ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 3 : เจษฎาพิพัฒน์ : ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62

            เด็กน้อยจูงมือหญิงสาวที่เป็นเสมือนพี่เลี้ยงคนใหม่ในดินแดนแห่งนี้ไปตามสวนดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด แม้ว่าอากาศจะค่อนข้างเย็นแต่กลับมีแดดที่แรงจัดทำเอาเจษฎาพิพัฒน์รู้สึกไม่ค่อยชินกับสภาพอากาศของที่นี่เท่าไหร่นัก แต่ธรรมชาติที่สวยงามทำเอาเพลิดเพลินอยู่ไม่น้อย เด็กชายต่างถามนู่นถามนี่ไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ เพราะตั้งแต่เล็กจนเติบโตมา ทันทีที่ครอบครัวรู้ว่าเขาและน้องชายต่างเป็นอนธการด้วยกันทั้งคู่ทำให้ถูกเก็บตัวอยู่ในวังเพื่อหวังป้องกันอันตรายจากโลกภายนอกมาตลอด ธรรมชาติสีเขียวและโลกอันแสนกว้างใหญ่จะเป็นที่แปลกตาแปลกใจและชวนให้ตื่นเต้นตลอดเวลาอยู่ไม่น้อยสำหรับเขายิ่งนัก


            พี่เอื้อย อีกฝั่งด้านโน้นคืออะไรหรือครับ? เด็กน้อยเอ่ยถามพลางชี้ไปที่สวนที่อยู่อีกฝั่งของสนามหญ้า


            ตรงโน้นเป็นสวนส้มค่ะคุณชาย


            ผมอยากไปดูจังเลย แววตาของเด็กชายเป็นประกายก่อนจะหันมามองหญิงสาวอย่างออดอ้อน


            ได้ไหมครับ?


            พี่เลี้ยงสาวหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางอันแสนน่ารักน่าเอ็นดู ก่อนจะพยักหน้า ได้สิคะ


            เจษฎาพิพัฒน์ยิ้มกว้างก่อนจะปล่อยมือของหญิงสาวออกเพื่อที่จะข้ามไปอีกฝั่ง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าลงแตะพื้นหญ้า เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน


            หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้ !


            เด็กน้อยชะงักพลางมองไปยังต้นเสียง พบชายหนุ่มที่วัยน่าจะมากกว่าเขาหลายปียืนจ้องเขม็ง อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกรรไกรตัดหญ้าขนาดใหญ่ในมือ ทำเอาเขาเดินถอยหนีด้วยความกลัวที่มีต่อสายตาคู่นั้น


            อย่าเดินลัดสนามหญ้า ชายหนุ่มว่า ทางเดินดีๆก็มีทำไมไม่เดิน


            ทัช อย่าเสียมารยาทกับคุณชายเจษสิ พี่เลี้ยงสาวดุ


            จะคุณชายมาจากไหนก็ไม่สนหรอก แต่สนามหญ้านี้ผมเป็นคนดูแล


            เดี๋ยวคุณผู้ชายรู้เข้าก็ดุเอาหรอก


            มีอะไรกัน? มนตรีที่เพิ่งเดินมาถึงพร้อมกับจิรสินเอ่ยถามขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว แต่เมื่อเห็นทัชยะที่ยืนอยู่กับเจษฎาพิพัฒน์ก็พอที่จะเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ เขาเดินมาลูบหัวเด็กชาย


            น้องเจษจะเดินลัดสนามหญ้าไม่ได้นะครับ


            ทำไมหรือครับ? เจษฎาพิพัฒน์เอ่ยถามอย่างสงสัย


            ถ้าเดินลัดสนามหญ้าบ่อยๆเข้า หญ้าที่เราปลูกไว้ก็ตายหมดสิครับ


            อ๋อ เด็กน้อยพยักหน้า เข้าใจแล้วครับ


            ทัชก็อย่าไปดุน้องเขา วันหลังก็บอกกันดีๆ มนตรีว่าพลางหันไปมองที่ชายหนุ่ม อีกฝ่ายพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ


            ครับคุณผู้ชาย


            น้องเจษอยากไปที่สวนส้มใช่ไหม? เดี๋ยวอาพาไปนะ


            เจษฎาพิพัฒน์พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้างก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหา ไปกันเถอะครับคุณอา!


