รักเกิดที่กลางใจ

ตอนที่ 2 : แล้วความวุ่นวายก็ตามมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ต.ค. 51

ตอนที่ 2
แล้วความวุ่นวายก็ตามมา

 

          "ทำอะไรกันนะลูกเสียงดัง เอะอะเชียว" แม่เลี้ยงนารีเอ่ยถามบุตรสาวและสาวน้อยหน้าหวาน ด้วยความดีใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้เจอลุกสาวและสาวน้อยหน้าหวานคนนี้

          เปล่าคะคุณแม่ พอดียัยเมย์เขาจะทำอาหารให้เราทานนะคะ ดาเลยมาเป็นลูกมือคุณแม่จะทานอะไรดีคะ!วันนี้น้องดากับยัยเมย์จะลงมือทำให้คุณแม่กับคนพ่อทานเองคะ

           "อืมม์! แล้วแต่เราสองคนละกันจ๊ะ แม่จะรอทานฝีมือเราสองคนล่ะกัน"
           "งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะไอ้เมย์" กานดาตอบเพื่อนรักออกไปพร้อมกับรอยยิ้มหวานให้อย่างเป็นกำลังใจ หันซ้ายหันขวา มองหาอุปกรณ์ทำอาหาร ก่อนจะก้มลงมามองข้าวของบนโต๊ะ

          “ ได้สิ! แล้วแกอยากกินอะไรว่ามา เดี๋ยวฉันจะทำให้แกกินเอง “ หยิบมีดขึ้นมา ปากก็พูดไปเรื่อย แต่มือก็ลงมือหั่นเนื้อหมู อย่างขมักเขม้น
            กานดาก้มลงมือเนื้อหมูและผักต่างๆบนโต๊ะ ตัดสินใจบอกคนที่กำลังหั่นเนื้อหมูอยู่ข้างๆ "อืมม์ !เอาอย่างนี้ดีไหมแกก็ทำอาหารบ้านแกให้ฉันกับคุณพ่อคุณแม่กินเป็นไง เอ่อ ลืมไปอีกคนหนึ่ง อิอิ ก็ๆ พี่ชายสุดที่รักของแกกับฉันไง
           “จะบ้าเหรอแก พี่ชายแกคนเดียวไม่ใช่พี่ชายฉัน คนอย่างฉันไม่มีพี่ชายประสาท แบบนี้หรอกจะบอกให้ และอีกอย่างพี่ชายฉันนะน่ารักกว่าพี่ชายแกเยอะวะไอ้ดา
          โอเค ฉันเข้าใจ ฉันว่านะเรารีบทำอาหารกันเถอะตัดบททันทีเมื่อเพื่อนเอ่ยถึงผู้ชายที่เธอไม่อยากจะเข้าใกล้
           “ก็ได้! งั้นทำอะไรกันก่อนดีละเมย์
          ฉันจะทำแกงส้มให้แกกินดีไหม หรือว่าแกงจืดดีละ เอาเป็นว่าฉันทำอาหารแบบง่ายๆ ดีกว่า สักอย่างสองอย่าง ที่เหลือก็ให้พี่ลีช่วยทำอีกอย่างสองอย่างก็น่าจะพอนะหันมายิ้มให้อีกครั้ง  แล้วหันมาสนใจมีดและเนื้อหมูในมืออีกครั้ง
            “อืมม์! ฉันว่าก็ดีเหมือนกันนะ จะได้เสร็จเร็วๆ ฉันก็หิวแล้วเหมือนกัน

แม่เลี้ยงนารีมองดูสองสาวปรึกษากันแล้วก็อดยิ้มอย่างขันๆ หันหลังเดินออกมาจากห้องครัว เธอเคยคิดที่อยากจะให้ลูกชายของเธอชอบสาวน้อยผู้นี้ อีกอย่างตัวเธอเองก็ชื่นชอบเพื่อนของลูกสาวคนนี้อยู่ไม่ใช่น้อย เดินยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

