ผมว่า...ผมรักคุณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 74 Views

  • 6 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    74

ตอนที่ 6 : พบรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

“คุณพบสวัสดีค่ะ”

ฉันเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน เมื่อสายไหม เพื่อนรวมงานร่างสูงเอยทักบุคคลที่พึ่งเดินเข้ามาในสำนักงานของพวกเรา โดยที่เขาส่งยิ้มสดใสตอบกลับทุกคนที่ทักทาย

อย่างที่เคยบอกไป พี่ชายฉันเปิดบริษัทรับสร้างบ้าน และออกแบบตกแต่งภายในแบบครบวงจร โดยที่บริษัทเป็นสำนักงานที่อาศัยพื้นที่ให้เช่าของอาคารใหญ่อีกที อาคารใหญ่ที่ว่าเป็นอาคาร 40 ชั้น ตั้งอยู่ในเขตที่มีความเจริญ แม้จะไม่ใช่ใจกลางมหานคร แต่ก็ถือเป็นเขตเศรษฐกิจ หลายชั้นจึงเป็นที่ตั้งบริษัทที่มีชื่อเสียง บริษัทเราอยู่ชั้นที่ 19 ของอาคาร ด้วยความที่บริษัทเราเป็นบริษัทเล็กๆ พื้นที่ทั้งหมดของชั้นจึงมีมากไป พี่ชายแสนฉลาดของฉันจึงแบ่งโซนทางขวามือของตึกให้บริษัทนำเข้าเสื้อผ้าฝรั่งเศสมาตั้งเป็นสำนักงานแล้วหารค่าเช่าพื้นที่กัน บริษัทของเราพอออกจากตัวลิฟของตึก เดินมาทางฝั่งซ้ายมือจะเห็นป้ายบริษัทได้ทันที ผ่านเข้าประตูสำนักงานมาจะเจอเค้าเตอร์ประชาสัมพันธ์ ตรงข้ามเค้าเตอร์จะเป็นมุมรับแขกเล็กๆ ไว้ให้ผู้รับบริการหรือแขกนั่งรอ ถัดไปจะเป็นส่วนกั้นห้องที่แบ่งเป็นพื้นที่ทำงาน มีโต๊ะทำงานของใครของมัน ห้องประชุมกับห้องประธานบริษัทของพวกเรานั้นเป็นห้องเดียว ที่อยู่ด้านในสุด โดยทุกจุดถูกออกแบบให้ทันสมัยและจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าทุกตารางเมตร ก็แน่สิ บริษัทเราเป็นบริษัทรับสร้างบ้าน และออกแบบตกแต่งภายในนี่นา เรื่องนี้สบายมาก


“สวัสดีค่ะ น้องลินิน”


“สวัสดีค่ะ คุณพบ”

ฉันส่งยิ้มให้ สายตามองไปยังดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่ที่อยู่ในมือของเขาแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย


“ดอกไม้สวยๆ สำหรับคนสวยๆ ค่ะ”

ความสงสัยของฉันถูกเฉลยทันทีที่ผู้ชายตรงหน้ายื่นช่อดดอกไม้ให้

โอ้วมายก็อต! นอกจากฉันจะได้ช่อดอกไม้ใหญ่ ฉันยังถูกชมว่าสวยด้วยรอยยิ้มที่สดใสแบบนี้ ตายไปเลย! แน่นอนว่าฉันไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มไว้ได้ ฉันรู้สึกเขินนิดๆ ก่อนยื่นมือไปรับช่อดอกไม้


“ขอบคุณค่ะคุณพบ แต่เนื่องในโอกาสอะไรคะ”

ฉันถามไป ก็สงสัยจริงๆ นี่นา


“ไม่มีโอกาสอะไรหรอกค่ะ พี่มาคุยงานแถวนี้ ก็เลยจะแวะมาชวนน้องลินินไปทานข้าว ระหว่างทางเห็นร้านดอกไม้ เลยซื้อมาฝากค่ะ”


“ไม่น่าต้องลำบากเลยค่ะ”


“ไม่ลำบากเลยค่ะ ก็เหมือนที่พี่บอก ดอกไม้ สวยๆ สำหรับคนสวยๆไงคะ เว้นแต่ว่าน้องลินินจะไม่ชอบ ครั้งหน้าพี่จะได้ไม่ซื้อมา”

เขาฉีกยิ้มที่สดใสอีกครั้ง ตายๆๆๆ! ฉันตายแน่ๆ อะไรจะดาเมจรุนแรงขนาดนี้


“ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ครั้งหน้าคุณพบไม่ต้องซื้อดอกไม้หรือของมาให้นินแล้วนะคะ มาแต่ตัวก็พอ นินเกรงใจค่ะ”

