ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 11 : เจษฎาพิพัฒน์ : ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 ก.พ. 63

            เป็นอย่างไรบ้างครับน้องเจษ? เหนื่อยไหม?


มนตรีเอ่ยถามหหลังจากที่อีกฝ่ายก้าวขึ้นมานั่งข้างๆตัวเองที่เบาะหลังของรถ เจษฎาพิพัฒน์ทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ วันนี้เป็นวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กหนุ่มซึ่งทำให้เจ้าตัวนั้นเครียดมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว แม้จะอ่านหนังสือและเตรียมตัวมาอย่างดีโดยมีมนตรีช่วยดูให้อีกทีก็อดที่จะคิดมากไม่ได้ เขาคาดหวังกับผลการสอบครั้งนี้เอาไว้สูงมาก ทำเพื่อตัวเองด้วยก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนคือเพราะสัญญากับน้องชายเอาไว้แล้วว่าจะทำตามความฝันของตัวแทนในส่วนที่อีกคนไม่ได้เรียนไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะทำให้เจษฎาพิพัฒน์ค่อนข้างที่จะเป็นกังวลกับมันเป็นพิเศษ


            เหนื่อยมากเลยครับ ข้อสอบยากมากๆเลย เด็กหนุ่มบ่นอุบ ไม่รู้จะเข้าได้ไหม มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นเลย


            น้องเจษของอาเก่งอยู่แล้ว ต้องทำได้แน่ๆครับ มนตรีว่าพลางยกมือลูบหัวอีกฝ่ายก่อนจะถามต่อ แล้วนี่เขาให้เลือกได้กี่อันดับงั้นหรือ?


            หกอันดับครับ อีกฝ่ายตอบ ผมก็ตั้งใจว่าจะเลือกแพทยศาสตร์เป็นอันดับแรก แล้วรองลงค่อยเป็นทันตแพทยศาสตร์กับพยาบาลศาสตร์ แต่ที่เหลือยังไม่รู้เลยว่าจะเลือกอะไรดี


            มนตรีพยักหน้า อันที่จริงเขาไม่ค่อยเข้าใจระบบการศึกษาของไทยสักเท่าไหร่นัก เพราะความที่ถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่เด็กจนจบระดับอุดมศึกษาเลยทำให้เขาไม่สามารถแนะนำเด็กหนุ่มได้เลย จึงต้องอาศัยภรรยาของคุณหมอมนัสผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นผู้แนะนำ ถึงแม้ว่าจะสอบเข้าด้วยคนละระบบกันก็ตาม


            ค่อยๆเลือกไปก็ได้ครับ น้องเจษอยากเรียนอะไรอาก็ว่าดีทั้งนั้นแหละ


            แต่ผมไม่อยากเลือกไปไกลจากคุณอานี่ครับ เจษฎาพิพัฒน์หน้างอก่อนจะเข้าสวมกอดเขาไว้หลวมๆ


            คุณอาล่ะ? ไม่คิดถึงผมบ้างหรือ?


            มนตรียิ้ม เพราะอีกฝ่ายมักจะอ้อนเขาเป็นเด็กๆอยู่เสมอก็ทำให้อดที่จะเอ็นดูไปไม่ได้ เขายกมือขึ้นบีบที่แก้มใสนั่นเบาๆ ก่อนจะหอมซ้ำลงไปอีกทีหนึ่ง


            ถ้าไม่คิดถึงน้องเจษจะให้คิดถึงใครล่ะครับ อาก็ไม่อยากให้เราไปไกลเหมือนนกัน อาเป็นห่วง


