คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS] Strawberries & Cigarettes [AU] Gellert Grindelwald x Albus Dumbledore

“นายชื่ออะไร” “..อัลบัส เพอร์ซิวาล วูลฟริก ไบรอัน ดัมเบิลดอร์" “แย่หน่อยที่ฉันไม่ได้พกกระดาษมาจดชื่อนาย”

ยอดวิวรวม

2,441

ยอดวิวเดือนนี้

16

ยอดวิวรวม


2,441

ความคิดเห็น


20

คนติดตาม


139
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ธ.ค. 61 / 16:54 น.
นิยาย [OS] Strawberries & Cigarettes [AU] Gellert Grindelwald x Albus Dumbledore [OS] Strawberries & Cigarettes [AU] Gellert Grindelwald x Albus Dumbledore | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

OS : Strawberries & Cigarettes [AU]

Paring : Gellert Grindelwald x Albus Dumbledore

Fandom : Fantastic Beasts

Rating : R

Author : กางเกงเอวสูงของอิพี่

‪Ship Tag : #Grindeldore #GGAD‬
‪Fiction Tag : #StrawCigaGGAD


เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ธ.ค. 61 / 16:54


S t r a w b e r r i e s

&

C i g a r e t t e s




ฤดูร้อนแล้วแท้ๆ แต่ผมกลับต้องมานั่งอุดอู้อยู่ในโรลส์รอยซ์รุ่นเก่า



เหมือนทุกปี ตระกูลดัมเบิลดอร์มักจะมารวมตัวกันที่สก็อตแลนด์ในช่วงซัมเมอร์ ส่วมผม—เรียกได้ว่าถูกถูลู่ถูกังมาด้วย ไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด ..แต่ผมก็ปฏิเสธอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องบ้าที่จะมีปากเสียงกับตระกูลผู้ดีเก่าของตัวเอง ผมยังไม่อยากถูกเด้งจากอีตันไปโรงเรียนประจำแถวย่านบาร์กเชอร์หรอกนะ



“วันนี้หน้านายดูดีกว่าเท้าฉันนิดเดียวเองอัลบัส”



นั่นคือเสียงของ อาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์ น้องชายบังเกิดเกล้าของผม เราทะเลาะกันแทบทุกวัน และคราวนี้เขาคงจะสังเกตได้ว่าผมทำหน้าเหมือนสล็อตถ่ายไม่ออกมาตลอดทาง



“หุบปากเหอะเบอร์ฟ” ผมพึมพำ มือยังกดเกมส์โง่ๆอย่างเตตริสแก้เบื่อไปเรื่อย เก่ารุ่นแม่เลย ทำไงได้ก็ผมลืมหยิบนินเทนโดมา



“ระวังคำพูดกันด้วยคุณสุภาพบุรุษ” เสียงทุ้มของผู้มีอายุดังมาจากเบาะหน้า คุณพ่อผมค่อนข้างเข้มงวดกับทุกคนในบ้าน เพอร์ซิวาลดัมเบิลดอร์ ทายาทเอิร์ลแห่งเหรียญตราการ์เตอร์ หรูระเบิดเถิดเทิง เพื่อนๆผมอู้หูอ้าหากันมากตอนที่รู้ว่าบ้านผมเป็นเชื้อสายขุนนางเก่า พวกนั้นเคยจินตนาการถึงขั้นว่าผมต้องสวมวิกม้วนๆ ใส่ชุดกรุยกรายนั่งจิบชากับนกไนติงเกลริมทะเลสาบ ถ้าไม่เมายาก็คงจำมาจากหนังพีเรียดน้ำเน่า ..พอสนิทกันนั่นแหละถึงได้รู้ว่าผมนี่มันแกะดำดีๆนี่เอง




บ้านของป้าบาธิลดาอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสเตอร์ลิงของสก็อตแลนด์มากนัก แต่วิวรอบด้านที่ผมกำลังมองอยู่กลับเต็มไปด้วยทุ่งหญ้า มากี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม ไม่คิดจะสร้างตึกรามบ้านช่องกันมากกว่านี้แล้วใช่ไหม




“ลูกได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวเล่นละแวกนี้ได้ แต่เราต้องกลับมาดื่มน้ำชาพร้อมหน้ากันตอนสี่โมงเย็น” คุณพ่อพูดขึ้นตอนที่เรากำลังขนของเข้าคฤหาสน์ ผมหนีรอดจากการถูกป้าๆคนอื่นในตระกูลรุมหอมแก้มไปได้อย่างหวุดหวิด ในขณะที่อาเบอร์ฟอร์ธและแอริอานาไม่รอด น่าสงสารไม่น้อย อาเบอร์ฟอร์ธคงจะด่าผมอยู่ในใจแน่ๆที่ไม่เตือนเขา ไปฝึกมาใหม่เถอะน้องชาย





ผมปิดประตูห้องนอนแล้วกระโจนลงเตียง ลืมตามองเพดานด้วยความเบื่อหน่าย ฤดูร้อนเดิมๆวนมาแล้วก็วนไป ไม่มีอะไรพิเศษเลย ซึ่งปีนี้เองก็คงไม่ต่างกัน




แป็ก แป็ก แป็ก แป็ก



เสียงเคาะอะไรสักอย่างดังมาจากนอกหน้าต่าง ห้านาทีเห็นจะได้แล้ว ผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาด้วยความหนวกหู ใครมาทำอะไรตึงตังใกล้ๆบ้านคนอื่นวะ ผมลุกขึ้นเปิดม่านแล้วชะโงกหน้าออกไปมองด้วยความหงุดหงิด



ข้างนอกรั้ว ผู้ชายคนหนึ่งดูเหมือนว่าจะกำลังมีปัญหากับรถของตัวเอง เขาเปิดกระโปรงหน้ารถแล้วไขๆเคาะๆอยู่แบบนั้น อายุดูน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผม แต่เฮ้ ถ้ายังไม่ถึงสิบแปดแล้วทำไมขับรถได้ล่ะ? ของผมแค่มาริโอ้คาร์ทก็หรูมากแล้ว



“คุณๆ” ผมเรียกเขา แน่นอนว่าเสียงดังฟังชัด แต่ทางนั้นไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง และมันทำให้คิ้วผมกระตุก หูหนวกหรือไงฮะ!



