ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 16 : รัตนกรกันต์ : ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 มี.ค. 63

            รัตนกรกันต์เดินออกมาจากห้องนอนหลังจากที่จัดการธุระของตัวเองในเช้าวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว มือน้อยยกมือขึ้นมาปิดปากหาวหวอด อาการง่วงยังคงมีอยู่เล็กน้อย เพราะเอาแต่นอนร้องไห้ตลอดทั้งคืนเนื่องจากคิดถึงที่ที่ตนเองจากมา จนสุดท้ายกว่าจะสู่ห้วงนิทราด้วยความเหนื่อยอ่อนได้ก็เกือบรุ่งสางแล้ว ร่างกายของเด็กชายรู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อยเนื่องจากที่เตียงนอนนั้นไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนกับเตียงนอนของตัวเองที่วังดารารัตน์ อีกทั้งยังมีกลิ่นแปลกๆที่เขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกลิ่นอะไรอีก โดยรวมแล้วสำหรับเขาคือที่นี่ไม่น่าอยู่เลยสักนิด แต่ก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนเพราะถูกขายขาดมาแล้ว เลยจำต้องอยู่แบบจำใจและภาวนาขอให้ตัวเองชินกับที่นี่เร็วๆ

            อรุณสวัสดิ์ครับ เด็กชายเอ่ยเพื่อเดินมายังห้องรับประทานอาหารของบ้าน เด่นชัย แดเนียลนั่งรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว รวมไปถึงดนัยที่กำลังนั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เขาลดมือลงเล็กน้อย

            ตื่นเสียสายขนาดนั้นจะไปทำอะไรกินได้ อีกฝ่ายเอ่ยเสียงเรียบ นั่นทำให้รัตนกรกันต์ยืนตัวแข็งทื่อไม่ขยับไปไหน

            ไม่เอาน่าดนัย คุณชายมาอยู่ที่นี่คงยังไม่ชิน ให้เขาค่อยๆปรับตัวไปดีกว่า เด่นชัยว่า ดนัยยักไหล่ก่อนจะพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะ

            อาหารเช้าตั้งสำรับเจ็ดโมง เก้าโมงเราต้องเริ่มงาน หวังว่าเธอจะปรับตัวได้เร็วๆ ยังมีงานเยอะรออยู่ จะให้มารอเธอคนเดียวไม่ได้หรอกนะ

            ขอโทษครับ พรุ่งนี้ผมจะตื่นให้เร็วขึ้น รัตนกรกันต์เอ่ยเสียงอ่อน ใบหน้าของเด็กชายสลดลงเล็กน้อย ตั้งแต่เด็กจนโตมาถึงตอนนี้เขาไม่เคยถูกตำหนิด้วยน้ำเสียงขึงขังขนาดนี้มาก่อน จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำให้หวาดกลัวได้ขนาดนี้

            มากินอาหารเช้าก่อนเถอะ คงจะหิวใช่ไหม? แดเนียลเอ่ย เด็กชายพยักหน้าก่อนจะมานั่งลงที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามของดนัย แม่บ้านยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟบนโต๊ะ เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะมันเป็นอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกที่ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศที่นี่เลยสักนิด นั่นทำให้แดเนียลหัวเราะกับท่าทางของเขา

            ดนัยเขาชอบอาหารเช้าแบบตะวันตกน่ะ ติดมาสมัยไปอยู่กับฉันที่อังกฤษ

            พูดมากน่าแดเนียล ดนัยว่าพลางส่ายหน้า แล้วเธอจะจ้องมันอีกนานไหม? กินได้แล้ว เดี๋ยวต้องจะพาไปทำงาน

            ผมต้องทำงานจริงๆหรือ? เขาถามก่อนจะหยิบขนมปังในจานขึ้นมากัด

            จริงสิ คิดว่าล้อกันเล่นหรือยังไง? ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าไม่ทำงานก็จะไม่มีข้าวให้กิน ในเมื่อเธอกินแล้วก็ต้องทำงาน

            รัตนกรกันต์แทบจะวางขนมปังลงในทันที ถ้าจะให้เขาไปทำงานร่วมกับคนน่ากลัวที่ได้เจอเมื่อวานขอยอมอดตายเสียดีกว่า แต่เหมือนเด่นชัยจะล่วงรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ อีกฝ่ายยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ

            ไม่ต้องห่วงหรอกคุณชาย พวกเรารู้แล้วว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับเธอ พวกเราไม่ให้เธอไปใช้แรงงานกับพวกอาภาสพวกนั้นหรอก เดี๋ยวจะให้ไปช่วยงานดนัยอยู่ในห้องสำนักงานต่างหากล่ะ

            ผมบอกแล้วหรือว่าต้องการผู้ช่วย ดนัยเอ่ยเสียงแข็ง หน้าของอีกฝ่ายบอกได้ทันทีว่ารู้สึกไม่สบอารมณ์เลยสักนิด

            เอาน่า แกรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานแล้ว ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร ให้อยู่กับแกนั่นแหละดีแล้ว เด่นชัยดุกลับ ก่อนจะเอ่ยย้ำ

            เข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดใช่ไหม?

            ผมขอตัวไปที่สำนักงานก่อน ส่วนเธอรีบกินแล้วก็รีบตามมาอย่าชักช้าล่ะ เพราะต้องการที่จะเลี่ยงการทะเลาะที่อาจจะเกิดขึ้น ดนัยจึงเลือกที่จะตัดบทและลุกขึ้นเดินออกจากห้องครัวไป รัตนกรกันต์รับรู้ได้ถึงบรรยากาศมาคุที่เกิดขึ้น ทำเอาเขารู้สึกกินอะไรไม่ลงไปในทันที เด็กชายวางมือจากการรับประทานอาหารเช้า ทำเอาแดเนียลมองเขาอย่างแปลกใจ

            เพิ่งกินไปไม่กี่คำเอง อิ่มแล้วงั้นหรือ?

            เขาพยักหน้าแทนคำตอบ

ไม่ได้นะคุณชาย เธออยู่ในวัยกำลังโต ต้องกินเยอะๆนะ เด่นชัยกล่าวพร้อมกับยิ้ม ส่วนเรื่องดนัยเดี๋ยวลุงจะจัดการเอง แต่สบายได้ เขาไม่ทำอะไรหรอก อาจจะปากร้ายไปบ้างแต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรเลย

เพราะอย่างนั้นเอง รัตนกรกันต์จึงพยายามฝืนกินอาหารเช้าต่อแม้กระเพาะจะไม่ค่อยอยากจะรับอะไรเข้ามาสักเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้าเขาไม่กินตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้กินอีกตอนไหน หรือดนัยจะให้เขากินข้าวอีกหรือเปล่าไม่อาจจะรู้ได้ ในตอนนี้กอบโกบอะไรได้ก็ต้องรีบกอบโกยเข้าไว้

เด็กชายเองยังคงสงสัย งานที่กำลังรอเขาอยู่นั้นคืออะไร แล้วเขาที่วันๆเอาแต่เล่นเปียโนอยู่ในวังจะสามารถทำได้ไหมหนอ

สุดจะรู้ได้เลยจริงๆ


ในยามสายหลังจากจบมื้อเช้า เด่นชัยและแดเนียลพาเขาเดินชมทุกที่ที่อยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการที่มีอนธการวัยละอ่อนอีกทั้งยังมีหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูและกลิ่นดอกมะลิที่หอมรัญจวนขนาดนี้เข้ามาทำให้ยังคงเป็นอีกวันหนึ่งที่รัตนกรกันต์นั้นเป็นเหมือนตัวประหลาดสำหรับทุกคนโดยเฉพาะกับเหล่าคนงานที่เป็นอาภาส สายตาอันแสนน่ากลัวที่มองมาทำเอาเด็กชายตามเกาะอยู่ไม่ห่าง ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองนั้นก็ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดีจึงพยายามที่จะเดินขนาบเขาไปตลอดทาง

นี่เราก็เดินดูกันครบทุกที่แล้ว ถ้าอย่างนั้นเราไปที่สำนักงานกันเลยไหม? ดนัยคงกำลังรออยู่แล้ว แดเนียลเอ่ยถามเขา คุณชายตัวน้อยพยักหน้าและรับรู้ได้ว่าหมดเวลาที่ทั้งสองจะอยู่กับเขาแล้ว เมื่อคิดถึงหน้าดนัยในใจก็หวาดกลัวขึ้นมาในทันที แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ท่ามกลางอันตรายจากอาภาสคนอื่นแบบนี้ อย่างน้อยดนัยก็คงไม่ทำอะไรเขาอย่างแน่นอน

