ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 10 : เจษฎาพิพัฒน์ : ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    23 ก.พ. 63

            พิธีศพของหม่อมเจ้าจิรภาดา ดารารัตน์ถูกจัดขึ้นจนครบเจ็ดวันตามกำหนดซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยผิดกับวันแรกๆที่เต็มไปด้วยเสียงนินทา อาจจะเป็นเพราะความน่าเกรงขามของอาภาสเจ้าของดินแดนทางเหนืออย่างมนตรีและเจ้าของดินแดนทางใต้อย่างดนัยที่เพียงแค่ปรายตามองก็ชวนให้ขนลุกไปตามกันโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมา ไหนจะหม่อมราชวงศ์รัตนกรกันต์ผู้เป็นบุตรคนเล็กนั้นมีฝีปากร้ายกาจที่พร้อมจะตอกหน้าทุกคนอย่างไม่เกรงกลัวใดๆอีก


            งานพระราชทานเพลิงศพจบลงแล้ว เจษฎาพิพัฒน์เอาแต่ร้องไห้ในขณะที่รัตนกรกันต์มองเปลวควันที่ลอยละล่องขึ้นไปบนฟ้าด้วยความว่างเปล่า ช่างเป็นอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของสองพี่น้องผู้มีบิดาคนเดียวกัน มนตรีได้คาดการณ์ไปเองว่าอาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ต่างกันนั้นส่งผลต่อความคิดของเด็กทั้งสองคนให้เติบโตมาคนละขั้วเช่นนี้ ดนัยเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน ทั้งสองได้แต่ยืนเคียงข้างพร้อมจับมือคนของตัวเองเงียบๆ ไม่พูดอะไรออกมา


            คุณชายครับ !เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มทั้งสองคน ชายผู้มีใบหน้าหวานในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาหา เด็กทั้งสองตาโตก่อนจะร้องออกมาพร้อมกัน


            ครูจินต์จุฑา !ว่าแล้วก็จัดการโผเข้ากอดคนๆนั้นด้วยความคิดถึง สร้างความงงงวยให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองคนเป็นอย่างมาก รัตนกรกันต์ผู้คลายอ้อมกอดออกมาก่อนหันมาแนะนำชายปริศนาคนนี้เพื่อเป็นการไขความกระจ่างให้กับทั้งคู่


            นี่คุณครูจินต์จุฑา คุณครูที่สอนเปียโนกับผมและพี่ชายเจษที่วังเมื่อครั้งยังเด็กๆครับ


            อ้อมนตรีพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ สวัสดีครับคุณครู


            อ่า สวัสดีครับ จินต์จุฑามองมนตรีและดนัยสลับกันไปมาก่อนจะกลับมาที่คุณชายทั้งคู่


            ไม่ได้เจอกันนาน โตขึ้นเยอะเลยนะครับ ผมไม่ได้ทราบข่าวคุณชายเลยหลังจากที่ท่านชายเขาเลิกจ้างผม


            ผมคิดถึงคุณครูมากๆเลย เจษฎาพิพัฒน์ว่าพลางเช็ดน้ำตาที่เลอะอยู่บนใบหน้าของตน


            คุณครูสบายดีนะครับ? รัตนกรกันต์ถามต่อ


            ก็ดีครับ แต่เมื่อปีที่แล้วไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ กรุงเทพวุ่นวายไปหมดเลย


            เหตุทางการเมืองสินะครับ ดนัยเอ่ยถาม จินต์จุฑาพยักหน้า


            ใช่ครับ คุณคงได้ทราบข่าว กรุงเทพวุ่นวายไปหมดเลย ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดีสักเท่าไหร่นักเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก น่ากลัวจริงๆครับ


            เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ? คุณชายผู้พี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมโดยมนตรีทำให้ไม่ค่อยรู้เรื่องราวภายนอกเท่าไหร่นัก เช่นเดียวกับคนน้องผู้ใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย


            เอาไว้ให้ผู้ปกครองของคุณชายเป็นคนเล่าเองดีกว่าครับ อีกอย่างหนึ่งคือพูดถึงเหตุการณ์นั้นที่นี่ตอนนี้คงจะดูไม่ดีสักเท่าไหร่ด้วย


