ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 4 : เจษฎาพิพัฒน์ : ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

            คุณผู้ชายครับ! คุณผู้ชาย!


            เสียงร้องเรียกทำเอาเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นพร้อมกับจิรสินที่ลดหนังสือพิมพ์ลงเพื่อมองหน้าคนที่ถือวิสาสะวิ่งกระวีกระวาดเข้ามาในห้องโดยที่ไม่ได้เคาะประตู มนตรีขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถอดแว่นสายตาที่สวมอยู่ออกพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงดุ


            ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เคาะประตูก่อนที่จะเข้ามา แล้วก็อย่าวิ่งในบ้านด้วย


            ขอโทษครับ เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมกับเสียงหอบ เขายกแขนขึ้นปากเหงื่อเล็กน้อย แต่เกิดเรื่องแล้วครับ


            มีอะไร?


            คุณชาย.. คุณชายเจษ ตาณยังคงหอบจากการวิ่งมาอย่างรวดเร็วอยู่ เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆเพื่อให้หายเหนื่อย แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่นัก ในขณะที่มนตรีเมื่อได้ยินชื่อเด็กน้อยในปกครองกับตัวเองทำเอาคิ้วที่ขมวดอยู่แล้วแทบจะกลายเป็นปมขึ้นไปอีก


            ทำไม? มีอะไรก็ค่อยๆพูด


            คุณชายเจษเป็นลมครับ!


            “อะไรนะ!? เหมือนหัวใจของมนตรีร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น เขาเดินไปเปลี่ยนจากรองเท้าแตะที่ใส่ในบ้านเป็นรองเท้าหนังที่ใส่ประจำ ก่อนจะรีบวิ่งไป ณ จุดเกิดเหตุโดยมีตาณเป็นคนนำไป ทันทีที่ไปถึง คนงานหลายคนยืนล้อมวงมุงกันอยู่  หลายคนตกใจเมื่อเห็นคนที่ปกติแล้วจะสงบและเยือกเย็นอย่างมนตรีวิ่งหอบมาได้ขนาดนี้


            มายืนมุงอะไรกันอยู่!? ไปตามหมอมาหรือยัง!?


            คือ...


            คืออะไรอีกเล่า? หลีกทางให้ผมหน่อย


            ตามคำสั่งของนายใหญ่แห่งเดือนมณี จากฝูงชนที่มุงกันอยู่ก็แหวกออกให้เขาได้เดินเข้าไป แต่แล้วก็พบว่ามีใครคนหนึ่งกำลังประคองเด็กชายที่ขณะนี้ไม่ได้สติขึ้นมา ในขณะที่อีกคนที่ยืนอยู่ข้างกันกำลังแกว่งยาดมไปมาตรงหน้าของเจษฎาพิพัฒน์ พวกเขาทั้งสามคนมองหน้ากัน มนตรีมองคนทั้งคู่อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะที่จะเอ่ยถาม


            พวกคุณคือ...


            ผมชื่อมนัสครับ เป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ พอดีผมพาภรรยามาเที่ยวที่นี่ แล้วเจอคุณชายเจษฎาพิพัฒน์เป็นลมอยู่ตรงนี้เสียก่อน


            มนตรีรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายรู้จักเด็กชายทั้งที่เขายังไม่ทันแนะนำอะไร


คุณรู้จัก.. น้องเจษ?


คุณหมอหนุ่มยิ้ม รู้จักดีเลยล่ะครับ แต่ตอนนี้ผมว่าอาการคุณชายไม่ค่อยดี พาไปอยู่ในที่ร่มก่อนดีกว่า


มนตรีพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มเจษฎาพิพัฒน์ขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาวพร้อมทั้งเดินนำเข้าตัวบ้านไป โดยมีคุณหมอผู้มาใหม่และภรรยาเดินตามมา แม้ว่าจะมีความสงสัยมากมายอยู่ในใจ แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้เสียก่อน ในตอนนี้เขาไม่มีเวลาที่จะคิดเรื่องอื่นอีกต่อไป ณ วินาทีนี้ อาการของเด็กชายนั้นสำคัญที่สุด ตัวเขาเองก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะร้อนใจได้ถึงเพียงนี้ อาจจะเป็นเพราะรับปากบิดาของเด็กชายไปแล้วว่าจะดูแลอย่างดี แต่มาอยู่แค่ไม่กี่วันก็ทำเอาป่วยไปได้เสียแล้ว เมื่อลองสังเกตดูดีๆก็พบว่าเด็กน้อยมีอาการไอมาสองสามวันได้แล้ว แต่เจ้าตัวกลับบอกว่าไม่เป็นไรมาตลอด นึกแล้วก็โมโหตัวเองอยู่ไม่น้อยที่เรื่องแค่นี้ก็ไม่ได้สังเกตเสียให้ดี ไม่อย่างนั้นเขาคงจะระวังให้มากกว่านี้


เขาได้แต่เฝ้าภาวนาในใจ ขออย่าให้เด็กชายเป็นอะไรไปเลย


ถ้าถามว่าขอในฐานะอะไร .. ก็คงจะเป็นคุณอา.. ล่ะมั้ง?



 

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ มนัสว่าพลางเขียนอะไรยุกยิกลงบนกระดาษ คุณชายแค่เป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะเจออากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันน่ะครับ แต่เดี๋ยวผมจะเขียนใบสั่งยาเอาไว้ให้


อา.. อย่างนี้นี่เอง มนตรีพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นได้


แล้วทำไมไอไม่เห็นเป็นอะไรเลยล่ะ ไอก็มาจากพระนครเหมือนกันนะ จิรสินที่ยืนฟังอยู่ด้วยกันยู่ปากก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย


เด็กเขามีภูมิคุ้มกันไม่เหมือนผู้ใหญ่อย่างพวกเราหรอกครับ คุณหมอหนุ่มยิ้ม สำหรับคุณชายเจษฎาพิพัฒน์ที่ร่างกายไม่ได้แข็งแรงมาตั้งแต่เด็กๆแล้วด้วย


ผมว่าจะถามคุณอยู่เหมือนกัน ว่าคุณรู้จักน้องเจษด้วยหรือ?


อ้อ เรื่องนี้ มนัสร้องอย่างนึกขึ้นได้ว่าเขาควรจะอธิบายให้ผู้ที่กำลังสงสัยอยู่ได้กระจ่าง


สมัยที่ผมเป็นหมออยู่ที่พระนคร ท่านชายจิรภาดาเคยพาทั้งคุณชายเจษฎาพิพัฒน์และคุณชายรัตนกรกัลย์มาหาผมเพราะอาการป่วยบ่อยๆนี่ล่ะครับ


อย่างนี้นี่เอง มนตรีพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แล้ว.. อาการของน้องเจษจะดีขึ้นใช่ไหมครับ?


ให้เขาพักผ่อนเยอะๆ ทานยาตามที่ผมเขียนในใบสั่งนี่ให้ครบ อาการก็จะดีขึ้นครับ ช่วงนี้ก็เปลี่ยนจากอาบน้ำเป็นเช็ดตัวแทนไปก่อนจนกว่าไข้จะลดลงไปก่อนครับ


ยูโชคดีมากเลยนะมนตรี ที่คุณหมอมาเที่ยวที่สวนของยูพอดี จิรสินว่า


นั่นน่ะสิ ขอบคุณมากๆเลยนะครับคุณหมอ


ยินดีครับ มนัสยิ้ม ก่อนจะวางปากกาลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องถูกเปิดออก พร้อมร่างของใครอีกคนที่เดินเข้ามาพร้อมพี่เลี้ยงสาว ในมือมีถาดกาน้ำใบใสที่ภายในบรรจุของเหลวสีเหลืองอ่อนที่มีขิงฝานและมะนาวฝานลอยละล่องอยู่ข้างใน เด็กหนุ่มวางถาดลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะเอ่ย