            เจษฎาพิพัฒน์ยิ้มกว้างก่อนจะกอดเขาให้แน่นขึ้นและหอมแก้มกลับหนึ่งที


            ความสัมพันธ์ของพวกเขาและเด็กหนุ่มเหมือนจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นหลังจากกลับจากกรุงเทพ อีกฝ่ายตัวติดกับเขาแทบจะตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอนอย่างนี้ไปทุกวัน มนตรีเองก็ไม่ได้นึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย กลับกันกลับรู้สึกมีความสุขที่เด็กหนุ่มผู้ครั้งหนึ่งเคยใสซื่อในสายตาของเขามาคอยกวนใจอยู่รอบๆตัว แม้ว่าจะต้องคอยสอนนู่นสอนนี่เพิ่มเติมให้อยู่บ่อยครั้งตามประสาเด็กที่ไม่ค่อยได้ออกไปเจอโลกภายนอก แต่เขาก็ไม่เคยเบื่อที่จะสนทนากับอีกฝ่ายตลอดทั้งวัน


            แต่อย่างไรก็ตาม เจษฎาพิพัฒน์ก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นที่กำลังจะมีอนาคตที่สดใสในรั้วมหาวิทยาลัย ทำให้มนตรีเองต้องคอยหักห้ามใจไม่ทำอะไรอีกฝ่ายยามเข้าฤดูประจำเดือนทุกครั้งแม้ว่าจะรู้สึกได้รับการยั่วยวนมากแค่ไหนก็ตาม เลยเลือกที่จะตัดปัญหาด้วยการไปอยู่เรือนหลังเล็กที่ไกลออกไปโดยมอบหมายให้เด็กรับใช้ที่เป็นบริรักษ์หรืออนธการเหมือนกันดูแลแทน เด็กหนุ่มเคยนึกน้อยใจเขาอยู่บ้าง ทั้งที่เคยทำอะไรเกินเลยกว่าความเป็นอาหลานมาแล้วครั้งหนึ่งกลับไม่ยอมทำมากกว่าเสียทีทั้งที่เจ้าตัวเต็มใจ แต่เมื่ออธิบายเหตุผลให้ฟังก็ยอมเข้าใจแต่โดยดี


            เขายังคงคิดว่ามันอาจจะยังเร็วไปที่จะเข้าไปครอบครองเจ้าดอกแก้วดอกนี้ แม้ว่าทั้งคู่จะมีความคิดที่ตรงกันแล้วก็ตาม


            เราจะไปไหนกันต่อหรือครับคุณอา? เด็กหนุ่มเอ่ยถาม


            วันนี้เราจะพักกันที่ตัวเมืองก่อนครับ ตอนที่น้องเจษสอบอาแวะไปหาคุณหมอมนัสกับคุณจันทร์มา เขาชวนพวกเราสองคนไปทานอาหารเย็นด้วยกัน น้องเจษอยากไปไหม?


            อยากครับ !เจษฎาพิพัฒน์ตอบแทบจะทันทีพร้อมรอยยิ้มกว้าง ผมอยากไปเล่นกับน้องจรัสมากๆเลย


            มนตรีหัวเราะ งั้นเดี๋ยวเราไปหาพวกเขากันเลยดีกว่าครับ นี่ก็จวนจะเย็นแล้ว เดี๋ยวคุณจันทร์เขารอ


            รถยนต์แล่นไปตามทางจนมาจอดที่หน้ารั้วบ้านหลังใหญ่ เจ้าของบ้านทั้งสองออกมาต้อนรับพวกเขาทั้งสองเป็นอย่างดี ทันทีที่เดินขึ้นไปบนตัวบ้าน เด็กชายตัวน้อยรีบวิ่งมากอดเด็กหนุ่มอย่างแรงจนแทบจะเซไปข้างหลัง เจษฎาพิพัฒน์หัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะจับเจ้าตัวเล็กขึ้นอุ้มพร้อมด้วยหอมแก้มซ้ายแก้มขวาไปอย่างละหนึ่งที


            น้องจรัส! ไม่เจอกันนานเลย ตัวใหญ่ขึ้นอีกหรือเปล่าครับเนี่ย?


            เด็กน้อยหัวเราะคิกคักจนเห็นฟันน้ำนมที่ยังขึ้นไม่ครบดี คิดถึงพี่เจษที่ฉุดเยย!