            “จิจะไปด้วยกันไหม? ว่าแล้วก็หันไปถามเพื่อนสนิทที่ยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆ จิรสินส่ายหัวเป็นคำตอบ


            พวกยูไปเถอะไม่ต้องสนใจไอ เดี๋ยวไอเดินเล่นอยู่แถวนี้แหละ


            ตามใจแล้วกัน ทัชมีอะไรก็ไปทำเสียนะ ส่วนคุณเอื้อยรบกวนเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้พวกเราด้วยนะครับ


            ทั้งสองพยักหน้ารับ ก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง


            ไปครับน้องเจษ ว่าแล้วก็จับมือเด็กน้อยให้เดินไปด้วยกัน เจษฎาพิพัฒน์ยิ้มกว้างก่อนจะเดินตามไปอย่างว่าง่าย ทิ้งให้คนสามคนที่เหลือไว้ด้านหลัง


            จิรสินยิ้มพลางมองไปที่ทัชยะอย่างมีเลศนัย มองตามไม่วางตาเลยนะ


            ครับ?


            หมายถึงยูน่ะ


            ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อน


            ทัชยะว่าพลางขอตัวเดินออกมาจากที่ตรงนั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสายตาของเขาจ้องมองไปยังคุณชายตัวน้อยคนนั้นจริงๆ ท่าทางอันน่ารักและไร้เดียงสานั่นดึงดูดใจตั้งแต่งานเลี้ยงต้อนรับเมื่อคืน แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ เพราะดูเด็กน้อยดีอกดีใจเสียเหลือเกินยามที่ได้อยู่ข้างๆมนตรี แต่อีกใจหนึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า วัยที่ห่างกันสิบเก้าปีนี้ไม่มากไปหน่อยหรือ


            แล้วถ้าเป็นตัวเขาที่อายุใกล้กันมากกว่า .. จะมีโอกาสบ้างไหมหนอ?


            ได้แต่ไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกไป และหันไปตั้งใจทำงานตรงหน้าแทน



 

            เด็กน้อยต้องตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง เมื่อเห็นเหล่าต้นส้มออกผลมากมาย เพราะเป็นวันธรรมดาจึงทำให้ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวในสวนมากเท่าไหร่นัก เจษฎาพิพัฒน์จึงได้วิ่งไปดูต้นโน้นต้นนี้อย่างสนุกสนานโดยมีมนตรีเดินตามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พลางคิดในใจว่าเด็กคนนี้ช่างสดใสแข่งกับพระอาทิตย์เสียเหลือเกิน และเมื่อพิจารณาดีๆแล้วทุกองค์ประกอบของเด็กชายนั้นเป็นที่ต้องตาดึงดูดใจใครต่อใครเสียจริง ด้วยใบหน้าที่นวลผ่องราวกับพระจันทร์ รอยยิ้มที่สดใสเหมือนดวงตะวัน และดวงตาแวววาวที่เป็นประกายแวววับราวกับมีดวงดารานับนร้อยพันสถิตอยู่ในนั้น


            คุณอา ผมอยากทานส้มในสวนนี่จังเลยฮะ เด็กชายว่าพลางเข้ามากอดเขาด้วยแววตาออดอ้อน มนตรีหัวเราะ


            เอาสิ ว่าพลางยกมือขึ้นลูบแพรไหมสีดำที่ช่างนุ่มมือเสียเหลือเกิน แต่ตรงนี้ยังทานไม่ได้หรอกนะ


            เจษฎาพิพัฒน์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ทำไมล่ะครับ?