            นั่นสิครับ มนตรีพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย พวกเราจะไปรับประทานอาหารเย็นกันต่อ ถ้าอย่างนั้นคุณครูจะไปด้วยกันไหมครับ? คงไม่ได้เจอเด็กๆ นาน จะได้พูดคุยกันต่อด้วย


            ขอบคุณครับ แต่คงต้องขออนุญาตปฏิเสธ สามีของผมมารอรับแล้ว อาจจะต้องขอตัวก่อน จินต์จุฑาว่า มนตรีและดนัยเหลือบมองไปด้านหลังของครูหนุ่ม มีชายในชุดทหารยืนรออยู่ที่รถยนต์จึงเข้าใจได้เป็นอย่างดี


            เอาไว้เจอกันใหม่นะครับคุณชาย ถึงตอนนั้นเรามาเล่นเปียโนด้วยกันอีกนะครับ


            ครับ !เด็กทั้งสองรับคำพร้อมจะกอดจินต์จุฑาอีกครั้งเป็นการจากลา ก่อนที่อีกฝ่ายจะจากไป


            ไปกันเถอะ มนตรีว่า ทุกคนพยักหน้า ก่อนที่จะเดินไปยังรถยนต์ที่จิรสินให้ยืมมาใช้ระหว่างอยู่ที่เมืองหลวง


            ร้านอาหารถูกแนะนำโดยดนัย เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช ทันทีที่เดินเข้าไปด้านใน ชายที่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้านออกมาต้อนรับพวกเขาเป็นอย่างดีพร้อมเดินเข้ามาทักทายดนัยอย่างสนิทสนม ก่อนจะพาพวกเขาเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่แยกจากลูกค้าโต๊ะไปในร้าน ซึ่งมนตรีเห็นด้วยในเรื่องนี้ การที่ปล่อยให้อนธการหน้าตาน่ารักนั่งอยู่ท่ามกลางคนทั่วไปไม่นับเป็นเรื่องที่ดีเท่าไหร่ แม้จะมีเขาและดนัยอยู่ก็อาจจะทำให้เด็กทั้งสองรู้สึกอึดอัดจากการตกเป็นเป้าสายด้วยเช่นกัน


            คุณดนัยรู้จักกับเจ้าของร้านหรือครับ?


            ครับ อีกฝ่ายว่า คุณสลิลเขาเป็นสามีของญาติห่างๆของผม


            อ้อ อย่างนี้นี่เอง มนตรีพยักหน้า ก่อนจะถามต่อ แล้วนี่คุณดนัยจะพาคุณชายรัตนกรกันต์กลับพังงาเมื่อไหร่หรือครับ?


            คงจะพรุ่งนี้ตอนค่ำๆครับ ตอนเช้าว่าจะพาเขาไปหาหมอก่อน


            หาหมอหรือครับ? เจษฎาพิพัฒน์ทวนคำพร้อมเลิกคิ้ว ก่อนจะหันไปมองผู้เป็นน้องชาย


น้องชายรัตน์ไม่สบายหรือ? เป็นอะไรมากหรือเปล่า? แล้วทำไมไม่บอกพี่เลย


รัตนกรกันต์หัวเราะ เอาอีกแล้ว ถามน้องหลายคำถามแบบนี้ น้องตอบไม่ทันพอดีสิพี่ชายเจษ


คุณชายไม่สบายหรือครับ? มนตรีเอ่ยถามแทน


ก็ไม่เชิงไม่สบายหรอกครับ เจ้าตัวตอบ


แล้วสรุปน้องชายรัตน์เป็นอะไร? คุณชายผู้พี่เอ่ยถามอีกครั้งด้วยสายตาที่บอกว่าเป็นห่วง ก่อนจะได้รับคำตอบอันน่าตกใจจากคุณชายผู้น้อง


น้องไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก รัตนกรกันต์ยิ้ม น้องแค่กำลังมีท้อง


