ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 19 : รัตนกรกันต์ : ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

            คุณชายรัตน์ อยากไปเที่ยวทะเลไหม? คำพูดของเด่นชัยที่เอ่ยขึ้นขณะรับประทานอาหารเช้าทำเอาแววตาของเด็กชายเป็นประกายระยิบระยับขึ้นมาในทันที รัตนกรกันต์มาอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลากว่าสี่เดือนแล้ว ความหวังที่จะได้เห็นทะเลตามความเข้าใจแรกของเด็กหนุ่มถูกพับเก็บไปนานตั้งแต่ต้องเข้ามาทำงานที่เหมืองแห่งนี้ แม้จะไม่ยุ่งเท่าในตอนแรกที่ต้องช่วยงานเอกสารของดนัย แต่ก็มีอย่างอื่นต้องทำมากกว่านั่งคิดฝันถึงสถานที่ที่คิดว่าไม่มีทางจะได้ไป แต่ในวันนี้เขาได้ยินไม่ผิดใช่ไหม? เขากำลังจะได้ไปทะเลจริงๆงั้นหรือ?


            อยากครับ !เด็กชายตอบทันควัน ความหวังที่จะได้ไปเที่ยวทะเลเริ่มกลับมาอีกครั้ง ผมจะได้ไปเที่ยวทะเลจริงๆหรือ?


            ใช่ เดี๋ยวจะให้ดนัยพาไป เด่นชัยหัวเราะเสียงดังอย่างนึกเอ็นดู ในขณะที่ดนัยขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นปมอยู่แล้ว


            จะไปได้อย่างไรกันพ่อ มีงานรออยู่ตั้งเยอะตั้งแยะ อีกฝ่ายว่า


            แกทำงานหนักมาเยอะแล้ว ไปพักผ่อนเสียบ้างน่าจะดี ไหนๆเจ้าเอกกับคุณสลิลก็สามเดือนจะกลับมาครั้งหนึ่ง ไปเที่ยวสักหน่อยจะเป็นอะไรไป


            แต่..


            เรื่องงานไม่ต้องห่วงดนัย เดี๋ยวฉันกับเด่นชัยจะคุมงานเอง พวกเธอไปเที่ยวกันสักสองวันเถอะ แดเนียลว่า


            จริงด้วยพี่ดนัย หัดหาความสำราญในชีวิตเสียบ้างเถอะ วันๆทำแต่งานจนหน้าย่นหมดแล้ว เอกจักรเสริม


            อะไรกันเนี่ย?ได้ทีรุมกันใหญ่เลยหรือ? ดนัยเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะหันมามองเขา ว่าไง อยากไปทะเลนักหรือรัตน์?


            เด็กชายพยักหน้าซ้ำๆหลายที ก่อนจะตอบ อยากไปมากๆเลยครับ อยากไปมาตลอดเลย ผมไม่เคยเห็นทะเลเลยสักครั้ง


            นี่ไง คุณชายรัตน์พูดถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่พาไปคงจะใจร้ายน่าดู คุณหมอเอกจักรอมยิ้ม ตกลงไปนะ


            นายหัวหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะพยักหน้า ไปก็ไป


            เย้!รัตนกรกันต์ร้องออกมาด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด จะได้ไปจริงๆนะครับ คุณดนัยไม่ได้โกหกผมใช่ไหม?


            ดีใจอะไรขนาดนั้นกัน ก็แค่ไปทะเล


            แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้เห็นทะเลเลยครับ เด็กชายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ตื่นเต้นมากๆเลย


