ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 2 : เจษฎาพิพัฒน์ : ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    21 พ.ย. 62

            กว่าจะเดินทางมาถึงก็เย็นย่ำเสียแล้ว ดวงตะวันทอแสงสีทองไปทั่วท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ เด็กน้อยยังคงตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้พบเห็น เด็กอะไรกันเพียงแค่อากาศหนาวก็ตื่นเต้นเสียแล้ว นึกสงสัยเหมือนกันว่าคุณชายตัวน้อยนั้นถูกเลี้ยงมาแบบไข่ในหินปานไหนกันถึงได้ทำตัวไม่รู้จักโลกภายนอกได้ขนาดนี้ คงเพราะเกิดมาเป็นอนธการจึงทำให้ถูกเก็บตัวเอาไว้แต่ในวังเป็นแน่ มนตรีนึกกับตัวเองว่าต่อจากนี้เขาคงจะต้องเป็นคนสอนอะไรหลายๆอย่างให้กับเด็กคนนี้อีกมากมายอย่างแน่นอน


            รถแล่นเข้ามาในเขตรั้ว บ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปก็ปรากฏแก่สายตา เด็กน้อยมองซ้ายขวาไปทั่วอย่างตื่นตาตื่นใจ อาณาเขตที่กว้างใหญ่กว่าที่ที่เคยเติบโตมาทำเอาอยู่ไม่สุข บรรยากาศที่หนาวเย็นและร่มรื่นนั้นชวนให้น่าวิ่งเล่นเสียเหลือเกิน มนตรีพาเด็กน้อยออกมาจากรถ ผู้คนมากมายมารอต้อนรับพร้อมกับยกกระเป๋าของพวกเขาลง เจษฎาพิพัฒน์เกาะแขนของเขาแน่น ซึ่งมนตรีเองก็ไม่ได้ว่าอะไร อาจจะเป็นเพราะยังไม่คุ้นชินกับคนที่นี่คงทำเอาเด็กน้อยทำตัวไม่ถูก


            เขาพาอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านท่ามกลางคนรับใช้ที่ถือของเดินตามมา สถานที่แห่งแรกที่ถูกพาไปคือห้องที่จะกลายเป็นที่พำนักของคุณชายในคืนนี้


"ต่อจากนี้ ห้องนี้จะเป็นห้องนอนของน้องเจษ"


ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก ภายในคือห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม เจษฎาพิพัฒน์เบิกตากว้าง ห้องนี้ใหญ่โตและดูหรูหรากว่าห้องนอนของเขาที่พระนครอยู่มากนัก เจ้าตัวรีบเดินเข้าไปสำรวจสิ่งต่างๆมากมายภายในห้องอย่างตื่นเต้น มนตรีมองคนตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะต้องรับแรงกอดจากเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาหาเขา


"ขอบคุณครับคุณอา !"


เขาหัวเราะ "น้องเจษชอบไหมครับ?"


"ชอบครับ" เด็กชายยิ้มกว้าง ก่อนจะริมฝีปากประทับที่แก้มซ้ายขวาที่มาพร้อมกลิ่นหอมของดอกแก้วจากกายของอีกฝ่ายทำให้เขาตัวนิ่งเป็นก้อนหินเสียอย่างนั้น


"น้องเจษ... ทำอะไรหรือครับเนี่ย?"


"อ้าว" คุณชายน้อยเอียงคออย่างนึกสงสัย "ไม่ได้หรือครับ?"

 

"ใครสอนน้องเจษให้ทำแบบนี้ครับ?"


"ก็เวลาผมกับน้องชายรัตน์ให้ของขวัญกัน เราจะทำแบบนี้เป็นการขอบคุณกันนี่นา กับท่านพ่อก็ด้วย"


มนตรีแทบจะกุมขมับกับสิ่งที่ตนเองถูกกระทำพลางนึกสงสัยอีกครั้งว่าคุณชายเจษฎาพิพัฒน์ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไรจึงทำให้ความใสซื่อสามารถฆ่าเขาให้ตายวันละหลายรอบได้แบบนี้


            ก็นึกแล้วแหละว่าต้องสอนให้เด็กน้อยได้รู้ประสาบ้าง แต่ดูท่าทางแล้วว่าน่าจะต้องสอนเยอะกว่าที่คิดเอาไว้


"เก็บของเถอะครับน้องเจษ เดี๋ยวอาจะพาไปชมบ้าน"