            เพราะส้มที่สวนตรงนี้ยังไม่ได้ที่ยังไงล่ะครับ คุณชาย เสียงใครอีกคนดังขึ้นเรียกให้ทั้งคู่หันไปมอง ชายหนุ่มร่างเล็กผู้มีผิวขาวผ่องเดินมาที่พวกเขาทั้งคู่ ในมือมีตะกร้าที่บรรจุผลส้มมากมายอยู่ภายใน เพราะความกลัวที่โดนทัชยะดุเอาเมื่อครู่ทำเอาเจษฎาพิพัฒน์หันไปยืนหลบอยู่ที่ข้างหลังของมนตรีเนื่องจากความหวาดกลัวที่ว่าตนอาจจะโดนคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกดุเข้าแบบก่อนหน้านี้ นั่นทำให้ชายหนุ่มผู้ปรากฏตัวขึ้นมาใหม่ตรงหน้าแปลกใจ


            ทำไมถึงได้ทำท่าหวาดกลัวผมอย่างนั้นล่ะครับ?


            คงเป็นเพราะเพิ่งโดนทัชเขาดุมาน่ะ มนตรีว่า ไม่ต้องกลัวนะครับน้องเจษ พี่เขาไม่ทำอะไรเราหรอก


            จริงหรือครับ? เด็กน้อยถามพลางโผล่หน้ามากจากด้านหลัง แม้มนตรีจะบอกอย่างนั้น แต่ก็อดที่จะหวาดกลัวไม่ได้


            จริงครับคุณชาย ชายคนนั้นหัวเราะ ผมไม่ดุคุณชายหรอก ส่วนพี่ทัชน่ะ เขาก็ดุทุกคนนั่นแหละครับ ขนาดคุณผู้ชายเองก็ยังโดนดุเพราะเคยเดินลัดสนามหญ้าเลย


            เอ๋.. เจษฎาพิพัฒน์ค่อยๆขยับตัวออกมายืนข้างๆมนตรีอีกครั้ง สายตาที่มีต่อชายคนนั้นเริ่มคลายความหวาดระแวงลง


            ผมชื่อ ตาณ นะ น่าจะอายุมากกว่าคุณชายสักสองสามปีได้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ


            เจอคนที่แก่กว่าต้องทำอย่างไรครับน้องเจษ มนตรีว่า เจษฎาพิพัฒน์พยักหน้าก่อนจะยกมือไหว้ นั่นยิ่งทำให้ตาณรีบยกมือขึ้นพร้อมส่ายหน้าไปมา


            โอย ไม่ต้องยกมือไหว้ผมหรอกครับคุณชาย เดี๋ยวหัวผมจะขาดเอา


            ไม่ได้หรอกครับ คุณตาณอายุมากกว่าผม..


            เรียกพี่ตาณก็ได้ครับ ตาณยิ้ม ถ้าคุณชายอยากจะรับส้ม เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะเอาส้มไปไว้บนโต๊ะทานอาหารเย็นให้นะครับ


            ทานตอนนี้ไม่ได้เลยหรือครับพี่ตาณ? เจษฎาพิพัฒน์เอ่ยถาม


            ไม่ได้หรอกครับ มันยังไม่ได้ล้างน่ะ เดี๋ยวตอนเย็นผมจะปอกเปลือกเอาไว้ให้แบบไม่ต้องเสียเวลาแกะเอง


            ไม่ต้องหรอกตาณ มนตรีว่า ถึงน้องเจษจะเป็นคุณชาย แต่ไม่ต้องตามใจเขามากนักหรอก ให้เขาได้หัดแกะทานเองดีกว่า


            ตาณพยักหน้า เข้าใจแล้วครับ


            ที่ใส่อยู่ที่คอของพี่ตาณนั่นคืออะไรหรือครับ? เด็กน้อยถามอย่างสงสัยพลางมองวัตถุสีดำสนิทที่ถูกสวมไว้ที่คอของอีกฝ่ายอย่างสงสัย


            ปลอกคอน่ะครับ ตาณเขาเป็นอนธการ ก็เลยต้องใส่เอาไว้เพื่อป้องกันอันตรายน่ะครับ


            ถ้าอย่างนั้น.. ผมต้องใส่ด้วยหรือเปล่าครับ?