คือ.. อาจจะดูยุ่มย่ามไปนิดหนึ่ง แต่ผมไปช่วยคุณเอื้อยต้มน้ำผึ้งมะนาวขิงมาไว้ให้คุณชายน่ะครับ เอาไว้ดื่มไล่ไข้กับแก้เจ็บคอ


ลืมแนะนำไปเลยครับ นี่ จันทร์ ภรรยาของผมเอง มนัสเอ่ยก่อนจะผายมือไปยังผู้ที่เป็นภรรยาของตน


น้องจันทร์ครับ นี่ คุณมนตรี เจ้าของสวนเดือนมณีครับ แล้วนี่...


โจชัว ครับ จิรสินยิ้ม


สวัสดีครับ เด็กหนุ่มยกมือขึ้นไหว้ตามมารยาทด้วยรอยยิ้มหวาน ผู้ใหญ่ทั้งสองยกมือขึ้นรับไหว้แทบจะทันที มนตรีเพ่งมองใบหน้าอีกฝ่ายครู่หนึ่งสลับกับเด็กชายที่นอนอยู่บนเตียงแล้วพบว่าสองคนนี้ช่างมีส่วนคล้ายกันอยู่มากเหลือเกิน และดูเหมือนจิรสินเองก็จะคิดแบบเดียวกัน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา


ขอบคุณคุณหมอและภรรยามากๆเลยนะครับ มนตรีว่า นี่ก็จวนเที่ยงแล้ว อยู่รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันไหมครับ? ถือเป็นการตอบแทนที่พวกคุณช่วยน้องจันทร์เอาไว้


เอ้อ.. จะเป็นการรบกวนหรือเปล่าครับ? คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม


ไม่รบกวนเลยครับ ผมมีเรื่องที่จะถามคุณหมอเกี่ยวกับคุณชายเจษฎาพิพัฒน์เขาสักหน่อยเหมือนกัน


ถ้าอย่างนั้นขอรบกวนด้วยนะครับ


ทั้งหมดย้ายมาประจำที่โต๊ะรับประทานอาหารที่ถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วอย่างดี ภาพของสองสามีภรรยาที่ต่างดูแลกันตั้งแต่ปูผ้ารองที่หน้าตักไปจนการตักอาหารวางบนจานของกันและกันทำให้ทั้งมนตรีและจิรสินยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้จะดูแล้วช่วงอายุจะค่อนข้างห่างกันอยู่สักนิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งคู่นั้นช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองและใบหยกเหลือเกิน จนจิรสินอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยแซว


คุณหมอกับภรรยาดูแลกันดีแบบนี้ ผมชักอิจฉาเสียแล้วสิ


กลับไปพระนครแล้วก็เลือกสักคนเสียทีสิ มนตรีว่าพลางส่ายหัวไปมา เพราะว่าจิรสินน่ะมีสาวๆต่อแถวให้เจ้าตัวเลือกยาวตั้งแต่พระนครไปจนถึงธนบุรี เคยบอกหลายต่อหลายครั้งว่าให้เลือกสักคนสักที จะได้ไม่ต้องมาบ่นเหงาๆหรืออิจฉาใครเล่นๆแบบนี้ แต่เหมือนเจ้าตัวจะยังพอใจและสนุกสนานไปกับชีวิตโสดของตัวเองอยู่จึงทำให้ไม่ยอมเลือกใครจริงจังสักที


คุณโจชัวเป็นคนพระนครหรือครับ? จันทร์เอ่ยถาม


“Yes!” เจ้าตัวตอบ คุณจันทร์เคยไปเที่ยวที่พระนครไหม?


เคยแค่ครั้งเดียวเองครับ ไปเมื่อตอนปิดเทอมคราวที่แล้ว


ถ้าคราวหน้าพวกยูลงไปที่พระนคร อย่าลืมไปหาไอที่ห้างนะ จะต้อนรับอย่างดีเลย


ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ มนัสยิ้ม แล้วก็ คุณมนตรีมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรือครับ?