พ่อเลี้ยงวิเชียรละจากหนังสือเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก สบตามองภรรยาด้วยความสงสัย ยิ่งรอยยิ้มที่แต้มอยู่เต็มใบหน้าแล้ว ก็อดแปลกใจขึ้นมาไม่ได้
           “ยิ้มอะไรนะคุณนะ...นารีพ่อเลี้ยงวิเชียรถามภรรยาด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันมาสนใจหนังสือพิมพ์ในมือ
          เปล่าหรอกคะคุณพี่ !พอดีเข้าไปเจอน้องดากับหนูเมย์ทำอาหารอยู่ในครัวนะส่งยิ้มกว้างให้สามีอีก เมื่อนึกถึงสองสาวที่เธอ เพิ่งเดินจากมา อมขำในอาการของทั้งสองสาวไม่ได้ ถ้าหากเธอได้เพื่อนรักของลูกสาวมาเป็นลูกสะใภ้คงดีไม่ใช่น้อย
           “คุณว่าอะไรนะ ผมได้ยินไม่ถนัดนะละสายตาจากหนังสือพิมพ์ ขึ้นมาสบตาภรรยาด้วยความไม่แน่ใจ กับสิ่งที่เขาได้ยิน
           “ฉันบอกคุณว่าน้องดากับหนูเมย์นะ สองคนนั้นกำลังทำอาหารกันอยู่ในครัวนะ เห็นว่าจะโชว์ฝีมือให้ฉันกับคุณทานเช้านี้นะ
           “ ผมแปลกใจนะ ปกติยัยดาไม่ค่อยชอบทำอาหารนี่น่า อยู่ๆคุณบอกผมว่าลูกสาวสุดที่รักของเราสองคน กำลังทำอาหารให้ผมกับคุณทานถามกลับเหมือนกับไม่เชื่อในสิ่งที่ภรรยาบอก
           “คุณก็ไปว่าลูก เดี๋ยวลูกก็น้อยใจหรอกน้ำเสียงงอน ตอบกลับสามีด้วยน้ำเสียงกึ่งขำกึ่งงอน ที่สามีไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ นัยย์ตาคมเข้ม จมูกโด่งเหมือนผู้หญิง เดินตรงเข้ามาร่วมวงสนทนาของบิดามารดา ด้วยความสงสัย ตั้งแต่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก ก็ได้ยินเสียงบิดามารดา กำลังคุยกันถึงเรื่องทำอาหาร ใครมาทำอาหารในบ้านเขา
           “คุยอะไรกันครับคุณพ่อเสียงดังเชียวถามขึ้นด้วยความสงสัย พร้อมกับอ้าปากหาวออกมา เมื่อคืนกลับมาเอาเกือบรุ่งส่าง เลยไม่รู้ว่าตอนนี้แม่น้องสาวตัวดี กับ สาวน้อยจอมแสบที่เคยหักอกเขาเมื่อ 2-3  ปีที่แล้ว กำลังเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างบิดามารดาของเขาอยู๋ในขณะนี้
           “แม่คุยเรื่องน้องดากับหนูเมย์นะตาหนึ่ง แล้วนี่เราไม่รู้เหรอว่าน้องกลับมาบ้านนะ
            “อะไรนะครับ คุณแม่น้ำสียงบ่งบอกถึงความตกใจ เมื่อรู้ว่าใครเป็นหัวข้อสนทนาของบิดามารดา กำหมัด กัดฟันแน่น ด้วยความไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าตอนนี้ผู้หญิงที่เคยปฏิเสธความรักของเขา กำลังอยู่ในบ้านของเขา จนไม่ได้สนใจที่จะมารดาพูด
           “ก็รายเดิมนั้นแหละ คู่ปรับเก่าเราไงตาหนึ่ง
          คุณแม่อย่าบอกผมนะว่า เป็นยัยทอมนั่นนะกำลังอยู่กับยัยดา!” เอกราชเพียงแค่ได้ยินชื่อของคู่อริก็โวยวายออกมาทันที ไม่สิ ไม่ใช่แค่คู่อริเก่าเท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่เขาเคยหลงรักและก็ยังรักมาจนถึงทุกวันนี้

เราเจอกันอีกแล้วนะเมธาวี
          อะไรนะตาหนึ่ง เราเรียกหนูเมย์ ว่าอะไรนะเมื่อกี้ต่อว่าบุตรชายทันทีที่เห็นลูกชายแสดงกริยาแบบนี้กับเพื่อนรักลูกสาว
            “ผมเรียกว่ายัยทอมไงครับคุณแม่ แล้วตอนนี้สองคนนั้นอยู่ที่ไหนครับ
           “เห็นแม่แกบอกว่าอยู่ในครัวนะตาหนึ่งพ่อเลี้ยงวิเชียรบอกออกไปอย่างขันๆในอาการของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าลูกชายคนนี้คิดยังไงกับเพื่อนรักของลูกสาว เพียงแต่เขาไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายก็เท่านั้น คงปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาสองคน
           “ งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ จะเข้าไปดูเสียหน่อย คุณพ่อกับคุณแม่ปล่อยให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันลำพังได้ยังไงครับว่าแล้วก็สาวเท้าเดินไปทางห้องครัว ด้วยท่าทางหงุดหงิด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงไม่ชอบ หรือบางทีอาจเป็นเพราะหญิงสาวนั่นแหละ ที่ปฏิเสธความรักจากเขาเมื่อหลายปีก่อน ชายหนุ่มพยายามที่จะลืม แต่ทำไมเขาถึงลืมหญิงสาวไม่ได้สักที หรือว่าชีวิตนี้เขาจะลืมหญิงสาวไม่ได้จริงๆ