            ใช่ครับ มนตรีว่าพลางพยักหน้า


            อ๋า.. เจษฎาพิพัฒน์พยักหน้าตาม ก่อนจะโผเข้ากอดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ถ้าเกิดอันตรายกับผม คุณอาต้องปกป้องผมนะครับ


            แน่นอนอยู่แล้วครับ เขายิ้ม อาจะปกป้องน้องเจษเอง


            คุณชายเจษนี่น่ารักจริงๆเลยนะครับ ตาณว่า ถ้าผมเป็นอาภาสต้องตกหลุมรักแน่ๆ


            เด็กน้อยโอบกอดคุณอาของตนให้แน่นกว่าเดิมพลางทำหน้างอ ท่านพ่อเคยบอกว่าความรักเป็นเรื่องที่อันตราย ผมไม่อยากให้ใครมารักผมเลย แต่ว่ามีแค่คุณอารักผมเพียงคนเดียวก็พอแล้ว


            มนตรีชะงักไปกับครู่หนึ่งกับคำพูดที่ดูเหมือนจะมีอะไร แต่แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้มีอะไรเลยแม้แต่น้อยก็เป็นได้ เจษฎาพิพัฒน์แค่พูดไปตามประสาเด็กคนหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างคือเด็กคนนี้ห่างกับเขาตั้งเกือบยี่สิบปี จะให้มาคิดอะไรกับเด็กรุ่นราวคราวหลานมันก็ดูจะอกุศลไปสักหน่อย ใครรู้เข้าคงเอาไปนินทากันสนุกปากเป็นแน่


            ตาณที่ยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ถึงกับหัวเราะออกมา คุณชายนี่ช่างน่ารักจริงๆด้วย ถ้าอย่างไร ผมขอตัวไปเก็บส้มต่อก่อนนะครับ


            ผมก็อยากไปเก็บส้มกับพี่ตาณด้วย เด็กชายคลายอ้อมกอดออก ก่อนจะเงยหน้ามองเขา ได้ไหมครับคุณอา?


            ได้สิครับ แต่ต้องระวังอย่าให้เหนื่อยมากด้วยนะครับ น้องเจษยังไม่ชินกับอากาศที่นี่ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา


            ครับผม !


            “ตาณก็ช่วยดูด้วยล่ะ


            ได้ครับคุณผู้ชาย เอาล่ะ ไปกันเถอะครับคุณชายเจษ เดี๋ยวผมจะสอนวิธีเก็บส้มให้นะครับ


            ดูเหมือนเด็กชายจะได้พี่ชายคนโปรดคนใหม่เสียแล้ว ไปกับตาณที่เป็นอนธการเหมือนกันก็ค่อยสบายใจเหมือนกัน ตาณนั้นแข็งแกร่งจนแม้แต่อาภาสเองก็ยังยอม แบบนี้คงไม่มีใครที่ไหนกล้าเข้ามาทำอะไรกับคนทั้งคู่เป็นแน่ แต่คนที่นี่รู้ดีว่าไม่มีกล้าแตะต้องเด็กชายคนนี้อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นก็คงได้ไปนอนคุยเล่นกับรากต้นส้มด้วยฝีมือของเจ้าของอาณาจักรเดือนมณีแห่งนี้เป็นแน่


            มนตรีมองคนทั้งสองเดินเล่นกันอยู่ด้วยความสนุกสนานด้วยรอยยิ้ม พร้อมหวังว่าคงจะกลับมาแบบไม่มีบาดแผลใดๆนะ