บ้านของมนตรีนั้นตกแต่งสไตล์ตะวันตกอย่างสวยงามอย่างไม่เสียชื่อเจ้าของเดือนมณี สวนส้มและสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ของอำเภอฝางที่เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรก็ไม่ผิดแปลกเท่าไหร่นัก ไม่มีใครในที่นี้ไม่รู้จักคุณมนตรี เจ้าของหนุ่มผู้สามารถทำให้ที่ดินที่รกร้างกลายเป็นพื้นที่สีเขียวชอุ่มได้ในเวลาไม่กี่ปี ชื่อเสียงของเขานั้นเลื่องลือไปทั่วว่าเป็นสวนดอกไม้ที่สวยไม่แพ้ที่อื่น ส้มในสวนที่ส่งออกนั้นหวานอมเปรี้ยวฉ่ำไปด้วยน้ำและเนื้อจนใครผู้มาเยือนสามารถเอาไปเป็นของฝากได้อย่างไม่เสียชื่อ แถมในตอนนี้ยังมีแปลนที่จะสร้างรีสอร์ทที่จะทำให้มูลค่าของที่นี่เพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ถึงแม้จะมีชื่อเสียงมากแค่ไหน คุณมนตรีนั้นก็ไม่ได้ถือตัวเลยแม้แต่น้อย ด้วยความสุภาพและมีเมตตาทำให้เป็นที่รักของคนงานรวมถึงชาวบ้านแถวนี้แทบจะทุกคน


ผู้มาใหม่ของบ้านถูกพามาแนะนำต่อทุกคน ความน่ารักและนอมน้อมตามแบบฉบับของคุณชายตัวน้อยผู้ถูกอบรมมาอย่างดีทำให้ทุกคนอดที่จะเอ็นดูไปไม่ได้ เด็กชายได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ในเย็นวันนั้นราวกับมีงานเลี้ยงขนาดย่อมๆเกิดขึ้นภายในบ้านแห่งนี้เพื่อต้อนรับคนที่ทุกคนรู้ทั่วกันโดยที่ไม่ต้องพูดคำใดๆออกมาว่านี่คือนายน้อยคนใหม่แห่งอาณาจักรเดือนมณี


เวลาล่วงเลยมาจนดึกดื่น คุณชายตัวน้อยเริ่มออกอาการง่วงนอนให้เห็นด้วยการหาวหวอดอยู่หลายครั้ง มนตรีสังเกตเห็นอาการเหล่านี้อยู่ห่างๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาพร้อมกับลูบหัวอย่างแผ่วเบา


"คงจะเลยเวลาเข้านอนของน้องเจษแล้ว" เขายิ้ม ไปอาบน้ำเข้านอนเถิด เดี๋ยวอาจะให้คนเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้


เจษฎาพิพัฒน์พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย จัดการตัวเองให้เรียบร้อยโดยการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสายตาของมนตรีทั้งสิ้น ก่อนที่จะมาส่งเด็กน้อยที่หน้าประตูห้องนอน


"ราตรีสวัสดิ์นะครับ น้องเจษ"


"อ้าว คุณอาไม่ได้จะนอนกับผมหรือ?"


"หืม?"


"ก็..." เด็กชายอ้ำอึ้ง "โดยปกติแล้วผมต้องนอนกับน้องชายรัตน์ ไม่เคยนอนคนเดียวมาก่อนเลย"


มนตรีเงียบไปชั่วครู่ นึกหาทางว่าจะทำอะไรดี กลิ่นดอกแก้วอันหอมชื่นใจนั่นชวนให้ใจหนึ่งเขาก็อยากที่จะร่วมเตียงกับเด็กคนนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็พยายามสงบนิ่งเอาเพราะเขามองอีกฝ่ายเป็นแค่หลานชายคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ควรที่จะคิดเกินเลยกว่านี้ ด้วยวัยที่ห่างกันเกือบยี่สิบปี ไม่ควรเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเข้าคุกเข้าตารางเลยสักนิด


แต่น้องเจษโตแล้ว ต้องหัดนอนคนเดียวได้แล้วนะครับ


ใบหน้าของเจษฎาพิพัฒน์เศร้าหมองลงเล็กน้อย ก่อนที่จะกอดแขนของมนตรีเข้า ดวงตาที่ใสเป็นประกายแก้วนั่นจ้องมองมาที่เขาอย่างออดอ้อน


คุณอานอนเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ แค่คืนนี้คืนเดียวก็ได้ ผมไม่อยากนอนคนเดียวโดยที่ยังไม่ชินในที่แปลกแบบนี้


ไม่รู้ว่าน้องเจษของเขาคนนี้ไปสรรหาวิธีอ้อนคนอื่นเช่นนี้มาจากไหน แต่มันก็มีความรุนแรงมากพอที่ทำให้มนตรีแทบจะใจอ่อนปวกเปียกเป็นน้ำเช่นนี้ สุดท้ายก็ต้องจำยอมจนได้