อะไรนะ !? เจษฎาพิพัฒน์ร้องขึ้นพร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลง ส่วนมนตรีที่กำลังยกน้ำขึ้นจิบถึงขั้นสำลัก


พี่ได้ยินผิดหรือเปล่า? ทำไมพี่ถึงดูไม่ออกเลยว่าน้องกำลังมีท้องอยู่


ได้ยินไม่ผิดหรอก คุณชายคนเล็กหัวเราะ ตอนนี้ก็เกือบสามเดือนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปให้คุณหมอ ญาติของพี่ดนัยเขาตรวจสักหน่อยว่ามีอะไรผิกปกติหรือไม่


แต่.. แต่... เจษฎาพิพัฒน์เหมือนจะนิ่งค้างไป แต่น้องเพิ่งอายุสิบแปดเท่าพี่


พี่ชายเจษ รัตนกรกันต์ว่าด้วยเสียงจริงจัง พี่คงได้ยินเรื่องของน้องบ้างจากที่น้องเล่าแล้ว แต่ความเป็นจริงที่น้องพบเจอมันเลวร้ายยิ่งกว่านั้นเสียอีก หากไม่ได้พี่ดนัยปกป้อง น้องคงไม่ได้เป็นน้องอยู่ในวันนี้ เพราะฉะนั้นน้องเลือกแล้วที่จะฝากชีวิตของน้องกับลูกเอาไว้ที่พี่ดนัย ถึงจะอายุเพียงแค่นี้แต่น้องก็มั่นใจว่าจะต้องเป็นแม่ที่ดีให้กับลูกได้แน่ๆ


คุณชายเจษไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ดนัยพูดต่อ ถึงแม้ในทีแรกผมอาจจะทำไม่ดีกับรัตน์ไว้บ้าง แต่หลังจากนี้ผมสัญญาว่าจะดูแลและลูกเป็นอย่างดีแน่นอน


ทั้งคุณดนัยและคุณชายรัตน์เข้มแข็งมากเลยนะครับ มนตรีเอ่ย แม้ดนัยจะอายุน้อยกว่าเขาแต่กลับมีความแน่วแน่และมั่นใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาชื่นชมอีกฝ่ายในจุดนี้ รวมไปถึงรัตนกรกันต์ผู้แสนแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน


ขอบคุณครับ รัตนกรกันต์ว่าพลางเอื้อมมือไปจับมือของผู้เป็นพี่ พี่ชายเจษมีโอกาสเยอะกว่าน้องมากนัก เพราะฉะนั้นพี่ชายเจษโปรดทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงแทนในส่วนของน้องด้วย แม้เราจะไม่ได้เจอกัน แต่น้องจะเป็นกำลังใจให้กับพี่เสมอนะ


ได้เลย เจษฎาพิพัฒน์ยิ้ม เอาไว้พี่เรียนจบแล้วจะมาเป็นคุณหมอดูแลน้องกับหลานดีไหม?


ดีสิ ผู้เป็นน้องยิ้มตาม แล้วน้องกับพี่ดนัยจะพาลูกไปหาพี่ชายเจษที่เชียงใหม่


ไม่ได้นะ ! เดี๋ยวพี่ไปหาเอง หลานคงยังเด็ก ให้พี่ลงไปหาน้องที่พังงาดีกว่า


ก็บอกว่าน้องจะขึ้นไปหาไง


เดี๋ยวพี่นี่แหละจะลงไปหา


เอ๊ะ !


เอ๊ะ !


ทั้งมนตรีและดนัยต่างหัวเราะให้กับการเถียงกันเป็นเด็กๆของทั้งสอง มื้ออาหารในเย็นนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์อันแสนเศร้าโศกไป พี่น้องได้กลับมาเจอกัน ได้พบกับคนที่เคารพรัก รวมไปถึงข่าวดีเกี่ยวกับการมีอยู่ของสมาชิกใหม่ที่กำลังจะลืมตามาพบเจอกับโลกอันแสนกว้างใหญ่ในอนาคต เจษฎาพิพัฒน์รู้สึกมีความสุขและความยินดีเกิดขึ้นพร้อมกัน มนตรีเองก็ยิ้มตามเมื่อเห็นว่ารอยยิ้มของเด็กหนุ่มเริ่มที่จะกลับมาอีกครั้ง เขาสัญญากับตัวเองในใจพร้อมความรู้สึกที่กำลังแน่นอนขึ้นเรื่อยๆ เจษฎาพิพัฒน์เหลือแค่เพียงน้องชายที่อยู่ห่างกันแสนไกล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เขาจะรักษารอยยิ้มนั้นเอาไว้ให้ได้อย่างแน่นอน 