            พี่เจษก็คิดถึงน้องจรัสครับ


            เป็นอย่างไรบ้างครับคุณชาย? วันนี้สอบใช่ไหม? ทำได้หรือเปล่า? อาภาสผู้เป็นเจ้าบ้านเอ่ยถาม เจษฎาพิพัฒน์ยิ้มแห้งเป็นคำตอบ


            ใช่ครับ ข้อสอบยากกว่าที่คิดเอาไว้มากๆเลย จะได้เป็นคุณหมอและคุณหมอมนัสหรือเปล่าก็ไม่รู้


            มนัสยิ้ม สอบมาทั้งวันคงจะเหนื่อย ผมให้จันทร์เขาทำอาหารรอไว้แล้ว เชิญคุณมนตรีกับคุณชายที่โต๊ะได้เลยครับ


            เจษฎาพิพัฒน์ทานอาหารเย็นมากกว่าปกติ เพราะฝีมือทำอาหารของจันทร์ที่อร่อยจนถูกอกถูกใจคุณชายหนุ่มทุกครั้งที่เข้ามาหาในตัวเมืองเชียงใหม่ ประกอบกับความเหนื่อยอ่อนจากการใช้สมองในการทำข้อสอบมาเกือบทั้งวันทำให้กินข้าวไปถึงสองชามจนมนตรีอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยแซว


            อีกหน่อยน้องเจษคงกลายเป็นลูกหมูให้อากอดแน่ๆเลย


            นั่นทำให้คุณอาไม่จริงโดนคุณหลานไม่แท้มองค้อนไปหนึ่งที


            มื้ออาหารสิ้นสุดลงแล้ว เจษฎาพิพัฒน์ขอที่จะเล่นกับเด็กชายจรัสต่อก่อนที่จะกลับบ้านพักซึ่งมนตรีเองก็ไม่ได้ห้ามอะไร ดีเสียอีกที่จะทำให้เด็กหนุ่มได้ผ่อนคลายลงได้บ้างจึงปล่อยให้เล่นไป ในขณะที่เขาเองก็หันไปนั่งสนทนาในเรื่องทั่วไปกับเจ้าบ้านทั้งสองแทน


            น้องเจษเขามีคุณหมอเป็นแบบอย่างน่ะครับ เลยอยากจะเข้าแพทยศาสตร์ให้ได้


            คุณชายเป็นคนเก่ง ต้องสอบเข้าได้อยู่แล้วครับ จันทร์ว่า


            ผมก็เชื่อว่าอย่างนั้นครับ น้องเจษเขาตั้งใจอ่านหนังสือมากๆเลย คงจะได้อย่างที่หวังไว้แน่ๆ


            แล้วผมขออนุญาตถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ? มนตรีเอ่ยขึ้นต่อ


            ถามอะไรหรือครับ?


            ผมได้กลิ่นของคุณชายตั้งแต่คุณมนตรีพาขึ้นบ้านมา ไม่ทราบว่ายังไม่ได้ทำพันธะกับคุณชายอีกหรือครับ?


            เรื่องนี้อีกแล้ว .. มนตรีได้แต่นึกคิด ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะกลับมาทำให้เขาได้ตระหนักอีกครั้ง


            ยังครับ


            คืออย่าหาว่าผมละลาบละล้วงเลยนะครับ แต่ผมแค่อยากจะเตือนคุณมนตรีเอาไว้ก่อน หากคุณชายสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วมาอยู่กับผมก็อาจจะช่วยดูแลให้ได้บ้างก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด มหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ได้แยกอาภาสกับอนธการโดยเฉพาะเหมือนกับโรงเรียนแล้ว ผมกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณชายหากอยู่นอกสายตาของผม


            อา.. มีหลายคนเตือนผมเรื่องนี้เหมือนกัน มนตรีเอ่ย แต่คุณหมอไม่คิดว่ามันจะเร็วเกินไปไหมหากจะกัดคอเด็กอายุสิบแปดที่กำลังมีอนาคต


            ไม่หรอกครับ การทำพันธะก็เป็นเหมือนการแสดงความเจ้าของกันไว้ก่อนส่วนหนึ่ง มนัสว่าพลางโอบภรรยาของตนให้เข้ามาใกล้


