ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 17 : รัตนกรกันต์ : ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 มี.ค. 63

            รัตนกรกันต์ตื่นขึ้นมาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดี การมาอยู่ที่นี่ทำให้เขาต้องปรับตัวหลายๆอย่าง จากที่ไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้ก็ต้องฝึกจนเริ่มที่จะชินขึ้นมาบ้างแล้ว บางทีการนอนบนเตียงแข็งๆนี่ก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่ อาจจะมีปวดหลังบ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังดีที่ไม่ต้องนอนบนพื้นเปล่าๆ และการมาอยู่ที่นี่ทำให้เขาได้ทำอะไรที่เคยทำมาก่อน เช่น การซักผ้าด้วยตัวเอง ซึ่งในครั้งแรกที่ลองทำคือเปียกโชกไปหมดจนดนัยทนไม่ไหวต้องมาช่วยเข้าจนได้ ซึ่งนั่นทำให้รัตนกรกันต์พอจะเห็นได้ว่าอีกฝ่ายถึงจะปากร้ายและดุไปบ้าง แต่ก็มีบางมุมที่ใจดีอยู่เหมือนเหมือนกันแม้เขาจะไม่ค่อยเห็นด้านนั้นก็เถอะ โดยรวมแล้วก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่แม้ในใจจะรู้สึกโหยหาบ้านของตัวเองที่พระนครอยู่ไม่น้อย


            แต่เวลาที่ผ่านไปก็พอจะทำให้รู้ได้ .. ว่าคงไม่โอกาสที่จะกลับไปได้แล้ว..


เขาจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินออกมาที่ห้องรับประทานอาหารของบ้าน แต่แล้วก็พบว่ามีชายแปลกหน้าอีกสองคนกำลังร่วมโต๊ะอยู่ด้วย รัตนกรกันต์ขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา จนกระทั่งดนัยหันไปเห็นเขา


ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น มากินข้าวสิ


ครับ รัตนกรกันต์ยังคงมองสองคนนั้นไม่วางตา ทั้งคู่ยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร นั่นพอทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะนั่งร่วมโต๊ะด้วยขึ้นมาบ้าง


คุณชาย นี่คุณหมอเอกจักร เป็นลูกพี่ลูกน้องของดนัยเขา ส่วนอีกคนหนึ่งคือคุณสลิล สามีของคุณหมอ เด่นชัยแนะนำคนทั้งคู่ เด็กชายยกมือไหว้ทักทายตามมารยาทโดยทั้งคู่ก็รับไหว้แต่โดยดี


คุณหมอเอกจักรเป็นชายร่างเล็กซึ่งดูแล้วน่าจะส่วนสูงพอๆกับเขา มีผิวขาวราวกับหยวกกล้วย ดวงตาเรียวคม และดูสะอาดสะอ้านตามประสาคนเป็นหมอ ส่วนคุณสลิลนั้นรัตนกรกันต์คิดว่าใบหน้าอีกฝ่ายช่างเป็นเอกลักษณ์เสียเหลือเกิน ดวงตาที่ชี้ขึ้นราวกับนาฬิกาที่บอกเวลาสิบโมงสิบนาทีกับแก้มยุ้ยๆที่ดูแล้วน่าหยิกไม่น้อย ดูจากภายนอกน่าจะบ่งบอกได้ว่าเป็นอาภาส แต่กลับไม่รู้สึกถึงอันตรายเลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะมีภรรยาแล้วเลยทำให้สายตาที่มองมาไม่ได้มีความน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย


ตอนอยู่พระนครได้ยินชื่อเสียงของคุณชายอยู่บ้าง เพิ่งเคยจะได้พบตัวจริงเป็นครั้งแรก น่ารักกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลยนะครับ สลิลว่า


ชื่อเสียงของผม? เด็กชายสงสัย


ก็ที่ว่าเป็นอนธการที่หน้าตาน่ารักจนใครๆก็อยากครอบครอง


ขนาดนั้นเชียวหรือ? ดนัยหัวเราะ ดูอย่างไรก็เป็นเด็กธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่เห็นจะน่าครอบครองตรงไหน


