ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 20 : รัตนกรกันต์ : ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

            ไปเที่ยวทะเลมาเป็นอย่างไรบ้างคุณชาย? สนุกไหม? เด่นชัยเอ่ยถามหลังจากที่พวกเขาทุกคนกลับมาจากการไปพักผ่อนที่ทะเลเรียบร้อยแล้ว รัตนกรกันต์ยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้าหลายครั้งเพื่อยืนยันว่าพอใจมากกับการไปเที่ยวในครั้งนี้ ผิวกายจากที่เคยเป็นสีขาวผ่องเหมือนไข่มุกบัดนี้กลับขึ้นสีแดงอ่อนๆจากการถูกแดดเผาเล็กน้อย ตั้งแต่เมื่อวานตลอดจนเมื่อเช้าก่อนจะเดินทางกลับเด็กชายเอาแต่วิ่งเล่นบนหาดทรายอย่างไม่รู้เหนื่อยเลยแม้แต่น้อยสร้างความเอ็นดูให้กับผู้ใหญ่อีกสามคนมากนัก รัตนกรกันต์เวลาที่ทำตัวเป็นเด็กสมวัยนั้นช่างน่ารักและสดใสเหลือเกิน

            สนุกมากเลยครับ ผมชอบสุดๆเลย ทะเลกว๊างกวาง แถมน้ำยังเป็นสีฟ้าใสอีก สวยมากๆเลย เด็กชายว่า ก่อนจะหยิบขวดที่ข้างในบรรจุทรายและน้ำทะเลจากในกระเป๋าออกมาชูขึ้น พร้อมทั้งเปลือยหอยอีกห้าหกอันที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง

            ผมเก็บน้ำทะเลกับเปลือกหอยมาเป็นที่ระลึกด้วยครับ

            ทั้งเด่นชัยและแดเนียลหัวเราะเสียงดังกับความเป็นเด็กน้อยของเจ้าตัว

            ลุงเชื่อแล้วว่าชอบมาก เด่นชัยว่าต่อ เอาไว้เดี๋ยวให้ดนัยพาไปอีกนะ

            ถามผมหรือยังน่ะพ่อ ดนัยเอ่ย ไปเที่ยวกลับมาที งานล้นมือเต็มไปหมด

            เดือนละครั้งไม่น่าจะเป็นอะไรนะดนัย แดเนียลพูดขึ้น ยังไงฉันกับเด่นชัยก็ช่วยดูงานแทนอยู่แล้ว

            คงจะยาก ขนาดไปเที่ยวพี่ดนัยยังเอาแค่คิดเรื่องงานเลย เอกจักรกล่าวพลางหัวเราะ คนอะไรหายใจเข้าก็เป็นงาน หายใจออกก็เป็นงาน

            พูดมากน่าเจ้าเอก ดนัยหน้าบึ้ง แล้วนี่จะไม่กลับพระนครไปทำงานหรืออย่างไรกันน่ะฮะ?

            ก็จะกลับพรุ่งนี้เนี่ยแหละ ไปส่งที่สถานีพุนพินด้วย

            พี่เอกกับพี่สลิลจะกลับแล้วหรือครับ? รัตนกรกันต์ทำหน้าหงอย ผมต้องเหงาแน่ๆเลย

            ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เดี๋ยวพวกเราก็กลับมาใหม่ สลิลยิ้มกว้างจนตาหยี อยู่ที่นี่ก็เล่นกับพี่ดนัยไปก่อนนะครับ

            งานยุ่งจะตาย เอาอะไรมาเล่น ดนัยส่ายหัว เดี๋ยวตอนบ่ายก็จะออกไปที่สำนักงานแล้ว มีงานรออยู่อีกมากต้องเร่งทำ

            เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ไม่พักสักหน่อยหรือ? เด่นชัยถามต่อ ค่อยทำพรุ่งนี้ก็ได้นี่

            ไม่หรอกพ่อ ทำงานนั่นแหละ ดีกว่าจะอยู่ว่างๆ

            แล้วจะทิ้งคุณชายรัตน์ไว้ที่นี่งั้นหรือ?

