ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 13 : เจษฎาพิพัฒน์ : บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 มี.ค. 63

            เอาล่ะ ไหนพูดว่า อา สิครับ


            อาาาาาาาา ~


            เด็กชายอ้าปากพร้อมลากเสียงยาวตามคำบอก เขาผู้สวมเสื้อกาวน์ที่ปักอกนำหน้าชื่อตัวว่า นพ. จัดการส่องไฟเพื่อตรวจช่องปากและช่องคออยู่พักใหญ่ ก่อนที่วางอุปกรณ์ลงพร้อมกับเขียนใบสั่งยาที่โต๊ะของตัวเอง


            เป็นอย่างไรบ้างครับ? อีกฝ่ายเอ่ยถาม เขาหันมายิ้ม


            เป็นหวัดลงคอครับ ระหว่างนี้ระวังอย่าเพิ่งให้น้องตฤณดื่มน้ำเย็นหรือทานของทอดนะครับ เดี๋ยวผมจะสั่งยาไว้ให้ เดี๋ยวเภสัชกรจะแจ้งรายละเอียดการทานยาอีกทีหนึ่งนะครับพี่ตาณ


ตาณพยักหน้า ขอบคุณมากครับคุณชายหมอ


โถ่! บอกแล้วไงครับว่าอยากเรียกแบบนั้น เขารีบแย้ง


อีกฝ่ายหัวเราะ ก็เรียกกันแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ครับ ถ้าให้เปลี่ยนก็คงยากแล้ว


ก็คนอื่นเอาแต่เรียกผมแบบนี้กันตลอดเลย อีกอย่างหนึ่ง ในตอนนี้ผมไม่ใช่คุณชายแล้วด้วย เป็นแค่ นายแพทย์เจษฎา หทัยจิรวัฒน์ ต่างหาก เขาว่าพลางทำหน้ามุ่ยลง


เจษฎาพิพัฒน์ในวัยสามสิบสองปีที่เปลี่ยนชื่อตัวเองให้สั้นลงเหลือเพียงแค่ เจษฎา และเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของมนตรีแทน บัดนี้กลายเป็นกุมารแพทย์เต็มตัวเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรี ผ่านการเป็นแพทย์ใช้ทุน และจัดการเรียนต่อเฉพาะทางเสร็จสิ้น เขาเลือกที่จะกลับมาเป็นหมอประจำโรงพยาบาลในอำเภอฝางทันที ด้วยความใจดีและช่างเอาใจใส่ในคนไข้ทุกคนทำให้เป็นที่รักใคร่ของเด็กๆทุกคนที่มาตรวจรวมไปถึงคนทั่วไปเป็นอย่างมาก แต่เจ้าตัวก็ยังคงถ่อมตัวอย่างนี้เสมอมาและพยายามเป็นอย่างมากที่จะให้ทุกคนเลิกเรียกคำนำหน้าเขาว่าคุณชายอย่างที่ทุกคนเคยชินสักที


ก็ผ่านมาแล้วตั้งกี่ปีแล้ว มาเรียกคุณชายยันตอนนี้มันก็ออกจะเขินหน่อยๆ


แล้วนี่คุณชาย...


เจษครับ เขาแย้งขึ้นอีกครั้ง หมอเจษเฉยๆ ไม่ใช่คุณชาย


อ่า... ครับ ตาณว่า คุณหมอเจษจะกลับพร้อมกันเลยไหมครับ? พี่ทัชเขารออยู่ คุณผู้ชายสั่งไว้ว่าถ้าคุณหมอเลิกงานพอดีก็ให้รับกลับมาด้วยกันเลย


เจษฎาเงยหน้ามองนาฬิกาที่อยู่บนผนัง ครับ นี่ก็ได้เวลาเลิกแล้ว เดี๋ยวเรากลับพร้อมกันเลยก็ได้ครับพี่ตาณ