รัตนกรกันต์ถูกพามายังห้องสำนักงานที่เขาได้เจอกับดนัยครั้งแรกเมื่อวาน อีกฝ่ายกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ เอกสารมากมายยังคงกองกันระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งยังมีฝุ่นหนาเตอะจับอยู่รอบๆภายในห้องจนทำให้เขาไอออกมาเล็กน้อย ดนัยเงยหน้ามองเมื่อได้ยินเสียงปิดประตู

บอกให้รีบมา ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้

พ่อพาเขาไปเดินดูนู่นนี่เอง เด่นชัยว่า อย่าให้คุณชายทำงานหนักมากล่ะ เขายังเด็ก

ถ้าเอามาแล้วทำงานไม่ได้คุณพ่อจะเอามาทำไม

ดนัย ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงแข็ง ทำเอาดนัยถอนหายใจเฮือกใหญ่

รู้แล้วครับ รู้แล้ว ผมจะดูแลเด็กนี่เอง

ดี งั้นพ่อกับแดเนียลไปดูคนงานที่เรือขุดก่อน เห็นว่ามีปัญหาตั้งแต่เมื่อวาน

ครับ

เด่นชัยและแดเนียลออกจากห้องไปแล้ว เหลือเพียงเขาและดนัยเพียงสองคน รัตนกรกันต์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงในลำคอ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังจับจ้องมาที่เขาทำเอาเขาเกร็งไปแทบจะทุกส่วนของร่างกาย โดยปกตินิสัยของคุณชายคนเล็กนั้นมักจะเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่คิดว่าคงไม่ใช่สำหรับคนๆนี้อย่างแน่นอน รัตนกรกันต์เอาแต่ก้มหน้าเพราะไม่กล้าแม้แต่จะสบตาอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะกลัวว่าจะโดนตำหนิหากเผลอไปมองหน้าเข้าตรงๆ

เธอชื่ออะไรนะ?ดนัยเอ่ยถาม เด็กชายเงยหน้าหน้าขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ

รัตน์... รัตนกรกันต์ครับ

ยาวไป อีกฝ่ายส่ายหัว ฉันจะเรียกเธอว่า รัตน์ ก็แล้วกัน และจะไม่เรียกว่าคุณชายด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านของเธอ ยศถาบรรดาศักดิ์อะไรนั่นใช้ไม่ได้กับที่นี่

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็พยักหน้าไปเป็นการตอบรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

แล้ว.. จะให้ผมช่วยอะไรบ้างหรือครับ?

รู้ภาษาอังกฤษไหม?

รู้ครับ

ถ้าอย่างนั้นมาเอาเอกสารพวกนี้ไปเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษที ไปใช้นั่งที่โต๊ะตรงนั้นก็ได้ ดนัยว่าพลางส่งเอกสารกองหนึ่งให้กับเขา และชี้ไปยังโต๊ะทำงานอีกตัวที่อยู่ไม่ไกลจากกัน

รัตนกรกันต์รับเอกสารกองนั้นมากับมือ มันทั้งเยอะและหนักอีกทั้งยังเต็มไปด้วยฝุ่นอีกต่างหาก ทำเอาเด็กชายหน้ามุ่ยลงเล็กน้อย ดนัยมองมาพร้อมเลิกคิ้วเล็กน้อย

ทำได้ใช่ไหม? ทำไมทำหน้าแบบนั้น

ทำได้ครับ เด็กชายพยักหน้า ผมแค่ไม่ชอบฝุ่น

ฉันมีงานเยอะแยะ ไม่มีเวลาทำความสะอาดให้เธอหรอกนะ

ผมก็แค่บอกว่าไม่ชอบ ไม่ได้บอกว่าจะให้คุณทำความสะอาดให้สักหน่อย

ดนัยหัวเราะในลำคอ เริ่มปากกล้าต่อล้อต่อเถียงบ้างแล้วงั้นหรือ? ดี! ปากกล้าแบบนี้ไปให้ได้ตลอดแล้วกันรัตน์

เด็กชายทำหน้าบึ้ง ก่อนจะแบกเอกสารกองใหญ่นั้นไปวางบนโต๊ะทำงานตัวเล็ก จัดการปัดฝุ่นเล็กน้อยให้พอสะอาดขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเริ่มลงมือทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายมา บนเอกสารเต็มไปด้วยภาษาอังกฤษมากมายที่บางคำนั้นยากเกินกว่าที่เด็กอายุสิบห้าอย่างเขาจะเข้าใจ แต่ภาพประกอบที่ถูกวาดด้วยดินสอสีทำเอาเด็กชายค่อนข้างสนใจอยู่ไม่น้อย มันเป็นรูปของอัญมณีในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละแผ่น แววตาของเด็กชายเป็นกระกายราวกับเจอของเล่นใหม่ที่ตัวเองเริ่มสนใจ จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ดนัยที่จ้องมองมาสักพักเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

แค่จัดเอกสารมันสนุกขนาดนั้นเลยหรือ?

