ไตรชีวัน || มินเจ,แบคเร็น,คุปส์ฮัน

ตอนที่ 1 : เจษฎาพิพัฒน์ : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ม.ค. 63

หมายเหตุ :        อาภาส = แสงสว่าง  แทน อัลฟ่า
                            อนธการ = ความมืด แทน โอเมก้า
                      บริรักษ์ = ผู้รักษา แทน เบต้า

 

 

            ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ดูจากภายนอกแล้วหรูหราอยู่ไม่น้อย ซึ่งต่างจากสิ่งที่เขาได้รับรู้มาจากสถานการณ์ที่ถูกบอกผ่อนจดหมายที่อยู่ในมือ หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นเด็กรับใช้ในบ้านมาเปิดประตูเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปด้านใน ต้นแก้วที่ปลูกไว้แข่งกันออกดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ หญิงสาวพาเขามานั่งในห้องรับแขกกลางบ้าน แม้ว่าภายนอกจะดูสวยงามภายใน แต่ภายในเขาเห็นได้ถึงความทรุดโทรมของตัวบ้าน ท่าทางสถานการณ์ในที่แห่งนี้ดูท่าว่าจะเข้าขั้นวิกฤตเสียแล้ว เพราะเงินจะซ่อมแซมคงจะไม่มี และคงเป็นเหตุให้เขามาที่นี้


            สวัสดี คุณมนตรี เสียงทักทายเรียกให้เขาหันไปมอง ชายวัยราวห้าสิบปียืนจับมืออยู่กับเด็กหนุ่มวัยแรกรุ่นที่ดูอย่างไรแล้วก็ไม่น่าจะอายุเกินสิบห้าปี ชายหนุ่มยกมือขึ้นเตรียมจะทำความเคารพตามมารยาทของผู้ที่ได้เจอกันเป็นครั้งแรก ก่อนจะถูกปราม


            ไม่ต้องๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ เชิญเลย


            มนตรีพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้รับแขก ส่วนอีกฝ่ายและเด็กหนุ่มนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม


            คุณมนตรีคงพอจะทราบความจากในจดหมายแล้วใช่หรือไม่?


            ครับเขารับคำพลางนึกถึงเนื้อความในจดหมายจากพระนครที่ถูกส่งไปยังดินแดนภาคเหนือที่เขาอาศัยอยู่


            นี่หม่อมราชวงศ์เจษฎาพิพัฒน์ ดารารัตน์ อีกฝ่ายแนะนำ เด็กหนุ่มยิ้มให้เขาพร้อมกับยกมือไหว้


            ณ ขณะที่ห้วงเวลาเหมือนได้หยุดหมุนลง สายตาตรงหน้ามีเพียงเด็กหนุ่มตัวน้อยเท่านั้น เพียงแค่อีกฝ่ายยกยิ้มเบาๆก็ทำให้เขาแทบจะลืมหายใจ ไม่รู้ว่ากลิ่นของดอกแก้วที่ปลูกไว้รอบรั้วอันส่งกลิ่นหอมไปทั่วกับคนตรงหน้าอะไรคือสิ่งที่หอมกว่ากันกันแน่ เพียงแค่ครั้งแรกที่ได้พบเจอ รอยยิ้มหวานที่ถูกมอบให้เพียงครั้งเดียวก็ดูเหมือนว่าเจ้านายตัวน้อยแห่งวังดารารัตน์ได้ช่วงชิงความสนใจทั้งหมดของเขาไปได้แล้ว


            อนธการงั้นหรือ? ท่านชาย เขาเอ่ยถาม อีกฝ่ายพยักหน้าเป็นคำตอบ


            ว่าอย่างไรดีคุณมนตรี สนใจจะรับเด็กคนนี้เอาไว้ไหม?


            คำถาที่ได้รับทำเอาเขายิ่งคิดไปชั่วครู่


            ด้วยปัญหาหลายด้านของ วังดารารัตน์ แห่งนี้ หม่อมเจ้าจิรภาดาจึงไม่มีทางเลือกอื่น เพราะความเขลาจากการลงทุนที่ผิดพลาดทำให้ทรัพย์สินที่อยู่กำลังร่อยหรอลงเต็มทีเกินกว่าที่จะกระทำการใดๆต่อไปได้ เพื่อกอบกู้ฐานะของที่กำลังค่อยๆล่มสลายอย่างช้าๆของราชสกุล สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่และพอจะเป็นหนทางให้พอดิ้นรนได้คือบุตรชายผู้เกิดมาเป็นอนธการทั้งสองคน


            แม้จะต้องโดนตราหน้าว่า ขายลูกกินแต่เพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้ก็ต้องจำยอม