ตกลงครับ แค่คืนนี้คืนเดียวเท่านั้นนะ


เย้ ! ขอบคุณครับคุณอา !เปลี่ยนจากกอดแขนเป็นสวมกอดอย่างดีใจ ทำเอามนตรีกลุ้มใจหนักกว่าเดิมจนต้องดันเด็กชายออกเบาๆเป็นเชิงห้ามปราม


แต่น้องเจษต้องสัญญากับอาก่อน ว่าแล้วก็ยื่นข้อตกลง ว่าอย่าไปกอดหรือหอมแก้มใครสุ่มที่สุ่มห้าแบบนี้อีก เข้าใจไหม?


เข้าใจครับ เจษฎาพิพัฒน์พยักหน้ารับคำ แต่ทำกับคุณอาได้ใช่ไหม?


เอาล่ะสิ... เขาควรจะตอบไปอย่างไรดี สุดท้ายจึงเลือกที่จะเงียบไปไม่พูดอะไรแทน


น้องเจษเข้านอนก่อนครับ เดี๋ยวอาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะมานะครับ


เด็กชายพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มหวาน รีบมานะครับ


จะบ้าตาย .. แค่อายุสิบห้ายังขนาดนี้ มนตรีไม่อยากจะนึกเลยว่าเติบใหญ่อำนาจความน่ารักที่สามารถทำลายล้างได้ทุกสิ่งนี้จะทวีคูณเพิ่มไปมากแค่ไหนกัน


แล้วคืนนี้เขาจะข่มตาหลับลงได้ไหมหนอ ?




ทำไมคุณผู้ชายตาบวมแบบนั้นล่ะคะ? หญิงสาวถามหลังจากที่เห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องของตัวเอง มนตรีเพิ่มอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาส่ายหัวเบาๆเป็นคำตอบก่อนที่จะมานั่งที่โต๊ะทานอาหารของบ้าน หล่อนนำหนังสือพิมพ์ประจำวันมาให้เขา


เช้านี้มีอะไรกินงั้นหรือ? คุณเอื้อย


ข้าวต้มหมูสับค่ะ หล่อนตอบ คุณผู้ชายจะรับเลยไหมคะ?


ยังก่อน เขาว่า ขอกาแฟสักแก้วก่อนแล้วกัน แล้วก็ คุณเอื้อยช่วยไปปลุกน้องเจษที


ได้ค่ะ หญิงสาวรับคำ ก่อนที่จะเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ อ้อ! จริงด้วยค่ะคุณผู้ชาย คุณจิรสินโทรศัพท์มาแจ้งเมื่อเช้าว่าวันนี้จะมาพบค่ะ


มนตรีแทบจะกุมขมับเมื่อได้ยินชื่อแขกผู้ที่จะมาเยือนในไม่ช้านี้ เพื่อนตัวดีสมัยเรียนอยู่ที่มงฟอร์ตวิทยาลัยก่อนที่เจ้าตัวจะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ไม่ได้เจอกันมาก็นาน อยู่ๆลมอะไรหอบมาหาเขาถึงฝางได้กันล่ะเนี่ย


“Good Mornig! มนตรีเพื่อนรัก!คิดไม่ทันไร เสียงทักทายก็ดังขึ้นแทบจะทันที พร้อมกับร่างของเจ้าตัวปรากฏกาย


จิรสินเป็นบริรักษ์ที่จัดได้ว่าหน้าตาดีถึงขั้นดีมาก จึงทำให้มีคนเข้าหาด้วยอยู่ตลอดเวลา แต่เจ้าตัวไม่ยอมตกลงปลงใจกับใครสักที และด้วยความที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังในพระนครทำให้เจ้าตัวค่อนข้างที่จะมีหน้ามีตาอยู่ในสังคมอยู่ไม่น้อย แถมยังแต่งตัวตามสมัยนิยมชนิดที่ว่าไม่มีใครตามทันตลอดเวลา เรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่นำสมัยที่สุดในพระนครเลยก็ว่าได้ นำสมัยมากเสียจนผู้ชายที่ใช้ชีวิตเรียบๆอย่างมนตรีตามไม่ค่อยทันและไม่เข้าใจสักเท่าไหร่นัก แต่ถ้านับความเป็นเพื่อน แม้จิรสินจะเป็นคนที่เยอะจนล้นไปสักนิด แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีเลยทีเดียว


ทำไมอยู่ๆถึงมาหาได้ล่ะจิ


No! มนตรี ผู้เป็นเพื่อนสนิทร้องก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงหน้า ไอบอกแล้วไงว่าให้เรียกไอว่า โจชัว


จะชื่อไหนก็เหมือนกันนั่นแหละน่ะ ว่าแล้วก็ส่ายหัวเบาๆ เห็นไหม บอกแล้วว่าเป็นคนเยอะ


แล้วสรุปมาทำไม?