 

          ยัยดากลับมาทำไมไม่โทรฯมาบอกพี่ก่อนละ มันอันตรายนะเดินทางมาแบบนี้

เสียงเข้มถามขึ้นทันทีที่เดินเข้ามาภายในห้องครัว ลอบมองยัยตัวแสบด้วยสายตาขุ่นมัว เมื่อนึกถึงที่หญิงสาวเคยปฏิเสธความรักของเขา สายตาก็จ้องมองร่างบาง แต่ปากก็ยังคงเอ่ยถามน้องสาวตัวดี ด้วยความไม่พอใจ ทั้งที่ในใจก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ว่าเขาไม่ชอบให้น้องสาวอยู่ใกล้ หรือเพราะเขาอิจฉาน้องสาวตัวเองกันแน่น ที่ได้อยู่ใกล้ผู้หญิงที่เขาแอบหลงรัก

ร่างบางถึงกับยืนนิ่งเงียบ เมื่อเธอรู้ว่าตอนนี้ภายในห้องครัวไม่ได้มีเธอและเพื่อนรักอยู่กันสองคน กลับมีอีกคนที่เข้ามาในห้องครัว คนที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ว่าจะเกลียดอะไรหรอก แต่เธอยังทำใจยอมรับ ในสิ่งที่เธอเองก็เคยทำผิดพลาด นั่นก็คือปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่ชายหนุ่มเคยมอบให้ จนทำให้เธอและชายหนุ่มมองหน้ากันไม่ติด และที่เธอรู้สึกผิดนั้นก็เพราะ หลังจากเธอปฏิเสธความรักเมื่อหลายปีก่อน ชายหนุ่มก็ตันสินใจบินไปเรียนต่อทันทีเหมือนกัน

นับจากนั้นเป็นต้นมาเธอก็ไม่เคยได้เจอ ชายหนุ่มผู้นี้อีกเลย จะทำหน้าอย่างไร เมื่อต้องมาเจอกันอีก หลังจากที่ไม่เจอกัน
          พี่หนึ่งโวยวายอะไรแต่เช้าคะ ไม่อันตรายหรอกคะ ดามากับไอ้เมย์ แล้วก็ปลอดภัยดี พี่หนึ่งนะ คิดมากไปหรือเปล่า กานดาหันไปมองสบตาพี่ชายของตนด้วยความแปลกใจ ยิ่งเห็นสายตาที่พี่ชาย จ้องมองเพื่อนรักแล้ว ก็ยิ่งสงสัย

สองคนนี้มีอะไรปิดบังเราหรือเปล่า แล้วทำไมพี่หนึ่ง ถึงได้จ้องไอ้เมย์แบบนั้น
          เมธาวีหันกลับมา สายตาปะทะเข้ากับ สายตาคมเข้ม คู่นั้นด้วยความหนักใจ ยิ่งเห็นสายตาคู่นั้นแล้ว เธอก็รู้ได้ทันทีเลยว่า ปัญหามันจะต้องตามมาในไม่ช้านี่อย่างแน่นอน

ใครใช้ให้เธอมาเหยียบบ้านฉัน

เสียงห้าวพูดขึ้น ทำลายความเงียบ โดยไม่ได้สนใจ อาการตกใจของสองสาว ที่หันมาจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจ

