรียนเสียอีก งานก็หายากมาก เดินเข้าไปสมัครงานหลายแห่งแล้ว ก็ไม่ได้เสียที

นับตั้งแต่วันที่รับปริญญาจนถึงวันนี้ ก็ปาเข้าไปเกือบสองเดือนแล้วที่เธอต้องพยายามดิ้นรนสมัครงานตามบริษัทต่างๆ ก่อนหน้านี้เธอทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ดันมีปัญหากับเจ้านายใหญ่จอมเจ้าชู้ จึงต้องหางานใหม่ทำ และที่น่าปวดหัวที่สุดคือ เมื่อหลายวันก่อนเธอไปสอบสัมภาษณ์ และได้ฟังหัวหน้าฝ่ายบุคคลเอ่ยออกมาด้วยความขบขันในตำแหน่งที่เธอสมัคร

คุณแน่ใจเหรอคะที่จะสมัครตำแหน่งเลขาฯ น่ะ

ทำไมเหรอคะ

หญิงสาวถามด้วยความงุนงง ก่อนจะรู้สาเหตุเมื่ออีกฝ่ายอธิบายถึงการแต่งตัวของเธอ การที่เธอแต่งตัวเรียบร้อยมันแปลกตรงไหน การจะไปทำงานเป็นเลขาฯ ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวล่อแหลมยั่วเจ้านายสักหน่อย

คิดแล้วก็พาลจะทำให้อารมณ์ของเธอเสียแต่เช้า หญิงสาวตัดสินใจลุกจากเตียงนอนทั้งที่ยังง่วงงุน

เฮ้อ...แล้ววันนี้จะไปสมัครงานแถวไหนดีล่ะ

กรธิดาบ่นออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหาวออกมาด้วยความง่วง เพราะเมื่อคืนดูฟุตบอลจนดึก กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสามไปแล้ว นึกเบื่อกับสภาพเศรษฐกิจ หางานก็ยาก ที่ทำงานเก่าก็ดีอยู่หรอก แต่เจ้านายนี่สิที่เธอรับไม่ได้ เจ้าชู้ไม่เลือก ใจหนึ่งก็อยากกลับบ้าน แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากกลับไป เพราะที่นั่นไม่มีใครให้เธอต้องกลับไปหาเพราะบิดามารดาเสียชีวิตกันหมดแล้ว

บิดาของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุสิบขวบ แต่เธอกับมารดาก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากนัก เพราะท่านมีเงินเก็บสะสมเอาไว้ให้มากพอที่เธอจะใช้จนเรียนจบมหาวิทยาลัย พอเธออายุได้ยี่สิบปี มารดาก็มาจากไปอีกคน

เมื่อไรนะ เราถึงจะมีความสุขและโชคดีเหมือนคนอื่นบ้าง...

ก่อนที่กรธิดาจะทันได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวหันกลับไปมองแล้วเดินไปล้มตัวลงบนเตียง ควานหาเจ้ามือถือเครื่องเล็ก ก่อนจะยกขึ้นดูว่าใครโทรมากวนเธอตั้งแต่เช้า พอเห็นว่าเป็นเบอร์ของใครก็ยิ้มออก ก่อนจะกดรับแล้วกรอกเสียงลงไปด้วยน้ำเสียงใส

ดีจ้ะริสา มีอะไรถึงโทรมาหาพี่แต่เช้า

กรธิดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ก่อนที่คนทางปลายสายจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนกึ่งออดอ้อนชวนให้สงสาร

พี่ผึ้งขา ช่วยริสาหน่อยได้ไหมคะ ช่วยริสาหน่อยนะคะ คิดเสียว่าช่วยเหลือลูกแมวตัวน้อยๆ เถอะนะ

เราเป็นอะไรหรือเปล่าคนเสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงรุ่นน้องในคณะ