“นี่คุณณณณ !” คราวนี้ผมตะโกน “เงยหน้าสิ คุณนั่นแหละ !”



“.........?” เขาเงยหน้ามาสบตาผมพอดี พลางยกมือขึ้นมาชี้ตัวเอง ผมเลยพยักหน้า “..มีธุระอะไรกับคนจรหรือครับ คุณหนู?” เขายิ้มตรงมุมปาก และนั่นทำให้ผมคิ้วกระตุกอีกรอบ ใครมันเป็นคุณหนูกันวะ



“ก็ไม่อยากมีนักหรอก ถ้านายไม่บังเอิญมาทำเสียงปึงปังข้างๆห้องคนอื่นเขา” หน้าผมเรียกได้ว่าบูดระยะสุดท้าย



“โอ้.. ขอโทษแล้วกันที่รถฉันบังเอิญเสียข้างห้องนาย” เขายักไหล่ แล้วซ่อมเครื่องยนต์ต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “...นี่คุณหนู ถ้าอยากให้เสร็จไวๆก็ขอแรงช่วยหน่อยสิ”



หา?



“...ขอโทษที นายว่ายังไงนะ” ผมทวนคำ หูอาจจะฝาดไป



“...ถ้านายออกมาช่วย ฉันก็ซ่อมเสร็จไว นายก็ไม่หนวกหู วินวินทั้งคู่ ไม่ดีหรือไง” เขายิ้มตรงมุมปากอีกครั้ง นั่นน่าช่วยโคตรเลย!



“ไม่อ่ะ ฉันไม่ว่าง” ผมตอบ เขาทำมือโอเคแล้วหันไปเคาะต่อ ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่ามันดังและถี่กว่าเดิมมาก นี่จะยั่วโมโหกันใช่ไหม !



“พอ! หยุด !” ผมโพล่งออกไปขัดจังหวะ “รออยู่นั่น” ผมโยนรองเท้าผ้าใบออกมานอกหน้าต่างแล้วปีนตามออกมา ยังดีที่ห้องอยู่ชั้นหนึ่ง ไม่งั้นผมคงเปรี้ยวขนาดนี้ไม่ได้ “..บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์หรอกนะ” ผมว่า ตอนปีนรั้วออกมายืนข้างรถเขาแล้ว



“ฉันก็ไม่คิดว่านายจะมีเหมือนกัน” เขาตอบ ส่วนผมย่นจมูกเข้าหากัน หมอนี่มันถนัดยั่วโมโหชาวบ้านหรือไง !



“นายชื่ออะไรคุณหนู”



ผมพ่นลมพลางกอดอก “..อัลบัส เพอร์ซิวาล วูลฟริก ไบรอัน ดัมเบิลดอร์” ผมจงใจตอบชื่อเต็มๆที่เขียนไว้ในพาสปอร์ต



“แย่หน่อยที่ฉันไม่ได้พกกระดาษมาจดชื่อนาย” เขายื่นไฟฉายมาให้ “ถือนี่แล้วส่องให้ที อัล



นั่นสนิทมากไปไหม !



ผมขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นปม แต่มือก็ส่องไฟให้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะขี้รำคาญขนาดยอมให้หมอนั่นทำตามใจได้แบบนี้


“..ว่าแต่นายล่ะ ชื่ออะไร”



เขาเงยหน้าขึ้นมองนิดหน่อย “เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์” ริมฝีปากนั่นยกยิ้มอีกแล้ว “สั้นกว่านายเยอะ”



“เป็นพระคุณมากที่บอก” ผมประชด



“...ทีนี้ส่องตรงนี้” เขาจับข้อมือผมแล้วดึงไปตรงที่อยากให้ส่องไฟ นอกจากจะเอาแต่ใจแล้วยังโคตรถือวิสาสะอีก !



“รู้แล้วน่า” ผมบิดข้อมือออก มองไปอีกทาง



เขาละสายตาจากข้อมือมาที่หน้าผม “...นายเขิน?”



“ไม่ใช่โว้ย!” ผมปฏิเสธทันควัน จากที่ไม่อะไร จะมาเขินก็ตอนนี้แหละ!



“คุณหนูอะไรพูดจาหยาบคายชะมัด” เขาแสร้งทำเป็นขมวดคิ้ว จากนั้นก็หัวเราะออกมา



“ช่างฉันเหอะ” ผมพ่นลม รู้หรอกว่าตัวเองทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เขาเสียเต็มที่ “แล้วฉันก็ไม่ใช่คุณหนูบ้าบออะไรนั่นด้วย” ..พูดง่ายๆก็คือโกรธนั่นแหละ



“........”



“...ถ้านายว่างั้น ฉันขอโทษ..” เขาพูดคำว่าขอโทษออกมา.. นึกว่าจะพูดอะไรแบบนี้ไม่ได้เสียอีก หมอนี่ทำตัวดีก็เป็นด้วย..?