 “ดา! ฉันทำอาหารของฉันเสร็จแล้ว ฉันออกไปข้างนอกก่อนดีกว่า อากาศมันไม่ค่อยดีแล้วเมธาวีพูดกับเพื่อนรักแล้วก็เดินเลี่ยงออกมาทางด้านหน้าของชายหนุ่ม แล้วกระซิบไม่ดังนัก คุณพี่ชายยังปากสุนัขเหมือนเดิมนะ หึหึหึ
           “เมื่อกี้เธอว่าอะไรฉันหา บอกมาเดี๋ยวนี้เอกราชถามเมธาวีออกไปอย่างโกรธๆเธอนี่ยังปากเสียไม่เลิกนะเมธาวี เคยเปลี่ยนนิสัยบ้างไหมก้มลงมากระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน
           “เปล่านี่คะ! ฉันไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ คิดมากไปหรือคะคุณพี่ชาย!” เมธาวีถามกลับออกไปอย่างไม่ใส่ใจฝ่ายตรงข้าม
          แต่เมื่อกี้ฉันได้ยินนะว่าเธอว่ากระแทกฉันนะน้ำเสียงยังคงคุมคาม คนตรงหน้าไม่เลิกอยากมีเรื่องกับฉันหรือไง จำไม่ได้เหรอว่าฉันเคยทำอะไรเธอ!”
          ฉันไปว่าอะไรคุณละคะ คุณเอกราชเจ้าขาๆ พูดมาดีนะ จะหาเรื่องกันหรือไงค่ะ เมธาวีถามออกไปอีกครั้งอย่างไม่สนใจกับคำตอบเท่าไรนัก ใครกันแน่ที่เคยทำร้ายกัน จ้องมองชายหนุ่มด้วยความโกรธ เรื่องในอดีตไม่ใช่เกิดจากเธอทั้งหมด เขาก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน
          นี่สองคนนี้จะทะเลาะกันทำไมตั้งแต่เช้านะกานดาบ่นออกไปอย่างรำคาญกับอาการเป็นเด็กของทั้งสอง
           “ฉันเปล่านะดา! ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ พี่ชายเธอนะระแวงไปหรือเปล่าเมธาวีส่งยิ้มอ่อนหวานมาทางกานดา...
           “แต่เมื่อฉันได้ยินนะ ว่าเธอว่าฉันนะ
          “ แล้วฉันว่าอะไรคุณมิทราบคะ คุณเอกราช หรือคุณจะหาเรื่องฉันหรือไงหันไปโวยอีกฝ่ายด้วยความเบื่อหน่าย ฉันออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า ไม่งั้นได้นองเลือดแน่เลย
          แกก็อีกคนนะเมย์!พี่หนึ่งด้วย! จะมาทะเลาะอะไรกันตั้งแต่เช้าๆเนี่ยเสียบรรยากาศหมดเลย ดาออกไปข้างนอกหาคุณคุณพ่อคุณแม่ดีกว่า
           “ดีเหมือนกันดา ฉันไปด้วยดีกว่าเมธาวีพูดออกไปพร้อมกับจ้องหน้าเอกราชแล้วเดินออกไปโดยไม่ได้สนใจเอกราชที่ยืนมอง ทั้งเกลียดและรักสาวน้อยคนนี้ไปพร้อมกัน

นับจากนี้เป็นต้นไป ระหว่างเธอกับฉันจะต้องรื้อฟื้นอดีตกันหน่อยแล้วละเมธาวี ฉันสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้ตัวฉันเองต้องเสียใจเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน

 คิดอย่างหมายมั่นก่อนจะเดินตามออกไปอีกคน เมื่อสิ่งที่เขาเคยวาดฝันเอาไว้ มายืนอยู่ตรงหน้า แล้วคนอย่างนายเอกราช นะเหรอจะไม่คว้าเอาไว้

