OS/SF [StrayKids] FLUFFY -ChanMinho-

ตอนที่ 4 : SF-Lovechat [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    8 ก.ค. 61


LOVECHAT


BANGCHAN X LEEKNOW





เป็นของผมได้มั้ย

อย่าให้ใครได้เข้ามาอีก












The sun shines in the morning.

พระอาทิตย์เฉิดฉายขึ้นในเช้าวันใหม่



นัยน์ตาสีน้ำตาลดำกำลังจดจ้องเนื้อร้อง ทำนองแต่ละบรรทัด ในกระดาษแผ่นบางในมือของเขา พร้อมด้วยมือข้างขวาที่เขากำลังจำดินสอไม้สีดำแท่งนึงอยู่


และความรู้สึกหนักเล็กน้อยที่หน้าขาฝั่งซ้าย


มืออีกข้างของบังชานก็กำลังวางอยู่บนหัวรุ่นน้องคนสนิทคนเดิม บุคคลที่อาสาพาตัวเองมาช่วยบังชานเเต่งเพลง (จริงๆมาแค่ชงกาแฟให้บังชาน แล้วก็หลับไปเลยต่างหาก) กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนหน้าขาของเขา


ช่วงสี่ห้าเดือนหลังจากที่เขาทั้งสองได้พบกัน ทั้งสองก็ได้เขามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกันมากขึ้น พวกเขาใช้เวลาสนิทกันไม่นานนัก


บางครั้งก็เป็นมินโฮหรือไม่ก็บังชานที่ชวนกันไปหาซื้อหนังเล่มที่ต้องการ


วันไหนที่คนน้องมีสอบที่มหาวิทยาลัยก็จะมานั่งอ่านหนังสือที่ห้องคนเป็นพี่


และบางครั้งก็เป็นบังชานเองที่ถ่อไปเล่นเกมส์กับอีกฝ่ายที่ห้องเสียเลย


บังชานและมินโฮทำอย่างงี้เป็นประจำ และทั้งคู่ก็ต่างมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่มากเลยทีเดียว ก็อย่างที่ว่า ทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอีกฝ่ายไปเสียเเล้ว


ในความคิดของบังชาน เขารู้แล้ว ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับรุ่นน้องยิ้มสวยคนนี้ แต่เขาเดาใจอีกฝ่ายไม่ถูกเลย แต่เขาก็ภาวนาให้เขาได้มีที่ยืนในหัวใจคนตัวเล็กบ้างก็ยังดี...


"หงึ~"
เสียงคำรามที่แสนน่ากลัว(?) ถูกส่งมากจากรุ่นน้องที่นอนอยู่และคงจะกำลังตื่นในอีกไม่ช้า


"หืออ? พี่ตื่นแล้วหรอครับ" ชายหนุ่มค่อยๆหยัดตัวขึ้นมานั่งก่อนจะขยี้ตาสักสองสามที เพื่อปรับสายตาตัวเองให้มองอะไรๆชัดขึ้น


"พี่ยังไม่ได้นอนเลย"


"แล้วพี่ไหวหรอ เดี๋ยวพี่ก็ไม่สบายหรอก เราบอกให้นอน ทำไมไม่เชื่อเราบ้าง"
 ทันใดนั้นคิ้วเรียวสวยทั้งสองข้างกำลังขมวดกันจนเป็นปม หลังจากที่มือเล็กหยิบกระดาษบางออกจากมือคนเป็นพี่


"..."


"เห้อ..."


"พี่ไปอาบน้ำนะ หลับซักงีบนึง เดี๋ยวเราเก็บของให้ นี่เราไม่ได้ขอร้องนะ มันคือคำสั่ง" มินโฮว่าก่อนที่จะค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กับแผงอกบังชาน


"นี่ไง ตัวพี่คริสเหม็นแล้วเนี่ย"


ที่จริงบังชานอยากจะอยู่ทำต่อให้เสร็จ แต่ตอนนี้หน้าบังชานร้อนไปหมด ทันทีที่มินโฮยื่นหน้าเขามาใกล้กับเเผงอกของเขา เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน ตอนนี้มินโฮกำลังทำให้เขาใจเต้นอยู่


"ทำอย่างงี้ไม่ได้รู้มั้ย พี่ก็มีความรู้สึกเหมือนกันนะ" บังชานเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ก่อนที่จะงับจมูกมินโฮเบาๆ



"อื้อ! งับจมูกเราอีกแล้วนะ!"


