Love like honey รติมาธวี (นิยายวาย)

ตอนที่ 1 : Chapter 1 : Happy Ending

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ม.ค. 63

            ตะวันเดินไปเรื่อยๆตามทางเล็กๆที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดที่ตรงไหน ความรู้สึกเมื่อยเริ่มแล่นเข้ามากระทบร่างกาย เขาเดินอยู่ตรงนี้มาครึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว อันที่จริงต้องบอกว่าเสียเวลาหลงทางไปแล้วยี่สิบห้านาที เพราะซอยบ้านี่มันช่างเล็กเสียเหลือเกิน กว่าจะหาทางเข้าไปได้ทำเอาเขาแทบท้อและเกือบที่จะล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปตามหาจุดหมายปลายที่กำลังจะไปถึง มีแผนที่ก็เหมือนไม่ช่วยอะไรสักเท่าไหร่นักเพราะซอยที่ว่าหากไม่สังเกตดีๆก็อาจจะเดินเลยไปได้เลย นึกขอบคุณความใจกล้าของตัวเองที่ยอมเดินไปถามทางแม่ค้าขายลูกชิ้นทอดที่อยู่แถวนั้นจึงได้รู้ว่าเขาเดินผ่านไปมาตั้งหลายโดยที่ไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย ทางเดินเข้านั้นช่างแถบขนาดที่ว่าเดินได้ทีละหนึ่งคนเรียงแถวไปเท่านั้น เพราะเขามาคนเดียวเลยไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่นัก พอที่จะเดินได้สบายๆ แต่ตอนนี้ก็เริ่มที่จะไม่สบายเท่าไหร่แล้ว นึกจะหันหลังกลับตอนนี้คงจะไม่ทันแล้ว เดินเข้ามาว่าเหนื่อยแล้ว เหนื่อยออกไปก็คงจะเหนื่อยพอกัน เพราะฉะนั้นเดินไปให้มันจบๆไปเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาในวันอื่น


            เดินต่ออีกเกือบสิบนาที สุดท้ายก็ถึงจุดหมายจนได้ เขามองข้อมูลในโทรศัพท์สมาร์ตโฟนของตัวเอง บ้านเลขที่ 168/89 ตรงกับที่เขาตามหาอยู่ตรงหน้าแล้ว ตะวันไม่รอช้าที่จะหยิบกุญแจในกระเป๋าสะพายไขประตูรั้วเข้าไปอย่างถือวิสาสะ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอย่างไรก็ไม่มีคนอยู่อยู่แล้ว ตัวบ้านถูกคล้องเอาไว้ด้วยแม่กุญแจ เขาหากุญแจที่ตรงกับมันอยู่นานเพราะพวงกุญแจที่ได้รับมาจากผู้เป็นป้านั่นมันมีหลายดอกเสียเหลือเกิน ประตูบานเลื่อนถูกเลื่อนออกหลังจากที่นำแม่กุญแจออกไป ตะวันสัมผัสได้ถึงไรฝุ่นมากมายที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ ดูจากสภาพแบบคงบ่งบอกได้ว่าไม่มีใครอาศัยอยู่มานานพอสมควร เครื่องเรือนทุกอย่างไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหนไม่ผิดจากในรูปที่อยู่ในโทรศัพท์นัก เขาค่อยๆเดินสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่ในบ้าน พร้อมกับการถอนหายใจเป็นระยะ


            ทั้งที่เมื่อครั้งยังเด็กเขาเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อน แต่กลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลยแม้แต่น้อย สองขายาวหยุดอยู่ตรงหน้ากรอบรูปที่วางอยู่เหนือตู้ไม้ ตะวันหยิบมันขึ้นมาดู เป็นรูปถ่ายของชายหญิงหนึ่งคู่ที่กำลังอุ้มเด็กทารกอยู่ ใบหน้าของคนทั้งสองเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกได้ถึงความรักและความสุขที่ปิดไม่มิด ด้านล่างของกรอบรูปถูกเขียนเอาไว้ด้วยตัวอักษรสีดำสนิท