            งั้นรีบทานอาหารแล้วไปเก็บของกันดีไหมคุณชาย? สลิลว่า เราต้องใช้เวลาเดินทางนะ


            ครับ !เด็กชายรับคำก่อนจะรีบลงมือทานอาหารเช้าอย่างอารมณ์ดี ดนัยเหลือบมองใบหน้าหวานนั้นที่เอาแต่ยิ้มไม่หุบตลอดเวลาตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าจะไปเที่ยว มาคิดดูอีกที รัตนกรกันต์ก็เป็นเพียงเด็กอายุสิบห้าธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องมาเจอกับความเครียดสารพัดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ไหนจะต้องคอยปกป้องตัวเองจากสายตาของเหล่าคนงานในเหมืองเพราะเขาไม่สามารถอยู่ด้วยได้ตลอดเวลาอีก การมาอยู่ที่นี่แค่เพียงสี่เดือนเริ่มหล่อหลอมให้เด็กชายเริ่มเป็นคนที่แข็งแกร่งและแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นว่าเขาได้พรากความสดใสตามวัยของเจ้าตัวไปเสียแล้ว


            แต่พอเห็นกลับมาร่าเริงสมกับเป็นเด็กได้บ้างก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาต้องยิ้มออกมา


            การเดินทางเริ่มขึ้นในตอนสายโดยมีดนัยทำหน้าที่เป็นคนขับรถ พอรู้ว่าปลายทางคือทะเล รัตนกรกันต์ก็เอาแต่พูดเจื้อยแจ้วกับเอกจักรและสลิลไปตลอดทางด้วยความตื่นเต้นมากเสียดนัยเองก็เริ่มสงสัยแล้วว่าจะตื่นเต้นอะไรมากมายขนาดนั้น แต่พอผ่านไปสักพักหนึ่งเสียงนั้นก็เงียบลง เมื่อเหลือบมองผ่านกระจกก็เห็นว่าเจ้าเด็กที่เอาแต่พูดไม่หยุดคนนั้นหลับคอพับไปเรียบร้อยแล้ว ทำเอาเขาหัวเราะกับตัวเองเบาๆ


            หัวเราะอะไรหรือพี่ดนัย? เอกจักรถาม


            เปล่าสักหน่อย


            ก็เห็นอยู่ว่าหัวเราะ ยังจะปฏิเสธอีก คุณหมอหนุ่มว่า ไหนๆคุณชายก็หลับไปแล้วขอพูดสักหน่อยแล้วกัน


            อะไร?


            พี่ดนัยช่วยใจดีกับคุณชายเขาบ้างเถอะ เขาเจอเรื่องร้ายๆมาเยอะ แค่ถูกพ่อแท้ๆของตัวเองขายให้ก็แย่พอแล้ว ไหนจะต้องมาลำบากอยู่ที่นี่และเจอคนงานของพี่ลวนลามทางสายทุกวันอีก มันเกินกว่าที่เด็กอายุสิบห้าจะต้องมาพบเจอด้วยซ้ำ


            รู้แล้วน่า เขารับคำ ก็พามาเที่ยวแล้วไง


            ก็หมายถึงการปฏิบัติตัวอย่างอื่นด้วยไง เอกจักรว่าต่อ อย่างไรคุณชายก็จะมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของพี่ในอนาคตด้วยนี่


            อะไรกัน? คุณพ่อให้เอกมากล่อมพี่ด้วยอีกคนงั้นหรือ?


            เปล่าสักหน่อย ก็เห็นว่าคุณชายเขาก็น่ารักดี


            แต่เขายังเด็ก


            ก็รอให้โตกว่านี้ก่อนไง คุณหมอตัวเล็กหน้ามุ่ย หรือว่ายังไม่ลืมคุณอัจฉราอีกงั้นหรือ?


            ดนัยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเบาๆ ก็ไม่เคยลืม


            บรรยากาศบนรถเงียบลงไปในทันที เอกจักรเองก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรต่อเมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น ในเมื่อเวลาไม่สามารถช่วยเยียวยาความรู้สึกก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้ เขาได้แต่หวังว่าขอให้เด็กชายที่กำลังหลับสนิทอยู่นี้เป็นผู้ที่มาช่วยปัดเป่าความเศร้าในอดีตของดนัยที เขาไม่อยากให้พี่ชายของเขาคนนี้จมอยู่ในความทุกข์ระทมจากความรักที่ไม่สมหวังอีกต่อไปแล้ว


            คุณชายครับ ตื่นได้แล้วครับ สลิลเอ่ยขึ้นพลางเขย่าตัวของเขาเบาๆ รัตนกรกันต์ยกมือขึ้นขยี้เล็กน้อยก่อนที่จะรู้สึกปวดเมื่อยบริเวณลำคอและไหล่จากการนอนผิดท่าบนที่แคบๆ กลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก เขาย่นคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม


            เราอยู่กันแล้วหรือครับ?


            สลิลหัวเราะกับท่าทางงัวเงียที่ดูเหมือนจะยังไม่ตื่นดี เราอยู่ที่ทะเลแล้วครับ


            เหมือนคำว่าทะเลจะทำให้เด็กชายตื่นตัวขึ้นมาแทบจะในทันที รัตนกรกันต์รีบลงจากรถเพื่อพบว่าทะเลสีมรกตและผืนทรายอันแสนกว้างใหญ่ได้อยู่ตรงหน้าเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันงดงามจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง แถมยังสวยยิ่งกว่าที่ได้จินตนาการเอาไว้เสียอีก หัวใจของเด็กชายเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่สามารถห้ามไว้ได้ สองเท้ารีบวิ่งลงไปโดยที่ไม่ฟังเสียงเตือนของดนัยที่ตะโกนไล่หลังมา


            รัตน์! อย่าวิ่ง! เดี๋ยวก็หกล้ม..


            ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยค เด็กชายรัตนกรกันต์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นทรายเรียบร้อยแล้ว ดนัยได้แต่ส่ายหัวก่อนจะเดินไปจับให้เขาลุกขึ้นยืนดีๆพร้อมกับปัดทรายที่เปื้อนตามร่างกายออกให้


            นี่ไง พูดไม่ทันขาดคำเลย ทำไมดื้อแบบนี้นะ


            ผมตื่นเต้นไปหน่อยครับ เด็กชายว่า มัน.. มันสวยมากๆเลย


            รู้แล้วๆ แต่ก็ต้องระวังตัวด้วยเข้าใจไหม? เดินไประวังนอกจากหกล้มแล้วเปลือกหอยจะบาดเท้าเธอเอา


            แหะๆ เข้าใจแล้วครับ เด็กชายว่า ถึงแม้ว่าจะโดนดุแต่เขาไม่รู้สึกโกรธเลยสักนิด กลับรู้สึกดีใจและขอบคุณมากกว่าที่ดนัยยอมพาเขามาที่นี่


            ไปทานอาหารกลางวันกันก่อนดีไหมครับคุณชาย? นั่งรถมาทั้งวันคงจะหิวแย่แล้ว แล้วเดี๋ยวทานเสร็จเราค่อยไปเล่นทะเลกัน เอกจักรที่เพิ่งเดินตามมาว่า


            ครับ!รัตนกรกันต์ยิ้มกว้างกว่าครั้งไหนๆ ก่อนจะเดินไปหาเอกจักรและสลิล ดนัยได้แต่ส่ายหัวพร้อมกับเดินตาม


            จะดีใจอะไรขนาดนั้นกันหนอ แต่ก็อย่างว่า เด็กอย่างไรก็ยังคงเป็นเด็กนั่นแหละ


            หลังจากมื้ออาหารกลางวัน รัตนกรกันต์วิ่งลงไปเล่นน้ำทะเลแทบจะในทันทีโดยมีเอกจักรลงไปเล่นเป็นเพื่อน ในขณะที่ดนัยและสลิลนั่งสนทนากันเรื่อยเปื่อยอยู่ใต้ร่มริมหาด เขาไม่ได้พักผ่อนแบบนี้มานานแล้ว แม้จะรู้สึกแปลกๆอยู่บ้างที่ได้นั่งว่างๆเช่นนี้แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายดีอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เอาแต่เคร่งเครียดกับการทำงานจนลืมวันลืมคืนไปเสียสนิท


