รักเกิดที่กลางใจ

ตอนที่ 1 : การเปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 ต.ค. 51

 ใครจะรู้ว่าท่าทีสงบของนั้น แท้ที่จริงแล้วภายในใจมันช่างบอบบางเหลือเกิน จะมีใครรู้บ้างไหมว่าตอนนี้สภาพจิตใจนั้นเป็นอย่างไร คนที่รักและตั้งใจจะแต่งงาน ตัดสินใจบอกเลิก ด้วยเหตุผลที่ฟังดูแล้วช่างงี่เง่า เราคงไปด้วยกันไม่ได้ พี่ไม่ดีพอสำหรับเมย์หรอก พี่ขอโทษ ฉันนั่งฟังด้วยหัวใจที่ปวดร้าว น้ำตาก็พาลจะไหล

           "เมย์!ทำไมแกมานั่งตากน้ำค้างอยู่แบบนี้ละกานดาบอกเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง
           "ฉันไม่เป็นอะไรหรอกดา" เมธาวีพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ พยายามยิ้มให้เพื่อนรัก แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินในความคิดของเธอ "ขอเวลาฉันสักหน่อยได้ไหม! แล้วฉันจะเล่าให้แกฟังทั้งหมดเลย "
            กานดามองสบตาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง สภาพของคนตรงหน้าเธอในตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าน่าเป็นห่วง ฉันว่าเราไปเที่ยวพักผ่อนกันไหม เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น

          ...

           "เอาเป็นว่าฉันจะคอยคำตอบจากแก! งั้นฉันกลับเข้าบ้านก่อนนะ แต่แกอย่านั่งอยู่นานรู้ไหม เดี๋ยวจะไม่สบาย
          "ได้! เดี๋ยวฉันตามไปนะ!" เมธาวีกล่าวออกมา สองเดือนก่อนจนถึงตอนนี้ฉันยังทำใจกับเรื่องที่เกิดไม่ได้เลย

ทำไมนะพี่ภู ถึงทำกับเราแบบนี้ ไหนบอกว่าจะรักเราคนเดียว แล้วนั่นมันคืออะไร อยู่ๆก็มาบอกเลิกกันแบบนี้

น้ำตาก็ไหลออกมา ทำไมคนอย่างเมธาวี ถึงได้ผิดหวังบ่อยๆ ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด นั่งนิ่งจมอยู่กับความเศร้าอยู่แบบนั้น ไม่นานนักหญิงสาวก็ได้ยินเสียงตะโกนจากเพื่อนรักมาจากในห้อง

 "เมย์ ๆ!พี่ภูโทรฯมาหา"  กานดาตะโกนมาจากห้อง ตรงไปยังเก้าอี้ที่เพื่อนรักนั่งอยู่  

เหลือบไปมองไปยังเพื่อนรักที่เดินลงมาพร้อมโทรศัพท์ "ฉันไม่พร้อมจะคุยกับเขาหรอก" เมธาวีบอกด้วยน้ำเสียงเศร้า ดวงตาจ้องมองไปยังด้านนอก ที่มีแต่ความมืด เหมือนกับจิตใจที่มืดมิดของเธอในตอนนี้  แกบอกพี่ภูไปละกัน ว่าฉันยังไม่พร้อมที่จะคุย