“......” ผมค่อยๆคลายปมที่คิ้วลง อยู่ดีๆก็หายโกรธเฉย ใจอ่อนไปหน่อยไหมอัลบัสดัมเบิลดอร์ “ว่าแต่..นายอยู่แถวนี้หรือ กรินเดลวัลด์?” มือผมส่องไฟให้เขาด้วยความ เอ่อ เต็มใจขึ้นมานิดหนึ่ง แค่นิดเดียว



“...มาเยี่ยมญาติน่ะ” เขาตอบ “เรียกให้ถูกคือให้มาเฝ้าบ้าน ..แต่ก็ดีนะ ที่นี่ขับรถเล่นได้สะดวกกว่าแถวบ้าน”



“..ทำไมบังเอิญจัง ฉันก็มาเยี่ยมญาติเหมือนกัน..”



“...ฟังจากสำเนียงนายก็พอจะรู้” เขาปิดฝากระโปรงหน้ารถแล้วเข้าไปนั่งฝั่งคนขับ จะว่าไปสำเนียงผมมันลอนดอนจ๋าขนาดนั้นเลยหรือเนี่ย ไม่มีใครเคยบอกผมเลย



“เอาล่ะ ติดหน่อยลูกพ่อ” เขาบิดกุญแจไปฝั่งสตาร์ท มันดังบรื้นอยู่สองสามครั้งไม่นานก็ติด กรินเดลวัลด์ตบพวงมาลัยด้วยความดีใจ ผมเองก็เผลอยิ้มดีใจตามไปด้วย กระทั่งเขามองมาผมเลยหุบยิ้มทันที



“ฮะแฮ่ม” ผมกระแอม “รถสตาร์ทติดแล้วนี่ ฉันจะได้ไม่หนวกหูสักที”



“..หึ” เขายิ้มขำในลำคอ แล้วอยู่ๆก็เปิดประตูรถอีกฝั่งให้



ผมมองหน้าเขาสลับกับประตู “...คือ ?”



“...ไปลองรถที่ซ่อมด้วยกันไง” เขาว่า



“......” ผมเม้มปาก ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ตอนนี้บ่ายโมงแล้ว ต้องกลับมาดื่มน้ำชากับคุณพ่อตอนสี่โมงเย็นด้วย..



“...เราไปกันไม่นานหรอก” เขายังคงเชื้อเชิญ กระทั่งเห็นว่าผมมีสีหน้าลำบากใจ “...โอเค นายคงไม่สะดวก ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยนะ อัลบั—”



“ก่อนบ่ายสาม” ผมขึ้นมานั่งบนรถ มือดึงเข็มขัดมารัดอย่างเรียบร้อย “โอ้ แต่ถ้ารถนายยังเสียอยู่จะมาโทษฉันไม่ได้นะ” ผมหันมองเขา กรินเดลวัลด์ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย ..แล้วจึงขับรถออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ





ผมมองวิวบ้านคุณป้าบาธิลดาที่ห่างออกไปเรื่อยๆ นี่ผมกำลังขึ้นรถมากับคนแปลกหน้าหรือเนี่ย.. ถ้าคุณพ่อรู้เข้ามีหวังโดนบ่นหูชาไม่ก็โดนกักบริเวณทั้งอาทิตย์ อย่างร้ายสุดก็คงโดนเด้งไปอยู่โรงเรียนประจำกลางเทอม ..แต่ผมกลับไม่กลัวเสียอย่างนั้น ก็มันน่าเบื่อนี่นา ต้องติดแหง่กอยู่ในคฤหาสน์กลางทุ่งหญ้า เกมส์เตตริสก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้



“มีที่หนึ่ง..ฉันชอบขับไปเวลามาที่นี่” เขาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวไปตามทาง หลังจากเราขับมาได้สักพักแล้ว “บางทีนายอาจจะมาจนเบื่อแล้วก็ได้” เขาว่า



“ที่ไหนล่ะ” ผมถาม



เขาจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ พลางชี้ไปข้างหน้า “นั่น”



“..ปราสาทสเตอร์ลิง ?” ผมพึมพำ อันที่จริงก็เคยมาอยู่หรอก แต่ไม่เคยจอดรถชมวิวใต้เนินเขาแบบนี้มาก่อน



“แล้วก็ไม่ต้องไปเบียดกับนักท่องเที่ยวบนนั้น” นั่นสิ เขาพูดอีกก็ถูกอีก “กินขนมกัน” เขาเอื้อมมือไปตรงเบาะหลังแล้วหยิบกล่องไม้ขึ้นมาเปิด ข้างในมีสตรอว์เบอร์รี่จำนวนหนึ่ง ขวดวิปครีม และถ้าผมมองไม่ผิด นั่นมันเกรย์กูสวอดก้า ..ทุกอย่างถูกแช่เย็นอยู่ในนั้น เขาวางมันไว้ตรงกลาง ..ผมมองตาปริบ หมอนี่มันอายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย??



“นายสูบหรือเปล่า” เขายื่นบุหรี่มาให้ผมมวนหนึ่ง ผมส่ายหน้า เขาเลยหยิบไปคาบไว้เอง “..ไฟแช็กอยู่ข้างหน้านาย ช่วยจุดบุหรี่ให้หน่อยได้ไหม” เขายื่นหน้าเข้ามาทางผม



“.......” ผมเพิ่งจะได้มีโอกาสมองหน้าเขาใกล้ๆ เขามีเส้นผมสีทองสว่างรับกับรูปหน้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นกว่า นั่นก็คือ ดวงตาสองสีคู่นั้น “..อ๊อดอายส์หรือ”



“...แปลกหรือเปล่า” เขาถาม



“ไม่หรอก ก็สวยดี” ผมยื่นไฟแช็กที่มีไฟไปจุดบุหรี่ให้เขา เขายิ้มนิดหน่อย แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ “เปิดประตูระบายอากาศหน่อยอัลบัส เผื่อว่านายจะไม่ชอบดมควัน”