                ถ้าอย่างนั้นจะไปด้วยกันไหมรัตน์? หรือจะพักผ่อนอยู่ที่นี่ ดนัยหันมามองเขาพร้อมกับถามออกมา รัตนกรกันต์มีทีท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถามกลับ

            จะไม่รบกวนพี่ดนัยใช่ไหมครับ?

            ไม่หรอก ถ้ารบกวนฉันจะชวนเธอไปทำไม

            ถ้าอย่างนั้นผมไปก็ได้ครับ เด็กชายยิ้มกว้าง

            ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะ อย่าเดินห่างฉันด้วย เข้าใจไหม?

            ครับ !

            ห้องทำงานของดนัยยังคงข้าวของและเอกสารมากมายอยู่เช่นกัน แต่ต่างจากเมื่อก่อนตรงที่เดี๋ยวนี้ไม่มีฝุ่นจับหนาเตอะอีกต่อไป ตั้งแต่เริ่มทำความสะอาดครั้งใหญ่เมื่อคราวนั้น ก็มีข้อตกลงเกิดขึ้นมาว่าจะต้องเก็บกวาดอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพื่อไม่ให้มันกลับมารกรุกรังเหมือนเดิม แม้ในตอนแรกดนัยจะมีบ่นเรื่องความจุ้นจ้านของเจ้าตัวเล็กอยู่บ้างแต่ก็ยอมทำแต่โดยดีจนทุกวันนี้เลิกบ่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยการทำความสะอาดก็มีข้อดีตรงที่มันทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งขึ้นเยอะ แถมยังหยิบหาอะไรง่ายขึ้นกว่าเดิมจากการจัดของเป็นหมวดหมู่ของรัตนกรกันต์อีกด้วย นับว่าเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก

            พี่ดนัยจะให้ผมช่วยอะไรงั้นหรือครับ? รัตนกรกันต์เอ่ยถาม

            เธอคิดเลขเป็นไหมรัตน์?

            ก็พอได้ครับ

            ถ้าอย่างเดี๋ยวฉันจะสอนเธอทำบัญชี

            เด็กชายขมวดคิ้วเข้าหากัน เกิดความลังเลขึ้นภายในใจเล็กน้อย จะดีหรือครับ?

            แล้วทำไมจะไม่ดีล่ะ?

            ผมกลัวทำผิด

            ฟังฉันนะรัตน์ ดนัยว่าพลางนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองพร้อมลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างๆ และตบๆมันเบาเป็นเชิงบอกว่าให้มานั่งตรงนี้ ซึ่งรัตนกรกันต์ก็ยอมเดินมานั่งแต่โดยดีพร้อมกับจ้องอีกฝ่ายตาแป๋ว

            การที่เธอจะกลัวในสิ่งที่ไม่เคยทำนั้นมันไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะ แต่ถ้ามัวแต่กลัวตัวเธอเองก็จะไม่สามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ และฉันก็จะบอกเธออีกว่าอย่ากลัวที่จะต้องเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ถ้ามันผิดก็ให้มันผิดไป ไม่มีใครว่าเธอทั้งนั้นเพราะฉันเป็นคนริคิดที่จะสอนให้เธอลงมือทำเอง ฉันก็ต้องยอมรับความผิดที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามันแลกกับการที่จะทำให้เธอสามารถทำสิ่งนี้แทนฉันได้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่าทีเดียว

            คำพูดอันยาวเหยียดของดนัยนั้นรัตนกรกันต์เข้าใจมันได้เป็นอย่างดี ความลังเลและความกังวลใจที่มีในตอนแรกหายไปแล้ว แก้วตาใสทั้งสองข้างเกิดประกายแวววาวขึ้นอย่างใคร่อย่างรู้ นั่นทำให้ดนัยยิ้ม

            พร้อมที่จะเรียนรู้หรือยังรัตน์?