            เด็กชายตะวัน สิรวานนท์ 6 เดือน


            เด็กคนนั้นคือตัวเขาเอง และชายหญิงคู่นั่นคงจะเป็นพ่อกับแม่ของเขา พ่อแม่ที่เพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จำความได้


            ตะวันถอนหายใจอีกครั้ง เขาทราบเรื่องราวจากผู้เป็นป้าว่าความรักของพ่อกับแม่นั้นเป็นช่างน่าเศร้าราวกับละครน้ำเน่าหลังข่าวสองทุ่ม แต่แตกต่างกันตรงที่ว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แม่ของเขาไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีเท่าไหร่นักจากครอบครัวของพ่อ แต่ด้วยความรักที่ไม่อาจห้ามได้ทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะแต่งงานกัน ส่งผลให้พ่อถูกไล่ออกจากตระกูลและมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ แม้จะไม่ได้ร่ำรวยนักแต่ก็มีความสุข ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ แม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อตาย สุดท้ายก็เกิดอาการซึมเศร้าจนฆ่าตัวตายในที่สุด และทิ้งเขาที่ยังไม่ค่อยรู้ความเท่านักเอาไว้ จนสุดท้ายครอบครัวของพ่อก็มารับเขาไปเลี้ยงดู


            เขาไม่รู้ว่ารายละเอียดที่แน่ชัดนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่บ้างหลังจากที่พ่อตาย แต่คงจะเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสพอสมควรจึงทำให้แม่เลือกที่จะทำเช่นนี้ เลือกที่จะจากเขาเพื่อตามชายผู้เป็นที่รักไป


            จากเรื่องที่ได้ฟัง ตะวันจึงเกิดความสงสัย ว่าแม่นั้นรักเขาบ้างหรือไม่ เหตุใดถึงได้เลือกทิ้งเขาเอาไว้บนโลกนี้เพียงคนเดียว


            ถึงแม้ครอบครัวของพ่อจะเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายความรักที่ตะวันโหยหากลับจากลาเขาไปตั้งนานแล้ว


            เขาวางกรอบรูปลงที่เดิมพร้อมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆ ฝุ่นมากมายลอยตลบฟุ้งไปทั่วห้องส่งผลให้เขาไอออกมาสองสามที หากจะอยู่ที่นี่คงต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่เป็นแน่ แค่คิดก็ท้อแท้แล้ว บ้านหลังตั้งใหญ่ให้เขามาทำคนเดียวแล้วเมื่อไหร่จะเสร็จกันหนอ ขอเวลาเอื่อยเฉื่อยอีกสักพักค่อยลงมือทำก็แล้วกัน


            เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อเรียกร้องความสนใจจากเขา เมื่อหยิบขึ้นมาก็พบว่าเป็นชื่อของเพื่อนสนิทของตนเอง ตะวันไม่รอช้าที่จะกดรับสาย    


            ว่า?


            มึงอยู่ไหนตะวัน? ปลายส่งเสียงมา ตะวันหยัดกายลุกขึ้นนั่งดีๆ


            อยู่บ้านแม่


            อ้าว สรุปมึงไปเหรอ?


            อือ ตะวันหัวเราะเบาๆ ก็บ้านป้าเขาเฉดหัวกูออกมาแล้ว จะให้หน้าด้านอยู่ต่อก็ยังไงอยู่


            ตะวันรู้อยู่แก่ใจ แม้ว่าครอบครัวฝ่ายพ่อจะดูแลเขาดีแค่ไหน แต่สุดท้ายก็มองเขาไม่ต่างอะไรจากภาระเท่าไหร่นัก แถมด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างละม้ายคล้ายไปทางผู้หญิงคนที่พรากพ่อไปจากครอบครัวคงทำให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกเจ็บใจทุกครั้งที่ได้มอง พอเขาอายุครบยี่สิบปีจึงได้ให้กุญแจของบ้านแม่และบอกเป็นนัยให้เขาออกมาอยู่ที่นี่เพียงตัวคนเดียว