พี่ดนัยก็ว่าไป สลิลว่าต่อ ที่พระนครใครๆก็รู้จักคุณชายทั้งสองทั้งนั้นแหละ


ไม่เห็นจะรู้จัก


พี่ดนัยก็สนใจแต่งาน ไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องในพระนครหรอก คุณหมอเอกจักรพูดขึ้นมาบ้าง


สวัสดีคุณชาย เรียกผมว่าคุณหมอเอกเฉยๆก็ได้ เราเป็นอนธการเหมือนกัน ถึงผมจะหน้าตาดูดุไปบ้าง แต่ก็ไม่ต้องกลัวผมหรอกนะ


รัตนกรกันต์พยักหน้า เอกจักรยิ้มกว้าง


อยู่ที่นี่พี่ดนัยใจร้ายกับคุณชายบ้างหรือเปล่าครับ?


มากๆเลยครับ เด็กชายฟ้อง พี่ดนัยใช้ผมทำงานทั้งวันเลย


นี่ๆ ให้มันน้อยๆหน่อยรัตน์ มาอยู่ได้เดือนหนึ่งนี่ปากกล้าขึ้นเยอะเลยนะ ดนัยเอ่ยเสียงดุ นั่นทำให้เขาทำหน้าบึ้งลงเล็กน้อย


ผมพูดความจริง แถมยังให้ผมอยู่ในห้องที่มีแต่ฝุ่น สักวันผมคงหายใจไม่ออกตายแน่ๆ


เอกจักรหัวเราะเสียงดังกับสิ่งที่ได้ยิน งั้นเชียวหรือครับ? พี่ดนัยนี่เหลือเกินจริงๆเลยนะว่าไหม?


รัตนกรกันต์พยักหน้าเห็นด้วย เขาเริ่มชอบคุณหมอเอกจักรคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว ทำเอาบทสนทนาบนโต๊ะอาหารดูจะผ่อนคลายลงเพราะเริ่มคุ้นชินกับผู้มาใหม่ทั้งสอง


ดนัยทำหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อยก่อนจะวางแก้วกาแฟลง จะได้เวลาเริ่มงานแล้วรัตน์ กินได้แล้ว


วันนี้ให้คุณชายพักสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือ? เด่นชัยว่า อย่างไรเขาก็เป็นเด็ก ใช้งานหนักขนาดนี้คงเหนื่อยแย่


เราให้เขาพักในขณะที่คนอื่นทำงานไม่ได้หรอก ดนัยกล่าว ถ้าพักแล้วจะให้ทำอะไรอีก ที่นี่ไม่มีเปียโนให้เล่นอย่างที่เคยทำหรอกนะ


ถ้าอย่างนั้นคุณชายรัตน์มีอะไรที่อยากทำบ้างไหม? เด่นชัยถามต่อ


รัตนกรกันต์นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนนจะเอ่ย ผมอยากทำความสะอาดห้องทำงานของคุณดนัยครับ


ทั้งโต๊ะหัวเราะครืนในสิ่งที่ได้ฟัง ยกเว้นดนัยที่หน้าบึ้งกว่าเดิม


ทำไมรัตน์? ห้องทำงานของฉันมันทำไม


ก็รกเสียยิ่งกว่าอะไรดีอีกครับ ถ้าหากยังปล่อยแบบนี้ต่อไปผมคงได้สำลักฝุ่นตายจริงๆ แถมวันก่อนคุณยังหาเอกสารไม่เจอทั้งๆที่มันอยู่บนโต๊ะคุณอีกด้วย ถ้าอะไรๆเป็นระเบียบน่าจะดีกว่านี้นะครับ


เหมือนเห็นแม่ของดนัยในร่างของคุณชายจริงๆ แดเนียลยิ้มกว้าง แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ทำความสะอาดเสียบ้างก็ดี