            คุณชายนี่พลังเหลือล้นจริงๆนะครับ แดดแรงขนาดนี้ก็ยังเล่นสนุกได้ สลิลว่า


            ก็คงเพราะยังเป็นเด็กนั่นแหละ ดนัยตอบ เจ้าเอกเองก็ทำตัวเหมือนเด็กเสียจริงเชียว


            ถ้าดูจากขนาดตัวก็ใช่แหละครับ ใกล้เคียงกันอยู่ อีกฝ่ายหัวเราะ แต่ได้มาพักผ่อนแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน


            อืม นั่นสิ เขาพยักหน้า นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มานั่งเฉยๆแบบนี้


ครั้งล่าที่สุดเขามาเที่ยวทะเลมันก็นานมาแล้วจริงๆ ที่ทะเลแห่งนี้มีทั้งความทรงจำที่น่านึกถึงและไม่น่านึกถึงปนรวมกันเต็มไปหมด ดนัยผ่อนลมหายใจของตัวเองลงเล็กน้อยก่อนจะปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความคิดท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดเข้ามายังหาด เมื่อมองไปยังคนที่กำลังเล่นน้ำอยู่อย่างสนุกสนานเข้าก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเด็กนี่ก็ดีจริงๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากมายและสามารถสนุกได้กับสิ่งรอบข้างไปหมด เขานึกอิจฉารอยยิ้มอันแสนไร้เดียงสานั่นเสียเหลือเกิน และจำไม่ได้แล้วว่าวิธีที่จะยิ้มกว้างอย่างนั้นต้องทำอย่างไร


ในใจของเขาเต็มไปด้วยความคิดมากมายตีกันไปหมด จังหวะเดียวกับที่เจ้าเด็กน้อยหันมาสบตากับเขาพอดี รอยยิ้มกว้างถูกส่งมอบมาให้พร้อมกับการโบกมือโบกมือกระโดดโหยงเหยง ก่อนจะโดนคลื่นซัดจนล้มลงไปกับผืนน้ำ ทำเอาเขาหัวเราะออกมาเสียงดัง


ไม่ได้เห็นพี่ดนัยหัวเราะแบบนี้นานแล้วนะครับ สลิลเอ่ยขึ้น


หืม? แบบไหนงั้นหรือ?


ก็แบบที่กำลังหัวเราะอยู่นี่แหละครับ อีกฝ่ายยิ้ม ปกติเอาแต่ทำหน้าเครียดหน้าดุจนคนงานที่เหมืองกลัวหัวหดกันไปหมด


ก็ตอนนั้นทำงานนี่ อีกอย่างหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะยิ้มหรือหัวเราะพร่ำเพรื่อไปทำไม


บางทีการได้ยิ้มและหัวเราะบ้างก็ดีนะครับ นั่นหมายความว่าเรายังคงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ทั่วไปอยู่


ว่าพี่ไม่ใช่คนงั้นหรือสลิล?


ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย สลิลว่า แค่จะบอกว่าการจะยิ้มหรือหัวเราะไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกครับ รู้สึกอย่างก็แสดงออกอย่างนั้น แค่นั้นเอง


เขาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ


นั่นสินะ บางทีคนเราก็แค่ยิ้มและหัวเราะออกมาในเวลาที่ต้องการเท่านั้นเอง


ไม่เห็นจะต้องคิดให้มากความไปหน่อยเลย ปล่อยให้ร่างกายแสดงออกมาตามความรู้สึกที่เป็นอยู่เท่านั้นก็พอ

 