            แล้วมึงจะเอายังไงต่อ? อีกฝ่ายถามต่อ


            ยังไม่รู้เลยว่ะ ตะวันว่า เขาให้ไปอยู่ไหนก็ต้องอยู่ ยังดีที่เขามีบ้านให้กู แต่คงต้องทำความสะอาดยกใหญ่ มึงมาช่วยกูด้วยนะคุณ


            ได้ แต่เลี้ยงเหล้ากูด้วยนะ


            กับเรื่องเรียนนี่จริงจังเหมือนกินเหล้ามั้ยวะ ตะวันหัวเราะ ยังไงวันไหนเดี๋ยวกูบอกอีกทีนะมึง


            ได้ๆ เออ บ่ายนี้ยกคลาสนะ ไม่ต้องมาให้เสียเวลา


            โอเค


            เขาวางสายลงก่อนจะมองไปรอบๆบ้านอีกครั้ง เขาหลับตาลงพร้อมกับนึกคิดไปเรื่อยเปื่อย


            ต่อจากนี้ ที่นี่จะเป็นบ้านของเขาแล้วสินะ บ้านที่เคยเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของพ่อกับแม่ บ้านที่เขาไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลย แต่นั่นช่างปะไร เขาจะใช้ช่วงเวลาที่ได้อยู่นับแต่นี้ศึกษามันให้ดี ว่าพ่อกับแม่รักกันมากแค่ไหนถึงได้มีเขาเกิดมา

 


            ตะวันรวบผมที่ยาวระต้นคอของเขาขึ้นด้วยหนังยางสีแดงที่หาได้ในบ้าน ก่อนจะคล้องกุญแจบ้านเอาไว้เช่นเดิมที่มันเคยอยู่ นาฬิกาข้อมือบอกเวลาบ่ายกว่าแล้ว จากการนั่งหลับตาคิดไปคิดมาทำเอาเขาเผลอหลับไปเสียได้ สุดท้ายก็ตื่นมาเพราะความหิว ในบ้านคงจะไม่มีอะไรให้เขากินเป็นแน่ เพราะเพิ่งมาอยู่ใหม่จึงยังไม่รู้ว่าแถวนี้มีอะไรให้เขากิน ในหัวจำได้เพียงร้านขายลูกชิ้นทอดที่แม่ค้าชี้ทางสว่างให้เขาเมื่อตอนเดินเข้ามาเท่านั้น จะให้หาร้านใหม่ก็คงไม่อาจทนต่อความหิวได้แล้ว เห็นทีจะต้องเดินออกไปซื้อเพื่อกินมันรองท้องไปก่อน แล้วค่อยหาเวลาว่างๆและไม่ขี้เกียจเดินสำรวจแถวนี้อีกครั้งหนึ่งว่าแถวนี้มีอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆคือหวังว่าคงจะไม่เจอเพื่อนบ้านประเภทชวนป่วนประสาทหรอกนะ


"อ้าว" เป็นต้องร้องออกมาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นป้ายเล็กๆป้ายหนึ่งที่อยู่ระหว่างทางเดินที่เขาเดินออกมา ในป้ายเขียนด้วยตัวอักษรสีฟ้าเป็นคำว่า Happy Ending 200 m.พร้อมกับลูกศรบอกทางให้ตรงไป ตอนเดินเข้ามาเขายังไม่ทันได้สังเกตอะไร เลยไม่เห็นว่ามีป้ายแขวนอยู่บนเสาข้างทางนี้ด้วย ได้แต่นึกในใจด้วยความสงสัย


จบอย่างมีความสุข งั้นหรือ?