ตาณพยักหน้า ก่อนจะพาลูกชายของตัวเองออกมารอด้านนอก เจษฎายืดแขนบิดขี้เกียจจนสุดแรง การนั่งบนเก้าอี้ทั้งวันสร้างความปวดเมื่อยให้เขาอยู่ไม่น้อย แต่พอคิดถึงรอยยิ้มของเด็กๆทุกคนก็ทำให้เขาหายเหนื่อยขึ้นมาเป็นปลิดทิ้งและมีกำลังใจที่จะมาทำงานต่อในวันต่อไป เขาคิดเสมอว่าตัวเองเลือกไม่ผิดจริงๆที่เลือกเรียนแพทย์ เพราะการได้ช่วยเหลือคนอื่นนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกมีความสุขมากจริงๆ เขาจัดการถอดเสื้อกาวน์ของตัวเองออกพร้อมเก็บของเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเดินทางกลับ


เพราะถนนหนทางนั้นดีขึ้นกว่าในสมัยก่อนมากทำให้การเดินทางกลับไปยังเดือนมณีใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นัก เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยวที่ส้มกำลังออกผลทำให้มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยียนและเข้าพักในรีสอร์ต สร้างรายได้มหาศาลให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก เจษฎานึกห่วงคุณสามีที่เข้าหน้านี้ทีไรต้องเป็นอันยุ่งหัวหมุนทุกทีจนทำให้ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนมากเท่าที่ควร แต่ก่อนที่จะได้นึกกังวลต่อ สายตาก็หันไปเห็นอะไรบ้างอย่างที่ทำให้เขาต้องร้องให้ทัชยะต้องหยุดรถ


พี่ทัช! จอดครับจอด! จอดก่อนเดี๋ยวนี้เลย!


ครับ!? มีอะไรหรือครับคุณหมอเจษ?? ทัชยะหยุดรถแทบจะในทันที เจษฎาไม่รอช้า รีบเปิดประตูและวิ่งออกไปท่ามกลางความงุนงงของทัชยะและตาณ


สองเท้ารีบวิ่งตามสิ่งที่เห็นเข้าไปในสวน ก่อนที่จะไปคว้าร่างเล็กนั้นเอาไว้ในอ้อมกอดและอุ้มขึ้น อีกฝ่ายร้องอย่างตกใจ


น้องเมศวร์! ทำไมมาเดินคนเดียวแบบนี้ล่ะครับ !


อ๊ะ! คุณแม่ !เด็กน้อยร้อง ก่อนจะกอดเขาตอบพร้อมเอาหน้าถูกับแก้มของเขา กลับมาแล้วหรือครับ หนูคิดถึงคุณแม่จังเลย!


คุณแม่ก็คิดถึงหนูครับ แล้วนี่ทำไมมาเดินอยู่ข้างนอกคนเดียวล่ะเนี่ย? มันอันตรายนะ เย็นแล้วด้วย


คุณพ่อ... เด็กชายเอ่ยเบาๆพร้อมทำหน้าหงอยลง คุณพ่อหาย หนูออกมาหาคุณพ่อ


โถ่.. เด็กหนอเด็ก


แต่เวลาคุณพ่อเขาไม่อยู่ คุณพ่อบอกหนูว่าอย่างไรครับน้องเมศวร์?


ให้หนูเป็นเด็กดีตั้งใจซ้อมเปียโนอยู่ในบ้านครับ


นั่นสิ แล้วน้องเมศวร์เป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ? เจษฎายิงคำถามต่อ เหมือนเด็กชายปรเมศวร์จะนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะกอดเขาแน่น


หนูจะกลับไปรอคุณพ่ออยู่ในบ้านเดี๋ยวนี้เลย คุณแม่อย่าดุหนูนะ


เขาหัวเราะก่อนจะวางเด็กชายลงกับพื้นแล้วจับมือเอาไว้


ครับๆ เรากลับไปรอคุณพ่อที่บ้านกันนะครับ แล้ววันหลังอย่าออกมาคนเดียวแบบนี้อีกเข้าใจไหม? ถ้าคุณพ่อรู้จะเป็นห่วงเอานะครับ