            ผมก็กัดจันทร์ครั้งแรกตอนเขาอายุสิบแปดเหมือนกัน


            อนธการผู้เป็นภรรยาพยักหน้าเห็นด้วย


            แต่อนธการหากทำพันธะกับอาภาสคนใดคนหนึ่งแล้วจะทำกับคนอื่นไม่ได้อีก.. ผมกลัวว่าวันหนึ่งหากน้องเจษไม่ได้รู้สึกกับผมเหมือนที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้แล้วเขาจะนึกเสียใจทีหลัง เขาว่า


            แต่ผมคิดว่าตอนนี้คุณชายก็ไม่เหลือใครนอกจากคุณมนตรีแล้วด้วย อีกอย่างหนึ่งคือมองอย่างไรก็เห็นชัดเจนว่ารักคุณมนตรีมากแค่ไหน หากสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจที่จะทำพันธะกันผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายนะครับ คุณหมอหนุ่มตอบ


            คุณมนตรีลองคุยกับคุณชายดูนะครับ ผมเชื่อว่าคุณชายเองก็เต็มใจมากๆที่จะทำพันธะกับคุณมนตรีเช่นกัน จันทร์เสริม


            ครับ แล้วผมจะลองไปคุยกับเขาดู มนตรีพยักหน้าพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ก่อนจะเอ่ยเรียก


น้องเจษครับ นี่ก็เย็นมากแล้ว เรากลับกันดีกว่าครับ คุณหมอกับคุณจันทร์แล้วก็น้องจรัสจะได้พักผ่อน


ทราบแล้วครับคุณอา เด็กหนุ่มขานรับ ก่อนจะช่วยกันเก็บของเล่นกับเด็กชาย


พี่เจษจะกับแย้วเหยอคับ?


ใช่ครับ เอาไว้พี่เจษจะมาเล่นกับน้องจรัสใหม่นะ   


ฉันยานะคับ


สัญญาครับ!เจษฎาพิพัฒน์ยิ้มพร้อมหอมแก้มเด็กชายไปอีกหนึ่งที ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาหาผู้ปกครองของตนเอง


เอาไว้พวกเราจะมาเยี่ยมใหม่นะครับคุณหมอ คุณจันทร์ มนตรีเอ่ย


ยินดีครับ ขอให้สอบติดได้ตามที่ใจหวังนะครับคุณชาย จันทร์ยิ้มกว้างก่อนจะลูบหัวเจษฎาพิพัฒน์


ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับคุณหมอ พี่จันทร์ เด็กหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะยกมือไหว้


เจ้าบ้านทั้งสองและลูกชายออกมาส่งทั้งสองขึ้นรถ เจษฎาพิพัฒน์พูดจาเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง แต่นั่นไม่ได้เข้าหูของเขาเลยแม้แต่น้อย ความคิดของเขากำลังล่องลอยไปไกลกับสิ่งที่ใครรต่อใครต่างพร่ำบอก


หรือมันควรจะถึงเวลาแล้วสักที ?

 

            คืนนี้พวกเขาทั้งสองพักค้างแรมที่บ้านพักในตัวเมืองของเขาที่นานๆจะเข้ามาสักที มนตรีเดินเข้ามาในห้องนอนหลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มที่นอนรออยู่บนเตียงอยู่ก่อนแล้วเลิกผ้าห่มข้างตัวออกก่อนจะตบๆที่เตียงเบาๆ เขายิ้มให้กับท่าทางที่เหมือนกับเด็กๆของอีกฝ่าย ทั้งที่พยายามบอกว่าตัวเองโตแล้วมาตลอด แต่ก็ไม่ยอมนอนแยกเตียงกับเขาสักทีแม้ว่าใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม ซึ่งมนตรีเองก็ไม่ได้ว่าอะไร อาจจะต้องโทษเขาส่วนหนึ่งด้วยเช่นกันที่ตามใจเด็กหนุ่มจนเคยตัวมาตลอดแบบนี้ เคยลองที่จะแยกห้องนอนกันอยู่บ้างเหมือนกัน แต่สุดท้ายในตอนเช้าเขาก็พบว่าเจษฎาพิพัฒน์จนหมอนและผ้าห่มกลับมานอนกอดเขาอยู่ดี


            มนตรีหย่อนกายลงใต้ผ้าห่มข้างๆอีกฝ่าย เด็กเข้ามากอดเขาแทบจะในทันที


            ง่วงนอนจังเลยครับ


            นั่นสินะ ก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนี่นะ ถ้าอย่างนั้นพักผ่อนเถอะนะเด็กดี


            แต่ผมมีเรื่องอยากจะถามคุณอาเสียก่อนที่จะนอน


            อะไรงั้นหรือ?