            พร้อมแล้วครับ !

            การเรียนการสอนดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รัตนกรกันต์เป็นเด็กที่ค่อนข้างฉลาดและหัวดีจึงทำให้เรียนรู้การทำบัญชีได้อย่างว่องไวจนดนัยเองก็อดทึ่งไม่ได้ สอนเพียงครั้งเดียวก็สามารถจำและปฏิบัติได้ในทันที ในตอนแรกแอบคิดว่าจะต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อยแต่กลายเป็นว่าใช้เวลาน้อยกว่าที่คิดเอาไว้จนในตอนนี้สอนทุกอย่างไปจนหมดแล้ว และบัญชีของเดือนนี้ก็ถูกทำเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่างรวดเร็ว เจ้าของกลิ่นดอกมะลิหอมละมุนหันมยิ้มกว้างให้กับเขาหลังจากที่เขียนตัวเลขตัวสุดท้ายลงไปในสมุดเรียบร้อยแล้ว

            เธอจะเก่งเกินไปแล้วรัตน์ ดนัยหัวเราะ แต่เข้าใจแล้วใช่ไหม? ที่ฉันสอนไปทั้งหมด

            เข้าใจครับ เด็กชายพยักหน้า

            ดี ต่อจากนี้ฉันจะให้เธอทำบัญชีแทนฉัน แล้วก็ไม่ต้องกลัวล่ะ เธอทำเสร็จเมื่อไหร่ก็เอามาให้ฉันตรวจอีกทีหนึ่งเผื่อว่ามีอะไรผิดตรงไหนอีกทีแล้วกัน

            ขอบคุณที่ไว้ใจผมนะครับพี่ดนัย เจ้าตัวเล็กยิ้ม

            จริงๆวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากแล้วล่ะ งานที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง เธอจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านเลยไหม?

            เดี๋ยวรอกลับพร้อมพี่ดนัยก็ได้ครับ

            ดนัยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเห็นว่าดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่เขาราวกับว่ามีคำถามอะไรอยู่ภายในใจ

            จ้องหน้าฉันแบบนั้นมีอะไรจะถามงั้นหรือ?

            จริงๆแล้วผมสงสัยก็สงสัยมาสักพักเกี่ยวกับพี่ดนัยแล้วก็คุณผู้หญิงในรูปนี้ ว่าแล้วก็ชี้ไปที่กรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ

            ดนัยหัวเราะในลำคอ หึ ช่างสงสัยเสียจริงนะ

            ผมจุ้นจ้านเกินไปหรือเปล่า?

            ไม่หรอก ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรที่จะต้องปิดบัง อาภาสหนุ่มว่า เรื่องมันก็นานมาก นานจนฉันเกือบลืมไปแล้ว

            มือหนาของเจ้าตัวเอื้อมไปหยิบกรอบรูปนั้นมาไว้ในมือ มองมันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะวางมันลงที่เดิมแต่กลับคว่ำหน้ารูปลงกับโต๊ะ

            คนสำคัญหรือครับ? เขาถามต่อ

            ครั้งหนึ่งเขาเคยสำคัญกับฉันมากก็จริง แต่ในตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

            เด็กชายขมวดคิ้ว ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงยังเก็บรูปของเขาไว้ล่ะครับ?

            ความทรงจำของเราสองคนมันมีมากเกินไปจนฉันรู้สึกเสียดาย จะว่าฉันจะยึดติดอยู่ก็ไม่ผิดนัก แต่มันยากจริงๆกับการที่จะต้องลืมใครสักคน

            ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องลืมเลยนี่ครับ รัตนกรกันต์ว่า เรื่องดีๆเราก็เก็บมันเอาไว้ได้ เพราะอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงในช่วงเวลานั้น อย่างท่านพ่อของผม แม้เขาจะขายผมให้กับที่นี่ แต่ครั้งหนึ่งเราก็เคยมีช่วงเวลาดีๆร่วมกัน ผมไม่เคยลืมทีเดียวว่าตอนนั้นมันมีความสุขมากแค่ไหน