บ่นกันใหญ่เชียวนะ ดนัยส่ายหัวไปมา จะทำอะไรก็ทำเถอะ อย่าทำอะไรเสียหายก็แล้วกัน


คุณดนัยก็ต้องมาช่วยผมด้วย


ฉันมีงานต้องทำ


แต่นั่นมันห้องทำงานของคุณนะ อีกอย่างหนึ่ง ผมไม่เคยทำความสะอาดเองมาก่อนด้วย


นั่นมันเรื่องของเธอ ฉันไม่ได้ขอ


ไม่เอาน่า อย่าเถียงกันเลยนะครับ เอกจักรเอ่ยขึ้นขัดบทสนทนาของทั้งคู่ แต่ผมเห็นด้วยกับที่คุณชายรัตนกรกันต์พูดนะ พี่ดนัยควรจะทำความสะอาดบ้าง ไม่อย่างนั้นสักวันหนูคงได้เข้าไปอยู่แน่ๆ


ได้ทีรุมกันใหญ่เลยนะ ใช่สิ เด็กนี่ทำอะไรก็เห็นดีเห็นงามด้วยไปหมดเลยนี่ ดนัยว่าพลางหัวเราะในลำคอ เหลือเกินจริงๆ


ตกลงคุณจะช่วยผมทำความสะอาดไหม? เด็กชายถามต่อ


ทำก็ทำ โดนรุมขนาดนี้ฉันคงจะขัดอะไรได้


รัตนกรกันต์ยิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนจะเริ่มลงมือรับประทานอาหารเช้าในจาน ถือเป็นความสุขเล็กๆของวันที่สามารถทำให้คนหัวแข็งอย่างดนัยยอมให้เขาได้


เอาคนไปช่วยด้วยสักคนสองคนสิ เด่นชัยเอ่ย เอาเจ้ามิ่งก็ได้


มิ่งที่มาอยู่เมื่อสามปีก่อนงั้นหรือ? เอกจักรถาม จะดีหรือครับคุณลุง? เขาจะไม่ทำอะไรคุณชายใช่ไหม?


ไม่หรอก เห็นดนัยไว้ใจให้พาไปนู่นมานี่อยู่ตลอดเลย แถมยังเคยช่วยเหลือคุณชายไว้ด้วย เขาคงจะรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ


แต่คุณลุงก็รู้ว่าเขาเคยทำเรื่องอะไรเอาไว้ถึงต้องมาอยู่ที่นี่


เรื่องอะไรหรือครับ? รัตนกรกันต์ถามขึ้นมา ทำเอาทั้งโต๊ะเงียบไปทันทีจนเขารู้สึกว่าเขาพูดอะไรผิดหรือเปล่า


ไม่มีอะไรหรอกคุณชาย เด่นชัยยิ้ม ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก


นั่นยิ่งทำให้รัตนกรกันต์สงสัยมากกว่าเดิม แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้ว่าทุกคนคงไม่อยากที่จะให้เขารู้ในตอนนี้


ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมกับคุณเอกจะช่วยด้วยนะครับ สลิลยิ้ม ทำกันห้าคนจะได้เสร็จเร็วๆ


ก็รีบกิน จะได้รีบไปทำ งานอย่างอื่นรออยู่ ดนัยกล่าวก่อนที่จะลุกออกจากโต๊ะไป


คุณชายเก่งเหมือนกันนะครับที่กล้าเถียงพี่ดนัย เอกจักรหัวเราะ ได้เห็นเขาหัวเสียแบบนั้นก็ตลกดีเหมือนกัน


นั่นสิครับ สมกับเป็นว่าที่เจ้าสะ... ยังไม่ทันที่สลิสจะพูดจบ ก็โดนเอกจักรตะครุบปากให้เงียบลงเสียก่อน ในขณะที่เด่นชัยดุอีกฝ่ายทางสายตา


คงยังมีอีกหลายเรื่องที่รัตนกรกันต์ยังไม่รู้ หรือไม่อย่างนั้นเขาก็คิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่ควรจะรู้ และถ้าหากเวลานั้นมาถึง คงจะมีใครสักคนที่จะบอกเขาเอง


ตอนนี้เอาแค่หาทางเอาตัวรอดให้แต่ละวันให้ได้ก่อนดีกว่า ไหนจะต้องรับมือกับกองงานและดนัย รวมไปถึงเหล่าคนงานอาภาสทั้งหลายที่ต้องเขาตาเป็นมันยามเดินออกไปด้านนอกอีก