ฉันตอบไปตามความจริง ใครบ้างจะไม่ชอบ แต่พูดก็พูดเถอะ ฉันเกรงใจและก็ทำตัวไม่ถูกจริงๆ เวลาที่คุณพบรักทำตัวใจดี อ่อนโยน มันทำให้ฉันรู้สึกเก้ๆ กังๆ เขินๆ แปลกๆ จนถึงตอนนี้ทั้งชีวิตของฉันเคยชินกับผู้ชาย 3 ประเภท ประเภทที่1 ผู้ชายที่อบอุ่นเรียบง่าย ซึ่งก็คือพ่อฉัน ประเภทที่2 ผู้ชายที่ดูแลฉันเหมือนฉันเป็นน้องชาย ย้ำว่าน้องชาย ซึ่งก็คือพี่ชายสุดที่รักของฉัน (กัดฟัน) และประเภทที่3 คือผู้ชายที่พร้อมจะแย่งขนมฉันทุกเมื่อ ซึ่งก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนตัวดีของฉัน


“พี่ไม่รับปากนะคะ ถ้าครั้งหน้าพี่เผลอซื้อมาฝาก จะได้ไม่ผิดคำพูด”

คุณพบปฏิเสธคำขอของฉันอย่างสุภาพพร้อมร้อยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์


“น้องนินพอจะว่าง ให้เกียรติไปทานข้าวกลางวันกับพี่ไหมคะ”


“คุณพบได้เกียรตินั้นแน่ๆ ค่ะ แต่นี่พึ่งจะ 11 โมง 45 เอง คุณพบรอได้ไหมคะ”

ฉันเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ พร้อมกับชี้ให้เขาดู ใช่ว่าฉันเป็นน้องสาวCEO แล้วฉันจะมีอภิสิทธิเหนือคนอื่น ‘ยิ่งเป็นเจ้าของ ยิ่งต้องเป็นแบบอย่าง’ ฉันถูกสอนมาแบบนี้


“ขอบคุณครับ น้องนินเคลียร์งานต่อเถอะ พี่ออกไปรอที่โซนรับแขกก็แล้วกัน”


“ค่ะ เดี๋ยวถ้าถึงเวลาพักแล้ว นินจะออกไปหา”

ฉันพยักหน้าให้ คุณพบไม่ได้อิดออด เขาเดินออกไป เหมือนที่เขาได้แจ้งไว้


“แหม พอพี่ชายไม่อยู่แปปเดี๋ยว ฮอตขึ้นเลยนะ ระวังหนุ่มๆ ที่เขารอโอกาสนี้มานานจะแห่กันมาเป็นขบวน แล้วรถไฟจะชนกัน ฉันไม่ช่วยเก็บซากปะหลักหักพังนะ”

สายไหมเพื่อนรวมงานคนเดิมเอ่ยแซว เธอนั่งโต๊ะใกล้ๆ ฉัน แน่นอนว่าได้ยินทุกคำพูด ทุกการกระทำ อย่างที่ฉันเลี่ยงไม่ได้


“เว่อร์ แล้วขบวนหนุ่มๆ อะไรของแก นี่ขบวนแรกและขบวนเดียวในรอบ 28 ปีย่ะ”


“นี่แกแกล้งไม่รู้หรอ แต่ช่างเถอะ อะไรนะ ‘ดอกไม้ สวยๆ สำหรับคนสวยๆ’ ฉันแทบทนฟังไม่ได้ ประโยคเลี่ยนๆ ที่พอคุณพบเป็นคนพูด ทำไมมันถึงได้หวานหยดขนาดนี้วะ หรือคุณเขามีพลังพิเศษ”


“ไหม แกน่ะเพ้อเจอ ฉันไม่ฟังแกเพ้อละ ทำงานต่อดีกว่า”


“จะรีบงาน แล้วรีบไปกินข้าวเที่ยงแสนโรแมนติกล่ะสิ”

ฉันไม่ตอบ แล้วก็แกล้งทำเป็นเขียนงานในแฟ้มต่อ เรื่องอะไรจะยอมรับ แม้ฉันจะหุบยิ้มไม่ได้ก็เถอะ





ณ ภัตตาคารฮงลี่



“น้องนินลองชิมปลาผัดพริกของที่นี่ดู รับรองจะติดใจ”


“คุณพบคะ นินกินไม่ทันแล้วค่ะ คุณพบทานบ้างเถอะ เดี๋ยวนินตักเองนะคะ”

ฉันอดพูดออกมาไม่ได้ คุณพบคอยตักอาหารจานนี้ที จานโน้นทีให้ฉันอยู่ตลอดเวลา ไอ้อร่อยมันก็อร่อยแหละ แต่ตลอด 20 นาทีที่กินมา ปริมาณอาหารในจานฉันมันไม่พร่องลงเลย