ตอนนี้พี่ผึ้งอยู่ที่ห้องหรือเปล่าคะ

จ้าๆ พี่ยังอยู่ที่ห้อง ทำไมเหรอหญิงสาวถามอย่างงงๆ เรามีปัญหาอะไรหรือเปล่าริสา

เปล่าหรอกค่ะ เดี๋ยวริสาไปหาพี่ผึ้งที่ห้องนะคะ แล้วจะเล่าให้ฟังแล้วคู่สนทนาก็ตัดบททันที โดยที่เจ้าของห้องยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบรับ

ยัยริสาเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าหนีออกจากบ้านอีกแล้ว

กว่าหนึ่งชั่วโมง กรธิดาก็จัดการกับตัวเองเสร็จ หญิงสาวนั่งคอยรุ่นน้องบนโชฟาตัวเล็กที่ตั้งอยู่กลางห้องด้วยความกังวลและเป็นห่วง เพียงไม่นานรวิสาก็เข้ามานั่งยิ้มหน้าแป้นอยู่ในห้องของเธอ

เราหนีออกจากบ้านมาหรือไง ยัยริสา

กรธิดาถามด้วยความสงสัยและเริ่มหงุดหงิด สงสัยว่าคราวนี้รุ่นน้องต้องหาเรื่องมาให้เธอแก้ไขอีกแล้วอย่างแน่นอน

เปล่านะคะ แค่ไม่อยากอยู่ที่บ้านแค่นั้นแหละ ก็พี่กฤษน่ะสิคะ บังคับให้ริสาไปช่วยงานที่บริษัทในช่วงปิดเทอม ริสาอุตส่าห์เตรียมแผนจะไปเที่ยวบ้านโออยู่แล้วเชียวรวิสาบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เมื่อเอ่ยถึงพี่ชายตัวเอง

 แล้วนี่ริสาจะให้พี่ช่วยอะไรก็ว่ามา

พี่ผึ้งก็แค่ให้ริสาพักอยู่ที่นี่ก่อนสักสองสามวันได้ไหมคะ รอให้โอมารับ แล้วเราจะไปเที่ยวเกาะสมุยกันน่ะค่ะ นะคะพี่ผึ้ง ช่วยริสาหน่อยนะ...นะ รวิสาทำเสียงหวานอ้อนรุ่นพี่อีกครั้ง งั้นเดี๋ยวริสาเอาเสื้อผ้าไปเก็บก่อนนะคะ

นี่ริสา ทานอะไรมาหรือยังเจ้าของห้องตะโกนถามรุ่นน้อง

ยังเลยค่ะ

งั้นริสารีบเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เลย เดี๋ยวเราสองคนออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า พี่หิวแล้ว

ค่ะ

รวิสาพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของรุ่นพี่สาว ไม่นานทั้งสองสาวก็เดินออกมาจากห้องพัก แล้วเดินตรงไปยังลิฟต์อย่างรวดเร็ว เมื่อเริ่มรู้สึกว่าท้องเริ่มจะร้องขึ้นมาอีกแล้ว

 

 พี่ผึ้งคะ เราจะกินอะไรกันดีล่ะ

รวิสาหันมาถามอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยุดเดินแล้วก้มลงมองอาหารหน้าตาแปลกๆ ที่เธอไม่เคยเห็น หญิงสาวหันไปมองร้านข้าวมันไก่ซึ่งอยู่ตรงข้าม ก่อนจะถามคนข้างๆ เพื่อขอความคิดเห็น

พี่ผึ้งคะ ริสาว่าเราไปกินข้าวมันไก่กันดีไหม อยู่ตรงด้านโน่นน่ะค่ะคนพูดชี้ไปยังเป้าหมาย

แล้วแต่ริสาก็แล้วกัน พี่ยังไงก็ได้กรธิดาบอก

 งั้นเราต้องไปลองค่ะพี่ผึ้ง ไปกันเถอะ

รวิสาจับมืออีกฝ่าย ก่อนจะรับฉุดให้เดินตามเธอไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันมามองรุ่นพี่พร้อมกับถอนหายใจออกมา เธอลืมไปว่าอีกฝ่ายเดินช้า

สองสาวเดินจูงมือกันเข้าร้านข้าวมันไก่โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง จึงไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งนั่งมองอยู่ในรถด้วยความแปลกใจ ก่อนจะกดโทรศัพท์มือถือโทรหาเพื่อนรักทันทีด้วยความสงสัย

มัวทำอะไรอยู่วะไอ้กฤษ...