เธอไม่รอดฉันหรอกเมธาวี


           “ฉันคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นานแน่เลยวะเมธาวีบอกอย่างเหนื่อยหน่าย นี่เธอจะต้องทะเลาะกับพี่ชายเพื่อนไม่รู้จักจบจักสิ้นหรือไง
          ทำไมวะเมย์
           “ฉันต้องทะเลาะกับพี่แกแน่เลยวะ แกดูเมื่อกี้ พี่ชายแกหาเรื่องฉันชัดๆ เลย ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะ
           “ฉันก็คิดแบบแกนั่นแหละ กานดาตอบออกไป ก่อนจะเดินมาหยุดตรงห้องรับแขกภายในบ้าน คุณพ่อคะ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ เห็นตื่นกันตั้งแต่เช้าเชียว
           “เปล่าหรอกลูกวันนี้พ่อไม่ไปทำงานนะ ก็ลูกพ่อกลับมาบ้านทั้งคน เดี๋ยวงานที่บริษัทฯพ่อสั่งเลขาฯก็ได้ แล้วนี่เจ้าหนึ่งละลูกหายไปไหน เห็นพี่แกบอกกับพ่อว่าจะเข้าไปในครัวนี่น่า
           “คุณพ่อขา พี่หนึ่งก็เกินไปนะคะ หนูไม่ได้หายไปไหนเสียหน่อย แล้วรีสอร์ทของเราช่วงนี้เป็นไงบ้างคะ คนเยอะหรือเปล่า น้องดากะว่าจะพายัยเมย์ไปนอนสัก2-3 คืนนะคะ
          เอาสิลูก แล้วลูกสองคนจะมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่กี่วัน
           “ไม่มีกำหนดคะคุณพ่อคุณแม่กานดามารดาตอบออกไปแล้วหันไปสบตากับเพื่อนรัก
          แม่เลี้ยงคะ! ถึงเวลาทานอาหารแล้วคะ
           “งั้นเราก็ย้ายไปคุยที่โต๊ะอาหารก็แล้วกัน แม่กับคุณพ่อหิวแล้วละจ๊ะ แล้วนี่ตาหนึ่งละลูกหายไปไหนแล้ว ลีๆ เดี๋ยวไปตามคุณหนึ่งมาทานข้าวด้วยนะ
          ค่ะ! แม่เลี้ยง
          “ แล้ววันนี้เราทำอะไรให้แม่ทานละลูก แม่เลี้ยงนารีถามลูกสาวแล้วยิ้มให้ทั้งคู่
          วันนี้หนูดากับยัยเมย์ทำอาหารแถวบ้านยัยเมย์ให้คุณแม่ทานนะคะ ตอนอยู่กรุงเทพฯ เมย์เขาทำให้หนูทานบ่อยๆนะคะ หนูดาเลยให้ยัยเมย์ทำให้คุณแม่ กับคุณพ่อทานนะคะ จริงแล้วหนูดาก็เป็นคนทำเหมือนกันนะคะกานดาพูดออกมาแล้วก็ยิ้มๆน้อยยิ้มใหญ่กับฝืมือของตัวเอง
           “พ่อจะทานได้ไหมล่ะหนูดา ไม่ใช่พ่อทานไปแล้วท้องเสียนะลูกพ่อเลี้ยงวิเชียรพูดออกไปแล้วหัวเราะๆ แซวลูกสาว
          “ ไม่หรอกคะคุณพ่อ เพราะส่วนใหญ่ยัยเมย์เขาเป็นคนทำมากกว่า หนูก็แค่ช่วยส่งของแค่นั้น คือหนูดาไปเป็นลูกมือของยัยเมย์นะค่ะคุณพ่อ อิอิๆ
           “พ่อว่าเชียว  เห็นไหมคุณรี ผมบอกคุณแล้วว่าหนูดาของเราเนี่ย เข้าครัวทำอาหารพ่อเลี้ยงวิเชียรแซวลูกสาวกับภรรยา
          คุณก็ไปว่าลูกเดี๋ยวน้องดาก็งอนหรอกคะ
          ไม่เป็นไรหรอกคะคุณแม่ ดานะทำอาหารไม่ค่อยจะเก่งเหมือนเมย์หรอก เห็นเป็นแบบนี้นะแต่ทำอาหารอร่อยด้วย แล้วก็ทำเป็นหลายอย่างด้วยคะ
          ไม่จริงหรอกมั้งยัยดา พี่ว่าเรานะพูดเกินไปหรือเปล่าเอกราชะโกนพูดออกมาจากด้านหลัง
          หยุดเลยนะพี่หนึ่ง อย่ามาว่าเพื่อนดาแบบนี้นะ เมย์เขาทำเป็นตั้งหลายอย่างจริงๆ นะ พี่หนึ่งจะรู้ได้ยังไงพี่ไม่ได้ไปอยู่กับดากับเมย์เสียหน่อย จริงไหมคะคุณพ่อคุณแม่พูดจบกานดาก็หันไปกอดเมธาวีและยิ้มล้อๆพี่ชายตัวเอง
           “ยัยดาพี่ว่าเราไม่ต้องไปกอดเพื่อนเราขนาดนั้นก็ได้ มันไม่เหมาะบอกน้องสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ พร้อมกับอิจฉาน้องสาวไปด้วย ทีเขาอยากกอดหญิงสาวแทบใจจะขาด แต่ไม่เคยมีโอกาสได้กอดเลย
           “ไม่เหมาะยังไงคะพี่หนึ่ง กานดาถามออกไปแล้วก็หอมแก้มเมธาวีอีกครั้ง
           “พี่ว่ามันไม่เหมาะก็ไม่เหมาะสิ ไม่ต้องกอดกันแบบนั้นก็ได้มันน่าเกลียดเอกราชพูดออกไปพร้อมกับจ้องหน้าเมธาวีและถลึงตาใส่ ทีกับเขาละรังเกียจไม่ยอมให้เข้าใกล้ มันน่านัก
          เอ่อ หนูว่าเราไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่าไหมคะคุณพ่อคุณแม่ เมธาวีพูดออกไปแล้วเดินจูงมือกานดาไปโต๊ะอาหาร โดยไม่ได้สนใจเอกราชที่ยืนจ้องตาเธอเมื่อครู่นี้
           “คุณแม่ครับผมว่ายัยดากับเพื่อนเขามันแปลกๆไหมครับ ผมว่ามันแปลกๆนะ ครับท่าทางยัยดาก็ออกจะหวงเพื่อนเขาเสียแบบนั้น ผมว่าคู่นี้มีอะไรเกินเพื่อนหรือเปล่าเอกราชบอกมารดาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่สบอารมณ์
           “แกคิดมากนะตาหนึ่ง มันอาจจะไม่มีอะไรกันก็ได้ แม่เลี้ยงนารีพูดออกไปพร้อมมองหน้าลูกชายแล้วก็หัวเราะ แม่ไม่คุยกับแกแล้ว ไปๆทานข้าวได้แล้วน้องเรารออยู่
           “ผมต้องรู้ให้ได้ว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกันแน่เอกราชกล่าวออกไปพร้อมกับเดินตามบิดามารดาไปยังโต๊ะอาหาร