ผมมีเรื่องที่อยากจะถาม


ถามเรื่องอะไรหรือครับ?


            เรื่องเกี่ยวกับราชสกุลดารารัตน์



            เด็กชายรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย แต่ก็คล้ายจะหนาวสั่นไปในเวลาเดียวกัน ความไม่สบายตัวนี้เองทำให้รู้สึกรำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งอาการแบบนี้เขาเป็นมาได้หลายวันแล้ว แต่เลือกที่จะไม่บอกใครเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็คงหายไปเอง แต่สุดท้ายแล้วเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น ในขณะที่กำลังช่วยคนในสวนเก็บส้มอยู่ เจษฎาพิพัฒน์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนเป็นวงกลม และหลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งในตอนนี้ที่แม้จะยังมึนหัวอยู่ แต่ก็ยังประคองสติตัวเองให้พอลืมตาขึ้นได้บ้าง เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอมเปรี้ยวคล้ายกับผลส้มอยู่ใกล้ตรงปลายจมูก พร้อมกับสัมผัสของมือใหญ่ที่กำลังลูบศีรษะของเขาอยู่


            คะ.. คุณอา


            อาทำให้เราตื่นหรือเปล่า?


            เจษฎาพิพัฒน์ส่ายหัวเบาๆแทนคำตอบ ก่อนจะยิ้มออกมา ดีจังเลยที่ตื่นมาแล้วเจอคุณอา


            ดีใจอะไรขนาดนั้นครับน้องเจษ มนตรีหัวเราะเบาๆ อายังไม่ได้ดุเราเลยที่ไม่สบายแล้วไม่ยอมบอกอา เกิดว่าเป็นอะไรมากกว่านี้จะทำอย่างไรกัน โชคดีนะที่คุณหมอมนัสเขามาที่นี่พอดี


            คุณหมอมนัสมาที่นี่หรือครับ? เด็กชายตาโต คุณหมอไม่ได้อยู่ที่พระนครหรอกหรือ?


            คุณหมอย้ายมาอยู่ที่นี่สักพักใหญ่ๆแล้วครับ มนตรีว่า ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะน้องเจษ


            คุณอาอย่าดุผมสิครับ ผมผิดไปแล้ว อย่าโกรธน้องเจษเลยนะครับ สงสัยอยู่ไม่น้อยเหมือนกันว่าเด็กคนนี้ไปเรียนน้ำเสียงและแววตาออดอ้อนแบบนี้มาจากไหน เพราะมันทำให้เขาที่เป็นคุณอาไม่แท้คนนี้เสียอาการได้ทุกทีที่ได้มอง ความตั้งใจที่จะดุสักหน่อยก็มลายหายไปแทบจะทันที เหลือเพียงความห่วงใยที่มีให้เท่านั้น


            วันหลังถ้าน้องเจษเป็นอะไรต้องรีบบอกอานะครับ เข้าใจไหม?


            เข้าใจแล้วครับ เจษฎาพิพัฒน์พอจะยิ้มออกมาได้หลังจากที่มั่นใจแน่แล้วว่าตัวเองจะไม่โดนดุ แม้ว่ามนตรีค่อนข้างที่จะใจดี แต่เมื่อถึงคราวจะดุทีก็ทำเอาเด็กชายกลัวอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


            แล้วนี่จะทานอาหารเย็นเลยไหมครับ? หรืออยากจะเช็ดตัวก่อนดี


            อาบน้ำไม่ได้หรือครับ?