            มีผู้คนมากมายสนใจในตัวหม่อมราชวงศ์ตัวน้อยทั้งสองเป็นอย่างมาก ด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้างมากมายเกี่ยวกับการที่เป็นอนธการวัยแรกรุ่นที่มีกลิ่นหอมเกินห้ามใจมาพร้อมกับรูปลักษณ์อันน่าหลงใหลนั่นทำให้ผู้มั่งคั่งทั้งหลายต่างพากันเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือราชสกุลดารารัตน์โดยมีความต้องการอื่นแอบแฝง มนตรีเคยสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าเพราะเหตุใดใยผู้คนถึงได้ปรารถนาในตัวเด็กอายุสิบห้าสองคนนี้นัก


            จนกระทั่งได้มาพบเจอกับตัว ณ พระนครแห่งนี้ จึงได้หายข้องใจในสิ่งที่สงสัยอยู่


            หม่อมราชวงศ์เจษฎาพิพัฒน์ผู้เป็นพี่ และ หม่อมราชวงศ์รัตนกรกันต์ผู้เป็นน้องนั้นเป็นพี่น้องต่างมารดาที่เกิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป แต่ก็สามารถสร้างความหวั่นไหวให้กับผู้พบเจอได้เป็นอย่างดี มนตรีไม่มีโอกาสได้พบกับคุณชายคนเล็ก แต่พอจะทราบข่าวมาอยู่ว่าได้ถูก ส่งมอบ ให้กับนายหัวเจ้าของเหมืองแร่ทางภาคใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


            ข้อสงสัยอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงติดอยู่ในใจเป็นข้อสงสัยของเขาคือ หม่อมเจ้าจิรภาดานั้นเลือกคุณสมบัติของผู้ที่จะมอบบุตรสุดที่รักทั้งสองให้จากอะไร และเพราะสิ่งใดเขาถึงเป็นผู้ที่ได้รับเกียรตินั้น


            สายตาที่ท่านชายมองเขานั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและดูเว้าวอนไปพร้อมกัน ในขณะที่รอยยิ้มหวานของเด็กน้อยตรงหน้าที่ถูกส่งมาอีกรอบนั้นทำให้เขาไม่ลังเลที่จะตัดสินใจ


            ตกลงครับ


            ดี ท่านชายจิรภาดาว่า ก่อนจะหันไปสั่งกับพี่เลี้ยงของคุณชายที่ยืนอยู่ไม่ไกล สม พาคุณชายเจษไปเก็บกระเป๋า


            ลูกจะไปไหนหรือครับ? ท่านพ่อ เด็กน้อยหันมาถามด้วยความสงสัย


            ไปอยู่กับผมที่ฝางครับ มนตรีว่า คุณชายเคยไปเที่ยวไหม?


            เด็กน้อยทำตาโต ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างไร้เดียงสา


            ดีครับ ตั้งแต่พรุ่งนี้ เราจะไปอยู่ที่ฝางกัน


            แล้วที่ฝางเป็นอย่างไรหรือครับ? เจษฎาพิพัฒน์ถามต่อด้วยความอยากรู้เกี่ยวกับสถานที่ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต


            ที่นั่นมีสวนส้มกับสวนดอกไม้ของผมอยู่ คุณชายชอบทานส้มไหมครับ?


            ชอบครับ!เด็กชายร้องตอบรับแทบจะในทันที ก่อนที่จะกอดแขนของบิดาด้วยความออดอ้อน


            ท่านพ่อ ลูกอยากไปที่ฝาง


            ได้สิ ผู้เป็นบิดาลูบหัว ไปเก็บของเสีย พรุ่งนี้ลูกต้องออกเดินทางแต่เช้า


            ครับ ! ว่าแล้วเด็กน้อยก็รีบลุกจากที่นั่งเดินตามพี่เลี้ยงไปเก็บของ ในห้องรับแขกเหลือเพียงผู้ใหญ่ทั้งสองคน


            ผมมีเรื่องขอเรียนถามท่านชายสักหน่อยได้หรือไม่?


            หม่อมเจ้าจิรภาดาพยักหน้า ได้สิ


            ทำไมท่านชายถึงได้เลือกผมให้เป็นผู้ที่จะดูแลท่านชายนับต่อจากนี้กัน? คงไม่ได้เลือกเพราะผมนั้นมีฐานะมากพอที่จะอุปถัมภ์ตระกูลของท่านให้อยู่ต่อไปได้อย่างเดียวใช่หรือไม่?