          กานดาจ้องมองเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง “ เมย์ ! ฉันว่าแกมาว่ายน้ำกับฉันดีกว่าไหม แดดร้อนจะตาย ว่ายน้ำกันดีกว่า
          ยัยบ้า! แกก็รู้นี่น่า ว่าฉันว่ายน้ำไม่ค่อยแข็ง อีกอย่างนั่งอ่านหนังสือตรงนี้ดีกว่าวะ แกเล่นน้ำไปคนเดี๋ยวเถอะแล้วเมธาวีก็ไม่ได้สนใจยัยดาอีกเลย
          เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเนื่องจากหญิงสาวอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ  จนหลับไปจึงไม่รู้ว่าตอนนี้ยัยเพื่อนรักไม่ได้อยู่ตรงนี้เสียแล้ว ก่อนน้ำเย็นๆจะกระทบถูกใบหน้า  “เฮ้ย! ไอ้ดา แกทำบ้าอะไรเนี่ย ฉันจะนอนนะโว้ย เมธาวีตะโกนออกไป เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักยังคงเงียบ เมธาวีลืมตาขึ้นมามองว่าเป็นใครที่มาแกล้งหล่อน เฮ้ย!” ร่างบางถึงกลับตกใจ ขยับใบหน้าหนีด้วยความอาย เมื่อใบหน้าคมเข้ม ก้มลงมาจนเกือบแนบชิดใบหน้าเธอ

          ใช่ฉันเอง มีอะไรมิทราบยัยทอมสติแตก เอกราชพูดออกไปแล้วหัวเราะ แต่ใบหน้ายังคงจ้องมองคนตัวเล็กอยู่แบบนั้น ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ นี่ถ้าเขาก้มลงไปหอมแก้มเธอสักฟอดมันจะน่าเกลียดไหมนะ
          แล้วมีปัญหาอะไรมิทราบคะคุณเอกราช แล้วก็กรุณาเอาหน้าห่วยๆของคุณ ออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้ เกิดใครมาเห็นเขา เดี๋ยวเขาก้เข้าใจผิดหรอก

น้ำเสียงหวานพูดขึ้นก่อนจะใช้มือบางผลักใบหน้าอีกฝ่ายให้ออกไป
          มันจะมากไปแล้วนะ เธอมีสิทธ์อะไรมาผลักฉันแบบนั้น ยัยบ้าเฮ้ย! เธอนะมันเด็กนิสัยไม่ดี ก้าวร้าว ไม่มีมารยาท
          แล้วคุณละมีมารยาทนักเหรอ ถึงได้แสดงกริยาแบบนี้กับผู้หญิงนะ คุณนะเป็นผู้ชายเสียเปล่า แต่ไม่มีมารยาทที่ดีเลย แล้วอีกอย่างคุณมาด่าฉัน ฉอดๆ แบบนี้นะมันเป็นนิสัยที่ผู้ชายควรปฏิบัติหรือไง!”เมธาวีต่อว่าเอกราชอย่างโกรธ
          เธอไม่มีสิทธ์มาด่าฉันนะ เมธาวีเอกราชพูดออกไปแล้วพลางก้มหน้าลงไปประชิดใบหน้าหวานอีกครั้งไม่ว่าอดีตหรืออนาคตเธอก็ไม่มีทางชนะฉันหรอกสาวน้อย!”
          ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้า!”
           “ฉันเป็นอะไรเธอพูดออกมาให้ดีๆนะยัยทอมบ้า
           “ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ คุณเอกราช!” น้ำเสียงหวานเริ่มสั่น เมือ่เห็นว่าอีกฝ่ายพยายามก้มลงมาจนใบหน้าชายหนุ่มแนบชิดติดใบหน้าเธอ