“...ก็เฉยๆ” ผมไม่ได้ว่าอะไรที่เขาสูบ แต่ก็เปิดประตูฝั่งตัวเองเพื่อรับลมข้างนอกบ้าง “นั่นกินยังไง” ผมหมายถึงสตรอว์เบอร์รี่กับอะไรต่อมิอะไรพวกนั้น



“...อืมก็” เขาพ่นควันออกนอกรถ ผมเข้าใจไปเองหรือเปล่าว่าเขากลัวผมจะได้รับควันมากไป “...กัดสตรอว์เบอร์รี่ บีบวิปครีมเข้าปาก แล้วกระดกวอดก้าตามนิดหน่อย”



“ฉันลองได้ไหม”



“เชิญเลย” เขาผายมือ



“........” ผมพยายามจะไม่นึกถึงหน้ายักษ์ของคุณพ่อตอนถูกจับได้ว่ากินแอลกอฮอล์ แต่พอคิดว่าอาเบอร์ฟอร์ธจะอิจฉาตาร้อนขนาดไหน อะไรๆมันก็ดูน่ากินขึ้นมาทันที



ผมหยิบสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นมาหนึ่งผล ลองกัดดูนิดหน่อย หวานแฮะ คราวนี้ผมงับไปครึ่งลูกแล้วบีบวิปครีมตาม ก่อนจะยกเกรย์กูสขึ้นดื่มไปหนึ่งอึก



พระเจ้า นี่มันอร่อยกว่าทุกอย่างที่เคยกินมาบนโลกนี้อีก !



แต่ก็นะ… ผมรู้สึกได้เลยว่าวอดก้าไหลลงไปตรงไหนของคอแล้ว ขวดนี้คงไม่ต่ำกว่าสี่สิบดีกรีแน่ๆ



“...นายดู… ไม่ค่อยสันทัดอะไรพวกนี้” เขาดับบุหรี่ลงบนที่เขี่ย แล้วหยิบสตรอว์เบอร์รี่มากินบ้าง เขากระดกวอดก้าไปมากกว่าผมอีก



“ก็ถ้านายพูดว่าฉันเป็นคุณหนู.. นายก็เป็นคนช่างสังเกต” ผมบีบวิปครีมใส่ปาก “..แต่ฉันไม่ได้อยู่ในกรอบขนาดนั้น”



“เรียกว่าต้องการแหกกรงก็คงไม่ผิด..” เขาพูดแทงใจผม จะว่าไปเขาดูแทบไม่ได้แตะสตรอว์เบอร์รี่เลย เอาแต่ดื่ม ผมจึงแย่งวอดก้ามาจากมือเขา



“นายต้องขับรถ ดื่มแค่นี้พอแล้ว เดี๋ยวเมา” ผมบีบวิปครีมแล้วจรดริมฝีปากลงที่ปากขวดวอดก้า เพิ่งสังเกตว่ามันพร่องไปเยอะเหมือนกัน นี่เราดื่มกันเยอะขนาดนี้เชียวหรือ ไม่รู้ตัวเลย



“ดูเหมือน..คนที่เมาจะไม่ใช่ฉันนะ” กรินเดลวัลด์ยกกล่องไม้ไปไว้หลังเบาะตามเดิม เขาแบมือขอขวดวอดก้ากับผม ซึ่งผมก็ยื่นให้ตามนั้น สงสัยเขาจะพูดถูก หัวผมเริ่มหมุนติ้วแล้ว



“เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งเก็บ” ผมแย่งขวดมาจากเขาอีกรอบ กรินเดลวัลด์ไม่ยอมปล่อยมัน เรายื้อกันไปมาประหนึ่งเป็นสงครามขนาดย่อม แต่ดูเหมือนผมจะเป็นฝ่ายชนะ “...เห็นไหม..ฉันชนะแล้ว..” ผมเงยหน้าขึ้นมายิ้ม แล้วก็พบว่าใบหน้าเขาอยู่ห่างไปเพียงนิดเดียว ดวงตาสีเทาอมฟ้าของเขามองผมอยู่แบบนั้น ผมไม่รู้ว่าตนเองหน้าแดงจนร้อนขนาดนี้เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือเปล่า



รู้ตัวอีกที.. ริมฝีปากของเขาก็ประทับลงมาบนริมฝีปากของผม แผ่วเบา นุ่มนวล ผมรู้สึกได้ถึงรสหวานของสตรอว์เบอร์รี่ รสขมของวอดก้า และกลิ่นฉุนของบุหรี่ ให้ตายเถอะทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่ผมกลับรู้สึกว่ามัน.. หวาน



นายต้องเมาแน่ๆอัลบัส



ผมเริ่มจูบเขาตอบ เขาประคองใบหน้าผมเอาไว้แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆบนผิวแก้ม เราแลกจูบกันแนบแน่นยิ่งขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป มือกอดก่ายกันจนเสื้อหลุดออกมานอกกางเกง ..นี่มันแย่แล้ว



“..บ่ายสองกว่าแล้ว...” กรินเดลวัลด์พึมพำเบาๆบนริมฝีปากของผม



ผมปรือตามองเขา หายใจหอบเล็กน้อย “นายพูด..ทั้งที่มืออยู่ที่ขอบกางเกงฉัน..”



เขาเงียบ



“...แค่นายบอกว่าอยากกลับบ้าน...มือฉันก็จะย้ายไปที่พวงมาลัย..”



“........” ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากัน “..นายก็รู้ว่าไม่ได้อยากทำแบบนั้น..”