            ถ้าอาบน้ำ น้องเจษก็ยิ่งไม่สบายสิครับ เช็ดตัวดีกว่านะ เดี๋ยวอาจะเช็ดให้


            ไม่รู้เพราะอาการไข้ที่มีอยู่หรืออย่างไร เจษฎาพิพัฒน์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าและร่างกายอย่างบอกไม่ถูก เป็นอาการที่เขาเองก็อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เหมือนกัน เพราะคำที่บอกว่าจะเช็ดตัวให้ของมนตรีแท้ๆที่ทำให้เด็กชายเกิดอาการแปลกๆขึ้นมา หัวใจดวงน้อยๆเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบหรือทำตัวอย่างไรดีจึงเลือกที่จะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเองจนมิดศีรษะ ทำเอามนตรีค่อนข้างสงสัยเล็กน้อยกับการกระทำดังกล่าวของอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกทบทวนสิ่งที่ตัวเองพูดไปแล้วก็พอจะเข้าใจอาการที่เกิดขึ้น มนตรีหัวเราะน้อยๆ


            อาเข้าใจแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นอาจะให้คุณเอื้อยกับตาณเข้ามาช่วยเช็ดตัวให้เราแล้วกันนะ เดี๋ยวอาจะออกไปรอข้างนอกเอง


            คะ.. ครับ เสียงรับคำอู้อี้ดังออกมาจากใต้ผ้าห่ม นั่นยิ่งทำให้มนตรีรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม มือหนาเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มลงเพื่อที่จะได้มองหน้าอีกฝ่ายชัดๆ ใบหน้าสีขึ้นสีแดงระเรื่อนั่นทำเอาเขายิ้มกว้างออกมา จนอดไม่ได้ที่จะต้องแกล้งอนธการตัวน้อยสักหน่อย ข้อหาที่น่ารักเกินไปจนทำให้กำแพงที่ตั้งไว้ในใจของเขาต้องสั่นคลอน


            อ๊ะ!เด็กชายยกมือขึ้นจับหน้าผากตัวเองหลังจากได้รับสัมผัสอันแผ่วเบาจากริมฝีปากของร่างสูง นอกจากใบหน้าที่ว่าแดงแล้ว ตอนนี้เริ่มที่จะแดงไปถึงใบหู เจษฎาพิพัฒน์ทำตัวไม่ถูกอีกครั้ง จึงได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังดังพอที่มนตรียังคงได้ยิน


            คุณอาทำอะไร...


            อวยพรให้คนเก่งของอาหายเร็วๆไงครับ ว่าแล้วก็ยกมือไปลูบศีรษะของคุณชายตัวน้อยอีกที


            เดี๋ยวอาจะออกไปตามคุณเอื้อยกับตาณให้ รอสักประเดี๋ยวนะ


            ครับ


            มนตรีเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นยังคงมีอยู่ หัวใจของเด็กชายรู้สึกสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนราวกับเพิ่งมีสิ่งใดมากระตุ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสอันแสนอบอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ไหนจะการจุมพิตลงบนหน้าผากที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองนี่อีก ถึงแม้เจษฎาพิพัฒน์จะเคยหอมแก้มมนตรีอยู่บ้าง ทุกครั้งที่ทำก็จะได้รับการปรามกลับมา แต่ว่าในครั้งนี้ที่มนตรีเป็นฝ่ายกระทำกับเขาเสียเอง ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด นั่นยิ่งทำให้เด็กชายไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น


            สุดท้ายแล้วความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้มันคืออะไร  และจะเป็นอย่างไรต่อไป เจษฎาพิพัฒน์ไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการไปถึง


            แต่ลึกๆในใจอยากจะนึกเป็นเด็กไม่ดีที่อยากขอให้มนตรีอยู่กับเขาแบบนี้ไปอีกแสนนาน...


           

            มนตรีพิงตัวเองกับประตูหลังจากที่ปิดมันลง ความคิดมากมายภายในหัวของเขากำลังตบตีกันอยู่ นึกโมโหตัวเองที่เผลอทำอะไรตามใจตัวเองไปเสียได้ แต่กลิ่นดอกแก้วนั้นช่างหอมเกินจะห้ามใจไหวเสียเหลือเกิน ได้แต่ยกมือขยี้หัวตัวเองอยู่สักพักใหญ่ๆในการกระทำที่ดูแล้วออกจะเกินขอบเขตกว่าการจะเป็นคุณอากับหลานชายไปสักหน่อย แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าและดวงตาอันหวานฉ่ำยามมองมาที่เขานั่นก็ยิ่งทำให้เขาเสียอาการมากยิ่งขึ้นไปอีก


            หากฟ้าจะลิขิตคู่มาให้เขา เหตุใดใยถึงส่งอีกฝ่ายมาเกิดช้าเช่นนี้กันนะ ?