"คิดว่าตัวเองมีความรู้สึกคนเดียวหรือไงเล่า.." มินโฮบ่นอุบอิบ พร้อมยู่ปากเล็กน้อย

บังชานหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะเลื่อนมือหนาขึ้นไปขยี้กลุ่มผมสีดำ



"รู้มั้ยว่าเราน่ะ...


น่ารักเกินไปแล้วนะมินโฮ"



The only thing he loves the most now,

Is Minho's smile.














บังชานนึกไม่ออกเลยว่าถ้ามินโฮต้องหายไปจากวัฏจักรชีวิตเขา บังชานจะเป็นอย่างไร?


ดังนั้น บังชานอยากให้วันนี้เป็นวันที่เขาอยากที่จะได้ครอบครองหัวใจของมินโฮให้เป็นแค่เพียงของเขาผู้เดียว



ร่างหนาที่ทั้งสองมือตอนนี้กำลังหิ้วของพะรุงพะรังมากจากมินิมาร์ทใกล้ๆคอนโดของมินโฮ และกำลังตรงเข้าไปเคาะที่ประตูบานสีน้ำตาลดำ 



ก๊อก ก๊อก ก๊อก...



ไม่กี่อึดใจคนตัวเล็กก็เปิดประตูบานหนาต้อนรับ พร้อมส่งยิ้มหวานมาหาบังชานเพื่อเป็นการทักทาย ภาพร่างบางที่อยู่ภายใต้เสื้อยืดและกางเกงวอร์มสีดำ ไม่มีอะไรน่าสะดุดตาเลยแม้แต่น้อย



แต่เพราะเป็นมินโฮ บังชานจึงมองว่าวันนี้มินโฮน่ารักมากๆอีกเช่นเคย



"พี่ไปนั่งเล่นเกมส์รอเรานะ เดี๋ยวเราเข้าไปทำของอร่อยๆ ให้กินน~" 



"ขี้โม้อีกแล้ว"



"เราเปล่าขี้โม้นะ พี่เป็นคนบอกเองว่าเราน่ะทำอาหารอร่อย" ริมฝีปากบางถูกเชิดขึ้น เหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจไม่มีผิด



น่าแกล้งชิบหาย...



"พี่ก็พูดไปงั้นแหละ จริงๆมันก็เฉยๆอะ" ร่างหนาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินผ่านคนตัวเล็กไปนั่งที่โซฟาสีครีม



"ไม่อร่อยงั้นหรอครับ


งั้นเราก็..." มินโฮเว้นช่องว่างพร้อมทั้งก้มหน้ามองถุงของในมือที่พึ่งรับมาจากรุ่นพี่ตัวหนาเมื่อครู่



น้องจะงอนกูมั้ยวะ เวรละ



"งั้นเราก็จะทำ ไม่อร่อยพี่คริสก็ต้องกินอยู่ดีแหละ ฮี่ๆ"



แต่เพราะมินโฮยังไงก็คือมินโฮ

เด็กที่กวนตีนและมักจะทำอะไรที่เขาไม่คาดคิดเสมอ



รอยยิ้มที่สว่างไสวของเด็กหนุ่มถูกทิ้งไว้เป็นสิ่งสุดท้าย ก่อนเจ้าของรอยยิ้มจะวิ่งหายเข้าไปในห้องครัว



จริงๆเกมส์ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำในตอนนี้เลย ตอนนี้ใจของบังชานได้ลอยตามมินโฮเข้าไปในห้องครัวเสียแล้ว


และกายหยาบของเขาก็กำลังตามเข้าไปด้วย



บังชานค่อยๆย่องเข้าไปด้านหลังของคนที่กำลังหั่นต้นหอม พลางฮัมบทเพลงที่เขาชื่นชอบอยู่



หมับ!