อากาศที่เชียงใหม่แตกต่างจากกรุงเทพมากๆเลยเนอะครับคุณอา เจษฎาพิพัฒน์เอ่ยหลังจากที่ออกจากท่าอากาศยานเชียงใหม่มาขึ้นรถที่กำลังจอดรออยู่ พวกเขาเดินทางกลับมาถึงเชียงใหม่แล้ว และกำลังจะเดินทางต่อเพื่อกลับไปยังฝาง


นั่นสินะ เขาพยักหน้า นึกถึงวันแรกที่อารับน้องเจษมาอยู่ด้วยเลย ตอนนั้นน้องเจษยังเด็กนัก


ก็แค่เด็กกว่าตอนนี้สามปีเองครับ


แต่มองดีๆตอนนี้ก็ยังเป็นเด็กน้อยในสายตาอาอยู่ดีนั่นแหละ


ไม่เด็กแล้วสักหน่อย เจษฎาพิพัฒน์หน้าบึ้ง คุณอาก็เอาแต่คิดแบบนี้


มนตรีหัวเราะพลางยกมือขึ้นจิ้มแก้มนิ่มของอีกฝ่าย งอนอางั้นหรือ? ไม่งอนกันสิครับ


ไม่คุยกับคุณอาแล้ว !


และก็เป็นอย่างนั้นตลอดหลายชั่วโมงที่อยู่ด้วยกันบนรถ เจษฎาพิพัฒน์เอาแต่นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมพูดไม่ยอมจากับเขาเลยสักประโยค แม้มนตรีจะพยายามชวนคุยก็ได้รับคำตอบกลับมาเป็นการส่ายหัวแทนแทบจะทั้งหมด ยอมรับนับถือในความอดทนของเด็กคนนี้เลยทีเดียว รู้แหละว่าอีกฝ่ายอยากพูดกับเขาใจจะขาดอยู่แล้วแต่ต้องทำเป็นโกรธเอาไว้ คงคาดหวังอยากจะให้เขาง้อบ้างเป็นแน่ นั่นทำให้มนตรีลอบยิ้มอยู่กับตัวเองเงียบๆ เอาไว้กลับไปถึงบ้านก่อนค่อยง้อก็แล้วกัน


ทันทีที่รถแล่นเข้ามาจอดในเขตของเดือนมณี หลายคนเข้ามาช่วยกันยกสัมภาระของพวกเขาไปเก็บภายในตัวบ้าน ในขณะที่เจษฎาพิพัฒน์นั้นเดินหนีเขาเข้าบ้านไปไม่พูดไม่จา


คุณชายเป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณผู้ชาย? พี่เลี้ยงสาวเอ่ยถามอย่างงุนงง


ไม่มีอะไรหรอกครับคุณเอื้อย มนตรียิ้ม เดี๋ยวผมจัดการเอง


เดาได้ไม่ยากเลยว่าเด็กหนุ่มจะเข้าไปหลบอยู่ที่ไหน คงจะหนีไม่พ้นห้องทำงานของแน่ๆ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง เจษฎาพิพัฒน์กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นเขาเข้ามาก็ทำหน้าบึ้งกว่าเดิม มนตรีเดินเข้าไปนั่งข้างๆก่อนจะโอบเด็กชายให้เข้ามาใกล้ก่อนจะบรรจงหอมแก้มไปหนึ่งปี สร้างความตกใจให้กับอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก เด็กหนุ่มตาโตขึ้นก่อนที่ใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดราวกับลูกมะเขือเทศสุก


คุณอา.. ทำอะไรครับ?