           “ฉันบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่ได้ยินหรือไง!” ตะโกนออกไปพร้อมกับลุกขึ้นแต่ก็โดนมือของอีกฝ่ยจับเอาไว้ให้ล้มลงนั่งที่เดิม เธอพูดเมื่อกี้หมายความว่าไง เมธาวี
           “ฉันไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย คุณร้อนตัวไปเองหรือเปล่า ถ้าคุณไม่ได้เป็นจะเดือดร้อนไปทำไมมิทราบ! แล้วก็กรุณาปล่อยแขนฉันด้วย คุณเอกราชเมธาวีพูดออกไปด้วยความโกรธๆ
          ฉันไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะขอโทษ ฉันก่อนเอกราชจับแขนหญิงสาวไว้แน่นเพื่อแกล้งให้หล่อนเจ็บแล้วขอร้องเขาแต่หล่อนก็เงียบ
    “คุณจะให้ฉันขอโทษอะไรมิทราบ ไหนคุณลองบอกมาหน่อยสิ ว่าคนอย่างฉันนะไปว่าอะไรคุณ แล้วก็กรุณาปล่อยแขนฉันด้วยฉันเตือนคุณแล้วนะ
          เธอทำฉันไว้หลายอย่าง อย่างแรกเธอไม่รับรักฉัน สองเธอทำให้ฉันโกรธ และที่สำคัญฉันไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะขอโทษฉัน!”
           “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ขอโทษมีอะไรไหม! เอ่อ แล้วอีกอย่างฉันเตือนคุณแล้วนะว่าให้ปล่อยมือคุณออกจากแขนฉันเดี๋ยวๆนี้ ไม่งั้นมีเรื่องแน่
           “เธอจะทำอะไรฉันได้ ตัวแค่เนี้ย หึหึหึ!”
          บอกให้ปล่อยไง! คุณไม่ปล่อยฉันใช่มั้ย! ฉันให้โอกาสคุณอีกครั้งนะคุณเอกราช บอกให้ปล่อยไงว่ะ ไม่เข้าใจภาษาคนหรือไงคนเอกราช หรือคุณไม่ใช่คนเลยฟังภาษาไทยไม่ออกเมธาวีตะโกนด่าออกไปไอ้บ้าเฮ้ยบอกให้ปล่อยไงวะ ไม่เข้าใจหรือไง
           “ฉันไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับยัยดาอีก แล้วเธอต้องบอกกับยัยดาว่าเธอจะกลับกรุงเทพ ฯ พรุ่งนี้ เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า เมธาวี!เอกราชตะโกนใส่หน้าหญิงสาวออกไปอย่างไม่สนใจว่าหญิงสาวจะรู้สึกอย่างไร
          “ ไม่เข้าใจโว้ยๆ ไอ้บ้า บอกให้ปล่อย ไงๆไม่ปล่อยใช่มั้ย หันไปมองทางหนีทีไล่ เธอสายตาเธอก็หันไปมองเห็นสระว่ายน้ำที่มันอยู่ห่างจากเก้าอี้ที่เธอนอนไม่มากนัก ทันใดนั้นเธอก็คิดที่จะผลักคู่อริตกไปในสระว่ายน้ำ
           “เฮ้ยยย!’’ ดูเหมือนว่าเอกราชก็ดึงร่างของเมธาวีลงไปด้วยกัน ถ้าฉันตกน้ำเธอก็ต้องตกไปกับฉันด้วย ฮ่าๆ!”


          กานดาได้ยินเสียทะเลาะมาแต่ไกล เลยวิ่งมาดูยังต้นเสียง มองดูพี่ชายยืนกอดอกอยู่ในน้ำสระอ้าว! พี่หนึ่งลงไปทำอะไรอยู่ในน้ำ เอ!แล้วพี่หนึ่งเห็นยัยเมย์มั้ยคะ       

ไม่เห็นนิ!มีอะไรหรือเปล่าแล้วเขาก็พาร่างตัวเองขึ้นจากสระ
          ดาจะชวนเมย์เขาไปเที่ยวในไร่นะคะ เห็นยัยเมย์มันเบื่อๆเครียดๆ ด้วยแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเพื่อนรักลงไปอยู่ในสระ แล้วก็จมลงไปอีก“ เฮ้ย! นั่นมันไอ้เมย์นี่น่า แล้วแกไปทำอะไรในสระว่ายน้ำกานดาตะโกนถามคนในสระอย่างตกใจ
          ดาช่วยเราด้วย ช่วยด้วยๆๆ ช่วยเราด้วยแล้วก็จมลงไปอีก
          กรี๊ดดดดดด!พี่หนึ่งช่วยยัยเมย์ขึ้นมาก่อนได้มั้ย นั่นยัยเมย์จะจมน้ำแล้วพี่หนึ่งช่วยยัยเมย์ก่อนสิ