ครับ? รัตนกรกันต์เงยหน้าจากเอกสารในมือ

มันไม่ใช่หนังสือนิทานเสียหน่อย ทำไมเอาแต่ยิ้มล่ะ?

ก็รูปพวกนี้มันสวยเหมือนอัญมณีของจริงเลย...

สนใจงั้นหรือ? ดนัยถามต่อ ก่อนจะลุกมาใกล้ๆ ใกล้จนเขาได้กลิ่นไผ่ออกมาจากกายอีกฝ่าย

ผมแค่เห็นว่ามันสวยดี เด็กชายตอบ คุณดนัยมีอะไรหรือเปล่าครับ? ผมจัดจวนจะเสร็จแล้ว

นี่ได้เวลาพักเที่ยงแล้ว อีกฝ่ายว่าพลางชี้ไปที่นาฬิกาแขวนผนัง เข็มยาวและเข็มสั้นของมันบรรจบกันอยู่ที่เลขสิบสองพอดี

            ไปเอาอาหารมากินสิ

            คุณจะให้ผมไปคนเดียวงั้นหรือ?

            อ้อ จริงด้วยสินะ.. เฮ้อ! เพราะแบบนี้ไงถึงได้ไม่อยากให้อนธการมาอยู่ที่นี่ ดนัยถอนหายใจ ก่อนจะเหลือบไปเห็นใครบางคนเดินผ่านหน้าห้องสำนักงาน เขาตะโกนเรียกอีกฝ่ายในทันที

            มิ่ง! นั่นเอ็งใช่ไหม!? ถ้าใช่เข้ามาด้านในหน่อย

            ครับ! นายหัวดนัย อีกฝ่ายตอบรับ ก่อนจะเปิดประตูเข้ามา ใบหน้านั้นยังคงเรียบเฉย

            พารัตน์ไปรับอาหารหน่อย ให้เอามากินที่นี่นะ

            นายหัวจะให้ผมพาไปงั้นหรือครับ? แต่นายหัวใหญ่กับนายฝรั่งสั่งเอาไว้ว่าห้ามใครเข้าใกล้คุณชาย มิ่งเอ่ยถาม

            บอกไปว่าฉันสั่ง ดนัยว่า เมื่อวานเอ็งก็ช่วยรัตน์เขาเอาไว้ คงรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรอยู่หรอกใช่ไหม?

            มิ่งพยักหน้า เข้าใจแล้วครับ เชิญตามผมมาทางนี้เลยครับคุณชาย

            รัตนกรกันต์เดินตามอีกฝ่ายออกไปยังโรงอาหาร คนงานหลายคนยังคงให้ความสนใจกับเขาไม่เปลี่ยน เหมือนมิ่งจะรับรู้ได้ถึงความอึดอัดของเขา อีกฝ่ายหยุดเดินแล้วหันมามอง

            คุณชายอย่าอยู่ห่างจากผมนะครับ เข้าใจไหม? ถ้าผมเดินเร็วไปก็ให้บอกเลยนะครับ อีกฝ่ายกำชับ เด็กชายพยักหน้าอย่างเข้าใจ

            เฮ้ย! ไหนนายหัวใหญ่บอกว่าห้ามเข้าใกล้ไง ทำไมมึงไปอยู่กับเขาได้วะไอ้มิ่ง!” ใครคนอื่นในโรงอาหารตะโกนถาม มิ่งหันไปมองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยตอบ

            นายหัวดนัยเขาให้กูพาคุณชายมาเอาข้าวโว้ย! มีอะไรก็ไปฟ้องนายหัวดนัยเอา

            อยู่ใกล้อนธการแล้วอย่าไปช้ำรักจนไปปล้ำเขาเข้าอีกล่ะ ไม่อย่างนั้นมึงได้ย้ายจากเหมืองนี้ไปอยู่ที่อื่นแน่ คนๆนั้นว่าต่อ ก่อนที่จะเกิดเสียงหัวเราะกันครืน นั่นทำให้มิ่งยิ่งไม่สบอารมณ์กว่าเดิม อีกฝ่ายรีบพาเขาไปรับอาหารกลางวันก่อนจะพาเดินกลับ