          นี่แกอย่าบอกนะว่า แกทะเลาะกับพี่ภูมา! ฉันไม่อยากจะเชื่อ " ตกใจกับคำถามของตัวเอง แต่จากสีหน้าและท่าทางของเพื่อนรัก นั้นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในการตอบเธอ
           “แกบอกพี่ภูไปละกันว่า ฉันไม่พร้อมที่จะคุย ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวตามลำพังสักพัก! ฉันขอร้องละดา! แกช่วยบอกพี่ภูด้วย ว่าไม่ต้องโทรฯมาหาฉันอีก ถ้าฉันพร้อมเมื่อไรแล้วจะโทรฯกลับไปหาเอง
           กานดามองเมธาวีอย่างสงสารก่อนจะหันมาสนใจโทรศัพท์ในมือ พี่ภูคะ! ยัยเมย์มันยังไม่พร้อมจะคุยกับพี่ภู! เอาไว้พี่ภูค่อยโทรฯมาใหม่นะคะ
           "เอ่อ..." ภูชิตได้แต่นิ่งเงียบกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ตอนนี้ดากับยัยเมย์อยู่ที่ไหนครับภูชิตพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ"พี่เป็นห่วงเมย์มากนะ พี่ทะเลาะกับยเมย์นิดหน่อยนะ ดาพอบอกพี่ได้ไหมว่าตอนนี้ดากับเมย์อยู่ที่ไหน พี่อยากไปปรับความเข้าใจกับเมย์เขานะ "
           “ไม่ได้หรอกคะพี่ภู!  พี่ภูก็รอให้ยัยเมย์มันอารมณ์เย็นกว่านี้ดีมั้ยคะ แล้วค่อยมาคุยกัน เพราะตอนนี้ยัยเมย์เขาเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนะคะคือ ดาไม่รู้หรอกว่าพี่ภูกับยัยเมย์ทะเลาะอะไรกัน แต่ตอนนี้ไอ้เมย์มันดูแย่มากๆเลยตอบออกไปด้วยความกังวล "อีกอย่างดายังไม่กล้าถามไอ้เมย์หรอกคะ พี่ภูพอจะบอกดาได้ไหมคะว่า มันเกิดอะไรขึ้น"
          "เอ่อ คือพี่"
           “ว่าไงค่ะ! บอกดาได้ไหม หรือว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงถึงขนาดที่พี่ภูเล่าให้ดาฟังไม่ได้
           '' เอ่อ...คือพี่ " อ่ำอึ้งไม่กล้าตอบ พลางคิดในใจ เขาจะกล้าบอกได้อย่างไรในเมื่อเขาเป็นคนบอกเลิกเพื่อนรักของหญิงสาว
           “ช่างเถอะคะ! ถ้าพี่ภูไม่บอกก็ไม่เป็นไร แต่ดาพอจะเดาได้แล้วละคะ ว่ามันคือเรื่องอะไร พี่ภูคะ! แค่นี้ก่อนนะ เป็นห่วงยัยเมย์นะค่ะ ถ้ามันเป็นอย่างที่ดาคิด สงสัยพี่ภูคงต้องเหนื่อยแล้วล่ะคะ ลองถ้ายัยเมย์มันเป็นแบบนี้ นั่นหมายความว่าพี่ไม่มีทางง้อยัยเมย์สำเร็จหรอกคะ หญิงสาวบอกรุ่นพี่หนุ่มด้วยความหนักใจ เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรคืบหน้าแล้ว ดาจะโทรฯหาพี่ภูเอง
           "ขอบคุณครับน้องดา"
          "ไม่เป็นไรหรอกคะพี่ภู แค่นี้นะคะ สวัสดีคะ!" เพื่อนของหล่อนมีปัญหาอะไรกับรุ่นพี่หนุ่มอยากรู้ แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้นเพราะเธอไม่กล้าถามเพื่อนรักหรอก
           "ไอ้เมย์!ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันแล้วละ แกมีปัญหาอะไรกับพี่ภู อย่ามาโกหกฉัน แกเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่สบายใจไปด้วย!” สุดท้ายหญิงสาวก็ตัดสินใจถามเพื่อนออกไป
          "ไอ้ดา! เราเลิกกับพี่ภูแล้ว" น้ำตาก็ไหลอาบแก้มของเธอพี่ภูเขาบอกเลิกกับเราเมื่อสองเดือนก่อนนะ พี่ภูบอกฉัน ว่าเราคงไปด้วยกันไม่ได้ เขายังรักชีวิตโสดอยู่ " แต่แกรู้ไหม เหตุผลจริงๆที่พี่ภูบอกเลิกฉัน เพราะเขาไปเจอผู้หญิงคนใหม่ ทำไมพี่ภูไม่ยอมบอกความจริงกับฉัน คบกันมาตั้งหลายปีแล้วมาบอกเลิกกับฉันด้วยเหตุผลแค่นี้ มันสมควรไหม" หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
           " แกอย่าคิดมากนะไอ้เมย์ ยังไงแกก็ยังมีฉันนะโว้ย"