น่าสนใจ จะมีอะไรรออยู่ตรงหน้ากันนะ


สองเท้าเดินไปตามทางที่ป้ายลูกศรชี้บอก ก่อนจะเจอป้ายแบบเดียวกันที่ตัวเลขค่อยๆลดลงเรื่อยๆสวนทางกับความอยากรู้ที่เพิ่มมากขึ้นของตะวัน จะมีอะไรรอเขาอยู่ตรงหน้ากัน จากความสงสัยกลายเป็นความตื่นเต้นราวกับเป็นเด็กน้อยที่กำลังหาสมบัติ จนสุดท้ายที่ป้าย 0m เขาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังเล็กๆบ้านหนึ่งที่อยู่ทางขวามือ มันไม่ต่างอะไรจากบ้านคนปกตินัก แต่ประตูรั้วที่เปิดอยู่พร้อมกับป้ายไม้ที่เขียนคำว่า ‘Happy Ending’ แบบเดียวกับป้ายที่คอยบอกทางแขวนอยู่ด้านบนพร้อมกับกลิ่นหอมของกาแฟที่ลอยออกมานั่นทำให้ตะวันพอจะเข้าใจแล้วว่าที่นี่คือที่ไหน


คงจะเป็นร้านกาแฟหรือที่สมัยนี้เรียกกันแบบหรูๆว่าคาเฟ่สินะ


แต่มาอยู่ในซอยลึกๆแบบนี้มันจะไม่แปลกไปหน่อยงั้นหรือ?


ช่างความสงสัยไว้ก่อน แม้ว่าจะไม่ใช่นิสัยของเขาที่ชอบมานั่งร้านคาเฟ่ แต่ในตอนนี้เขาต้องการอะไรก็ได้ที่ทำให้ตัวเองอิ่มท้องเสียก่อน คิดได้ดังนั้นก็จัดการเปิดประตูเข้าไปด้านใน เสียงกระดิ่งเหนือประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมเข้มของกาแฟผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของขนมในตู้ลอยเข้ามาแตะจมูกอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ภายในร้านพอที่จะมีลูกค้าอยู่บ้างประมาณห้าถึงหกคน บ้างก็เป็นกลุ่มเด็กผู้หญิงที่กำลังถ่ายรูปขนมเค้กบนโต๊ะ ในขณะที่อีกโต๊ะหนึ่งเหมือนจะเป็นวัยทำงาน เพราะเอาแต่นั่งขมวดคิ้วจ้องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คจนตะวันรู้สึกอึดอัดแทน


"สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ" เสียงของพนักงานหญิงที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ดึงความสนใจของเขาไปจากการสำรวจร้านด้วยสายตา รอยยิ้มหวานนั่นทำเอาเขาเคลิ้มไปชั่วขณะ ก่อนที่จะขยับเท้าเข้าไปยืนตรงด้านหน้า


"รับอะไรดีคะ?" หล่อนเอ่ยถาม เขาก้มหน้าลงมองแผ่นรายการเครื่องดื่มที่วางอยู่ตรงหน้า ถึงแม้จะเป็นเครื่องดื่มธรรมดาตามที่ร้านคาเฟ่ทั่วไปพึงมี แต่รูปประกอบที่เป็นรูปวาดสีน้ำนั้นชวนมองให้คิดในใจว่าช่างน่ารักเสียเหลือเกิน ก็เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวน่ารักแบบนี้ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่คาเฟ่แห่งนี้จะน่ารักกุ๊กกิ๊กโดนใจให้วัยรุ่นสาวๆมานั่งถ่ายรูปกันไปลงอวดกันโซเชียล แต่ก็น่าสงสัยที่ร้านอยู่ลึกขนาดนี้จะมีใครเขาถ่อมากันบ้างไหมนะ


"ผมไม่ดื่มกาแฟ มีเมนูอะไรแนะนำไหมคะ?"


"ถ้าอย่างนั้นรับเป็นนมสดน้ำผึ้งไหมคะ?" พนักงานสาวยิ้ม "อร่อยนะคะ หอมๆมันๆ เป็นเมนูยอดนิยมของทางร้านเราเลย"


"เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ แล้วพอจะมีอะไรพอจะกินแล้วอิ่มท้องบ้างไหมอ่ะ? คือผมยังไม่ได้กินอะไรมาเลย" เขาว่าต่อพลางลูบท้องของตัวเองประกอบไปด้วยเพื่อบอกว่าหิวมากจริงๆ นั่นทำให้หล่อนหัวเราะเล็กน้อย


"มีเป็นคลับแซนด์วิชค่ะ จะรับด้วยไหมคะ?"