ทำไมแกไม่รับสายฉันวะไอ้กฤษ ฉันมีเรื่องจะถามแกว่ะ คนเสียงห้าวบ่นเพื่อนรักทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย

แล้วแกมีอะไรถึงโทรมาหาฉันแต่เช้าวะไอ้พล วันนี้แกไม่มาทำงานหรือไง ว่าแต่แกมีเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญแกโดนเตะแน่กฤษดาถามกลับเพื่อนอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไรนัก

ฉันเจอน้องสาวแกกับคุณผึ้ง

 อะไรนะ

ฉันบอกว่ายัยริสาอยู่กับคุณผึ้งอัครพลทวนประโยคเดิมให้เพื่อนฟัง

กรธิดาอีกแล้วเหรอกฤษดาถึงกับหน้าบึ้งแทบจะทันที เมื่อนึกถึงกรธิดา ผู้หญิงที่เขารู้สึกไม่ชอบหน้า เจ้าหล่อนชอบทำให้เขาสติแตกอยู่เสมอยามพบเจอ

 กฤษ ฉันต้องวางสายแล้ว แค่นี้ก่อนนะอัครพลตัดสายจากเพื่อนรักทันที ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมันที่อยู่ไม่ห่างจากร้านอาหารที่กรธิดาและรวิสาเข้าไป

 

กรธิดานั่งมองหน้ารุ่นน้องด้วยความสงสัย แต่ไม่ถามอะไรออกมา และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าโดนจ้องจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับรุ่นพี่ ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

พี่ผึ้งจ้องหน้าริสาทำไมคะ มีอะไรหรือเปล่า

 ถ้าตาพี่ไม่ได้ฝาด พี่เห็นคุณอัครพลเดินมาโน่นแล้ว

กรธิดาชี้ไปทางชายหนุ่มที่ตนเอ่ยถึง ซึ่งกำลังเดินมายังโต๊ะที่เธอกับรุ่นน้องนั่งอยู่ รวิสาหันไปมองก่อนจะตกใจระคนแปลกใจที่เจอเพื่อนรักของพี่ชายที่นี่

อัครพลเห็นสองสาวนั่งอยู่ในร้านขายอาหารที่เขาไม่คุ้นเคย เนื่องจากเขาไม่เคยย่างกรายเข้ามาในร้านอาหารริมทางแบบนี้ และที่สำคัญ เขานึกแปลกใจและสงสัยเหลือเกินว่าน้องสาวของเพื่อนรักทำตัวติดดินได้ขนาดนี้เชียวหรือ ก่อนจะละสายตาจากน้องสาวของเพื่อนแล้วหันไปมองหญิงสาวอีกคน

ผู้หญิงคนนี้ก็แปลก ทั้งที่เพื่อนรักของเขาไม่ชอบให้มาใกล้ชิดสนิทกับคนเป็นน้อง แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ถึงอย่างนั้นจะโทษหญิงสาวก็คงไม่ได้ เพราะต้นเหตุก็คือสาวน้อยข้างๆ เธอมากกว่า

สวัสดีครับคุณผึ้งอัครพลทักทาย ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามสองสาว

เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณอัครพล ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่กรธิดาตอบ ก่อนจะหันมาสนใจอาหารตรงหน้า

แล้วเรามาอยู่นี่ได้ยังไงกันริสาชายหนุ่มหันไปถามน้องสาวของเพื่อนรัก

มากินข้าว ไม่เห็นหรือไงน้ำเสียงที่เคยหวานกลับกระด้างจนน่าแปลกใจ บ่งบอกชัดถึงความเอาแต่ใจตนเอง