ยอมพูดกับอาแล้วหรือน้องเจษ? มนตรีถามพลางลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู งอนอะไรไหนพูดสิ


เปล่าสักหน่อย.. เจษฎาพิพัฒน์ยู่ปาก นั่นทำให้มนตรีอดไม่ได้ที่จะบีบปากเล็กๆนั่นอย่างนึกเอ็นดู


เจ็บนะครับคุณอา เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงอู้อี้อีกครั้ง มนตรีหัวเราะก่อนจะปล่อยมือออก


ยังจะมาหัวเราะอีก คุณอานี่นะ !


สรุปจะงอนหรือไม่ได้งอนกันแน่ครับ?


ก็คุณอาว่าผมเป็นเด็ก !


เด็กสิ เป็นเด็กดื้อของอาไงครับ มือหนาเลื่อนลงจากการโอบไหล่เป็นโอบเอวให้อีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนตักของตัวเองแทน           


ผมไม่ดื้อ


แต่คนไม่ดื้อก็ไม่ยอมพูดกับอาตลอดทางที่กลับมาบ้านเรา


ไม่ดื้อๆๆๆๆ เจษฎาพิพัฒน์ดิ้นไปมา นั่นยิ่งทำให้มนตรีจับคนตัวเล็กให้แน่นขึ้นเพื่อหวังจะให้อยู่นิ่งๆ ซึ่งก็ได้ผล สักพักหนึ่งเจษฎาพิพัฒน์ก็หยุดดิ้นแต่ใบหน้ายังคงก้มลงไม่สบอารมณ์จากการโดนกล่าวหาว่าเป็นเด็กดื้อ มนตรีจับคางอีกฝ่ายเชยขึ้นมองหน้า


เดี๋ยวนี้หัดเถียงอาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?


ผมไม่ได้เถียง !


เถียงสิ นี่ไง เรากำลังเถียงอาอยู่นะ


เปล่าสักหน่อย


มนตรียิ้ม ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าใกล้เพื่อกระซิบที่ข้างหูของอีกฝ่าย พร้อมกับขบเม้มเบาๆที่ใบหูน้อยๆนั่น


น้องเจษรู้หรือเปล่า? ว่าการเป็นเด็กดื้อจะต้องถูกลงโทษ


- ฉากที่ถูกตัดออก -
สามารถหาลิ้งก์ได้ในแท็ก #ไตรชีวัน เลยนะคะ
รหัสผ่าน : ปีปัจจุบันในเรื่อง เป็นตัวเลขสี่หลัก
คำใบ้ : สามารถย้อนไปดูได้ในตอนที่เจ็ดจะมีบอกอยู่ค่ะว่าตอนนั้นปีอะไร
หมายเหตุ :
ถ้าไม่ได้จริงๆ ดีเอ็มมาได้นะคะ...


ชอบไหม? การลงโทษเด็กดื้อแบบนี้ มนตรียิ้ม ในขณะที่เด็กชายเบือนหน้าหนีไปอีกทางด้วยความเขินอาย


คุณอานิสัยไม่ดี...


ก็น้องเจษอยากดื้อกับอาก่อนเองนี่คัรบ


ไม่รู้ๆๆๆๆ เด็กหนุ่มว่าก่อนจะพลิกตัวหนี ผมเหนื่อย! จะนอน!


มนตรีหัวเราะ ลุกขึ้นมาแต่งตัวก่อนครับ ไม่งั้นเกิดออะไรขึ้นอีกอาจะไม่รับประกันแล้วนะ


เจษฎาพิพัฒน์เด้งตัวขึ้นพร้อมแต่งกายให้ตัวเองแบบเร็วๆ ก่อนจะล้มลงนอนหันหน้าเข้าหาพนักโซฟาโดยที่ไม่มองหน้าเขาแม้แต่น้อย นั่นทำให้มนตรียิ่งรู้สึกเอ็นดูท่าทางของเด็กคนนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก เขาถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองคลุมลงให้อีกฝ่ายก่อนจะหอมลงบนขมับของเด็กหนุ่มเบาๆและเอ่ยด้วยเสียงทุ้มที่ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มสั่นไหวอีกครั้ง