            ผมอยากทราบเรื่องเกี่ยวกับการทำพันธะที่คุณอาพูดกับคุณหมอแล้วก็พี่จันทร์


            มนตรีนิ่งไป ไม่นึกว่าบทสนทนาของพวกเขาจะเข้าหูของเด็กหนุ่มเข้า นึกว่านั่งเล่นอยู่ตั้งไกลจะไม่ได้ยินแท้ๆ ประสาทไม่ได้เลยจริงเชียวเด็กคนนี้


            น้องเจษเองก็คงจะโตพอที่จะรู้เรื่องนี้แล้วสินะ อยากถามอะไรล่ะครับ? เดี๋ยวอาจะตอบให้เราฟัง


            ผมอยากทราบแค่ว่า ทำไมคุณอาไม่ยอมทำกับผมสักที


            เพราะหากอนธการอย่างน้องเจษทำพันธะกับอาภาสตนไหนแล้วจะทำกับคนอื่นไม่ได้อีกต่อไปแล้วยังไงล่ะครับ? เขาตอบ อาเลยอยากจะรอจนกว่าน้องเจษจะมั่นใจเสียก่อน จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง


            เจษฎาพิพัฒน์พยักหน้า ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วถ้าบอกคุณอาว่าผมพร้อมแล้วล่ะครับ?


            มนตรีเลิกคิ้ว แน่ใจหรือ? นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นกันนะครับ


            แน่ใจครับ เด็กหนุ่มขยับกายตนเองเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขึ้นมานอนคร่อมบนตัว มือเล็กทั้งสองขยับมาจับที่ใบหน้าของเขาพร้อมก้มลงหอมลงที่แก้มทั้งสองข้าง


            เคยบอกแล้วไงครับว่าอยากจะอยู่กับคุณอาตลอดไป ถ้าไม่ใช่คุณอาแล้วก็ไม่เอาด้วยหรอก


            ให้ตายสิ .. เด็กคนนี้ไปเรียนรู้อะไรแบบนี้มาจากไหนกันนะ ?


            นะครับ.. คุณอา... ดวงตาคู่สวยสบเข้าที่ดวงตาของเขา ให้ผมเป็นของคุณอาจริงๆทีเถอะ


            และเป็นมนตรีเองที่ยอมแพ้ ...


            เขาจับกายของเด็กหนุ่มเอาไว้และเปลี่ยนเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมแทน สองมือที่จับใบหน้าเปลี่ยนมาเป็นโอบรอบคอ ใบหน้าอันแสนน่ารักน่าเอ็นดูยิ้มหวานราวกับเป็นการเชิญชวน พร้อมกับกลิ่นดอกแก้วที่ช่างหอมเย้ายวนใจตลบไปทั่วห้อง


            อาจะถามเราให้แน่ใจอีกทีว่าพูดจริงๆใช่ไหม? หลังจากนี้จะเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ


            แน่เสียยิ่งกว่าแน่ครับ


            มนตรีก้มลงสูดดมความหอมจากกายของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มเชิดหน้าขึ้นแล้วปล่อยให้ผู้เป็นอาทำตามใจของตนเอง เจษฎาพิพัฒน์ถูกจับให้พลิกคว่ำลง สองมือหนาโอบกอดร่างของเขาไว้พร้อมทั้งปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละนิด เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่รดอยู่บริเวณต้นคอของตัวเอง พลันนั้นเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บที่แล่นเข้ามาในประสาทอันเกิดจากคมเขี้ยวของอีกฝ่ายที่ฝังลงมายังผิวเนื้อ แม้จะเจ็บมากแค่ไหน แต่หัวใจของเขากลับรู้พองโตอย่างบอกไม่ถูก เขาตัดสินใจมาอย่างดีแล้ว หากรัตนกรกันต์เลือกจะฝากชีวิตเอาที่คุณดนัย ทั้งกายและใจของเขาก็จะขอฝากเอาไว้ที่มนตรีแต่เพียงผู้เดียว