รัตน์ไปไหน? เอกกับสลิลเห็นบ้างหรือเปล่า? ดนัยเอ่ยถามหลังจากที่ลงมายังห้องรับประทานอาหารของบ้านพักริมทะเลที่พวกเขาทั้งสี่คนเข้าพักในคืนนี้ เขาจำได้ว่าเข้าไปอาบน้ำเพียงครู่เดียว พอออกมาเจ้าเด็กที่พักร่วมห้องกับเขาก็หายไปไหนไม่รู้เสียแล้ว ทีแรกคิดว่าอีกฝ่ายลงมาหาอะไรกินก่อนด้วยความหิวจากความเหน็ดเหนื่อยที่เล่นน้ำมาทั้งวัน แต่ก็ไม่พบแต่อย่างใด เห็นแค่เพียงเอกจักรและสลิลนั่งอยู่ที่โต๊ะเท่านั้น


เห็นว่าขอออกไปเดินเล่นที่ทะเลน่ะครับ สลิลตอบ


เดินเล่น? ตอนนี้งั้นหรือ? เขาขมวดคิ้ว นี่มันก็เย็นมากแล้วนะ ไม่กินอาหารหรืออย่างไร


ออกไปสักพักแล้วนะ พี่ดนัยลองออกไปตามสิ เอกจักรว่า


อืม งั้นเดี๋ยวมาก็แล้วกัน พวกเธอสองคนกินก่อนเลยก็ได้


            ว่าแล้วก็ก้าวเดินออกไปข้างนอกบ้านพักเพื่อตรงไปยังทะเลที่อยู่ติดกัน เดินหาอยู่สักพักก็เห็นร่างเล็กที่คุ้นเคยกำลังถอดรองเท้านั่งอยู่ริมหาดเพียงคนเดียว


ให้ตายสิ เป็นอนธการแท้ๆแต่กลับไม่ระวังตัวเอาเสียเลย แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาเป็นห่วงได้อย่างไรกัน


ทำอะไรอยู่น่ะรัตน์ เขาเอ่ยเสียงออกไป อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมามองเขา


ตกใจหมดเลย...


ดนัยเดินมาหาก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ เพิ่งอาบน้ำแต่มานั่งลงบนทรายแบบนี้เดี๋ยวก็เปื้อนอีกหรอก


ไม่เป็นไรหรอกครับ อีกฝ่ายว่า เปื้อนก็ล้างออกได้ เดี๋ยวก่อนจะเข้านอนผมอาบน้ำอีกทีก็ได้


แล้วไม่หิวหรือ?


เด็กชายส่ายหน้าเป็นคำตอบ ผมอยากอยู่ตรงนี้มากกว่า


ชอบเสียจริงนะ ทะเลเนี่ย


ครับ ชอบ รัตนกรกันต์ยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าหมองกว่าปกติจนดนัยอดไม่ได้ที่จะสงสัย


คิดอะไรอยู่งั้นหรือ?


ไม่มีอะไรหรอกครับ


บอกให้ฉันฟังได้นะ


เด็กชายเงียบไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันก่อนที่จะเอ่ยออกมา ผมคิดถึงบ้าน


อ่า...


คิดถึงท่านพ่อ คิดถึงพี่ชายเจษ คงจะดีกว่านี้หากท่านพ่อและพี่ชายเจษได้อยู่ตรงนี้ด้วยกัน


ดนัยเงียบ รัตนกรกันต์เองก็เงียบ มีเพียงเสียงคลื่นทะเลที่พัดเข้าริมฝั่งเท่านั้น


ทั้งที่สัญญากันเอาไว้ว่าจะกลับไปเล่าเรื่องทะเลให้ฟัง น้ำเสียงที่เคยราบเรียบค่อยๆสั่นเครือทีละน้อย ก่อนที่หยาดน้ำตาจะค่อยๆไหลรินลงมา


แต่ผมคงไม่มีโอกาสได้กลับไปหาพวกเขาอีกแล้วใช่ไหมครับ?


.... ดนัยยังคงเงียบ ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะตอบ เพียงแต่ไม่รู้จะปลอบใจอีกฝ่ายอย่างไรดี เขาไม่ใช่คนที่ปลอบคนอื่นเก่งสักเท่าไหร่ด้วย


บางทีผมก็คิดนะ... ท่านพ่อเกลียดผมหรือเปล่าถึงได้ทำกับผมแบบนี้ ขายผมให้มาอยู่ที่นี่น่ะ


เธอรู้ด้วยหรือว่าถูกขายแล้ว?