            เพราะชื่อเสียงของคุณมนตรีดังมาไกลถึงพระนคร ท่านชายว่า ชายผู้สามารถสร้างอาณาจักรอันแสนยิ่งใหญ่ในฝางได้เพียงในเวลาไม่กี่ปี


            ท่านชายก็ชมเกินไป มนตรีกล่าวพลางหัวเราะน้อยๆ


            อีกอย่างคือผมมั่นใจว่าคุณมนตรีคงไม่ได้เห็นอนธการเป็นดั่งของเล่นชิ้นหนึ่งอย่างแน่นอน


            มนตรียิ้ม แต่มิได้ตอบอะไรกลับไป


            ยังไงก็ตาม ขอฝากชายเจษด้วยนะครับ คุณมนตรี


            เขาพยักหน้าแทนคำตอบ พลางจินตนาการถึงอนาคตต่อจากนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจว่าท่านชายส่งมอบหม่อมราชวงศ์เจษฎาพิพัฒน์ให้ในฐานะอะไร แต่ด้วยวัยที่ห่างกันถึงสิบเก้าปีดูแล้วคงจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากอากับหลานเท่านั้น มนตรีคิดว่าเขาจะให้ความรักและความเอ็นดูคุณชายเจษฎาพิพัฒน์ดั่งหลานชายแท้ๆของตนให้ได้แม้กลิ่นกายจากอีกฝ่ายนั้นจะคอยยั่วยวนจิตใจของเขาอยู่ก็ตาม



ดูแลตัวเองด้วยนะลูก อย่าดื้อกับคุณมนตรีให้มากนัก เข้าใจไหม?


            เข้าใจครับ เด็กชายรับคำด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยถามต่อ ท่านพ่อ แล้วลูกจะได้เจอกับน้องชายรัตน์อีกไหม?


            หม่อมเจ้าจิรภาดาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสวมกอดเด็กชายไว้แทนคำตอบ เจษฎาพิพัฒน์ได้แต่สงสัย แต่ก็กอดตอบผู้เป็นบิดาไปโดยที่ไม่ได้ถามอะไรต่อเช่นกัน มนตรียืนมองภาพของสองพ่อลูกกอดกันโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ภาพตรงหน้าหลากหลายไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก หากเรื่องได้หม่อมเจ้าจิรภาดาคงไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ไม่มีใครอยากให้ครอบครัวของตัวเองแตกกระจายไปคนละทิศละอย่างแน่นอน แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นก็คงไม่มีทางเลือก เพื่อความอยู่รอดของตระกูลก็จำต้องทำ


            ผู้เป็นบิดาคลายอ้อมกอดที่มีต่อลูกชายพลางลูบหัว มนตรีนกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เมื่อใกล้จะได้เวลาเดินทางแล้วจึงส่งเสียงเรียกทั้งสอง


            ท่านชาย คุณชายเจษ ได้เวลาขึ้นรถไฟแล้วครับ


            ไปเถิดลูก หม่อมเจ้าจิรภาดาจูงมือลูกชายมาส่งที่ชานชาลา มนตรีรับกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กหนุ่มมาช่วยถือ


            ท่านพ่อต้องมาเยี่ยมลูกนะครับ เด็กน้อยกอดบิดาอีกครั้งพร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาด้วยรอยยิ้ม ชายชรายิ้มตอบแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเป็นการรับปาก มนตรีเห็นท่าทางที่กระอักกระอ่วนของผู้เป็นบิดาจึงออกปากเรียกเด็กน้อยอีกครั้งให้ขึ้นรถไฟ


            คุณชายเจษ ขึ้นรถได้แล้วครับ


            ครับ สวัสดีครับท่านพ่อ เจษฎาพิพัฒน์ยกมือไหว้ผู้เป็นบิดาอีกครั้งก่อนจะเดินตามมนตรีขึ้นรถไฟไป


            รถไฟค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากสถานี มนตรีแอบเห็นอีกฝ่ายที่ยืนส่งอยู่ที่ชานชาลาแอบเช็ดน้ำตาของตนเองอยู่เงียบๆ ก่อนจะส่งมอบรอยยิ้มให้กับบุตรชายจนสุดสายตา


            รถไฟที่นั่งคู่โดยสารเป็นรถไฟชั้นหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว กว่าสิบชั่วโมงที่รถไฟกำลังแล่นสู่เมืองเชียงใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นมากมายของเด็กชายวัยสิบห้าปียิ่งนัก คุณชายตัวน้อยสนอกสนใจสิ่งรอบตัวไปเสียหมดทุกอย่าง คำถามอันแสนน่ารักมากมายถูกถามออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน มนตรีเองก็รู้สึกแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้อย่างไม่รู้เบื่อ จนตกดึกเข้าสู่ห้องนิทราและตื่นเช้ามาคำถามต่างๆก็ยังถูกเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้จบ จนกระทั่งรถไฟเทียบชานชาลาสถานีเชียงใหม่ อากาศเย็นปะทะเข้าที่ใบหน้าจนทำให้เด็กชายต้องยกมือขึ้นกอดตัวเอง


"หนาวหรือคุณชาย?"  มนตรีกล่าวพลางถอดเสื้อนอกของตนเองคลุมให้กับอีกฝ่าย


"ครับ" เด็กชายตอบ "ที่นี่อากาศเย็นแบบนี้ตลอดเลยหรือครับ?"