เพียงเท่านี้ก็มีเรื่องให้เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว


รัตนกรกันต์ไอสองสามทีหลังจากที่ได้ทำการลงมือปัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเอง ก่อนที่จะนำผ้ามาชุบน้ำและบิดออกเพื่อที่จะนำมาทำความสะอาด ผ่านมากว่าครึ่งวันแล้วหลังจากที่เริ่มลงมือทำความสะอาด แม้จะช่วยกันทำถึงห้าคนแต่ก็ยังจัดการไปได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งสักที อย่างน้อยเอกสารบางส่วนก็ได้ถูกจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เพียงจัดสิ่งของต่างๆให้เป็นระเบียบเข้าที่ของมันเท่านั้นซึ่งก็ดูจะเยอะอยู่พอสมควร


อันนี้ทิ้งได้เลยไหมครับ? เขาเอ่ยถามก่อนจะยกลังที่บรรจุสมุดมากมายเอาไว้ภายใน ดนัยเดินมาดูก่อนจะส่ายหัว


ไม่ได้ อันนี้เป็นสมุดบัญชีเก่าๆ เก็บเอาไว้ก่อนเผื่อว่าต้องใช้ เอาไปไว้ในตู้นั่นก็ได้ อีกฝ่ายว่า


มานี่ครับคุณชาย เดี๋ยวผมยกไปเอง มิ่งที่ถูกเรียกมาช่วยงานเดินมารับกล่องจากมือของเด็กชายไปไว้ยังที่ที่ดนัยชี้ ก่อนที่จะเดินมาจัดนู่นจัดนี่ต่อ


พอเริ่มลงมือจัดแล้วค่อยดูเป็นห้องทำงานขึ้นมาหน่อย เอกจักรว่า เหลือแค่เช็ดถูเท่านั้นแหละนะ


ครับ อย่างนี้ค่อยทำงานได้สบายใจหน่อย รัตนกรกันต์เอ่ย อีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกันคุณดนัยจะให้ผมเข้าไปทำความสะอาดให้ไหมครับ?


ไม่ต้อง ห้องนั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง


เขาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ อันที่จริงอีกห้องหนึ่งเขาไม่เคยได้มีโอกาสเข้าไปมาก่อน และเหมือนว่าคนที่เข้าไปในห้องนั้นเห็นจะมีแต่ดนัยเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้แต่เด่นชัยที่เป็นพ่อก็ยังไม่เคยเข้าไปเลยสักครั้ง สร้างความสงสัยให้กับเด็กชายอยู่ไม่ร้อย แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามหรือเข้าไปก้าวก่ายใดๆ เพราะหากเผลอเข้าไปอาจจะโดนดุยกใหญ่หรือไม่ก็โดนโยนออกมาจากห้องก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้ว รัตนกรกันต์ขอไม่เสี่ยงหรือรบเร้าอะไรเกี่ยวกับห้องนั้นเด็ดขาด


คุณชายตัวน้อยที่เพิ่งเคยทำความสะอาดเองครั้งแรกนำผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดบนโต๊ะของดนัยที่ถูกจัดเรียบร้อยแล้วเพื่อล้างคราบฝุ่นที่เกาะอยู่หนาเตอะ สายตาเหลือบไปเห็นกรอบรูปอันหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ ภายในบรรจุรูปของดนัยกับหญิงสาวอีกคนหนึ่งยืนอยู่เคียงคู่กัน เด็กชายหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความใคร่อยากรู้ ใบหน้าของทั้งคู่มีรอยยิ้มกว้างชนิดที่รัตนกรกันต์ไม่เคยได้เห็นจากอีกฝ่าย แถมใบหน้าของหญิงสาวยังจัดอยู่ในระดับที่เรียกว่าสวยเอาการอยู่ไม่น้อยอีกต่างหาก


            แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรออกมา กรอบรูปก็ถูกดึงออกจากมือของเขาโดยชายคนที่อยู่ในรูปใบนั้น


            เธอจะยุ่งเกินไปแล้วรัตน์ มาแตะของบนโต๊ะของคนอื่นแบบนี้ได้อย่างไรกัน


            อ่า ขอโทษครับ


            อะไรกันงั้นหรือ? เอกจักรเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะเดินมาดู คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ในมือ


            อะไรกันล่ะเนี่ย ยังไม่ทิ้งไปอีกหรือพี่ดนัย?