มือหนาทั้งสองพลันจับไปที่ไหล่เล็ก ทำให้คนที่หั่นผักอยู่ตกใจไม่น้อย ก่อนจะหันมาทำสายตาคาดโทษที่คนเป็นพี่



"เล่นอะไรไม่รู้เรื่องอีกแล้วนะ บังชาน 

น้ำเสียงราบเรียบเปล่งออกมากับสรรพนามที่บังชานไม่ค่อยจะคุ้นชินซักเท่าไหร่


ชิบหายละ น้องเรียกกูซะเต็มยศเลย...



"คริสขอโทษครับ" บังชานเบ้ปากเล็กก่อนสายตาอ้อนวอนจะถูกส่งจากบังชานไปสู่มินโฮ คนเป็นพี่เลื่อนคางตัวเองไปเกยไหล่มินโฮ เพื่อหวังว่าความน่ารักนี้(?) จะถูกรุ่นน้องเอ็นดูบ้าง



"นี่ แล้วจะเกยไหล่อีกนานมั้ย เราเมื่อยนะ ไปเล่นเกมส์รอก่อนไป" 



"ก็อยากอ้อนอะ" 


เพียงประโยคเดียวที่พ่นออกมาจากคนข้างหล้ง เเก้มเนียนใสตอนนี้เหมือนถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อน



"ไปข้างนอกเดี๋ยวนี้เลยนะ สมาธิเราหายหมดแล้ว อีกนิดเราก็หั่นนิ้วตัวเองแล้วนะพี่คริส" 



น่ารักอีกแล้ว...



"ฮ่าๆ ไปก็ได้ แต่ก่อนไป..."



ฟอด!


ก่อนที่ร่างเล็กจะรู้สึกตัว บังชานที่เคยอยู่ข้างหลังเขาก็หายตัวไปเสียเเล้ว




"ไอพี่คริสโว้ย!! เรามีพ่อมีแม่นะ!"














ตั้งแต่ที่ออกมาจากห้องครัวนั่น บังชานก็เอาแต่ยิ้มตลอดเวลา ตลอดมื้อเย็น เขาก็จ้องมินโฮจนเจ้าตัวแทบไม่กล้าที่จะหายใจ


'เลิกมองเราได้แล้ว'


'นี่! มองเราทำไมนักหนา'


'เราต้องกราบเท้ามั้ย พี่ถึงจะเลิกมองเราเนี่ย ฮ่วย!'


มินโฮได้แต่พูดประโยคที่มีใจความเดียวกันซ้ำไปซ้ำมา เมื่อไรที่มินโฮเงยหน้าขึ้นมา เขาจะเจอสายตาคนพี่มองเขาก่อนอยู่แล้ว พอคนตัวเล็กบอกให้เลิกมองก็ได้รับแต่รอยยิ้มอีกฝ่ายมาแทนซะงั้น



เด็กแถวบ้านรวมกันร้อยคนยังไม่กวนตีนเท่าพี่คริสเลย



"ไปนั่งนอกระเบียงกัน" บังชานเอ่ยขึ้น ไม่เชิงว่าเป็นประโยคคำตาม แต่กลับตรงกันข้าม มันเหมือนจะเป็นประโยคคำสั่งมากกว่า



"หือ? อารมณ์ไหนเนี่ย"



"อารมณ์ดีเนี่ยแหละ พี่ซื้อเบียร์มาด้วย เดี๋ยวพี่ไปเอาก่อน"



"แต่เราไม่..."



"พี่รู้ๆ เราไม่ชอบเบียร์ เราชอบฟูลมูนพี่จำได้หน่า ไอตัวเล็ก" บังชานเอ่ยพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้แก่คนตรงหน้า ก่อนที่จะเดินผ่านคนตรงหน้าไปนำเครื่องดื่มไฮไลท์ของค่ำคืนนี้



ทั้งสองพาร่างของตนเองมานั่งยังโต๊ะไม้ข้างนอกระเบียงที่เรียงรายเต็มไปด้วยต้นกระบองเพชรขนาดต่างๆที่เจ้าของห้องเป็นคนปลูกไว้ กระป๋องแอลกอฮอลล์ยี่ห้อดังถูกเปิดออก เสียงลมที่ถูกอัดอยู่ภายในกระป๋องดังซ่าออกมาทันที ขณะเดียวกันมินโฮก็เปิดขวดไวน์องุ่นที่ร่างสูงเป็นคนซื้อมาด้วย