            แล้วตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไรล่ะ? ดนัยถามต่อ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นกำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างคาดหวังในคำตอบที่จะได้รับ

            ก็รู้แหละครับว่ามันคงเอาช่วงเวลานั้นกลับมาไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก็แค่อยู่กับปัจจุบัน มองไปข้างหน้า แล้วก็สร้างเรื่องราวดีๆเรื่องใหม่ขึ้นมาแทนที่ก็เท่านั้นเอง อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นแล้วคือมีครอบครัวที่น่ารักเพิ่มมาในชีวิตอีกตั้งครอบครัวหนึ่งแน่ะ

            ทันทีที่พูดจบ ดนัยก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ดังเสียจนรัตนกรกันต์เกิดความสงสัยว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าอีกฝ่ายถึงได้หัวเราะออกมาเช่นนี้ และความสงสัยก็ยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเอื้อมมือมาขยี้หัวเขา พร้อมกับกลิ่นอ่อนๆของต้นไผ่อันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวโชยมาแตะจมูกจางๆ

            พี่ดนัย หัวผมยุ่งหมดแล้วนะครับ จะขยี้ทำไมเนี่ย? ถามออกไปพลางทำหน้ามุ่ยเพื่อบอกเป็นนัยว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ดนัยจึงเปลี่ยนจากการขยี้เป็นลูบเบาๆแทน

            เก่งจริงๆเลยนะ ตัวก็แค่นี้น่ะ

            ผมไม่ได้เตี้ย

            ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอเตี้ย ดนัยยิ้ม ฉันหมายถึงว่าเธอยังเป็นเด็กอยู่แท้ๆ แต่กลับไปเอาคำพูดอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ฉันพอจะคิดอะไรได้แบบนี้มาจากไหนกันนะ

            ผมก็แค่พูดไปตามที่ผมคิด บางทีเราก็ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดอะไรให้ยุ่งยากหรือซับซ้อนเลยนี่ครับ

            อืม ก็ถูกของเธอ ดนัยว่าพลางละมือออกจากหัวของเขา นั่นสินะ จะคิดให้ยากไปทำไมกัน

            ใช่แล้วครับ คิดแค่เรื่องที่ต้องคิดก็พอ

            อืม ชายหนุ่มพยักหน้า แม้จะทำท่าเหมือนเข้าใจแต่เหมือนอีกฝ่ายยังคงมีเรื่องให้ต้องคิดอยู่ในหัวอีกมาก รัตนกรกันต์จึงหันกายไปหาพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างออก ดนัยที่ได้มองการกระทำนั้นก็เกิดความสงสัยจนอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถาม

            ทำอะไรของเธอน่ะ?

            อยากกอดไหมครับ? เด็กชายไม่ตอบคำถามของเขา แต่กลับตอบมาด้วยคำถามที่ชวนให้ประหลาดใจแทน

            กอดทำไม?

            ก็เวลาที่คิดมากหรือมีเรื่องไม่สบายใจ ผมกับพี่ชายเจษเราจะกอดกันเสมอเลย ถึงจะช่วยคิดแทนกันให้ไม่ได้ก็อยากจะให้รู้ผ่านการกอดนี่แหละครับว่ายังมีคนที่เป็นห่วงอยู่ตรงนี้เสมอนะ

            เอาอีกแล้ว .. เป็นเด็กตัวเล็กแค่นี้แต่กลับไปเอาพลังอันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นมาจากไหนกันนะ?