หนูขอโทษครับ เจ้าตัวเล็กทำหน้าจ๋อย


เด็กชายปรเมศวร์ หทัยจิรวัฒน์ วัยหกขวบเดินเคียงคู่กับเขากลับมายังตัวบ้าน ก่อนจะวิ่งไปจัดการล้างมือล้างเท้าในห้องน้ำตามที่ผู้เป็นมารดาได้พร่ำสอนอยู่เสมอ เพราะความที่เป็นหมอจึงทำให้ต้องคอยระวังเรื่องอนามัยส่วนตัวของลูกเป็นอย่างมาก เขาเคยสอนให้เด็กชายรักความสะอาดเสียตั้งแต่ตอนนี้ แถมวัยเด็กเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ การปลูกฝังนิสัยในช่วงวัยนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างมากในความคิดของเขา โชคดีที่ปรเมศวร์เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายและไม่ชอบเล่นโลดโผนมากเท่าไหร่นักแม้บางครั้งจะซนอยู่บ้าง เลยทำให้เด็กชายสามารถจัดการเรื่องอนามัยของตัวเองได้เป็นอย่างดี


ไหน วันนี้เล่นเพลงอะไรได้แล้วครับน้องเมศวร์ เจษฎาเอ่ยถามหลังจากที่ลูกน้อยออกมาจากห้องน้ำแล้ว เด็กชายยิ้มกว้างพร้อมดึงมือเขาไปยังแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในบ้าน ก่อนที่จะนั่งลงประจำที่ของตัวเอง


หนูเล่น Marry had a little lamb ได้แล้วนะ !


จริงหรือ? เขาหัวเราะพลางนั่งลงข้างๆลูกชาย ไหนลองเล่นให้คุณแม่ฟังหน่อยสิ


ได้ครับ!


และบทเพลง Marry had a little lamb ก็ถูกบรรเลงโดยมือคู่น้อยดังก้องไปทั่วบริเวณบ้าน เจษฎายิ้มกว้างให้กับความเก่งของลูกชาย ก่อนที่จะมองเห็นภาพตนเองในวัยเด็กซ้อนทับกับอีกฝ่าย ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเล่นเพลงนี้ร่วมกับรัตนกรกันต์ผู้เป็นน้องชาย พลันนั้นภาพความทรงจำเก่าๆค่อยย้อนกลับเข้ามาในหัว ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยอยู่ในวังที่พระนคร จนต้องมาอยู่ที่ฝาง และใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จวบจนปัจจุบัน ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน


            ก่อนที่ความคิดของเขาจะล่องลอยไปไกล ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสของมือที่วางลงบนไหล่ เจษฎาเงยหน้าขึ้นมอง


            คุณพ่อ !” เด็กน้อยละมือจากเปียโน ก่อนจะร้องขึ้นด้วยความดีใจ มนตรียิ้มให้กับพวกเขาทั้งสอง


            ก็ว่าเดินเข้ามาแล้วได้ยินเสียงเปียโนมาจากไหน คุณแม่กับคุณลูกมานั่งเล่นด้วยกันตรงนี้นี่เอง


            คุณพ่อไปไหนมาครับ! ทิ้งหนูเอาไว้ตั้งนานแหน่ะ!


            “นานหรือครับ? คุณพ่อเข้าไปคุยกับพวกคุณลุงในสวนครู่เดียวเอง


            นานมากจนลูกจะเข้าไปตามคุณพ่อที่สวนเลยครับ เจษฎาเอ่ย นั่นทำให้เด็กชายสะดุ้งสุดตัว มนตรีหันมามองอีกฝ่ายก่อนจะหรี่ตาลง


            น้องเมศวร์ เราคุยกันว่าอย่างไรครับ


            มนตรีในวัยห้าสิบเอ็ดปียังคงดูไม่แก่ไปตามวัย ร่างกายของเขายังคงแข็งแรงดีราวกับคนหนุ่มตลอดเวลา แม้ว่าเจษฎาจะโตขึ้นมามากจนแทบไม่เหลือเค้าเจ้าเด็กตัวแสบในวัยเด็กแล้ว แต่มนตรียังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะเป็นคนใจดีแต่ก็เข้มงวดกับลูกตัวเองอยู่ไม่น้อย จึงทำให้บางครั้งเจ้าหนูปรเมศวร์ตัวดีต้องหนีการดุจากคุณพ่อมาอ้อนคุณแม่เอาบ่อยๆด้วยความคิดที่ว่าอย่างน้อยคุณแม่ก็ดุเบากว่าคุณพ่ออยู่สักหน่อย