"ได้ครับ"


"ไม่สนใจรับขนมไปทานเพิ่มหรือคะ?"


อ่ะ มาแล้ว พนักงานทุกร้านในกรุงเทพนี่ขายเก่งแบบนี้กันทุกคนเลยหรือเปล่านะ?


ตะวันได้แต่ยิ้มและส่ายหัวแทนคำตอบ ยังดีที่หล่อนไม่ได้ตามตื๊ออะไรเขาต่อก่อนจะจัดการคิดเงินและส่งป้ายเลขมาให้เขาไปวางไว้ที่โต๊ะ ราคาไม่ได้แพงเหมือนคาเฟ่สมัยนิยมเดี๋ยวนี้มากเท่าไหร่นัก พอรับได้และสมเหตุสมผลพอสมควร เขาเลือกโต๊ะว่างที่ตั้งอยู่ริมบันไดทางขึ้นชั้นสอง เดินไปนั่งพร้อมวางป้ายไว้ด้านบนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาถ่ายรูป ไหนๆเขาก็ทำร้านออกมาน่ารักชวนถ่ายรูปขนาดนี้แล้ว ถ่ายไปลงอินสตาแกรมสักหน่อยจะเป็นไรไป เผื่อมีสาวๆที่ไหนสนใจแล้วอยากให้เขาพามาบ้าง


ว่าไปนั่น .. ถึงแม้จะเกิดมาหน้าตาค่อนไปทางดี แต่แฟนสักคนยังไม่เคยจะมี ได้แต่อกหักเพราะชอบเขาข้างเดียวอยู่ร่ำไป จนเพื่อนรักต้องพาไปกินเหล้าย้อมใจอยู่บ่อยๆ


ไม่นานนักรายการอาหารและเครื่องดื่มที่เขาสั่งก็ถูกยกนำมาวางที่โต๊ะ คลับแซนด์วิชขนาดกลางพร้อมกับนมน้ำผึ้งถูกนำมาวางเสิร์ฟ ถ้าจะให้วิจารณ์รสชาติหลังจากที่ได้ชิม ก็พบว่ามันไม่เลวเลยทีเดียว ไม่ได้มีดีแต่หน้าตา หากแต่ว่ารสชาติก็ใช้ได้ นมน้ำผึ้งเองก็อร่อยอย่างที่พนักงานสาวโฆษณาเอาไว้จริงๆ ปกติตะวันไม่ชอบรสหวานเท่าไหร่นัก แต่นมน้ำผึ้งนี้หวานกำลังดีทีเดียว


แต่ในขณะที่กำลังลงมือกินอยู่นั้นเอง ช็อกโกแลตบราวนีที่วางอยู่บนจานกระเบื้องสีขาวถูกวางลงบนโต๊ะ ตะวันขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย ก่อนจะมองตามมือปริศนานั้นขึ้นไป ผมกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังส่งยิ้มมาให้เขา


"อันนี้ผมไม่ได้สั่ง"


"บริการพิเศษแถมให้สำหรับลูกค้าที่มาร้านของเราเป็นครั้งแรกครับ"


คิ้วของเขาแทบจะผูกเป็นปมยิ่งกว่าเดิม


"รู้ด้วยหรือครับว่าผมมาที่นี่เป็นครั้งแรก"


อีกฝ่ายหัวเราะจนดวงตาทั้งสองข้างปิดลง "ลูกค้าของพวกเราไม่ได้เจอมากขนาดนั้น ผมเลยจำได้ทุกคนที่มาครับ"


"อ่า ขอบคุณครับ"


"ตามสบายเลยนะครับ"