ไอได้ยินว่ายูรับคุณชายจากราชสกุลดารารัตน์มาอุปถัมภ์ จิรสินว่า เรื่องนี้เขาพูดกันไปทั่วพระนคร เลยอยากมาดูหน้าสักหน่อยว่าจะน่ารักขนาดไหนถึงทำให้คนแข็งกระด้างอย่างยูรับมาดูแลได้


มาถึงก็ว่ากันเลยรึ? มนตรีหัวเราะในลำคอ ยุ่งไม่เข้าเรื่องเสียจริง


ยูว่าไอหรือ?


เปล่า หมายถึงพวกคนที่พระนคร ว่างมากกันหรืออย่างไรจึงเอาเรื่องคนอื่นมาพูดกันสนุกปากแบบนี้


Anyway , คุณชายคนนั้นอยู่ไหนเสียล่ะ?


ถามยังไม่ทันขาดคำดี คุณชายเจษฎาพิพัฒน์ก็เดินลงมาถึงห้องรับประทานอาหาร เด็กหนุ่มตกใจเล็กน้อยกับผู้มาใหม่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ก็ยกมือขึ้นไหว้ตามมารยาทอย่างสวยงาม  แล้วจึงมานั่งที่โต๊ะข้างๆกับมนตรี จิรสินหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี


สวัสดีคุณชาย I’m โจชัว นะ เป็นเพื่อนของมนตรี


สวัสดีครับคุณโจชัว เด็กน้อยยิ้ม เจษฎาพิพัฒน์ครับ


Cute Boyจิรสินยิ้ม ไอมีของฝากเล็กๆ น้อยๆ มาฝากพวกยูด้วย


อะไรอีกล่ะ มนตรีขมวดคิ้ว


นี่ไง เด็กๆ!ว่าแล้วจิรสินก็จัดการสั่งให้เหล่าผู้ติดตามยกหีบห่อมากมายเข้ามาภายในห้อง คาดว่าน่าจะเป็นของจากห้างสรรพสินค้าของเจ้าตัว เจษฎาพิพัฒน์ตาโตกับสิ่งของที่เห็น ด้วยความที่ตระกูลไม่ได้มีทุนทรัพย์มากมายนักจึงไม่เคยได้เห็นของเยอะๆแบบนี้บ่อยนัก มนตรีดูก็รู้ว่าเด็กชายนั้นตื่นเต้นเพียงใด จึงยกมือขึ้นลูบหัวเด็กชายเบาๆ


เวลาได้รับของต้องทำอย่างไรครับ น้องเจษ


ขอบคุณครับคุณโจชัว เด็กน้อยยกมือไหว้พร้อมกับรอยยิ้ม


จิรสินหัวเราะ You’re welcome !


ทานอาหารเช้ากันเถอะ คุณเอื้อยเตรียมข้าวต้มไว้ให้แล้ว ถ้ายังไม่ได้กินอะไรมาก็ร่วมโต๊ะด้วยกันก่อนสิจิ


ด้วยความยินดี


มื้ออาหารเช้าดำเนินไปด้วยความสนุกสนานเป็นอย่างมากสำหรับคุณชายเจษฎาพิพัฒน์ เพราะได้ฟังเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับต่างประเทศจากจิรสิน เรื่องของเมืองนอกนั้นเป็นเพียงเรื่องที่ได้ฟังมาบ้างจากพี่เลี้ยงและครูสอนหนังสือเท่านั้น และดูเป็นเรืองที่ไกลเกินตัวสำหรับเด็กชายอายุสิบห้าที่แม้ว่าจะเกิดมาในตระกูลชั้นสูงแต่กลับด้อยวาสนาเช่นนี้


คุณอาฮะ ผมอยากออกไปเดินเล่น เด็กน้อยกล่าวหลังจากที่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเสร็จ


เอาเสื้อคลุมไปด้วยนะครับ ถึงอากาศจะเย็น แต่กลางวันแดดค่อนข้างแรง เดี๋ยวเราจะไม่สบายเอา