 

            อิ่มแล้วครับ ขอบคุณมากครับ เด็กชายว่าหลังจากคายเมล็ดส้มออกจากปากใส่จานรองเล็กๆที่วางอยู่ด้านข้าง เพราะความสดและหวานอมเปรี้ยวของผลส้มสดๆที่เพิ่งเก็บมาจากสวนทำเอาเจษฎาพิพัฒน์กินเข้าไปมากถึงสามลูกเลยทีเดียว


            เจริญอาหารจังเลยนะยูน่ะ จิรสินว่าพลางรวบช้อนเข้าไว้ตรงกลางจาน ก่อนที่หญิงรับใช้แถวนั้นจะมาเก็บจานบนโต๊ะอาหารไป เหลือเพียงตะกร้าใบเล็กที่ใส่ผลส้มวางอยู่บนโต๊ะเท่านั้น


            ที่นี่อะไรก็อร่อยไปหมดเลยครับคุณโจชัว แถมส้มก็อร่อยมากๆด้วย ผมไม่เคยทานส้มที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่มาก่อนเลย เด็กชายเอ่ยเสียยาวเหยียดด้วยรอยยิ้มกว้าง จิรสินหัวเราะเบาๆ


            ดีแล้ว ยูน่ะยังเด็ก ทานเยอะๆจะได้โตไวๆ


            “แต่ต้องทานแต่พอดีนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะท้องอืดเอา มนตรีว่าพลางยกน้ำขึ้นจิบ แล้วจะค้างที่นี่ไหมจิ จะได้ให้คนเตรียมห้องเอาไว้ให้


            of course! ตัวเมืองก็อยู่ตั้งไกล แถมมืดค่ำขนาดนี้ยูใจร้ายให้ไอนั่งรถกลับไปงั้นหรือ?


            ก็ถามดู เขาว่า น้องเจษไปอาบน้ำได้แล้วครับ เด็กดีก็เข้านอนแต่หัวค่ำนะ อย่าลืมลงกลอนประตูห้องนอนด้วย เข้าใจไหม?


            เข้าใจครับคุณอา ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณโจชัว เจษฎาพิพัฒน์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะยกมือไหว้ผู้ที่มีอายุมากกว่า จิรสินรับไหว้ก่อนจะมองเด็กชายที่เดินออกไปกับพี่เลี้ยง


            He’s so cute!” จิรสินเอ่ยพลางยกมือขึ้นเท้าคางมองมนตรีจริงๆ จนเขาถึงกับขมวดคิ้วสงสัยในสายตานั่น


            อะไร?


            ไม่มีอะไร ไอแค่บอกว่าเขาน่ารักเฉยๆ


            มีอะไรก็พูดมาเถอะจิ


            ก็ไม่มีอะไรจริงๆ จิรสินว่า แต่เด็กที่น่ารักขนาดนั้นน่ะ ถ้าไม่ดูแลให้ดีระวังจะหลุดมือไปนะ


            ไร้สาระน่า ว่าพลางส่ายหน้าเบาๆ เป็นผู้ใหญ่แล้ว อยู่จนแก่ป่านนี้แล้วก็ต้องรู้จักแยกแยะไหม


            จะทนไหวได้หรือ? ยูน่ะ


            ไม่ได้คิดอะไรหรอกน่า ไม่ต้องมาจับผิดกันเลย มนตรียกมือขึ้นผลักหัวเพื่อนสนิทเบาๆเป็นเชิงบอกให้เลิกมองจ้องหน้าเขาได้แล้ว บางทีเขาก็รู้สึกเกลียดแววตอันแสนซุกซนที่จ้องจะจับผิดเขาเสียเหลือเกิน