            ดนัยเงียบไปไม่พูดอะไร ก่อนที่จะวางกรอบรูปเอาไว้ที่โต๊ะเช่นเดิม


            คงจะเป็นของสำคัญมากสินะ...


             อย่าไปยึดติดกับคนแบบนั้นนักเลย เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะ คุณหมอหนุ่มว่าต่อ


            ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่า ไปทำความสะอาดตรงโน้นไป ดนัยเอ่ยตัดบท ก่อนที่จะเดินเข้าห้องปริศนานั้นไปโดยที่ไม่มองหน้าใครเลย


            เขาเป็นใครหรือครับ? รัตนกรกันต์เอ่ยถามออกมา


            คนรักเก่าของพี่ดนัยน่ะ อีกฝ่ายตอบ แต่เลิกรากันไปนานแล้ว แต่เหมือนว่าพี่ดนัยยังรักเขาอยู่


            เด็กชายผู้อ่อนต่อโลกในเรื่องของความรักขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจในความหมายในสิ่งที่เอกจักรพูดออกมา ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กชายที่ได้รับความรักอย่างเปี่ยมล้นมาตลอดจะไม่รู้จักถึงอีกด้านหนึ่งของความรักที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและเสียใจ และเหมือนความสงสัยนั้นจะไม่สามารถปิดซ่อนเอาไว้ได้เพราะมันถูกแสดงออกมาผ่านทางใบหน้าหวานนั้นตลอดเวลา สลิลที่ฟังอยู่หัวเราะน้อยๆ


            คงจะเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับคุณชายในตอนนี้นะครับ แต่เดี๋ยวโตขึ้นกว่านี้ก็จะเข้าใจเอง


            ผมไม่เห็นจะเข้าใจเลยคุณสลิล


            ความรักในโลกนี้ก็มีหลายแบบครับ บางทียิ่งรักมากก็ยิ่งฝังใจกับมันมาก พี่ดนัยเองก็เป็นเช่นนั้น


            เอกจักรพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย พิษรักมันแรงนี่นะ ผ่านมานานก็ยังลืมไม่ได้สักที ใช่ไหมมิ่ง?


            ชายหนุ่มทีกำลังถูพื้นอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ตอบอะไรออกมานอกจากพยักหน้าน้อยๆให้แทน


            พี่มิ่งเคยมีความรักด้วยหรือ? รัตนกรกันต์เอ่ยถามต่อ


            ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าความรักได้หรือไม่เหมือนกันครับ เขาตอบ


            อะไรเนี่ย? อย่างไรก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เด็กชายทำหน้ามุ่ย


            ความรักเป็นเรื่องที่เข้าใจยากเสมอแหละครับ ถ้าคุณชายต้องการที่จะรู้ก็ให้พี่ดนัยสอน.. โอ๊ย! เจ็บนะครับคุณเอก สลิลว่าพลางลูบแขนตัวเองเพราะยังไม่ทันพูดจบก็โดนเอกจักรหยิกที่แขนเข้าเสียก่อน


            ไม่ต้องเลยคุณสลิล คุณชายเขายังเด็ก เอกจักรเอ่ยเสียงดุ คุณชายหิวหรือยังครับ? เราพักทานอาหารกลางวันกันก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมไปยกมาให้


            ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกับพี่มิ่งจะไปยกมาให้เอง เด็กชายตอบ ไปกันครับพี่มิ่ง อยากรู้จังว่าวันนี้ที่โรงอาหารจะมีอะไรให้ทาน


            ครับคุณชาย มิ่งว่าพลางเดินตามเขาออกไปด้านนอก


            พี่มิ่ง ผมขอถามอะไรหน่อยสิ รัตนกรกันต์เอ่ยถามระหว่างที่กำลังเดินไป มิ่งหันมามองหน้าเขา


            ถามอะไรหรือครับ?