“ฮ่าๆ ขอโทษค่ะ พี่ตั้งใจพรีเซ้นต์จริงๆ ร้านนี้เป็นร้านประจำของที่บ้านพี่ อยากให้น้องนินช่วยยืนยันว่าอร่อยจริงทุกจาน”

เขาตอบแกมหัวเราะ


“อร่อยจริงทุกจานเลยค่ะ นินคอนเฟิร์มด้วย”

ฉันส่งยิ้มตอบกลับ หร้อมกับที่ตักผัดบร็อคโคลี่กุ้งเข้าปาก


“ขอบใจนะคะคนดี ที่ให้โอกาสพี่ได้จีบน้องนิน”


“แค่กๆๆ ”

ฉันสำลักผัดบร็อคโคลี่กุ้งทันทีที่เขาพูดประโยคเลี่ยนๆ มันทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหาร ปะทะสายตาเป็นประกายและรอยยิ้มอันอ่อนโยนของเขา


“ค่อยๆ ค่ะ นี่น้ำ”


“แค่กๆ ขอบคุณค่ะ”

ฉันรับน้ำจากคุณพบที่ยื่นให้ ขณะที่ไออย่างหนักหน่วง


“ดีขึ้นหรือยังคะ”


“แค่กๆ ดีขึ้นแล้วค่ะ คุณพบอย่าพูดอะไรเลี่ยนๆ บ่อยๆ ได้ไหมคะ สายตากับรอยยิ้มนี่อีก มันหวานเกินไป แค่กๆ มันทำให้นินสำลัก”

และฉันก็อดที่จะพูดออกมาตรงๆ ไม่ได้ ก็มันจริงนี่นา ฉันไม่ชินกับอะไรแบบนี้


“ฮ่าๆ นี่พี่ไปพูดจาเลี่ยนๆ แล้วก็ท่าทางแบบนั้นใส่น้องนินหรอคะ พี่ไม่รู้ตัวจริง ฮ่าๆ”

เขาหัวเราะ ดูตลกกับคำพูดและท่าทางของฉัน


“น้องนินรู้ตัวไหมคะ ว่าน้องนินเป็นคนตลกแล้วก็น่ารักด้วย”


“นี่คุณพบไม่ได้ฟังที่นินพูดเลยหรอคะ เลิกพูดคำเลี่ยนๆ หวานๆ กับนิดสักพักเถอะค่ะ นินไม่อยากพ่นกุ้งออกมาทางจมูกเหมือนเมื่อกี้ แล้วก็เลิกหัวเราะเยาะนินสักที นินอายจนแทบจะมุดโต๊ะแล้ว”


“ฮ่าๆ พี่จะพยายามนะคะ พี่ไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าพี่เป็นแบบนั้น”

เขาพยายามที่จะหยุดหัวเราะ


“พี่ไม่หัวเราะแล้วค่ะ ฮ่าๆ กินต่อกันเถอะ”


“คุณพบกินต่อเถอะค่ะ นินอิ่มแล้ว”

ฉันพูดพรางมองปลาผัดพริกที่ยังไม่ได้ชิมใจจาน ฉันอิ่มจริงๆ แต่ที่ทำให้ยัดเข้าปากอีกไม่ได้ก็ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้สึกแสบๆ ตรงจมูกจากการสำลักเมื่อกี้


“งั้นสั่งของหวานเลยไหมคะ”


“ของหวานตอนนี้ต้องห้ามเลยค่ะ นินไม่อยากได้น้ำตาลเพิ่มแม้แต่นิดเดียว”

ฉันตอบแกมประชด และแน่นอน เขาหัวเราะอีกทันทีที่ฉันพูดจบ


“โอเคค่ะๆ แต่ที่พี่บอกว่าขอบใจ พี่ขอบใจจริงๆ นะคะ”


“ดีมากค่ะ ทีหลังคุณพบก็พูดว่าขอบใจแบบนี้เลย ไม่ต้องต่อท้ายด้วย ‘นะคะคนดี’ ฟังแล้วค่อยชินหน่อย”


“ค่ะๆ โอเคค่ะ แล้วน้องนินคิดคำตอบเรื่องที่พี่ถามคราวก่อนได้หรือยังคะ”


“คุณพบคะ คือนิน…”


“ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ค่ะ ความจริงพี่ก็อยากฟังคำตอบในบรรยากาศพิเศษกว่านี้หน่อย ไว้ถ้าพี่หาสถานที่บรรยากาศดีๆ แล้วพี่จะขอคำตอบนะคะ”

เขาส่งยิ้มละมุนมาให้ฉันอีกครั้ง เขาน่าจะไม่รู้ตัวจริงๆ แหละ ว่าลักษณะท่าทาง คำพูดคำจาของเขามันหวานแค่ไหน