ร่างสูงกระดกเบียร์ที่เขาไม่ได้เเตะต้องมาหลายเดือนนับตั้งแต่มีเด็กก้าวเข้ามาในชีวิตประจำวันของเขา รสชาติขมเฝื่อนซาบซ่าผ่านลิ้นและลำคอ มันก็ไม่ค่อยชินเท่าไรสำหรับคนที่ไม่ได้ดื่มมานาน และชายหนุ่มที่นั่งข้างๆบังชานก็ได้ยกขวดแก้วที่ภายในบรรจุของเหลวสีม่วงเข้มสัมผัสกับริมฝีปาก ก่อนที่รสหวานขมเล็กน้อยได้เข้าตามโสตประสาทของร่างเล็กเช่นกัน



เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงทั้งคู่ยังคงไร้บทสนทนาซึ่งกันและกัน ตอนนี้มินโฮกำลังแหงนใบหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวน้อยใหญ่มากมาย มินโฮยิ้มให้กับภาพตรงหน้า 


มีความสุขเหลือเกิน ผมไม่ได้ออกมานานเท่าไหร่แล้วนะ คิดถึงจังเลยนะครับ...



แต่สายตาอีกคู่หนึ่งก็ยังคงจ้องมองไปที่ดวงดาวของเขาเหมือนกัน



"พี่คริสรู้มั้ยครับ"


ในบรรยากาศที่เงียบเชียบ มีเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านบุคคลทั้งสอง ก็เป็นมินโฮที่เป็นผู้เปิดบทสนทนาขึ้น



"เมื่อก่อนเราออกมาดูดาวบ่อยมากเลยนะ พอขึ้นมหาลัยมา เวลาก็ไม่ค่อยมีเยอะเหมือนเมื่อก่อนเลย เราก็เลยไม่ค่อยได้ออกมาเลย..."



"เราชอบดาวหรอ"



"ก็ไม่เชิงว่าชอบขนาดนั้นหรอก แต่มันเป็นตัวแทนของคนที่เราคิดถึงต่างหาก"


The most beautiful ever.

รอยยิ้มที่สวยที่สุด


Now it gradually fades away.

ตอนนี้มันค่อยๆจางหายไปทีละนิด


มือหนาเลื่อนไปกอบกุมมือเรียว ค่อยกระชับมากขึ้นเหมือนกับว่าคอยย้ำเตือนคนตัวเล็กว่าตอนนี้พื้นที่ข้างกายของมินโฮยังมีบังชานอยู่ข้างๆ บังชานไม่รู้หรอกว่าคนที่มินโฮคิดถึงเป็นใคร แต่เมื่อรอยยิ้มสวยหุบลงเมื่อไหร่ หัวใจของเขาก็ปวดหนึบขึ้นมาเสียดื้อๆ เพราะว่าตัวเล็กของบังชานน่ะ เหมาะกับรอยยิ้มที่สุดในโลกแล้ว



"เป็นอะไรไป" มือข้างหนึ่งได้ประคองมือเล็กไว้ ส่วนอีกข้างถูกยกขึ้นวางบนหัวของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขา



"ดวงดาวคือตัวแทนของแม่เรา เราคิดถึงแม่" 

มินโฮค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้กับบังชาน แต่มันช่างดูเป็นยิ้มที่อ่อนล้าซะเหลือเกิน



"เหนื่อยมั้ยที่ต้องทำตัวมีความสุขอย่างนี้ตลอดเวลา คนเราอ่อนแอบ้างก็ได้นะตัวเล็ก"



"เราว่าแม่เราที่อยู่บนฟ้าท่านคงหวังที่จะได้เห็นรอยยิ้มเรามากกว่าได้เห็นหน้าง้ำหน้างอในเเต่ละวันมากกว่านะ...



ยิ่งอยู่กับพี่คริส แม่เราคงชื่นใจมากแน่ๆ" 

 

บังชานยังนึกแปลกใจ ถ้าเป็นคนอื่นคงจะร้องไห้เพื่อระบายอารมณ์เศร้าเสียใจที่กำลังเกาะกินหัวใจของตัวเองอยู่ แต่ต่างจากมินโฮ ตาคู่สวยที่แม้จะฉายความเศร้าออกมาแต่ไหน แต่ก็ไม่ได้มีน้ำตารื้นขึ้นมาแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้บังชานอยากจะดูและอัญมณีที่แสนมีค่าเม็ดนี้ไปตลอดชีวิต


มินโฮ...