            ความรักที่พี่มิ่งเคยมีเป็นอย่างไรงั้นหรือ?


            มิ่งเงียบ ไม่ตอบ


            เล่าไม่ได้หรือ? เขาถามต่อ


            ก็ไม่ใช่ว่าเล่าไม่ได้หรอกครับ แค่ไม่อยากพูดถึงสักเท่าไหร่


            ทำไมล่ะ?


            เพราะผมไม่รู้ว่ามันควรจะเรียกว่าอย่างไร แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน มิ่งยิ้มบางๆ


            แต่มันก็ผ่านมานานแล้ว ผมย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เลยได้แต่ยอมรับในสิ่งที่ผมก่อเอาไว้ครับ


            แสดงว่าพี่มิ่งเคยทำอะไรไม่ดีเอาไว้อย่างนั้นหรือ? รัตนกรกันต์ยังคงถามไม่หยุด แม้ว่าทั้งคู่จะเดินมาถึงโรงอาหารแล้วก็ตาม


            ก็ประมาณนั้นแหละครับ


            พี่มิ่งดูไม่น่าใช่คนไม่ดีเลย


            มิ่งหัวเราะเบาๆ อย่างนั้นหรือครับ?


            ก็พี่มิ่งดูออกจะใจดีนี่นา แถมยังเคยช่วยผมเอาไว้ด้วย เด็กชายว่าพลางยิ้มกว้าง


            ผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้นหรอกครับคุณชาย อย่าเพิ่งรีบที่จะตัดสินผมเลย


            บอกว่าใจดีก็ใจดีสิ คุณชายตัวน้อยทำหน้ามุ่ย


            ครับๆ ผมไม่เถียงคุณชายแล้ว ไปกันเถอะครับ มิ่งว่าพลางเหล่ไปรอบๆ แถวนี้แมลงมันเยอะ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยกับคุณชายเอา


            ได้ครับ ป่านนี้คุณหมอเอกกับคุณสลิลคงรอแล้ว


            มิ่งให้รัตนกรกันต์เป็นคนเดินนำและตัวเองเดินตามประกบท้าย คุณชายตัวน้อยชวนให้เขาคิดถึงใครบางคนที่เขาจากมา คนที่เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถใช้คำว่ารักได้หรือไม่ คราวนั้นเขายังเด็กนักจนทำให้เกิดเป็นความผิดพลาดครั้งหนึ่งในชีวิตที่เขาไม่มีวันที่จะให้อภัยตัวเองเลย  ถ้าหากไม่ทำอย่างเช่นนั้น ในวันนี้เขาคงจะยังได้เฝ้ามองอีกฝ่ายอยู่เหมือนเดิม ไม่ใช่แค่คิดถึงจากที่ไกลๆแห่งนี้


            เพราะความรักเป็นเรื่องซับซ้อนและเข้าใจยาก ถ้าหากมีโอกาส เขาก็คงจะไม่ทำผิดซ้ำหรอก


            แม้จะเป็นความหวังที่ไม่อาจเป็นจริงได้ก็ตาม

 

สัพเพเหระ

เอกจักร = อี จีฮุน (อูจี SEVENTEEN)
สลิล
= ควอน ซูนยอง (โฮชิ SEVENTEEN)

จำคุณสลิลได้ไหมคะ? โผล่มาในตอนน้องเจษแว้บนึง แบบแว้บนึงจริงๆ ๕๕๕๕
สำหรับใครที่สงสัยว่ามิ่งเคยทำอะไรไว้ สามารถอ่านได้ในเรื่อง ชมจันทร์ เลยค่ะ
XD

ความรักที่ติดอยู่ในใจเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกันนะคะ
มาเอาใจช่วยคุณดนัยกับน้องรัตน์กันค่ะ
!

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอบคุณรอคอยและอยู่ด้วยกันด้วย
^ ^
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นเดิมค่ะ



B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #49 Applecolajelly (@kkaem) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:01
    จำคุณสลิลได้ค่ะ!! คุณดนัยอะนะปากร้ายใจดีจริงๆด้วย
    #49
    0