            พี่มิ่งเป็นอะไรหรือ? รัตนกรกันต์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่ามิ่งนั้นหน้าบึ้งกว่าปกติ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบจากอีกฝ่าย เขาเข้าใจได้ทันทีว่าคงไม่ใช่เรื่องที่เจ้าตัวอยากจะพูดถึงสักเท่าไหร่นักจึงเลือกที่จะเงียบไม่ถามอะไรต่อ

            ถึงแล้วครับ ผมขอตัวก่อน อีกฝ่ายเอ่ยทันทีหลังจากมาส่งเขาถึงหน้าประตูห้องสำนักงาน เด็กชายพยักหน้า

            ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่มิ่ง

            มิ่งพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับไปยังฝั่งโรงอาหาร เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไปจนสุดสายตา รัตนกรกันต์ผลักประตูกลับเข้าไปในห้อง ดนัยยังคงนั่งทำงานอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

            คุณดนัยไม่กินข้าวหรือครับ?

            เธอกินก่อนเลย

            แต่ผมเอามาเผื่อคุณดนัยด้วย

            ดนัยเงยหน้าขึ้นจากกองงาน หืม? เผื่อฉันด้วยงั้นหรือ?

            ก็คุณดนัยบอกให้ผมเอาข้าวมากิน แต่คุณก็ไม่ยอมกินข้าว เดี๋ยวจะไม่มีแรงทำงานนะครับ เด็กชายเอ่ยอย่างใสซื่อ นั่นทำให้ดนัยหัวเราะออกมา ใบหน้าหวานขมวดคิ้วอย่างสงสัย มีอะไรที่น่าขบขันกัน

            ฉันแข็งแรงกว่าเธอมากนัก กับอีแค่ไม่ได้กินข้าวกลางวันไม่ได้ทำให้ฉันหมดแรงหรอกนะรัตน์

            ท่านพ่อกับพี่ชายเจษเคยสอนผมว่าถ้ากินข้าวไม่ตรงเวลาจะปวดท้อง...

            เธอก็เลยจะมาสอนฉันด้วยประโยคเดียวกันอย่างนั้นน่ะนะ ดนัยว่า ฉันบอกให้กินก็กินก่อนเลย

            ครับๆ รัตนกรกันต์เลิกที่จะเถียงต่อ เพราะรู้ว่าเถียงอย่างไรก็คงไม่เป็นผล จึงเลือกที่จะนั่งลงกินข้าวเงียบๆ

            อ้อ!” อีกฝ่ายร้องขึ้น แต่ก็ขอบใจนะที่เป็นห่วงฉันนะรัตน์

            รัตนกรกันต์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ดนัยเองก็ไม่ได้ถือสา หากแต่ว่านายหัวหนุ่มกลับได้กลิ่นดอกมะลิลอยมาติดจมูกอยู่จางๆ

            ก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่ากลิ่นนั้นมันคอยกวนใจอยู่ไม่น้อยตั้งแต่เด็กคนนั้นเข้ามาแล้ว แต่ก็เลือกที่จะมองข้ามมันไปโดยการเคร่งเครียดกับงานตรงหน้าแทน

            ก็คิดไว้แล้วว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นปัญหาแน่ๆ ทั้งกับที่นี่และกับเขาอีกด้วย ...

 

สัพเพเหระ

มาก่อนกำหนดค่ะ .. ถือเป็นของแถมเพราะเมื่อวานไม่ได้อัพ แหะๆ
สำหรับใครที่สงสัยว่าคุณพี่มิ่งเขาคือใคร เขาคือพี่บ่าว อิม ยองมิน จาก
AB6IX ค่ะ แหะๆ
ปูซานบอยจงจาเริ้นนนนนนน ๕๕๕๕๕

ขอฝากทุกคนเอ็นดูน้องชายรัตน์ด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันค่ะ
ขอบคุณรอคอยและอยู่ด้วยกันด้วยค่ะ เจอกันวันอาทิตย์หน้านะคะ  
^ ^
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นกันค่ะ

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #48 Applecolajelly (@kkaem) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 19:54
    คุณดนัยจริงๆก็ไม่ได้ร้ายขนาดนั้นสักหน่อยยย มั้ยนะ 5544
    #48
    0