คุณอาจะไม่ออกไปเดินกับผมหรือครับ? เจษฎาพิพัฒน์ทำหน้าเศร้าลงเล็กน้อย


ให้คุณเอื้อยพาไปก่อน เดี๋ยวอาคุยธุระกับคุณจิเสร็จจะตามออกไปนะ


เพียงเท่านี้ เด็กน้อยก็กลับมายิ้มกว้างได้อีกครั้ง ก่อนจะขยับไปหอมแก้มคุณอาหนุ่ม ทำเอาจิรสินตาโต


“Wow…”


และแล้วมนตรีก็ต้องปวดหัวอีกครั้งกับการกระทำของเด็กชายคนนี้ .. ให้ตายเถอะ กำลังจะทำให้เขาเป็นบ้าหรืออย่างไรกันนะ


น้องเจษ อย่าทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นสิครับ


อ้าว.. ขอโทษครับ ปกติท่านพ่อไม่เคยว่าผมเวลาทำแบบนี้มาก่อน..


ไม่เป็นไรครับ แต่วันหลังอย่าทำอีกนะ มนตรียิ้มให้เมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำหน้าเศร้าลงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาหญิงรับใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกล


คุณเอื้อยครับ ช่วยหาเสื้อคลุมสักตัวให้น้องเจษแล้วพาออกไปเดินชมสวนทีนะครับ เดี๋ยวผมตามไป


ได้ค่ะคุณผู้ชาย หญิงสาวรับคำ


คุณชายเจษฎาพิพัฒน์ออกจากห้องรับประทานอาหารไปแล้ว มนตรีมองหน้าจิรสินที่เอาแต่มองเขาอย่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย


มองอะไร?


เปล่า จิรสินว่า แค่คิดว่า เด็กคนนี้เป็นอนธการที่น่ารักจังเลยน๊า ~


อืม ก็น่ารักตามวัย แต่ยังไม่ค่อยรู้ประสาเท่าไหร่ น่าจะต้องสอนอะไรอีกเยอะ


“จะทนไหวหรือ? ยูน่ะ”


หมายความว่าอย่างไร?


ยูก็รู้อยู่ว่าใครต่อใครก็หลงใหลในตัวสองพี่น้องสกุลดารารัตน์ จิรสินเอนกายพิงกับพนักเก้าอี้


ไม่คิดบ้างหรือว่าถึงมาอยู่ที่นี่ก็สามารถทำให้ใครหรืออาภาสหลงเสน่ห์ได้ไม่ยาก


มนตรีเริ่มเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายกล่าวถึง เขายังเด็ก


ก็ระวังเอาไว้ก็ดี ไอเอาปลอกคอมาให้ด้วย เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง เอาให้เขาใส่เสียล่ะ


ขอบใจ มนตรีกล่าวพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง เด็กชายที่กำลังจับมือกับหญิงสาวหันกลับมามองเขาดี รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้ เป็นอีกครั้งที่ถึงแม้จะอยู่ไกล แต่เขากลับได้กลิ่นดอกแก้วอันหอมกรุ่นที่ตรงปลายจมูกของตนเอง


นั่นสินะ.. ถ้าเด็กคนนี้ยังทำตัวน่ารักไป อาจจะสร้างความลำบากใจให้เขาอยู่ไม่น้อยในอนาคตอย่างแน่นอน



สัพเพเหระ

เปิดเผยแขกรับเชิญคนแรกแล้วนะคะ
โจชัว วง แห่ง
Seventeen นั่นเอง /ปรบมือต้อนรับ
เด็กน้อยรุกคุณอาน่าดูว่าไหมคะ? แล้วแบบนี้คุณอาจะทนไหวไหมน้อ ~

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยค่ะ

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #34 kkaem (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 15:56
    น้องงงงงง สงสารคุณอามากค่ะ พี่โจชัวนี่ก็รู้ทันนะคะเอาปลอกคอมาให้เลย 55555
    #34
    0
  2. #10 PuengJung08 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 08:42
    น่ารักน่าเอ็นดูมากค่าา
    #10
    0
  3. #9 Jjang_CM8 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 20:20
    เป็นเอ็นดูน้องเจษษษษ
    #9
    0
  4. #7 mmm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 17:11

    น้องน่ารักกกกกก อยากเลี้ยงเลยย

    #7
    0
  5. #5 vpvads (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 00:15
    เป็นกำลังใจให้น้องเจษปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เร็วๆ แล้วก็เป็นกำลังใจให้คุณอาด้วยนะคะ ท่องไว้นะคะว่าเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน
    #5
    0
  6. #3 จอมโจรอ้วนผอม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 21:33

    คุณมนตรีต้องนอนไม่หลับไปอีกกี่คืนกัน สงสารล่วงหน้าเลย

    #3
    0