พี่พูดดีๆ กับเรานะริสา ชายหนุ่มพยายามควบคุมอารมณ์ เมื่อต้องมานั่งคุยกับสาวน้อยคนนี้ อัครพลปรามด้วยความหงุดหงิด พลางระงับอารมณ์ขุ่นเคืองอย่างเต็มที่

ริสา...พี่ว่าเราพูดดีๆ กับคุณอัครพลเขาดีกว่าไหมกรธิดานั่งมองทั้งสองคนคุยกันแล้วขำ

 แล้วทำไมริสาต้องพูดดีกับตาแก่นี่ด้วยล่ะคะพี่ผึ้ง

ตาแก่เหรอ พูดแบบนี้หมายความว่าไงริสาอัครพลชักฉุนขึ้นมาทันที

แล้วทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยรวิสาโวยขึ้นบ้างด้วยความเอาแต่ใจตัวเอง เนื่องจากไม่ค่อยมีใครขึ้นเสียงกับเธอแบบนี้

เอ่อ...ผึ้งว่าคุณอัครพลพูดกับริสาเขาดีๆ ดีกว่าค่ะ

 พี่ผึ้งคะ ริสาขอตัวดีกว่าค่ะ อยู่ตรงนี้แล้วอารมณ์เสียหญิงสาวบอก ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ แล้วเดินกระแทกส้นออกไปจากร้าน

อัครพลมองตามหลังคนที่เดินจากไปด้วยความโกรธ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนนิสัยเสียและไม่มีมารยาทเท่าน้องสาวของเพื่อนรักเลย

ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวอีกคนที่ทำหน้าลำบากใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนจะหันไปมองน้องสาวของเพื่อนรักที่เดินออกไปจากร้าน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินตามรวิสาไปอีกคน

 

 จะไปไหนริสา

 น้ำเสียงที่เอ่ยถามมาจากด้านหลัง ทำรวิสาถึงกับสะดุ้ง เพราะไม่คิดว่าเพื่อนรักของพี่ชายจะมายืนอยู่ด้านหลังเธอแบบนี้ แถมยังจับแขนเธอเอาไว้เสียด้วย เจ้าของเสียงแหลมตวาดใส่อีกฝ่ายอย่างโมโห

ปล่อยนะ จะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไป...ปล่อย!”

รวิสาโวยวายด้วยความโกรธ เธอเกลียดผู้ชายคนนี้ เกลียดมากที่สุดเท่าที่เคยเกลียด หญิงสาวพยายามแกะมืออีกฝ่ายให้หลุด แต่ดูเหมือนอัครพลจะรู้ เขาจึงบีบข้อมืออีกฝ่ายแรงๆ

โอ๊ย! เจ็บ ปล่อยแขนฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้น...

ไม่งั้นอะไร เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกล้อ

กรี๊ดดดด! ช่วยด้วยยยยย.... มีคนลวนลามหนู

หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ทำให้หลายคนหันมามองด้วยความสนใจ บางคนอยากรู้ แต่บางคนก็ไม่สนใจคิดว่าแฟนทะเลาะกัน และก่อนที่รวิสาจะร้องออกมาอีกครั้ง อัครพลก็เอามืออีกข้างปิดปากหญิงสาวไว้ทันที แล้วจึงหันไปบอกคนที่มองพวกเขาด้วยความเขิน

ผมกับแฟนทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ ขอโทษนะครับ

กรธิดาเห็นคนมุ่งกันจึงเดินเข้ามาดู เธอเห็นรุ่นน้องกับชายหนุ่มยืนกอดกันอยู่ข้างมุมตึก หญิงสาวจึงรีบแหวกฝูงชนเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง ก่อนจะตะโกนเรียก เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังลากรุ่นน้องของเธอขึ้นรถ และขับออกไปโดยที่เธอตามไปไม่ทัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

389 ความคิดเห็น