บุคคลทั้งสองต่างมองใบหน้าซึ่งกันและกัน ราวกับว่าทั้งสองค่อยสัมผัสกับแรงโน้มถ่วง ระยะห่างของใบหน้าทั้งสองค่อยๆใกล้ลงเรื่อยๆ


และเรื่อยๆ


ริมฝีปากของมินโฮและบังชานถูกประกบกัน เรียวลิ้นทั้งสองกระหวัดพันเกี่ยวกัน นี่ไม่ใช่รสจูบที่แสนร้อนแรงหรือเผ็ดร้อนแต่อย่างใด เป็นจูบที่อบอุ่น ไม่รีบร้อน ความอ่อนโยนและทำให้คนตรงหน้ารู้ว่าตรงนี้ยังมีเขาอยู่นะไม่เป็นไร


บังชานเว้นจังหวะให้มินโฮหายใจก่อนจะจับท้ายทอยของตัวเล็กบดจูบ ลิ้นของทั้งสองต่องหยอกล้อกันไม่มีใครยอมใคร เหมือนต่างคนต่างโหยหา และราวกับว่ามันจะเป็นจูบสุดท้ายของกันและกัน


แต่ก็เป็นคนตัวเล็กที่ผละจูบออกก่อน ก่อนจะส่งยิ้มให้คนเป็นพี่ตรงหน้าเขา



"ให้พี่ได้ดูแลเราได้มั้ยตัวเล็ก"



ความเจ็บปวดได้เกาะกินหัวใจมินโฮทีละน้อย 


รู้สึกผิดเหลือเกิน เราขอโทษนะ


แต่งานเลี้ยงยอมมีวันเลิกรา



"พี่ไม่ต้องดูแลเราแล้ว เราดูแลตัวเองได้นะ อย่าเอาความรักมาผูกมัดไว้ที่เราเลยนะ" ยิ้มสวยถูกส่งมา



"กำลังปฏิเสธพี่ทางอ้อมหรือเปล่า"



"อื้อ จะว่าอย่างงั้นก็ได้"


ทำไมตัวเล็กของเขากลายเป็นคนใจร้ายขนาดนี้ล่ะ มินโฮ.. แต่พี่รักเราไปแล้วนะ



"บอกเหตุผลพี่ได้มั้ย พี่ขอความจริงนะ"



"พี่รู้ใช่มั้ย ว่าการจากลามันเจ็บปวดมากแค่ไหน ยิ่งรักกันมากเท่าไร การร่ำลาก็ดูเป็นเรื่องยากมากทุกที ถ้าพี่เอาความรักมาผูกกับเรา พี่นั่นแหละที่จะเจ็บปวดมากที่สุด"



"ทำไมพี่ถึงเจ็บปวดคนเดียวล่ะ"



"เพราะถ้าเราตายไปแล้ว เราจะไม่มีความรู้สึกแล้วไง"


บรรยากาศรอบตัวทั้งสองเงียบลงอีกครั้ง มินโฮทำได้แค่เพียงส่งยิ้มหวานที่บังชานตกหลุมรักมันไม่รู้กี่พันล้านรอบมาหาคนพี่ มือน้อยเลื่อนขึ้นสัมผัสที่ใบหน้าของบังชานอย่างอ่อนโยน 


"พี่ต้องได้เจอคนที่ดีกว่าเรานะ แค่ได้พี่ก้าวเข้ามาในชีวิตเรามันก็ดีมากๆแล้ว"



"..."



"ไม่จากกันตอนนี้ อนาคตเราก็ต้องจากกันอยู่ดี เพียงแต่ว่าจากกันตอนนี้มันอาจจะเจ็บน้อยกว่าวันข้างหน้าแค่นั้นเอง"



"..."



"เรารักพี่นะ แต่เวลาเราเหลือไม่เท่าพี่หรอก อ๊ะ!"