            ว๊า! ไม่สนุกเลยยูเนี่ย จิรสินทำหน้ามุ่ย เออ ไอมีเรื่องที่พระนครจะเล่าให้ฟังเยอะแยะเลย


            ไหน เรื่องอะไร ว่ามาสิ


            ชายทั้งสองพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ดึกเสียแล้วจึงได้แยกย้ายกันไปเข้าห้องพักของตนเอง มนตรีใช้เวลาไม่นานในการจัดการตัวเองให้เรียบร้อยพร้อมที่จะเข้านอน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรทำไมเขาถึงยังตาสว่างอยู่แบบนี้ก็ไม่รู้ ได้แต่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่อย่างนั้น จะว่ามีเรื่องต้องคิดมากก็ไม่น่าใช่ แต่ถ้าเป็นเรื่องของอนธการตัวน้อยผู้มาอยู่ไม่ล่ะก็ไม่แน่ อาจจะเป็นเพราะเขาต้องรีบจัดการหลายเรื่องให้เจษฎาพิพัฒน์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอนใช้ชีวิตประจำวันให้ระวังตัวให้มากขึ้นเสียหน่อย รวมไปถึงจัดการเรื่องโรงเรียนให้เรียบร้อยอีกด้วย


            แต่ทำไมเด็กคนนี้ถึงคอยมาวนเวียนมีอิทธิพลจนทำให้เขานอนไม่หลับแบบนี้กันนะ ?


            บางทีเขาควรจะออกไปหาน้ำดื่มสักแก้ว เผื่อจะช่วยให้นอนหลับดีขึ้นมาบ้าง


            เมื่อคิดได้ดังนั้น มนตรีจึงลุกขึ้นจากที่นอน สวมรองเท้าแตะสำหรับเดินในบ้านและพาตัวเองอยู่ที่ห้องครัวเพื่อดื่มน้ำไปแก้วหนึ่ง และหวังว่าเขาจะนอนหลับได้บ้างในทันทีที่ไปถึงเตียง แต่ก่อนที่จะถึงห้องตัวเอง เขากลับได้ยินเสียงเหมือนใครสักคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่ดังออกมา ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัยก่อนจะเดินตามหาต้นเสียงไป และก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ามันมาจากห้องของคุณชายเจษฎาพิพัฒน์นั่นเอง


            เกิดอะไรขึ้นกันนะ ?


            นึกได้ดังนั้นก็จัดการเคาะประตูสองสามทีก่อนจะหมุนลูกบิดประตูดู รู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยที่ประตูไม่ได้ถูกลงกลอนเอาไว้อย่างที่เขาได้บอกไปเมื่อตอนหัวค่ำ แต่คนตัวเล็กตรงหน้าที่กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียงนั้นสำคัญกว่า มนตรีจัดการเปิดโคมไฟหัวเตียงเพื่อให้เห็นอีกฝ่ายได้ชัดๆ เจษฎาพิพัฒน์เงยหน้ามองเขาพร้อมดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุด


            น้องเจษ เป็นอะไรไปครับ? เกิดอะไรขึ้น?


            ผม.. ผม.. เด็กชายสะอื้น ผมคิดถึงท่านพ่อกับน้องชายรัตน์


            อา... มนตรีพยักหน้าอย่างเข้าใจได้ ชั่วชีวิตที่เด็กชายได้อยู่ที่พระนครคงไม่เคยที่จะต้องห่างอกพ่ออกแม่และน้องชายสุดที่รักมาก่อน การที่อายุเท่านี้แล้วต้องมาห่างกันไกลคงทำให้รู้สึกโหวงเหวงในใจอยู่ไม่น้อย แถมยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันไหมอีก ถ้าให้เดา ความรู้สึกคงจะเรียกว่า เหงา สินะ


            มนตรีได้แต่โอบกอดเด็กน้อยเป็นการปลอบใจ เจษฎาพิพัฒน์กอดตอบเขาแน่นโดยที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เสียงเล็กๆนั่นเอ่ยถามเขาอย่างแผ่วเบาด้วยความสงสัย