            นั่นทำให้ดนัยอดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มออกมา

            เอาสิ อาภาสหนุ่มว่าพลางขยับกายเข้าไปในอ้อมแขนเล็กๆของเด็กชาย เพราะขนาดตัวที่ต่างกันทำเอารัตนกรกันต์ไม่สามารถโอบรอบอีกฝ่ายได้ ดนัยจึงยกมือตัวเองโอบกอดร่างของเขาให้เข้ามาหาตนด้วยมือเดียวแทน

            กลิ่นดอกมะลิหอมติดจมูกชวนชื่นใจ กับกลิ่นของต้นไผ่ที่ชวนผ่อนคลาย กลายเป็นเกิดความสบายใจในตัวกันและกันไปปริยาย รัตนกรกันต์รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัย ในขณะที่ดนัยก็รู้ได้ถึงความผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด

            ทั้งสองคนกอดกันอย่างนั้นอยู่นาน จนกระทั่งพอใจแล้วจึงผละออกจากกัน รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าก่อนจะหัวเราะกันออกมาเบาๆ

            ผม.. ผมว่าผม เอ่อ...

            เป็นอะไรรัตน์? ค่อยๆพูดก็ได้

            ผมขอตัวกลับไปที่บ้านก่อนดีกว่า

            อ้าว ดนัยร้องขึ้น ไหนบอกว่าจะกลับพร้อมฉันไง

            ผมอยากอาบน้ำ ร้อนมากๆเลยวันนี้ นั่นสิ ทำไมวันนี้ถึงได้ร้อนขนาดนี้กันนะ โดยเฉพาะบนใบหน้าที่เกิดอาการร้อนผ่าวไม่หยุดเลย

            ตามใจแล้วกัน เดี๋ยวฉันไปส่ง

            ไม่ๆ รัตนกรกันต์รีบยกมือห้ามพร้อมส่ายหน้าไปมา เดี๋ยวผมกลับเองดีกว่าครับ

            กลับได้หรือ? ดนัยเลิกคิ้ว ให้ฉันไปส่งน่าจะดีกว่านะ

            ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมรีบเดินเอา ครู่เดียวก็น่าจะถึงแล้ว

            ตามใจเธอแล้วกัน อย่าไปเถลไถลที่ไหนล่ะ?

            ครับ เด็กชายพยักหน้าก่อนที่จะรีบออกมาจากในห้องนั้น อาการแปลกๆที่เกิดขึ้นในอกนี่เขาไม่เข้าใจมันเอาซะเลย รู้แค่ว่าขืนอยู่ตรงนั้นต่อไปเขาคงได้หัวใจเต้นจนหลุดออกมาจากอกเป็นแน่ วินาทีนี้เขาควรรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นคงได้ตายอยู่ในห้องนั้นแน่ๆ

            สาวเดินออกมาได้ไม่ทันไรก็เจอใครที่คุ้นเคยเดินผ่านมา รัตนกรกันต์รีบร้องเรียกในทันทีพร้อมกับวิ่งไปหา

            พี่มิ่ง !

            อีกฝ่ายสะดุ้งตกใจนิดหนึ่งก่อนจะหันมามองเขาพร้อมถอนหายใจ คุณชายเองหรอกหรือครับ ตกใจหมดเลย

            นี่ๆ เมื่อวานผมไปทะเล มีของมาฝากพี่มิ่งด้วยแหละ ว่าแล้วก็รีบล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมา เปลือกหอยเล็กๆปรากฏให้เห็นแก่สายตา มิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย

            เปลือกหอยหรือครับ?

            ใช่แล้ว พี่ดนัยพาผมไปเที่ยวทะเลมา เลยเก็บเปลือกหอยมาฝากพี่มิ่งด้วย เลือกเอาอันที่ชอบไปได้เลยครับ

            “ขอบคุณมากครับ มิ่งยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบเปลือกหอยจากมือของเด็กชายไปหนึ่งชิ้น

พี่มิ่งเคยไปทะเลไหม?

            ไม่เคยหรอกครับ เจ้าตัวส่ายหน้า ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยได้ออกไปไหน อีกอย่างหนึ่ง ที่บ้านเกิดของผมก็ไม่มีทะเลด้วย

            พี่มิ่งมาจากไหนหรือ?