ใครๆในเหมืองเขาก็พูดกัน เด็กชายตอบ น้ำตายังคงไหลออกมาไม่หยุด ว่าผมถูกที่บ้านทิ้งแล้วถึงต้องมาอยู่ที่นี่


ท่านพ่อของเธอเขาก็คงมีเหตุผลนั่นแหละ เพียงแต่เธอยังเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจเหตุผลของเขา


คุณว่าท่านพ่อจะทำกับพี่ชายเจษแบบเดียวกับที่ทำกับผมไหมครับ?


เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก ดนัยว่าพลางยกมือลูบหัวคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ฉันอยากให้เธอรู้เอาไว้อย่างหนึ่ง


อะไรหรือครับ?


ท่านพ่อของเธออาจจะไม่ใช่คนที่สักเท่าไหร่ก็ช่างปะไร นับแต่นี้ไปฉันและทุกคนจะเป็นครอบครัวใหม่ให้กับเธอเอง


....


เธอมีฉัน มีคุณพ่อ มีแดเนียล มีเอก มีสลิลอยู่ตรงนี้แล้ว ฉันอาจจะไม่ได้ปฏิบัติกับเธอดีนักตั้งแต่แรก แต่หลังจากนี้ขอให้ฉันเริ่มใหม่ได้ไหม? พวกเราจะดูแลเธอไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งเอง อย่าเป็นกังวลไปเลย


            รอยยิ้มบางๆเกิดขึ้นบนใบหน้าทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลไม่ขาดสาย ขอบคุณนะครับ คุณดนัย


            เริ่มตั้งแต่นี้เลย เขายิ้ม ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณแล้ว


            แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรครับ?


            พี่ดนัย เรียกฉันว่าพี่ดนัย ดนัยว่า กับเอกกับสลิลก็เหมือนกัน เธอสามารถเรียกเขาว่าพี่ได้เลย พวกเขาคงจะดีใจถ้าได้ยินเธอเรียกแบบนี้


            รัตนกรกันต์พยักหน้า ครับ เข้าใจแล้ว


            พระอาทิตย์ตกแล้วล่ะ เขาว่าพลางชี้ไปยังดวงตะวันที่กำลังลอยต่ำลง ณ สุดขอบฟ้า


            สวยจังเลยนะครับ เด็กชายว่า ขอผมพิงพี่ดนัยได้ไหม?


            ได้สิ


            ว่าแล้วเอนหัวลงบนไหล่แกร่งของคนข้างๆท่ามกลางแสงสีทองที่ทออร่ามไปทั่วท้องฟ้า รัตนกรกันต์รู้สึกว่าจิตใจของสงบลงกว่าเดิมหลังจากที่ได้ยินคำพูดของดนัย และรู้สึกปลอดภัยเมื่อมือหนาโอบไหล่เขาให้เข้ามาใกล้ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาต่อจากนั้น เขาหลับตาลงเพื่อฟังเสียงคลื่นที่ยังคงดังต่อเนื่อง พร้อมๆกับเสียงหัวใจที่ดังไม่เป็นจังหวะยิ่งกว่าครั้งไหนๆ


            มันชัดเจน พร้อมกับความรู้สึกระหว่างคนทั้งคู่ที่กำลังค่อยๆก่อขึ้นมาอย่างช้าๆโดยทีไม่อาจรู้ตัว

 

สัพเพเหระ

อยากไปเที่ยวจังเลยค่ะ TT
เหนือสิ่งอื่นใดคืออยากพิงพี่ดนัยบ้าง แง ;;w;;

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นเดิมค่ะ

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #51 kkaem (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:22
    ความรักเกิดขึ้นแล้ว น่ารักกก
    #51
    0