รักนะครับ น้องเจษ


            เป็นคำพูดที่เคยบอกเป็นประจำ แต่ในตอนนี้บอกด้วยสถานะที่แตกต่าง เขาไม่สามารถปฏิเสธตัวเองได้อีกต่อไปแล้วว่าเขารักเด็กคนนี้ รักมากเกินกว่าที่เล่นกับคุณอากับหลานได้อีกต่อไป เหมือนอย่างที่ดนัยได้พูดไว้ หากความรู้สึกเหมือนกันก็ควรที่จะทำให้มันชัดเจน เขาเชื่อว่าการบอกรักในครั้งนี้เจษฎาพิพัฒน์จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างออกไปได้อย่างแน่นอน


            ส่วนเรื่องการทำพันธะต่อกัน ให้มันเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตดีกว่า แต่คาดว่าคงอีกไม่นาน ครั้งแรกยังไม่ได้อะไรมากเด็กหนุ่มยังเป็นขนาดนี้ ถ้ามากกว่านี้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะไหวไหม มนตรีถึงตัดสินใจปล่อยให้อีกฝ่ายทำใจรอไว้ไปก่อนค่อยว่ากันอีกที


            มนตรีออกจากห้องไปแล้ว เหลือเพียงเจษฎาพิพัฒน์ที่นอนอยู่บนโซฟา สัมผัสที่มนตรีมอบให้นั้นมันมากเกินกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก มากเสียจนไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็บอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเขารู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว แถมคำบอกรักปิดท้ายนั่นทำเอาหัวใจของเขาพองโตมากยิ่งขึ้นไปอีก


            เสื้อคลุมที่มนตรีทิ้งเอาไว้ให้ยังคงมีกลิ่นส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่าย เจษฎาพิพัฒน์สูดดมมันอย่างหลงใหล ก่อนที่จะผล็อยหลับไปพร้อมความรู้สึกที่มั่นใจขึ้นกว่าเดิม


            ความรู้สึกที่ว่า เขารักคุณอามนตรีคนนี้ที่สุดเลย

สัพเพเหระ

จินต์จุฑา = ยุน จองฮัน
สลิล
= ควอน ซูนยอง (โฮชิ)

เปิดตัวคุณนายเอกของเรื่อง จินต์จุฑา ค่ะ
จะเกิดอะไรขึ้นเกี่ยวกับคุณครูคนนี้รอติดตามได้ในเรื่องที่สามเลยนะคะ
^ ^

แต่ๆๆๆๆ คุณอาทำอะไรน้องคะ!!
น้องยังเด๊กกกกกกกกกกกกกก!! หม่อมแม่น้องเจษเตรียมไม้เรียวไว้ตีคุณอาได้เลยค่ะ !
สารภาพว่าในตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะให้น้องโดนกระทำแบบนี้นะคะ แต่ไปๆมาๆ อ้าวมาเฉยเลย
๕๕๕๕๕๕๕๕๕ XD
ยังไงซะ ตอนนี้ความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปอีกขั้นแล้วนะคะ เรื่องเจษฎาพิพัฒน์นี่อีกไม่กี่ตอนก็จบแล้วค่ะ


ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยนะคะ มีอะไรหวีดกันในแท็กได้เช่นกันค่ะ


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #42 kkaem (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 18:19
    น้องงงงง คุณอาาาาาาาา!!! คุณอาหยอกน้องแรงเกินไป มากค่ะ ตีๆๆๆๆๆ น้องงอนนิดเดียวแต่คุณอาจะฟัดน้องแบบนี้ไม่ได้ แง้
    #42
    0
  2. #23 จอมโจรอ้วนผอม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:19

    คุณอาตีความเรื่องการแสดงออกให้ชัดเจนแบบนี้เหรอคะ น้องเจษตั้งรับทันไหมไม่รู้แต่ปม่อยากได้ยาหอมยาดมแก้หน้ามืดจ้า

    #23
    0