เรื่องที่คุณพบรักเขาถามฉันเมื่อสักประมาณ 2 เดือนก่อน ก็คือ ‘เป็นแฟนกับพี่ได้ไหมคะ พี่จีบน้องนินมานานแล้ว’ เล่นเอาฉันเลิ่กลั่ก ก็ตอนนั้นเราคุยเรื่องงานกัน แล้วฉันก็กำลังดูรูปโซฟาสีเขียวขี้ม้าที่ดูหม่นหมองอยู่ เขาพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันเลยไม่แน่ใจว่าควรตกใจประโยคไหนก่อน ระหว่าง ‘เป็นแฟนกับพี่ได้ไหมคะ’ หรือ ‘พี่จีบน้องนินมานานแล้ว’ มันทำฉันช็อคพอๆ กัน นี่ฉันโดนจีบมานานแล้วหรอ คุณพบคงรับรู้ถึงความเลิ่กลั่กของฉัน เลยบอกว่าไม่ต้องรีบให้คำตอบ ถ้าฉันพร้อมตอบและเขาพร้อมฟัง เราจะคุยเรื่องนี้กันอีกที ระหว่างนี้ขอจีบฉันไปเรื่อยๆ ไปก่อน ฉันก็ได้แต่พยักหน้าแบบไรสติแทนคำตอบให้เขาไป

ช่างเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติแม้กระทั่งความคิดอะไรเช่นนี้!

แน่นอนว่าว่าเดือนที่แล้ว ฉันไปโม้บอกไอ้ขุนทันทีที่มีผู้ชายมาจีบ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าบอกว่าแค่มาจีบ เดี๋ยวไอ้ขุนจะหาว่าฉันกระจอก แค่มีคนมาจีบก็มาอวด ฉันก็เลยบอกมันไปว่าฉันมีแฟนแล้ว ซึ่งฉันก็คิดว่าไม่เห็นจะเป็นไร เพราะถ้าคุณพบจีบฉันไปเรื่อยๆ แบบทุกวันนี้ ฉันต้องเป็นแฟนกับเขาแน่ๆ เขานิสัยดี อ่อนโยน พึ่งพาได้ ฐานะทางเอย การศึกษาเอยก็ไม่ใช่ปัญหา เขามีธุรกิจของตัวเอง และที่สำคัญเขาหล่อด้วย! อย่าว่าแต่เป็นแฟนเลย ถ้าเขาขอแต่งงาน ฉันอาจจะตกลง

แต่เพราะการที่เขาไม่เร่งเอาคำตอบจากฉัน มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีมากกว่า ฉันรู้จักเขามาเกือบ 2 ปี ในรูปแบบความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และเมื่อ 2 เดือนก่อนเขาก็มาบอกว่าฉันถูกจีบมานานแล้ว หากฉันจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ทันที มันก็คงทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เอาจริงๆ นะ ฉันไม่เคยมองเขาในความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเลย แม้ฉันจะดีใจมากๆ ที่ในชีวิตมีผู้ชายมาหลงชอบฉันสักที แถมยังเป็นผู้ชายเกรดเอด้วย แต่นั่นแหละ ถ้าถึงเวลาฉันคงตอบตกลง และพร้อมเดินไปด้วยกัน


“คุณพบคะ ช่วงต้นเดือนหน้า คุยพบพอจะว่างไหมคะ”

ฉันเอ่ยถามเขา ในขณะที่เรารอบริกรเคลียร์ค่าอาหาร


“ทำไมหรอครับ”


“นินจะชวนคุณพบไปดินเนอร์หรูๆ สักมื้อนึง แต่นินขอเลี้ยงนะคะ คุณพบเลี้ยงนินมาหลายครั้งแล้ว แล้วก็พอดีว่านินมีคนๆ นึง จะแนะนำให้รู้จักค่ะ”


“คนสำคัญไหมครับ ผมจะได้เตรียมตัวให้เนี้ยบเลย”

เขาพูดกึ่งล้อเล่น


“ก็สำคัญค่ะ… สำคัญมาก”






*************

ผมรักธรรมชาติ รักการวาดรูป รักการออกแบบ และผมก็รักเธอ

ผมพบรักครับ และใช่ครับผมพบรัก



_____________________________________________________________

อันยองค่าาาาา

รอบนี้มาไวกว่าที่คิดไว้ ไรด์เคยบอกไปตอนที่แล้วว่างานช่วงนี้เยอะมาก ไรด์ก็เลยเครียดมากตามไปด้วย ????

เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว เลยตัดสินใจเทงานหลักแล้วมาพิมพ์นิยายแทน 555+ เอาเป็นว่า ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ขอบคุณสำหรับการกดเข้ามาอ่าน การคอมเม้นและกำลังใจดวงเล็กที่กดให้นะคะ


ด้วยรัก❤️

Lady-k

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #6 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:08
    ไปเจอใครเอ่ย ? เพื่อนตัวแสบรึเปล่า55
    #6
    0