            คุณผู้ชายมายืนทำอะไรตรงนี้หรือครับ?


            เสียงเอ่ยเรียกทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง ก่อนจะขมวดคิ้ว


            แล้วเธอมาทำอะไรตรงนี้ล่ะ? ทัช


            ผมจะเอายาที่คุณผู้ชายให้ผมไปซื้อมาให้คุณชายครับ


            มนตรีพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เอาไปให้คุณเอื้อยเธอจัดแล้วกัน หลังคุณชายเจษรับอาหารเย็นแล้วจะได้รับยาต่อเลย


            ครับ


            มีอะไรก็ไปทำเสีย แล้วบอกข้างนอกว่าอย่าทำอะไรเสียงดังด้วยล่ะ ให้คุณชายเขาได้พักผ่อน


            รับทราบครับ


            ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำสั่งก่อนที่จะเดินจากไป มนตรีรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวอีกฝ่าย แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ สิ่งเดียวในเวลานี้ที่เขาเป็นห่วงมีเพียงอนธการตัวน้อยที่กำลังนอนอยู่ในห้องเท่านั้น


            คืนนี้คงไม่ได้นอนกอดกันเหมือนทุกที แต่หวังว่าอาการของอีกฝ่ายจะต้องดีขึ้นภายในเร็ววันอย่างแน่นอน


 

สัพเพเหระ

กลับมาแล้วค่า ~ หายหน้าหายตากันไปสักระยะนึงเลย แหะๆ กลับมาแล้วค้าบ
และเราไม่ได้กลับมาคนเดียวนะคะ พาคนที่ทุกคนน่าจะคิดถึงกลับมาด้วย

ขอเสียงคนคิดถึงพี่มนัสกับน้องจันทร์
หน่อยค่ะ ! ๕๕๕๕๕

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยค่ะ

&

B
E
R
L
I
N
 nbsp;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #36 Applecolajelly (@kkaem) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 16:26
    น้องน่ารักมากกกกกกกกก ใจเหลวเป็นน้ำ คุณอาสู้ๆค่ะ หมอมนัสกับจันทร์นี่กลิ่นความรักลอยอบอวลเลยนะคะ 55555
    #36
    0
  2. #16 จอมโจรอ้วนผอม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 17:13

    หมอมนัสตามมารักษาให้เลย แอบสงสัยทำไมจันทร์กับคุณชายเจษถึงหน้าคล้ายกัน

    #16
    0
  3. #15 Lada_Park (@ben-kk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 04:16
    ตอนแรกงงๆนิดหน่อยว่ามนัสคือใคร พอเห็นชื่อน้องจันทร์ก็อ๋อเลย ยัยน้องของแม่;-; แต่แบบน้องเจษแม่ล่ะอยากจีไปอ้อนคุณอาเขาแบบนั้นก็มีคนเสียอาการแย่เลยสิลูก... ทัชอย่าเป็นตัวร้ายเลยนะ ไปหาตาณเถอะ น้องเจษเขาเป็นคู่ของคุณอามนตรีแล้ว
    #15
    0
  4. #14 vpvads (@vpvads) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 03:32
    แหมน้องเจษ ทีตัวเองไปหอมแก้มคุณอาล่ะทำเป็นซื่อตาใส พอตัวเองโดนจุ๊บเหม่งคืนบ้างอายม้วนเลยนะ แงงง พี่มนัสกับน้องจันทร์แว้บมาให้หายคิดถึงด้วย น้องจันทร์ตอนนั้นยังเรียนไม่จบเลย
    #14
    0