            ผมจะได้กลับไปหาท่านพ่อกับน้องชายรัตน์ไหมครับ? คุณอา


            เข้าใจได้ว่าเด็กชายคงคิดว่าแค่มาเที่ยวสองสามแล้วก็จะได้กลับบ้านเป็นแน่จึงได้ถามแบบนี้ออกมา มนตรีไม่รู้ว่าควรจะไปอย่างไรดีเพื่อให้กระทบกระเทือนใจอีกฝ่ายได้น้อยที่สุด แต่ในเมื่อสรรหาคำพูดอะไรมาไม่ได้ สุดท้ายจึงเลือกที่จะไม่ตอบคำถามนั้นแทน


            ไม่ต้องห่วงนะ อาจะไม่มีวันทิ้งเราไปไหนอย่างแน่นอน


            สะ.. ฮึก.. สัญญานะครับคุณอา


            อื้ม อาสัญญา


            คืนนี้คุณอานอนกับผมอีกได้ไหมครับ?


            มนตรีพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนที่จะพาให้อีกฝ่ายเอนกายลงบนที่นอน เจษฎาพิพัฒน์ยังคงกำเสื้อของเขาไว้แน่นไม่ปล่อยไปไหน ได้แต่เอื้อมสุดแขนเพื่อไปปิดไฟที่หัวเตียง ก่อนที่จะนอนลงข้างๆ เด็กชายกอดเขาแน่นประหนึ่งเป็นหมอนข้าง เสียงสะอื้นยังคงดังอยู่เป็นระยะพร้อมกับกลิ่นดอกแก้วที่หอมละมุน เขาโอบกอดอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอพร้อมเสียงสะอื้นที่ค่อยๆเงียบลง


            เอาล่ะสิ สุดท้ายก็นอนด้วยกันอีกคืนจนได้ แล้วแบบนี้เจษฎาพิพัฒน์จะนอนคนเดียวได้ไหมหนอ ?


            แต่สงสัยได้ไม่ทันไร มนตรีก็รู้สึกหนักๆที่เปลือกตา พร้อมกับความมืดสนิทที่ปกคลุมเขาเอาไว้พร้อมกับกลิ่นดอกแก้วในอ้อมกอด


            ช่างมันเถอะ .. ในเมื่อง่วงแล้วก็ควรจะนอนเสียก่อน เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคิดพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ..


           

สัพเพเหระ

อยากมีโอกาสได้นอนกอดน้องเจษบ้างจังเลยค่ะ ;w;
ตอนนี้มีตัวละครมาเพิ่มอีก 2 คนนะคะ ซึ่งสองคนนั้นก็คื๊ออออ

ทัชยะ = แทยง NCT
ตาณ = เตนล์ WayV

เป็นกำลังใจให้คุณอาข่มตานอนหลับลงให้ได้ด้วยนะคะ ๕๕๕๕

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยค่ะ

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #35 Applecolajelly (@kkaem) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 16:05
    โอ้ยยย น้องเจษ คุณอาเค้าจะตายแล้วลูก 55555
    #35
    0
  2. #13 Jjang_CM8 (@Jjang_CM8) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 11:43
    คุณอาจะทนความน่ารักของน้องเจษไหวหร๊ออออ
    #13
    0
  3. #12 จอมโจรอ้วนผอม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 10:05

    คุณชายน่ารักขี้อ้อนขนาดนี้ ใจเหลวแทนคุณมนตรีเลยเรา

    #12
    0
  4. #11 vpvads (@vpvads) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 01:47
    เชียร์พี่ทัชได้มั้ย ฉันเลิฟเอนเนอจี้พี่ชายปากร้ายใจดีของพี่ทัชอ่ะ อยากไปเดินลัดสนามเล่นๆให้เค้าดุ
    #11
    0