            ค่ำคืนอันแสนยาวไกล มนตรีโอบกอดเขาไว้อย่างอ่อนโยนก่อนจะค่อยแปรเปลี่ยนไป ความร้อนแรงจากกายของอีกฝ่ายกำลังแผดเผาเขาให้หลอมละลายไปอย่างช้าๆ เหมือนคุณอาผู้แสนใจดีกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน อีกทั้งยังสัมผัสอันแปลกใหม่ยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่ทำให้ความรู้สึกดีจนสามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอราวกับอดทนอดกลั้นมาแสนนาน ซึ่งแน่นอนว่าเจษฎาพิพัฒน์นั้นยินยอมและพร้อมใจให้กับอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดขืน เพราะเขาก็รอคอยช่วงเวลานี้มาแสนนานเหลือเกิน ความสุขเกิดขึ้นอย่างเต็มเปี่ยมจนล้นหัวใจของคนทั้งคู่


            มนตรีกระชับเขาไว้ในอ้อมกอดหลังจากที่กิจกรรมของเขาพวกรอบที่เท่าไหร่ไม่อาจทราบได้จบลง เจษฎาพิพัฒน์ลอบมองใบหน้าของผู้เป็นอายามหลับใหลที่ดูเป็นคนละคนกับเมื่อครู่ กาลเวลาไม่อาจทำอะไรมนตรีได้เลยแม้แต่น้อย แม้อายุจะมากขึ้นแต่ก็ดูไม่เหมือนคนวัยใกล้จะสี่สิบ เป็นเหมือนเดิมดั่งครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันพาให้ใจเขาได้สั่นไหวขึ้นมาด้วยความรักที่มีให้กับอีกฝ่าย เด็กหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะซุกตัวนอนลงบนอกแกร่ง กลิ่นส้มอันหอมหวานนั้นทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและคงจะหลับฝันดีไปตลอดคืน


            อาจจะฟังดูโชคร้ายในสายตาของคนอื่นที่ต้องถูกพ่อของตัวเองขายให้กับคนแปลกหน้า แต่เจษฎาพิพัฒน์ที่รู้ประสาแล้วคิดว่าตนเองนั้นช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เจอกันมนตรี เขาพร้อมแล้วที่จะมอบทั้งชีวิตให้กับชายผู้นี้ไปตลอดกาล

 

            เป็นอีกวันหนึ่งที่คุณชายหนุ่มทำหน้าเครียดกว่าปกติในห้องทำงานของผู้เป็นอา ตรงหน้าของเขาคือจดหมายฉบับที่ถูกส่งมาถึงเมื่อเช้าจากสภาการศึกษาแห่งชาติ ผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดินทางมาถึงแล้ว ใจหนึ่งก็อยากเปิดดูเสียเหลือเกิน แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะผิดหวังหากผลไม่เป็นไปตามที่คิด มนตรีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องถอนหายใจออกมากับท่าทางของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยขึ้น


            อยากรู้ขนาดนั้นก็เปิดดูเถอะครับน้องเจษ


            เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น แต่ผมกลัวนี่ครับ


            ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกครับ เขาว่า ถ้าไม่ติดปีหน้าก็ค่อยสอบเอาใหม่ก็ได้


            คุณอาไม่ได้เป็นคนสอบเองนี่ครับ !เจษฎาพิพัฒน์แย้งพลางทำหน้ามุ่ย มนตรีหัวเราะเบาๆพลางเอื้อมมือมาหยิกแก้มของเขา