ยิ้มทั้งน้ำตา เอื้อมมือบางไปโอบกอดเพื่อนรัก

 "จ้า! ขอบใจนะดา"
           “ฉันว่าเราสองคนกลับเข้าบ้านดีกว่านะไอ้เมย์ อากาศเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวแกจะไม่สบายเอา พรุ่งนี้ฉันจะลางาน แล้วไปพักผ่อนกัน ไปบ้านฉันดีกว่าไอ้เมย์ พ่อกับแม่ฉันท่านก็บ่นคิดถึงแล้วเหมือนกัน ลูกสาวไม่กลับบ้านเลย ฉันว่าแกกลับบ้านกับฉันดีกว่า ที่นั่นอากาศก็ดี ไม่วุ่นวายด้วย
          "ขอบใจนะดา แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย รู้ไหม"
          "ไม่เป็นไรหรอก แกก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเหมือนกัน! แต่ตอนนี้ฉันว่าแกเช็ดน้ำตาก่อนดีไหม" กานดาบอกอย่างสงสารแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันเพราะหล่อนเองก็จะเอาตัวเองไม่รอดเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด
           "อืมม์"
           "เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวจะได้ไปจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋า แล้วฉันจะโทรฯไปลางานกับพี่ยุ้ย อืมม์! ฉันลืมบอกแกไปนะ พี่หนึ่งกลับมาจากต่างประเทศแล้วนะ ฉันหวังว่าแกกับพี่หนึ่งคงจะไม่ทะเลาะกันอีกนะ " กานดาพูดขึ้นอย่างลำบากใจและก็อดขำพี่ชายตัวเองไม่ได้ ไม่เข้าใจจริงๆว่าทั้งเพื่อนรักและพี่ชายมีปัญหาอะไรกันนักหนาถึงได้ทะเลาะทุกครั้งที่เจอหน้า
           "งั้นเหรอดา!ฉันไม่อยากไปแล้วละ ฉันไม่อยากเจอพี่ชายแกวะ !เดี๋ยวก็ได้มีเรื่องทะเลาะกันอีกหรอก" ทั้งที่รู้ความจริงว่าเหตุผลอะไรที่เธอกับพี่ชายของเพื่อนรักมีปัญหากัน แต่ก็ไม่อยากยอมรับความจริง ถ้าวันนั้นเธอยอมรับรักพี่ชายของเพื่อนรักคนนี้ ปัญหาแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอก

หวนคิดถึงเมื่อสองปีที่แล้ว ที่พี่ชายตัวดีมีเรื่องกับเพื่อนรักคิดแล้วก็น่าหัวเราะๆพี่หนึ่งคิดว่าแกนะเป็นทอม แล้วก็เป็นแฟนกับฉันกานดาบอกพร้อมกับหัวเราะเมื่อรู้ว่าพี่ชายไม่ชอบเพื่อนหล่อนเพราะอะไร แต่