เจ้าตัวว่าก่อนจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ พูดคุยกับพนักงานสาวพร้อมรอยยิ้ม ตะวันสังเกตได้ว่ากลุ่มเด็กผู้หญิงที่มานั่งอยู่ก่อนเขาต่างพากันซุบซิบเกี่ยวกับชายคนนั้นพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปก่อนจะนำไปกรี๊ดกร๊าดกันเงียบๆ นั่นทำให้ตะวันถึงกับส่ายหัวเบาๆ ทำแบบนี้มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลชัดๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ว่าอะไร ซ้ำยังทำนู่นทำนี่ปกติเหมือนจะเป็นเรื่องเคยชินไปแล้วที่ถูกลูกค้าแอบถ่ายแบบนี้ ตะวันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าไม่ทุกข์ร้อนหรืออย่างไร ถ้ารูปของเขาถูกถ่ายแล้วเอาลงในโซเชียลบ้างคงจะรู้สึกแปลกๆแน่นอน แถมจะถูกเอาไปพูดในทางไหนก็ไม่รู้อีก เดี๋ยวนี้โลกอินเทอร์เน็ตนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน


มองอยู่สักพัก หนึ่งในเด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นหันมาสบตากับเขาพอดี ก่อนที่หันไปซุบซิบกับเพื่อนๆจนทุกคนชำเลืองมองมาที่เขาเป็นระยะ ถึงแม้จะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาอย่างที่เคยกล่าวไปแล้วก็ตาม แต่พอถูกแอบมองบ้างแบบนี้ก็รู้สึกเขินไม่น้อยเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรจึงได้แต่หยิบจานบราวนี่จานนั้นมากินเป็นการแก้เขิน


แช้ะ !


อา... พวกเธอคงลืมปิดเสียงสินะ


สุดท้ายก็โดนแอบถ่ายรูปบ้างจนได้


จะเดินไปโวยวายก็กลัวจะโดนหาว่าหลงตัวเอง พวกเธออาจจะแค่ถ่ายรูปกรอบรูปที่อยู่ข้างหลังเขาก็ได้ ใครจะไปรู้


จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตากินบราวนี่ต่อไปไม่พูดไม่จาอยู่อย่างนั้น


ขอโทษนะครับ


ตะวันเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบว่าชายคนนั้นยืนอยู่ตรงโต๊ะของเหล่าเด็กสาว ใบหน้าของเจ้าตัวยังคงมีรอยยิ้มเช่นเคย แต่เสียงนั้นกลับนิ่งเสียจนน่ากลัว


            คือจะถ่ายรูปผม ผมไม่ว่าหรอกครับ แต่การแอบถ่ายรูปลูกค้าท่านอื่นเป็นการเสียมารยาทและเป็นการสร้างความรบกวนให้เขานะครับ


            นั่นทำให้ตะวันอ้าปากค้างไปเล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าชายคนนี้จะใจกล้าเดินเข้าไปตำหนิลูกค้าของตัวเองได้ พวกหล่อนหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แต่เพราะเด็กสาวกลุ่มนั้นดูจะเด็กกว่าชายหนุ่มอยู่มาก จึงทำให้ไม่โต้ตอบอะไรมากนัก และพยักหน้าเข้าใจแต่โดยดี


            อย่าลืมไปขอโทษเขานะครับ แล้วเดี๋ยวจะแถมขนมให้อีกหนึ่งที่ ชายคนนั้นว่าพลางขยิบตาให้หนึ่งที ตะวันเหมือนเห็นดวงตาของพวกหล่อนขึ้นเป็นรูปหัวใจเหมือนในหนังสือการ์ตูน นับว่าชายคนนี้ฉลาดมากทีเดียวที่สามารถรักษาลูกค้าได้ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายเขาและฝ่ายเด็กสาวพวกนั้น ช่างเข้าใจหากลยุทธ์เสียจริง


            ไม่รู้เพราะอยากได้ขนมฟรีหรืออย่างไรก็เถอะ แต่พวกเธอก็เดินมาขอโทษทีละคนที่เอาเขาไปซุบซิบรวมไปถึงการแอบถ่ายรูป


            เขาเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรเท่าไหร่นักหรอก แค่ไม่เอารูปเขาไปลงโซเชียลเท่านี้ก็พอแล้ว ตะวันยังอยากรักษาชีวิตอันแสนสงบสุขของตัวเองอยู่


            สายตาของเขาหันไปมองชายหนุ่ม อีกฝ่ายเองก็หันมามองเขาพอดี รอยยิ้มเป็นมิตรถูกส่งมาให้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันไปทำธุระของตัวเองต่อที่หลังเคาน์เตอร์