บังชานโผเข้ากอดคนที่เขารักตรงหน้านี้อย่างรุนแรง และกระชับอ้อมกอดเรากับว่าจะไม่ปล่อยให้คนตรงหน้านี้หายไป ยิ่งที่มินโฮกำลังบอกเขาว่าเวลาของคนตัวเล็กเหลือน้อยเต็มที ใจเขาก็โหวงเหวง เหมือนกับโลกใบนี้ไร้แรงโน้มถ่วงโดยสิ้นเชิง 


คนตัวโตร่างสั่นเทาเล็กน้อย ความเปียกชื้นสัมผัสโดนไหล่คนตัวเล็ก มินโฮค่อยๆยกมือเล็กขึ้นมากอดตอบและลูบหลังคนเป็นพี่อยู่อย่างงั้น 


พี่คริสอย่าร้องไห้เลยนะ เรายิ่งเจ็บเหลือเกิน



"พี่ไม่อยากให้เราไป ฮึก.. เวลาที่เหลือเนี้ยพี่ไม่รู้ว่าสาเหตุที่เราจะจากพี่ไปเพราะอะไรหรอกนะ แต่พี่อยากดูแลเราให้ถึงที่สุด นะ ให้พี่ดูแลเรานะ ไม่งั้นพี่ต้องเสียใจมากกว่านี้แน่ๆเลยตัวเล็ก"



"พี่คริสอย่าร้องนะ ดูเราสิ เรายังไม่ร้องเลย ยิ้มเร็วคนแก่ของเรา ฮ่าๆ" 


มินโฮโกหก ไหนบอกไม่ร้อง น้ำตาที่เริ่มปริ่มอยู่ขอบตานั่น ตัวเล็กจะโกหกพี่ได้ไงกัน ไอดื้อเอ้ย



"พูดสิว่าให้พี่ได้ดูเเลเรา พี่จะเลิกร้องเลย พูดออกมาสิมินโฮ"



"เรา..."



"พี่ขอร้อง พี่ไม่อยากให้อัญมณีของพี่มันหายไปทั้งที่พี่ยังไม่ได้มีโอกาสแม้แต่จะดูแลมันเลยด้วยซ้ำ"



"ครับ ถึงวันนั้น พี่ห้ามร้องไห้ให้เรานะ เราไม่อยากเห็นน้ำตาพี่แล้ว วันนี้จะเป็นการร้องไห้ครั้งสุดท้ายนะ โอเคมั้ยพี่คริส"



"อื้ม พี่จะพยายาม"



"ไม่พยายามสิครับ พี่ต้องทำให้ได้ นี่คือคำสั่งนะ"



"วันนี้พี่นอนห้องเรานะ"



"ครับ เราเข้าไปข้างในกันเถอะนะ แล้วพี่ก็ไปอาบน้ำได้แล้วครับ เดี๋ยวเราเตรียมเสื้อผ้าให้นะ"



ร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าให้เล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับ พร้อมช่วยกันเก็บเบียร์และไวน์องุ่นของทั้งคู่ที่พร่องลงยังไม่ถึงครึ่ง ก่อนร่างสูงจะเดินเข้าไปและตามด้วยมินโฮ



ถ้าถึงวันนั้นพี่ยังจะทำตามที่เราสั่งได้มั้ยนะ ตัวเล็กของพี่

If that day,

Will I still be able follow your orders?








************



เบิ๊ดคำสิเว่า...

#มินโฮขนฟู


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #21 Cherish9S (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 11:33

    แงงงงแล้วน้องจะไปไหนนน อย่าบอกว่าน้องเป็นอะไรร้ายแรงนะ ฮือออออ ไรต์มาต่อเถอะนะคะ ขอร้องงง พลีสสสสส T^T

    #21
    0
  2. #14 sirinda_doylem (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 00:49
    เฮ้ออ เจ็บนมมากเลยตอนนี้ หน่วงดีจริงๆ😭 มันเป็นแฮปปี้เอนด์ที่แบบเอนด์อ่ะ
    #14
    1
    • #14-1 sirinda_doylem(จากตอนที่ 4)
      3 มิถุนายน 2561 / 00:50
      *แบดเอนด์
      #14-1
  3. #13 Jrwhyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 14:54
    ไม่สามารถจะอธิบายความรู้สึกได้ทั้งหมด จากเขินๆน่ารักๆ ตอนนี้หน่วงไปหมดเลยอะ ㅠㅜ
    #13
    0