ถ้าหากเธอรู้ความจริงระหว่างเพื่อนรักและพี่ชาย มันจะเป็นอย่างไรนะ
          "พี่ชายแกนะ มันโรคจิต เกลียดกระเทย เกลียดเกย์ แล้วยังคิดทุเรศหาว่าฉันกับแกเป็นเลสเบียนอีก ผู้ชายอะไรไม่มีหัวคิดเอาเสียเลย ฉันอยากไปแล้วละ" เมธาวีได้แต่บ่นอุบเมื่อถึงผู้ชายเอาแต่ใจอย่างเอกราช และที่สำคัญเธอไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องบางเรื่องในอดีตระหว่างเธอกับพี่ชายเพื่อนรักคนนี้ด้วย
           "เฮ้ย!.ไม่ได้นะโว้ย ไปเลย! ขึ้นไปเก็บกระเป๋าเลยไม่ต้องมาโอ้เอ้อยู่! แล้วตอนนี้ฉันก็ตัดสินใจแล้วละ เราจะไปบ้านฉันที่เชียงใหม่กัน!ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าเลยนะอย่ามัวชักช้า"
          ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันโทรฯไปลางานก่อนละกัน แกขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าเถอะ ส่วนเสื้อผ้าของฉันไม่ต้องเอาไป ที่เชียงใหม่มีเยอะ ฮ่าๆก่อนจะเดินกลับไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไปยังเบอร์เจ้านายสาว "ฮัลโหล!สวัสดีคะ พี่ยุ้ย นี่ดานะคะ"
           "มีอะไรหรือค่ะน้องดาเห็นโทรฯมาหาพี่นะ

          คือ ดาจะขอลางานหน่อยนะคะพี่ยุ้ยขา!พอดีดามีธุระด่วน ดาต้องขึ้นไปเชียงใหม่ คือดากะว่าจะขอลางานพี่ยุ้ยสักสามสี่วันนะคะได้ไหมคะพี่ยุ้ย"
           "ได้สิ แต่ถ้ามีงานด่วนอะไรพี่จะติดต่อหาน้องดาละกัน โอเคไหม!"
           "ได้คะพี่ยุ้ย! ขอบคุณมากนะคะ" ก่อนจะวางสายจากเจ้านายสาวเดินขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าบางส่วนเข้ากระเป๋า

         
           "ถึงบ้านแกแล้วละดา ตื่นได้แล้วแกนี่นอนขี้เซาจังเลย รถก็ไม่ขับนอนอย่างเดียว แทนที่จะมาช่วยกันขับ ไม่มีเลยแกนี่ กินแรงกันชัดๆเลย"
           "แกจะบ่นทำไมวะเมย์ แกก็รู้ว่าฉันขับรถไม่ได้ในตอนกลางคืน ถึงบ้านแล้วเหรอ"
           "ใช่!ถึงบ้านแกแล้ว"  เมธาวีบอกด้วยน้ำเสียงงอนๆใส่เพื่อนทำไมบ้านแกเงียบจังเลยว่ะดาเมธาวีถามด้วยความสงสัย

          ฉันจะไปรู้เหรอก็มาด้วยกันนี่น่า
          "แกเนี้ยถามมากจริงๆ ฉันว่าแกกับฉันเข้าบ้านก่อนดีกว่า เหนื่อยจะตาย เหนื่อยแล้วก็เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว อยากอาบน้ำด้วย"
           "คุณพ่อขาคุณแม่ขา ไปไหนกันหมดเนี้ย มีใครอยู่ไหม" กานดาตะโกนออกไป
           "ไม่มีใครอยู่หรอกคะคุณดา!คุณเมย์! ท่านทั้งสองไปงานเลี้ยงนะคะ ส่วนคุณหนึ่งออกไปข้างนอกยังไม่กลับมาเลยคะ! ทำไมคุณดาจะมา ถึงไม่ยอมโทรฯ มาก่อนละคะ ท่านบ่นคิดถึงคุณดากับคุณเมย์บ่อยๆ " ลีบอกด้วยน้ำเสียงดีใจเมื่อเห็นว่านายสาวกลับมาเยี่ยมบ้าน
           "พอดีดาต้องทำงานนะคะ พี่ลีงานยุ่งมากเลยคะ พอดีดากับเมย์หยุดพร้อมกันนะคะเลยกลับมาเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่นะคะ " กานดาบอกพี่เลี้ยงออกไป "ไม่เป็นไรหรอกคะ งั้นดากับเมย์ขึ้นห้องก่อนละกัน เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะคะพี่ลี เอ่อ พี่ลีคะ! ห้องของเมย์มีใครพักอยู่หรือเปล่าคะ คือเมย์อยากนอนห้องเดิมนะคะ ไม่อยากนอนกับยัยดา นอนกรนเสียงดังจะตาย" เมธาวีหันมาแซวเพื่อนรัก
           "บ้าเหรอแก ฉันไม่ได้นอนกรนนะยะ! แกสินอนร้ายจะตาย เมื่อคืนก่อนนะพี่ลี ไอ้เมย์มันถีบดาตกเตียงเลยคะ! " กานดาหันมาต่อว่าเพื่อนรักอย่างงอนๆ
          ลีมองแล้วยิ้มให้ทั้งสอง " ห้องนอนคุณดาและคุณเมย์ยังว่างทั้งสองห้องเลย ไม่มีใครได้เข้าไปนอนหรอกคะ เพราะคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงห้ามนะคะ เก็บไว้ให้คุณสองคน เอ่อ คุณดาคะ จะทานอะไรไหมคะเดี๋ยวพี่ลีจัดการให้ มาเหนื่อยๆทานอะไรร้อนๆดีไหม"
           "ไม่เป็นไรหรอกคะพี่ลี เราสองคนทานกันมาเรียบร้อยแล้ว" เมธาวี กล่าวออกไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง เมย์กับไอ้ดาขึ้นห้องก่อนนะคะ
           "ค่ะ!”
           "เอาไว้พรุ่งนี้แล้วเราค่อยเจอกันนะเมย์ คืนนี้ฝันดีนะแก"
           "แกก็ด้วย ฝันดีเช่นกัน เจอกันพรุ่งนี้
          เมธาวีเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้เรียบร้อยแล้วก่อนจะตัดสินใจโทรศัพท์หน้าเจ้านายสาว