"ไม่ตลอดหรอก ช่วงนี้เข้าหน้าหนาวพอดีอากาศเลยเย็น" เขาว่า เดี๋ยวไปถึงที่ฝางอากาศจะเย็นกว่านี้อีก


เด็กน้อยตาโต หนาวกว่านี้อีกหรือครับ!


ใช่ มนตรีหัวเราะ แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอกคุณชาย ที่เรือนของผมค่อนข้างอุ่นเลยทีเดียว


แล้วเรายังต้องเดินทางกันไปอีกไกลไหมครับคุณมนตรี


ก็อีกหลายชั่วโมงเดียว เดี๋ยวจะมีคนมารับเราที่นี่ ว่าพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู แล้วก็คุณชายไม่ต้องเรียกผมว่าคุณมนตรี ตามที่ท่านพ่อของคุณชายเรียกหรอก


แล้วจะให้ผมเรียกว่าอย่างไรดีล่ะครับ?


มนตรีนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เรียกคุณอาก็แล้วกัน


ได้ครับคุณอา เจษฎาพิพัฒน์ยิ้มหวาน ถ้าอย่างนั้นคุณอาเองก็ต้องเรียกผมว่า น้องเจษ นะครับ


ให้ตายเถอะ.. เพิ่งเหยียบเชียงใหม่ได้ไม่ทันไร เขาก็โดนเด็กคนนี้ทำร้ายหัวใจเสียจนป่นปี้ไปหมดแล้ว


แล้วแบบนี้เขาจะอยู่ให้ไหวในฐานะคุณอาได้อย่างไรกัน

 


สัพเพเหระ

มาในคอนเซ็ปบาปให้สุดแล้วหยุดที่คุกค่ะ...
เรื่องนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกันเรื่อง ชมจันทร์ นะคะ
อาจจะมีใช้คำศัพท์ อาภาส อนธการ บริรักษ์ แทน อัลฟ่า โอเมก้า เบต้า เหมือนกันค่ะ

มาถึงเรื่องแรกของเซ็ตนี้กันเลยคือ เจษฎาพิพัฒน์ นะคะ
เป็นคู่ มินเจ ค่ะ
><
ในทีแรกเรื่องนี้เราเคยจะเอามาเขียนเป็นเรื่องสั้น สุดท้ายเอามาพัฒนาเป็นเรื่องยาวจนได้
มาเอาใจช่วยคุณอามนตรีกันด้วยนะคะ เพราะน้องเจษนั้นยังมีท่าไม้ตายอีกเยอะเลยค่ะ
! ๕๕๕๕๕

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ
ขอฝากแท็ก
#ไตรชีวัน ด้วยค่ะ

 

 

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #59 KAXXI (@0123456789105) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 08:55
    มุแง เขินมากๆๆเลยค่ะ
    #59
    0
  2. #33 Applecolajelly (@kkaem) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 15:42
    คุณอา แย่แน่ๆค่ะ น้องเจษน่ารักมาก สู้ๆนะคะ
    #33
    0
  3. #8 Jjang_CM8 (@Jjang_CM8) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 20:01
    คุณอาถึงกับเสียอาการไปเลยค่ะน้องเจษ
    #8
    0
  4. #6 MJM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 07:34

    เจ้าเด็กขี้อ้อนนนน

    #6
    0
  5. #4 vpvads (@vpvads) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:57
    ห่างกันสิบเก้าปี...... อื้อหือ นับนิ้วแล้วเสียวสันหลังวาบเลยค่ะ ที่ฝางว่าหนาวแล้วในคุกน่าจะหนาวกว่า อดทนไว้นะคะคุณอา
    #4
    0
  6. #2 น้อนๆๆเจ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 19:23

    คือน่ารักมากค่ะ อ้อนมาก คุณมนตรีจะสู้ไหวได้อย่างไรครับน้องเจษ

    #2
    0
  7. #1 Lada_Park (@ben-kk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 07:31
    เป็นป้า ป้าก็ใจเหลวไปกับน้องเจษอะลูก เป็นเด็กน่ารัก น่าเอ็นดูเสียจริง.. จะว่าไปนะ คู่นี้คงหวานที่สุดใน 3 เรื่องแล้วแน่ๆ
    #1
    0