หันไปมองเพื่อนรักอย่างตกใจ เพื่อนรักไปทำบ้าอะไรอยู่กลางสระน้ำ ในเมื่อว่ายน้ำไม่เป็นนี่น่า แล้วไปอยู่กลางสระได้ยังไง

พี่หนึ่ง
          เพื่อนเราเขาลงไปเองก็ต้องขึ้นได้สิ !”พูดออกไปแล้วก็ทำท่าจะเดินจากไปอย่างไม่สนใจคำพูดที่น้องสาวขอร้อง จ้องมองร่างบางที่ตอนนี้กำลังจะจมน้ำอีกแล้วด้วยความสะใจ ทั้งที่ในใจกลับรู้สึกผิดแค่แวบเดียวเท่านั้น
          ไม่ได้นะพี่หนึ่ง ยัยเมย์มันจมน้ำไปแล้ว ดาบอกให้พี่หนึ่งลงไปช่วยเมย์มันก่อนได้มั้ย!พี่หนึ่ง! ยัยเมย์มันว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งนะ ว่ายไม่เป็นเลยต่างหาก!” น้ำเสียงสั่น บอกพี่ชายด้วยความตกใจและเป็นห่วงเพื่อนรักอย่างรุนแรง
          “ เฮ้ย ! แล้วทำไมไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้ยัยดา!” แล้วเอกราชก็กระโจนลงไปช่วยหญิงสาวขึ้นมาจากสระ

ยัยบ้าว่ายน้ำไม่เป็นทำไมไม่บอก เกิดตายขึ้นมาจะทำไง ชายหนุ่มบ่นใส่คนไม่ค่อยได้สติ

ทำไมแกไม่บอกฉันก่อนหน้านี้ว่าเพื่อนเรานะว่ายน้ำไม่เป็นหา!

           "ก็พี่หนึ่งไม่เคยถามนี่น่า อีกอย่างพี่ก็ไม่ค่อยชอบหน้าเพื่อนดาด้วยเลยไม่ได้บอก ไอ้เมย์มันไปอยู่ในสระได้ยังไง เพราะตอนเที่ยงดาช่วยไอ้เมย์มันว่ายน้ำ ไม่เห็นมันบอกนี่น่าว่าจะเล่นน้ำนะ พี่หนึ่ง ! พี่แกล้งอะไรยัยเมย์หรือเปล่า!"
          เฮ้ย! เปล่านะโว้ย พี่จะทำอย่างนั้นทำไม
          “ เมย์ๆๆ แกเป็นยังไงบ้าง ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่าว่ะ เฮ้ย ! เมย์
          “ แค็กๆๆ ฉันไม่เป็นไรหรอกแก ยังดีนะที่ฉันยังดำน้ำได้บ้างไม่งั้นตายคาสระว่ายน้ำบ้านแกแน่เลย ฉันไม่เป็นไรแล้วละ
           “แล้วแกตกสระได้ยังไงวะ ไหนแกบอกฉันมาหน่อยสิหรือว่าพี่หนึ่งแกล้งแกหรือเปล่า แกบอกฉันมาถ้าพี่หนึ่งแกล้งแกจะจะฟ้องกับคุณพ่อกับคุณแม่
          เปล่าหรอกดา! ฉันลื่นตกไปเองแหละไม่มีอะไรหรอก อีกอย่างพี่ชายแกเขาก็ไม่ได้แกล้งอะไรฉันด้วย ฉันลื่นตกไปเองจริงๆ!”
           “ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้วละ ขอตัวก่อน ฉันจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พูดออกไปแล้วก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้าไปมองตัวต้นเรื่องที่ทำให้ตกน้ำ แล้วก็เบนหน้าหนีไปทางอื่นก้าวเดินออกไปเพื่อที่จะขึ้นห้อง นึกโทษตัวเองที่ตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง นับตั้งแต่มีเรื่องกันเมื่อหลายปีก่อน
           “พี่หนึ่ง! ดารู้นะว่ามันเป็นเพราะพี่หนึ่งนะ คนอย่างไอ้เมย์นะไม่มีทางตกน้ำแน่นอนเพราะมันว่ายน้ำไม่ค่อยเก่ง ที่สำคัญ ยัยเมย์ไม่มีทางเดินเฉียดสระว่าน้ำด้วยซ้ำ ดารู้นะว่าพี่ไม่ชอบเพื่อนดา แต่ก็ไม่น่าทำกันถึงขณะนี้ พี่คิดดูเอาเองละกัน ว่าที่พี่ทำนะมันสมควรไหม ดาพูดกับพี่ได้แค่นี้แหละกานดาต่อว่าพี่ชายแล้วเดินจากไป นึกเสียใจที่พาเพื่อนรักมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

194 ความคิดเห็น