 "ฮัลโหล!พี่พัสคะนี่เมย์เองนะคะ"
           ''จ้า ว่าไงคะหนูเมย์ โทรฯมาป่านนี้มีอะไรหรือเปล่า'' นายสาวถามลูกน้องสาวขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเหลือบขึ้นไปมองนาฬิกาบนโต๊ะทำงาน
           "คือเมย์จะโทรฯมาลางานกับพี่พัสนะคะ พอดีเมย์มีธุระนิดหน่อยนะคะ พี่จะช่วยบอกบอสให้เมย์ด้วยนะคะ"
            "เมย์ ! วันนี้มีผู้ชายมาหาเมย์ที่บริษัทฯด้วยนะ เขาบอกว่าเขาเป็นแฟนเมย์นะ พี่จำชื่อเขาไม่ได้ แต่เขาบอกพี่ว่าเขากับเมย์นะมีปัญหากันนิดหน่อยอยากเจอเมย์มากเลย"
           ''พี่พัสคะ! พี่พัสไม่ต้องบอกใครนะคะว่าเมย์อยู่ที่ไหน เอาเป็นว่าเมย์ฝากพี่พัสลางานให้เมย์ด้วยละกัน ไว้เมย์ทำธุระเสร็จเมื่อไรแล้วเมย์จะรีบกลับนะคะพี่พัส ''