            เชียงใหม่ครับ

            เชียงใหม่? อยู่ไกลไหม? รัตนกรกันต์เอียงคออย่างสงสัย

            ไกลครับ อยู่ทางภาคเหนือนู่นแน่ะ

            แม่เจ้าโว้ย! งานการไม่ยอมทำแต่มาจู๋จี๋กับคุณชายอยู่ตรงนี้ สนิทกันดีจังวะ !ใครคนหนึ่งร้องตะโกนขึ้นมาจนทั้งสองหันไปมอง กลุ่มคนงานกลุ่มหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านมาร้องโห่แซวพวกเขาทั้งสองคน รัตนกรกันต์จำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือคนที่เคยมีเรื่องกับเขาเมื่อหลายเดือนก่อนที่โรงอาหาร เด็กชายทำหน้าบึ้งอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก แต่เลือกที่จะเงียบ

            ไอ้แสง อย่าปากดีให้มาก มิ่งตอบไปด้วยท่าทีไม่ค่อยสบอารมณ์ ซึ่งไม่ค่อยต่างจากเขาเท่าไหร่  

            ทำไมวะ! มึงนั่นแหละทำอะไรอยู่ คนอื่นเขาทำงานงกๆแต่มายืนอี๋อ๋อกันสนุกเลย

            มึงจะพล่ามอะไรก็ให้เกียรติคุณชายเขาบ้าง นายหัวรู้เข้าเดี๋ยวมึงจะโดนดี มิ่งว่าต่อ

            มึงไม่ต้องเอานายหัวมาอ้างเลยไอ้มิ่ง มึงน่ะจ้องจะกัดคอคุณชายอยู่ล่ะซี้! อย่างว่าแหละ สันดานเดิมของมึงคงแก้ไม่หาย ลืมแล้วหรือไงว่าเพราะจะไปกัดคอเมียคนอื่นเข้าถึงต้องมาอยู่ที่นี่น่ะ ว่าแล้วคนกลุ่มนั้นก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน รัตนกรกันต์เห็นได้ว่ามิ่งกำลังพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้อย่างมาก สังเกตได้จากมือทั้งสองข้างที่กำแน่น

            แต่ไม่แน่นะ คุณชายอาจจะเล่นด้วยกับมึงก็ได้ ตัวแค่นี้แต่มารยาเยอะจริงเชียว ว่าแล้วนายแสงผู้เป็นหัวโจกของกลุ่มก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถือวิสาสะจับแขนของคุณชายตัวน้อยเข้า ด้วยความตกใจรัตนกรกันต์จึงสะบัดออกแทบจะทันที

            ชะ! ทำมาเป็นสะบัดออก ใจจริงก็อยากมีผัวจนตัวสั่นล่ะว๊า !

            “ไอ้แสง!!มิ่งตะโกนเสียงดังพลางพุ่งจะเข้าหา หากแต่ถูกรั้งไว้ด้วยมือน้อยๆของเด็กชายเสียก่อน

            พี่มิ่ง ไม่เอา อย่ามีเรื่องเลย

            แต่มันว่าคุณชายขนาดนี้เลยนะครับ

            ปกป้องกันดีจริงเว้ย! สมกับเป็นคู่ผัวตัวเมียกันซะจริ๊ง! นายหัวรู้เข้าจะว่ายังไงวะนั่น คงรู้สึกว่าตัวเองโง่น่าดู เด็กที่ซื้อมาแม่งไปหลงชายอื่นว่ะ

            รัตนกรกันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย ว่าอย่างไรนะ?

            ก็บอกว่านายหัวแม่งโง่ที่ซื้อตัวมึงมาไง! ไอ้คุณชายถูกทิ้ง!