“.....พอๆกับ..ที่ไม่อยากให้นายถูกทำโทษ”



“........”



“.....ก็ได้…” ผมพึมพำเบาๆ “เราจะกลับกัน…” ผมละริมฝีปากออกมา เอนศีรษะพิงเบาะพลางหันมองเขา กรินเดลวัลด์มองมือตนเองที่พวงมาลัยอยู่สักครู่ก่อนจะสบถอะไรบางอย่างออกมา ไม่นานเขาก็ผละจากตรงนั้นแล้วช้อนท้ายทอยผมเข้าไปจูบอย่างแนบแน่น



อาฟเตอร์นูนทีหรือ..? ช่างมันแล้วกัน




ห้องของเขาอยู่ไม่ไกลจากปราสาทสเตอร์ลิงมากนัก เราจูบกันอย่างดูดดื่มตั้งแต่ประตูห้องยังไม่ปิดดีเลย ไม่รู้ว่าผมหรือเขาที่ใจร้อนกันแน่ กรินเดลวัลด์บอกว่ายังอยากให้ผมไปดื่มชากับคุณพ่อทัน



“....อา...กรินเดล..วัลด์...ช้าๆหน่อย..อ๊ะ”



“..โทษทีอัล...นายก็รู้ว่าเรากำลังรีบ”



ผมกุมแผ่นหลังเขาแน่น ปลายเท้าชี้ขึ้นในยามที่เขาย้ำกายลงมา ผมส่งเสียงครางไม่หยุด นี่มันบ้าชะมัด เขาทำเรื่องพวกนี้ได้เชี่ยวชาญเกินไป ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าเราเป็นรุ่นเดียวกัน



“...นายไม่ได้..อายุสิบเจ็ดใช่ไหม.. อ๊ะ..อา” ผมเงยหน้าปลดปล่อยเสียงร้องของตัวเอง สะโพกเขาทำหน้าที่ได้ดีจนผมกลั้นเสียงครางเอาไว้ไม่ได้



“..เดาว่านั่นคงเป็นอายุนาย..” เขาสัมผัสใบหน้าผมเบาๆแล้วยิ้ม “และนี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่นาย...นอนกับผู้ชาย..”



“...บ้าชิบ...อ๊า...อา..” ผมกัดริมฝีปาก ใช่..เขาพูดถูก ผมเคยนอนกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่อีตัน เราคบกันแค่เดือนเดียวก็เลิกด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเจอคนถูกใจกว่าผม ครั้งแรกจึงมีแต่ความเจ็บปวด ทั้งร่างกายและจิตใจ



ต่างกับครั้งนี้.. ที่อย่างน้อยกรินเดลวัลด์ก็ทำให้เซ็กส์เป็นเรื่องของคนสองคน.. เขาไม่ได้สักแต่ขยับแล้วเสร็จไปคนเดียวเหมือนคนๆนั้น ทุกการเคลื่อนไหวของเขาทำให้ผมแทบเป็นบ้า รู้สึกดีจนไม่อยากให้มันจบลงเลย



“.....อ๊า...กรินเดลวัลด์..อา..”



“...เรียกเกลเลิร์ตสิ”



“...เกล..เลิร์ต..อื้ออ..”



“...พร้อมกันนะ..อัลบัส..”



“...อ๊าาา”



“.......”














“ชาไม่อร่อยหรืออัลบัส”



“......” เสียงของคุณพ่อทำให้ผมหยุดมือที่กำลังคนช้อนวนไปมา เขาคงสังเกตได้ว่าผมไม่ได้ทำอย่างอื่นเลยนอกจากคนชาอย่างเอาเป็นเอาตายมาสักพักหนึ่งแล้ว



เป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ตั้งแต่ครอบครัวผมกลับมาจากสกอตแลนด์ ทำไมกันนะ ลอนดอนในเวลานี้ถึงได้ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย ทั้งที่ตอนแรกผมอยากกลับมาแทบตาย



“...เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกไม่สบาย” ใจจริงผมอยากตอบไปตามตรงว่าผมไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย ไม่ว่าเป็นจะรสชาติอันกลมกล่อมหรือกลิ่นซิตรัสของเอิร์ลเกรย์ที่คุณพ่อชอบนักหนา สิ่งเดียวที่ยังคงชัดอยู่ในใจผม คือความหวานปนขมของสตรอว์เบอร์รี่และกลิ่นฉุนของควันบุหรี่ ที่ตลบอบอวลไปรอบร่างกายของผมกับกรินเดลวัลด์ในวันนั้น



ผมไม่ได้เจอกรินเดลวัลด์อีกเลยหลังจากเรามีเซ็กส์อันแสนวิเศษด้วยกัน การที่ผมต้องวิ่งกลับมาดื่มชากับคุณพ่อให้ทันในวินาทีสุดท้าย ทำให้เราไม่มีเวลาแม้กระทั่งแลกเบอร์โทรศัพท์หรือถ่ายรูป ให้มันได้อย่างงี้สิอัลบัส.. อย่าบอกนะว่านาย..