          "โอเค! ดูแลตัวเองด้วยนะเมย์ พี่เป็นห่วงเห็นแฟนเราบอกพี่ว่าเมย์มีปัญหากับเขานะ เมื่อวานเขาบอกพี่ว่าเมย์กับเขามีปัญหากัน มีอะไรบอกพี่ได้นะเมย์ พี่เป็นห่วงนะ" พูดขึ้นด้วยความห่วงใย เนื่องจากเธอรู้จัก ลูกน้องสาวผู้นี้ดี ว่าเป็นคนยังไง ถ้าไม่มีปัญหาจริงๆ ก็คงไม่ลางานแบบนี้หรอก
          "ขอบคุณคะพี่พัส เมย์ไม่เป็นไรหรอกคะ ไว้เมย์จะโทรฯหาพี่ใหม่นะคะ" ขอบคุณเจ้านายสาวอย่างสุดซึ้ง ที่เจ้านายสาวช่วยเหลือเธอในครั้งนี้
          " ไม่เป็นไร สบายมากเรื่องแค่นี้เอง ดูแลตัวเองดีๆนะพี่เป็นห่วง"
           ''ค่ะพี่พัส! ''เมธาวีกล่าวกับพัสสุดาเจ้านายสาว กดปิดมือถือ แต่ต้องหันไปมองเสียงเคาะประตูที่ดังเข้ามาอีกครั้ง
          " ก๊อก! ก๊อก! เมย์! แกนอนหรือยัง!'' กานดา ตะโกนถามจากข้างนอก แกเปิดประตูให้ฉันหน่อยได้ไหม รีบเลยนะแกทำอะไรอยู่เมย์ ฉันอยู่หน้าประตู เป็นอะไรหรือเปล่า อย่าคิดมากนะโว้ย ฉันเป็นห่วงแกนะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลย!”
           "จ้า! แป๊บหนึ่งนะ " แล้วเมธาวีก็เดินไปเปิดประตูให้กับเพื่อนเจ้าปัญหา "มีอะไรเหรอดา" เมธาวีถามเพื่อนรักออกไปทันทีที่เห็นหน้า
           "ฉันขอแกนอนด้วยคนได้ไหมคืนนี้ ฉันไม่อยากนอนคนเดียวนะ เป็นห่วงแกด้วย เดี๋ยวเกิดแกคิดสั้น ฉันก็แย่สิ" ทำสีหน้าล้อเลียนใส่ทันที อาการดังกล่าวยิ่งเพิ่มความหมั่นไส้ให้กับคนที่ยืนทำหน้างอนอยู่หน้าประตู
          "จะบ้าเหรอแก คนอย่างฉัน เมธาวี!ไม่ฆ่าตัวตายกะอีแค่อกหักหรอก!แกไม่ต้องเป็นห่วง" ตอกกลับด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว เมื่อโดนยัยเพื่อนปากเสียล้อเลียน รอยยิ้มแสยะปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
           "อืม! งั้นฉันค่อยสบายใจหน่อย แกคงไม่คิดสั้นฆ่าตัวตาย งั้นฉันไปนอนดีกว่า เพราะพรุ่งนี้ จะต้องตื่นแต่เช้ามาเซอร์ไพรส์คุณพ่อกับคุณแม่ ให้ได้เลย" พูดจบพลางหัวเราะออกมา!" ฉันว่าแกก็รีบนอนเถอะเพราะพรุ่งนี้ แกต้องเจอปัญหาแน่นอนเลย"
           "ปัญหาอะไรของแกนะไอ้ดา" เมธาวีสวนกลับทันทีด้วยความสงสัย
           "ก็ต้องเจอพี่หนึ่งไงวะ ฮ่าๆ! ฉันว่าพรุ่งนี้ต้องสนุกแน่เลย เพราะพี่หนึ่งเคยบอกฉันว่าถ้าเจอแกอีกครั้ง พี่หนึ่งจะหาเรื่องที่แกเคยทำร้ายเขาเมื่อสองปีก่อนนะ พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน "แกจำได้หรือเปล่าไอ้เมย์ "
          ''จะบ้าเหรอดา เรื่องมันก็ตั้ง 2 ปีแล้ว ฉันจำไม่ได้หรอก ว่าเคยทำอะไรกับพี่ชายแกไปบ้าง ชั่งเถอะ แกไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวฉันก็จะอาบน้ำเหมือนก็นอนแล้วเหมือนกัน "
          ''โอเค! งั้นฉันไปนอนก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้า ฝันดีนะไอ้เมย์"  
            ''แกก็ด้วยนะดา ฝันดีเช่นกัน'' เมธาวีกล่าวบอกกานดาพร้อมกับปิดประตู พยายามไม่คิดมากเรื่องของผู้ชายเอาแต่ใจอย่างพี่ชายของแม่เพื่อนตัวแสบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

194 ความคิดเห็น

  1. #176 starligth (@starligth) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2551 / 13:26

    เพิ่งแวะมาอ่านค่ะ

    #176
    0