            เจ้าตัวเล็กกัดฟันกรอดก่อนจะเดินเข้าไปตรงหน้า จ้องด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            ไหนพูดอีกทีสิ

            ก็จะบอกว่ามึงน่ะถูกเขาทิ้ง.. โอ๊ย!!ยังไม่ทันที่จะพูดจบ กำปั้นเล็กๆก็พุ่งเข้าปะทะเข้าบนใบหน้าแทบทันทีโดยฝีมือของอนธการตัวน้อย สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก รัตนกรกันต์ทำท่าจะต่อยซ้ำอีกรอบ แต่กลับโดนต่อยสวนเข้ามาที่ใบหน้าเสียก่อน ร่างเล็กเซไปด้านหลังเล็กน้อยแต่ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้จึงพุ่งเข้าหาหมายจะต่อยอีกรอบ มิ่งและคนอื่นๆรีบเข้ามาแยกทั้งสองคนออกจากกัน

            คุณจะว่าผมอย่างไรก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ดนัย!เด็กชายร้องตะโกนเสียงดัง

            เก่งนักหรือมึงน่ะ!! เดี๋ยวกูก็กัดคอมึงให้สิ้นลายซะหรอก!!

            ทำอะไรกัน!!

            เสียงที่ดังและทรงพลังกว่าใครในที่นั้นดังขึ้น ทุกคนหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองต้นเสียง

            ไม่ใช่ดนัย .. แต่เป็นเด่นชัย นายหัวผู้เป็นใหญ่สูงสุดของเหมืองแห่งนี้

            ทุกอย่างเงียบลงแทบจะในทันที

            ฉันถามว่าอะไร!! เด่นชัยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงปรายตามองทุกคนที่อยู่ ณ ที่ตรงนี้ เมื่อเห็นใบหน้าที่ขึ้นเป็นรอยช้ำของรัตนกรกันต์ก็เข้าใจได้ในทันที

            ใครทำอะไรคุณชาย?

            เงียบ.. ยังคงไม่มีคำตอบกลับมาเช่นเคย ถ้าพูดให้ถูกคือไม่มีใครกล้าตอบอะไรออกมาเสียมากกว่า

            กูถามว่าใครทำอะไรคุณชาย!!!

            “อะ... ไอ้แสงครับ คนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันสั่นเทา รัตนกรกันต์สังเกตได้ว่านายแสงคนนั้นหน้าซีดไปในทันที

            มึงกล้าดียังไงวะไอ้แสง มีชีวิตทำงานอยู่ที่นี่ดีๆไม่ชอบใช่ไหม? เด่นชัยเอ่ยเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่ชวนให้เสียวสันหลัง

            มิ่ง มึงพาคุณชายกลับไปที่บ้าน แล้วไปตามดนัยมา

            ครับนายหัว มิ่งรับคำ ไปกันครับคุณชาย

            รัตนกรกันต์รู้ได้ทันทีว่าควรจะทำตามที่เด่นชัยบอกในตอนนี้ จึงเลือกที่จะตามมิ่งไปแต่โดยดี เขาเหลียวหลังกลับมามองครู่หนึ่งในขณะที่เดินกลับไปที่บ้านพัก

            ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่รัตนกรกันต์เชื่อว่าอีกฝ่ายหนึ่งคงจะได้รับการลงโทษที่เหมาะสมกับการกระทำที่ได้ทำลงไปอย่างแน่นอน

            แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เขาคิดในใจ เขาควรจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับดนัยอย่างไรดีนะ ?

 

สัพเพเหระ

น้องรัตน์ก็สู้คนนะคะ ขอบอกเลย
ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่สอนให้น้องต้องสู้ค่ะ ถึงจะเป็นอนธการแต่อย่างน้อยน้องก็ต้องสู้เพื่อตัวเอง
แต่รู้สึกจะขาดใจเลยค่ะ ลูกโดนต่อย
TT แง้

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นเดิมค่ะ

 


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #54 kkaem (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 23:19
    น้องง สุดโหด 55555 เก่งมากลูก แต่เตรียมคำอธิบายให้พี่เขาดีๆเลยนะ
    #54
    0
  2. #52 a-little-elf (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:24
    น้องสู้มากๆ
    #52
    0