“ช่วยเอาหน้าเหมือนลิงอกหักของนายออกไปได้ไหมอัลบัส ฉันกินขนมไม่อร่อย” อาเบอร์ฟอร์ธว่าพลางตักสโคนเข้าปาก ถึงจะไม่ถูกกันอย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาเบอร์ฟอร์ธเป็นคนเดียวที่เดาออกว่าผมกำลังรู้สึกแบบไหน และหมอนั่นกำลังเปิดทางให้ผมออกไปจากที่นี่



“ถ้างั้น...ผมขอตัวไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยนะครับ” ผมคว้ากระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากบ้านไป ท่ามกลางความงุนงงของคุณพ่อและแอริอานา แต่ผมเชื่อว่าน้องชายของผมคงไหลไปต่อได้สบายอยู่แล้ว เรื่องแต่งนิยายน่ะไว้ใจอาเบอร์ฟอร์ธเถอะ




ผมนั่งแท็กซี่ออกมายี่สิบกว่าบล็อก อยู่ๆก็หิวขึ้นมาเฉยๆ เลยต้องให้เขาจอดแล้วเดินหาร้านอาหารตามถนนแถวนั้น ทว่ามันกลับมีแต่คาเฟ่เต็มไปหมด รู้งี้กินสโคนรองท้องมาสักชิ้นก็ยังดี



มีร้านเค้กร้านหนึ่ง เมนูประจำวันนี้คือสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก อืม.. สตรอว์เบอร์รี่อีกแล้ว เอาวะร้านนี้แหละ ขี้เกียจเดินแล้ว



ผมสั่งสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก เพิ่มสตรอว์เบอร์รี่สด แล้วก็วิปครีมพิเศษอีกหนึ่งถ้วย อะไรกันอัลบัส จะกินของพวกนี้ให้หายคิดถึงหมอนั่นหรือยังไง ประสาทแล้ว



“...ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ..?”



“........” ผมเงียบ ตั้งสติอยู่สักครู่แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงอันคุ้นหู นี่มันวันแห่งการระลึกความหลังหรือไง “..มีธุระอะไรกับผมหรือครับ.. พี่เกรฟ



“พูดจาห่างเหินจัง อัลบัส” เพอร์ซิวาลเกรฟถือวิสาสะนั่งลงฝั่งตรงข้าม ก็แล้วทำไมผมต้องมาเจอแฟนเก่าในอารมณ์แบบนี้ด้วยเนี่ย



“ก็ห่างกันจริงๆไม่ใช่หรือครับ” หน้าผมมุ่ยอย่างเห็นได้ชัด “..ถ้าพี่ยังจำได้”



“นั่นพี่ก็แค่หลงผิดไปเท่านั้นเอง” เขาวางมือลงบนหลังมือผม นี่จะมาไม้ไหน จะขอคืนดีงั้นหรือ..?



“พูดตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยหรือครับ” ผมพยายามบิดข้อมือออก แต่เขากลับบีบแน่นกว่าเดิม



“อย่าเย็นชานักสิอัลบัส.. พี่รู้นะว่าเรายังรักพี่อยู่”



“ผม..ก็แค่เคยครับ” ผมปฏิเสธอย่างไม่ไยดี “ปล่อย”



“ไม่”



“ปล่อยสิเว้ย !”



“ไปคุยกันที่อื่นอัลบัส” เขาพยายามฉุดกระชากผมออกจากโต๊ะ แน่นอนผมขัดขืนสุดชีวิต คนเริ่มมองมาที่โต๊ะเรามากขึ้น แต่ไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วยเลย !



ผมควรทำยังไงดี จะมีเรื่องก็กลัวมีปัญหาถึงคุณพ่อ จะทำยังไงดี..



“คุณลูกค้า ห้องน้ำว่างแล้วนะครับ” บริกรคนหนึ่งเดินมาขัดจังหวะการฉุดกระชากที่กำลังอีรุงตุงนัง ผมจำไม่เห็นได้ว่าเคยบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำ แต่พอเงยหน้าขึ้นไปเท่านั้นแหละผมก็แทบช็อค นี่มันเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์!!



“อ.. โอ้ จริงสินะ กำลังรออยู่พอดีเลย” ผมเล่นตามน้ำ อาศัยสถานการณ์นี้บิดข้อมือหลุดได้อย่างแนบเนียน “..เดี๋ยวผมมานะครับพี่เกรฟ อย่าเพิ่งไปไหนเสียล่ะ” ผมยิ้มหวานให้เขา



“....เอ่อ… โอเคอัลบัส” เพอร์ซิวาลเกรฟยอมปล่อยผมไปเข้าห้องน้ำอย่างงงๆ ผมเดินตามกรินเดลวัลด์ไปด้านหลังร้าน มีจักรยานยุคไดโนเสาร์คันหนึ่งจอดอยู่



“อย่าบอกนะว่าต้องนั่งเจ้านี่” ผมมองกรินเดลวัลด์ที่กำลังคร่อมจักรยาน



“ดีที่สุดที่มีตอนนี้แล้ว จะไปหรือไม่ไปล่ะ?” เขาตอบ ผมไม่พูดอะไรอีกนอกจากก้าวขาไปคร่อมเบาะซ้อนท้าย กรินเดลวัลด์ออกแรงถีบจักรยานรุ่นคุณยายออกไปอย่างทุลักทุเล มันส่ายจนผมต้องเกาะเอวหมอนั่นไว้แน่น ไม่งั้นคงได้หงายหลังหัวฟาดพื้นตายก่อน



“...ไง ถูกแฟนเก่ารังควานหรือ.. อัลบัส เพอร์ซิวาล วูลฟริก ไบรอัน ดัมเบิลดอร์” น้ำเสียงเขามีความกวนประสาทไม่ต่างจากเมื่อตอนนั้นเลย ผมจินตนาการหน้าเขาออกได้โดยไม่ต้องชะโงกไปมองด้วยซ้ำ



“...ใครเคยบอกฉันนะว่าไม่ได้พกกระดาษมาจดชื่อ..” ผมประชด อันที่จริง ผมไม่คิดว่าเขาจะจำได้เลยด้วยซ้ำ เพราะผมบอกเขาไปแค่ครั้งเดียว ขนาดเพื่อนในกลุ่มยังไม่มีใครบอกถูกเลยสักคน



“..ก็นะ.. มันเป็นส่วนหนึ่งของฤดูร้อนที่ลืมไม่ลงนี่นา” เขาว่า ส่วนผมเงียบ หมอนี่มีความคิดที่จะจำด้วยหรือ เรื่องพวกนั้น..