            แต่ถึงอย่างนั้นอาก็พร้อมจะสนับสนุนน้องเจษอยู่ตรงนี้เสมอนะครับ ต่อให้สอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ความผิดหวังก็เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งว่าเราจะต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิมไงคับ


            คิ้วของเขาแทบจะขมวดเป็นปมมากกว่าเดิม ก่อนจะถอนหายใจ


            ก็ได้ ผมจะเปิดแล้วนะครับ


            มนตรีพยักหน้า เจษฎาพิพัฒน์รู้สึกได้เลยว่ามือทั้งสองข้างของเขากำลังสั่นอย่างบอกไม่ถูก จดหมายค่อยๆถูกแกะออกอย่างเชื่องช้า ก่อนที่มันจะถูกกางผลให้เห็นอย่างเต็มตา


ผลการสอบ : หม่อมราชวงศ์เจษฎาพิพัฒน์ ดารารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


            นี่ไง ! เห็นไหมครับ น้องเจษทำได้ !มนตรีร้องขึ้น เจษฎาพิพัฒน์รู้สึกหูของตัวเองอื้อไปหมด และแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ในกระดาษแผ่นนี้ปรากฏชื่อของเขาเป็นชื่อของเขาจริงๆ !


            ด้วยความดีใจที่ไม่สามารถปิดไว้ปิด เด็กหนุ่มรีบโผเข้ากอดมนตรีพร้อมกับร้องเสียงดัง


            ติดแล้ว! ผมสอบติดแล้วครับคุณอา!


            สองอาหลานกอดกันกลมด้วยความดีใจ สิ่งที่หวังเอาไว้หลังจากที่เครียดมาหลายวันเป็นจริงแล้ว ! เจษฎาพิพัฒน์มีความสุขมากจนไม่อาจพูดออกมาได้ มนตรีเองก็เช่นกัน เขาที่เฝ้าดูการเติบโตของเด็กหนุ่มมาตลอดรู้สึกภาคภูมิใจมากไม่ต่างกัน


            และวันนั้น เดือนมณีก็มีงานเลี้ยงย่อมๆเกิดขึ้น เพื่อฉลองให้กับความสำเร็จของนายน้อยของอาณาจักรแห่งนี้


            มนตรีโอบกอดเด็กหนุ่มเอาไว้แทบจะตลอด ก่อนที่อีกฝ่ายจะต้องไกลเขาไปอีกหลายปี


            แม้จะหวั่นใจ แต่ก็เชื่อว่ามันจะไม่เป็นไรอย่างแน่นอน


            อย่างน้อยการห่างกันมันก็ทำให้ความคิดถึงได้ทำงานบ้าง และถึงเมื่อถึงวันที่เขาได้กลับมาอยู่ด้วยกัน วันนั้นจะเป็นวันที่คุ้มค่าแก่การรอคอยด้วยความอดทนอย่างแน่นอน

 

สัพเพเหระ

เอาล่ะค่ะ หลังจากที่คุณอาเธอเป็นเทพลีลามาหลายตอน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้ว!
อยากจะออกประกาศตัวโตให้ทั่วเชียงใหม่เลยค่ะเขารักกัน! เขา-รัก-กัน!!!
และมาร่วมยินดีกับว่าที่น้องคุณชายหมอเจษกันนะคะ (หลายยศเหลือเกิน เรียกไม่ถูก ๕๕๕)

สำหรับเจษฎาพิพัฒน์จะเหลืออีก ๑ ตอนกับบทส่งท้ายแล้วนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดเลยค่ะ มีความสุขมากๆเลย
TT

ขอฝากแท็ก #ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรคุยกันในแท็กได้เช่นกันค่ะ

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #43 kkaem (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 18:29
    คุณอา แง้ น้องเจษเป็นของคุณอาแล้ว แม่ปาดน้ำตาแต่แม่ก็ดีใจ แล้วก็เก่งมากนะคะน้องเจษ
    #43
    0
  2. #25 จอมโจรอ้วนผอม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:40

    คุณชายจะไปเรียนหลายปี คุณอาจะตามหวงไหมนะ

    #25
    0