            คุณพ่ออย่าดุหนู คุณแม่ดุหนูแล้ว หนูผิดเอง หนูขอโทษครับ ว่าแล้วรีบเข้าหลบที่ด้านหลังผู้เป็นแม่ เจษฎาหัวเราะเบาๆ ในขณะที่มนตรีถอนหายใจ


            พ่อไม่ได้จะว่าอะไรหนูหรอก พ่อแค่เป็นห่วงหนูเท่านั้นเอง เย็นแล้วพ่อกลัวว่าหนูจะเข้าไปหลงอยู่ในสวนนะครับ


            หนูเข้าใจแล้วครับ เด็กชายทำหน้าจ๋อย


            ไหน มาให้พ่อหอมแก้มให้รางวัลคนเก่งที่เล่นเปียโนเพราะๆให้ฟังหน่อยเร็ว


            เจ้าตัวเล็กเดินออกไปให้มนตรีที่ย่อตัวรออยู่ก่อนแล้วกอดพร้อมผลัดกันหอมแก้มไปมาอยู่พักใหญ่ ก่อนที่คุณพ่อจะกวักมือให้คุณแม่เข้ามาหา เจษฎายิ้มก่อนที่จะเดินเข้าไปกอดด้วยแต่โดยดี


            ยังไม่ได้หอมต้อนรับคุณแม่กลับมาบ้านเลย มนตรีว่าก่อนจะหอมเข้าที่แก้มของภรรยาตัวเอง


            หนูหอมด้วย !ปรเมศวร์ไม่ยอมน้อยหน้าผู้เป็นบิดา เจ้าหนูพยายามที่จะเขย่งเท้าเพื่อหอมแก้มเขาอีกคนหนึ่ง


            เจษฎายิ้มกว้างอีกครั้ง ก่อนจะหอมสามีและลูกชายของตนเองกลับ เขายังคงเชื่อว่าตนเองคือคนที่โชคดีที่สุดในโลกเสมอ ที่ได้ทำให้สิ่งที่ตัวเองชอบ มีสามีที่ดี และมีลูกชายที่น่ารักหนึ่งคน ล้วนเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ฝันเอาไว้


            ชีวิตของเขาไม่ต้องการอะไรมากมายไปกว่านี้อีกต่อไปแล้ว


          สัพเพเหระ

จบลงแบบจริงๆแล้วค่ะสำหรับตอนแรก มินเจ - "เจษฎาพิพัฒน์"
ขอบคุณทุกคนที่อยู่กับน้องเจษและคุณอามนตรีด้วยกันมาตลอดเลยนะคะ ;w;
อาจจะมีช่วงที่เราหายๆไปบ้างแต่ทุกคนก็ยังอยู่ด้วยกัน ดีใจมากๆเลยค่ะ TT

ตอนต่อจะเป็น แบคเร็น - "รัตนกรกันต์" แล้วค่ะ !
เรื่องราวของคุณชายคนน้องจะเป็นอย่างไรอย่าลืมติดตามกันนะคะ

ขอบคุณทุกคนมากๆอีกครั้งค่ะ
คิดเห็นอย่างไร พูดคุยกันได้ในแท็ก #ไตรชีวัน นะคะ ^^

B
E
R
L
I
N
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #45 kkaem (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 18:42
    น้องเมศว์น่ารักมาก เป็นออดเป็นอ้อนเหมือตคุณแม่ตอนเด็กเลยนะเราอะ ครอบครัวนี้น่ารักมากเลยค่ะ
    #45
    0
  2. #27 จอมโจรอ้วนผอม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 18:18

    น้องเมศว์นี่ดูจะได้นิสัยการอ้อนมาจากคุณชายแน่ ครอบครัวนี้น่ารักรอคุณชารรัตนจะเป็นยังไงนะ

    #27
    0