“...แล้วทำไม” ผมเผลอกระชับมือที่เกาะเอวเขาแน่นขึ้น ก่อนจะเอนหน้าผากพิงแผ่นหลังกว้างนั้น “..ทำไมหลังจากวันนั้น นายไม่มาหาฉันเลยล่ะ….”



“.......”



“...เชื่อเถอะว่าฉันอยากมา” เขาพึมพำ “..หลังจากไปส่งนายไม่นาน ฉันก็ได้รับข่าวว่าคุณยายเสียชีวิต ก็เลยต้องรีบกลับมาที่ลอนดอนโดยไม่มีโอกาสได้ไปลานาย… ขอโทษนะ…”



“......” ผมเงียบ พลางใช้เรียวแขนยกขึ้นกอดเขาไว้แทน “...ฉันเสียใจด้วย เรื่องคุณยายของนาย”



“..ท่านไปอยู่ในอ้อมกอดของพระเจ้าแล้วล่ะ” เขายกมือขึ้นมากุมมือผมไว้ “...ขอบคุณนะอัลบัส..”



“.......” ผมเม้มปากน้อยๆ “..ด้วยความ...ยินดี”





เราสองคนคุยกันมาเรื่อยๆในระหว่างทางที่ปั่นจักรยาน ในที่สุดผมได้รู้ว่าเขาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสองของอ็อกส์ฟอร์ด และทำงานพิเศษที่คาเฟ่ร้านนั้น ไม่รู้จะเรียกบังเอิญหรืออะไรดี อ็อกส์ฟอร์ดเป็นที่ๆผมถูกบังคับให้สอบเข้าพอดีเลย จากที่ไม่คิดจะตั้งใจเท่าไหร่ จากนี้คงต้องพยายามสอบให้ติดให้ได้แล้วล่ะ




“แวะที่นี่กันหน่อยนะ”



กรินเดลวัลด์เลี้ยวรถเข้าไปยังสวนสาธารณะ เขาจอดจักรยานไว้ข้างต้นไม้ต้นใหญ่แล้วจึงเดินไปนั่งตรงโคนต้น ผมเดินตามไปนั่งข้างๆ พระอาทิตย์กำลังใกล้จะตกดินพอดี



“...อัลบัส.. ถามอะไรหน่อย” เขาพึมพำเบาๆ พลางหันหน้ามาทางผม



“..ถามมาสิ” ผมตอบยิ้มๆ



“...ตอนนี้…” เขาดูลังเลไปนิดหน่อย “..คือว่า ..นายมีคนที่ชอบอยู่..หรือเปล่า..”



“......” ผมเงียบ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าเขากำลังหน้าแดง “...นายจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ..” ผมถามกลับบ้าง



“...ก็…” เขายกนิ้วขึ้นมาเกาแก้ม “คิดว่า..ถ้าฤดูร้อนมันจบแค่ที่สก็อตแลนด์.. ก็คงจะน่าเสียดาย”



อ้อมไปโน่นเลยกรินเดลวัลด์..



“...ก็คือ..” ผมเลิกคิ้ว “ถ้าฉันยังไม่มีคนที่ชอบ..นายจะสานต่อความสัมพันธ์กับฉัน..อะไรแบบนั้น?”



“...ก็ถ้านายไม่ว่าอะไร” เขาคลี่ยิ้ม พลางประคองใบหน้าผมขึ้นมา



“...แต่ฉันมีคนที่ชอบแล้วนะ…” ผมสบตากับเขา



“...อืม..” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย “...ใครกันล่ะ”



“...ก็คนที่…” ผมค่อยๆหรี่ตาลง “..ทำเสียงดังโหวกเหวกข้างห้องฉันวันนั้นไง..”



“...ฮึ..”



เขาไม่พูดอะไรต่ออีกนอกจากจรดริมฝีปากลงมาบนริมฝีปากของผม เป็นจุมพิตที่หอมหวานและละมุนละไมที่สุดที่ผมเคยมี แม้จะไม่มีรสของสตรอว์เบอร์รี่และกลิ่นฉุนของควันบุหรี่แล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นยังคงเป็นรสชาติที่ทำให้ผมนึกถึงเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม



Strawberries and Cigarettes, Always taste like you




The End




Talk : สวัสดีค่า กางเกงเอวสูงของอิพี่ ค่ะ ยาวมากกกกกกกับฟิคเรื่องนี้ 55555 แต่สนุกมากที่ได้เขียนค่ะ ด้วยความกาว GGAD ล้วน55555



ที่มาของฟิคเรื่องนี้คือเรานั่งฟังเพลง Strawberries and Cigarettes ของน้อง Troye Sivan แล้วภาพในหัวก็มาเป็นฉากๆเลยค่ะ 5555 กาวไปกาวมาจนออกมาเป็นฟิคเรื่องนี้ หวังว่าเพื่อนๆนักอ่านจะชอบไม่มากก็น้อยนะคะ



สำหรับท่านไหนที่อ่านแล้ว รบกวนคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ริคุหน่อยน้า จะติหรือชมก็ได้ค่ะ ริคุจะพยายามสร้างสรรค์ผลงานออกมาอีกเรื่อยๆนะคะ รักคนอ่านทุกท่านเลยค่า ♥️


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ กางเกงเอวสูงของอิพี่ จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