            ทั้งแซนด์วิช ขนม และนมน้ำผึ้งถูกลำเลียงลงท้องของเขาหมดแล้ว ตะวันลุกขึ้นหมายจะเดินไปจ่ายเงิน คราวนี้พนักงานสาวคนเดิมไม่ได้อยู่ประจำที่เคาน์เตอร์ แต่เป็นชายหนุ่มคนนั้นแทน การประจันกันตรงหน้าทำให้ตะวันได้สังเกตอีกฝ่ายอย่างชัดเจน อีกฝ่ายสูงพอๆกับเขา ไว้ผมสั้นย้อมสีน้ำตาลสว่างตรงข้ามกับเขาที่ไว้ผมยาวระกับต้นคอ ดวงตาที่จ้องมองมาสุกใสเหมือนกับกวางตัวน้อย และรอยยิ้มหวานที่ดูชัดๆแล้วเหมือนแมวไม่ผิด


            ก็คิดว่าตัวเองหน้าตาดีแล้วนะ มาเจอคนคนนี้ ตะวันคิดว่าตัวเองหน้าจืดไปเลย...


            145 บาทครับ


            ครับๆ จัดการจ่ายด้วยธนบัตรสีแดงจำนวนสองใบ พร้อมกับรับเงินทอนมาจากมือ คือ.. ขอบคุณนะครับ


            อ้อ ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ เจ้าตัวว่า คงจะรู้สึกอึดอัดใช่ไหมครับที่ถูกใครที่ไหนไม่รู้แอบถ่ายรูป


            ก็นิดหน่อยครับ มันก็รู้สึกอึดอัดปนเขินๆจริงๆนั่นแหละ แต่ตะวันเองก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ


            ไว้โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ อีกฝ่ายยิ้มกว้าง ตะวันยิ้มตอบเป็นมารยาท ก่อนจะเดินออกจากร้าน


            เป็นร้านที่แปลกเสียจริง แปลกตั้งแต่มาเปิดร้านที่อยู่ในที่ลับแบบนี้แล้ว แถมยังมีน้อยร้านที่ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าแบบนี้อีก ของกินก็ดี เครื่องดื่มก็ดี แถมพนักงานในร้านยังหน้าตาดีขนาดนี้ หากตั้งอยู่ในใจกลางเมืองคงจะเป็นที่นิยมได้ไม่ยากแน่ๆ ทำไมถึงเลือกมาตั้งร้านอยู่ที่นี่กัน


            น่าสนใจ .. แถมใกล้บ้านของแม่แบบนี้ คงได้มีการมาใช้บริการบ่อยๆแน่ๆ


            ตะวันคิดในใจ พลันสายตาหันไปเห็นป้ายเล็กๆที่ติดอยู่ใต้ป้ายชื่อร้าน


          รับสมัครพนักงานพาร์ทไทม์ 1 อัตรา


            สองขาแทบไม่รอช้า รีบผลักประตูกลับเข้าไปด้านใน ชายหนุ่มมองเขาด้วยความสงสัย


            ลืมอะไรหรือเปล่าครับ?


            คือ... เขากลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย


            ผมมาสมัครงานครับ


            ถ้าการมาอยู่ที่นี่คือการเริ่มต้นใหม่ ตะวันในตอนนี้ก็พร้อมแล้วที่ลองดู เพื่อที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง


            หวังว่าชีวิตของเขาจะไปได้สวยจนจบเหมือนกับชื่อร้านนะ


 


สัพเพเหระ

สวัสดีค่ะ ! ขอต้อนรับเข้าสู่ร้าน Happy Ending นะคะ ♥
ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องของทางร้านเราค่ะ 
เป็นการเขียนนิยายายแบบออริจินอลครั้งแรกของเราเลย
ถ้าอย่างไรขอฝากด้วยนะคะ ><
สามารถติ-ชมกันได้เต็มที่เลยค่ะ

ขอฝาก tag : #คุณวีหวานปานน้ำผึ้ง ด้วยนะคะ ♥

B
E
R
L
I
N

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น