20 ความคิดเห็น

  1. #20 CHECK224 (@Pear224) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 13:15
    อยากจิกรี๊ดดดด
    #20
    0
  2. #19 BBB
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 13:35

    คือดียยยยยยยย คือฟิคที่กาวกำลังดีอย่างที่ต้องการมากเลยค่าาาาาาาา ฟินนนนนนนนนน

    ขอบคุณนะคะะะะ

    รออ่านอยู่เรื่อยๆน้าาาาาา

    #19
    0
  3. #18 weeping willow
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 16:37

    รุ่นพี่เกลเห็นแบบนี้แต่ก็มีมุมเขินด้วยนะเนี่ย อ่านแล้วเขินตามเลยค่ะ แง น้องอัลก็คือเครื่องติดไวมาก เจอปุ๊บไปกับเขาเลยยย ทั้งน่ารักและกร๊าวไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ชอบนะคะะะ

    #18
    0
  4. วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 16:36
    กร๊าวววมากไม่ไหวแล้ววละลายมาก
    #17
    0
  5. #16 Raypan
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 02:31

    โอ้ยยย ฟิคนี้กร๊าวววใจเหลือเกินค่ะอยากอ่านอีกเรื่อยๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ชอบฟิคนี้มากเลย //////// มันทรมานใจอะไรอย่างนี้ แถมเป็นเพลงโปรดด้วยฟังวนๆไปเลยค่ะ ,,, ดีงามเหลือเกินอยากอ่านอีก โอ้ยยยยใจหนู มันเผ็ชมาก จะคอยติดตามเรื่อยๆนะคะ แง ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านค่ะเรือลอยได้เองไม่ต้องพายอีกต่อไปฟฟฟฟ ????♥️✨

    #16
    0
  6. #15 Thani
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 17:43

    เขิน น่ารักมากกกก กริ๊ด น่ารักกลมกล่อม ชอบเรื่องนี้มากๆเลย ขอบคุณนะคะ

    #15
    0
  7. วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:31

    อ๊ากกกก ป๋าทั้งสอง

    เขิน
    #14
    0
  8. วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 00:37

    ฮอลลลลลล ภาษาก็ดี กลมกล่อม อร่อยมากค่ะ ฮือออออ เนื้อเรื่องก็กู๊ดดึมากๆ โอ๊ยชอบไปหมดเลย เพิ่งเคยมาอ่านของไรท์เรื่องแรก สงสัยต้องตามเรื่องอื่นๆด้วยแล้วแบบนี้ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ❤️??‘?????

    #13
    0
  9. #12 ชิว
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 09:39

    ใจเรา กรี๊ดดด ฮืออ มันดีย์เหลือเกินนน


    #12
    0
  10. วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 22:13
    ฮืออ กุมใจ ชอบมากเลยค้า///
    #11
    0
  11. #10 Thipnan Bow (@bow_1351) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 21:58

    ฮื่ออออออ มันดีย์มากกกกก อารมเนิบๆแต่เร็ว งงมั้ย55555 สนุกมากเรื่องนี้ ชอบค่ะ><
    #10
    0
  12. #9 Ben192 (@Ben192) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:49

    อะเฮือก//กุมใจ คือมันดีย์มากเลยอ่ะค่ะ
    #9
    0
  13. วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 15:53

    ชอบมากเลยค่ะ บรรยายบรรยากาศในเรื่องได้เห็นภาพชัด รู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่นั่นๆ เลยค่ะ ภาษาดีมาก เนื้อเรื่องก็น่ารัก ทุกอย่างสมูทมากเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ

    #8
    0
  14. วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 00:06
    ดีมากกก น่ารักกกกกกก ชอบฉากในรถ
    #7
    0
  15. #6 Iiiiii
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 21:39

    อ่านแล้วชอบมาก ฉากเรทมานิดเดียวแต่อ่านแล้วรู้สึกร้อนแรง ไม่เคยอ่านอัลบัสคาแล็กเตอร์แบบนี้ อ่านเรื่องอื่นจะเรียบอ่อนหวานน่ารัก ชอบพล็อตเรื่อง

    #6
    0
  16. #5 Junezchan
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 21:33

    จะบอกว่าอันนี้จักกะจี้กิ้วก๊าวก่าGGAD เรื่องแรกอีกทั้งๆที่มีความ insta love ยิ่งพอตอนขอเป็นแฟนนี่ยิ้มไม่หุบเลยก่ะะะะะ

    #5
    0
  17. วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 19:49

    กร๊าวใจสุดๆค่า

    #4
    0
  18. #3 kkkk
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 19:05

    ชอบบบบบบบบ <3

    เป็นหน้าร้อนที่ โซ แดม ฮ็อท จริงๆค่ะ ///////


    ในขณะที่เกลอัลกำลังสวีทกัน แต่คุณเกรฟก็ถูกเบลอไปแล้ว วงวารเล็กๆนะคะ55555

    //จากนั้น ค.เกรฟก็พบรักกับญาติอีกคนของอัลบั------


    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ ????

    #3
    0
  19. วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 14:17

    ชอบบบบบบ อิเกรฟแห้วไปเหอะนะ ตัวจริงเขามาทวงคนของเขาคืนเเล้ววววว

    #2
    0
  20. วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 11:17

    โอ๊ยยย มันใดต่อจี ดีต่อใจ

    เป็็นความเร้าร้อนที่ละมุนณีแบบอธิบายไม่ถูกเลย

    ต่อจากนี้ทุกวันของคุณอัลกะคุณเกลคงเป็นฤดูร้อน (สำหรับประเทศไทยทุกวันก็เป็นฤดูร้อน---)


    ชอบภาษานะคะ ค่อนข้างกระชับดี ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ


    #1
    0