ตอนที่ 3 : What am I ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 58

 

 

ฉันคืออะไรงั้นเหรอ...

คุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจไม่ใช่รึไง...

นึกให้ออกสิ... นึกให้ออก...

ตัวตนของฉัน คุณน่ะรู้จักดีอยู่แล้ว...

เพียงแต่คุณเลี่ยงที่จะไม่จดจำก็เท่านั้น...

นึกออกมั้ย...

อะไรกัน... นึกไม่ออกจริงๆงั้นเหรอ...

ไม่เป็นไร... ค่อยๆคิดไปหลังจากนี้...

มาฟังนิทานก่อนนอนระลึกย้อนความหลังกันก่อนดีกว่า...

เผื่อว่านิทานที่เล่าขานในราตรีนี้จะช่วยทำให้คุณจำฉันได้...

ฉันคืออะไร... ฉันคืออะไรกัน...

 

          ลมหายใจหอบถี่สูดเอาอากาศรอบข้างเข้าไปในปอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างบ้าคลั่งจนรู้สึกแสบแน่นในช่วงอก ช่วงขายาวที่ล้มลุกคลุกคลานพยายามก้าววิ่งต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย ใบหน้าท่วมเหงื่อที่หันรีหันขวางตลอดเวลาก็ปรากฏสีหน้าไม่สู้ดีนัก จึงไม่แปลกที่ดวงตาทั้งคู่จะพลอยสั่นระริกตามกันไปด้วย

เส้นทางที่ลากยาวไปสู่ความมืดมิดอันน่าพรั่นพรึงดูท่าจะไม่สิ้นสุดลงง่ายๆในค่ำคืนที่แสนตื่นตาตื่นใจนี้ เจ้าของรอยยิ้มภายใต้เงามืดที่แสงส่องไปไม่ถึงแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ราวกับราชสีห์ที่ต้อนเหยื่อให้จนมุมเพียงใช้เขี้ยวเล็บที่มีตะปบลงบนจุดตายแผ่วเบา

ร่างสูงหายใจหอบจนตัวโยน ช่วงท้องจุกเกร็ง ขาทั้งสองอ่อนล้าจนแทบจะก้าวต่อไปไม่ไหว วิ่งมาได้สักพัก ร่างทั้งร่างก็ล้มพับลงกับพื้นถนนเบื้องล่างในถนนเปลี่ยวสายหนึ่งในยามค่ำคืน

ไม่ไกลกันจากตรงที่ๆเขาล้มลง ก็แว่วเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... เรื่อยๆ... ผู้ที่ถูกไล่ต้อนแสดงท่าทีหวาดกลัวยิ่งกว่าเก่า เมื่อรับรู้ได้ถึงถ้อยคำกระซิบบางเบาจากยมทูตที่ข้างหู

ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาแล้ว...

ร่างบางที่แฝงตัวในความมืดแสดงตนออกมาสู่สายตาอีกฝ่ายภายใต้แสงสลัวจากหลอดไฟริมทางที่ติดๆดับๆเพราะผ่านการใช้นานมานานพอสมควร

แม้ร่างกายนั้นจะบอบบางกว่าคนที่ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างเทียบไม่ติด แต่ทว่าเงาเบื้องหลังกลับผิดแผกแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ราวกับว่ายมทูตที่ถือเคียวใหญ่โตแฝงสถิตอยู่กับเด็กสาวคนนั้น

ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีปากนิดจมูกหน่อยตามสไตล์เด็กผู้หญิงมัธยมปลายหน้าตาน่ารักกลับไม่ได้น่ามองในสายตาของชายหนุ่มที่ลนลานหนีหัวซุกหัวซุนมาเลยสักนิด เพราะรอยยิ้มที่ดูไม่เข้ากับตัวเธอ

ริมฝีปากบางค่อยๆฉีกโค้งเป็นรอยแสยะ คล้ายซาตานที่เห็นดวงวิญญาณหอมหวานวนเวียนอยู่ตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน

มือเล็กข้างขวากระชับสิ่งที่ถืออยู่มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แน่น เธอยกมันขึ้นมาแนบข้างใบหน้าขาวเนียนและลูบไล้มันด้วยมืออีกข้างด้วยความเอ็นดูเหมือนกับของรัก

มีดขนาดย่อมหนึ่งเล่มที่ตัวด้ามถูกแกะสลักงดงามตามสไตล์ตะวันตก คมสีเงินทอประกายวาววับหยอกล้อกับแสงน้อยนิดที่มีได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

สำหรับเธอแล้ว มันช่างงดงามเช่นดวงดาราพร่างพรายบนท้องฟ้าเวลานี้จริงๆ...

คนดิ้นรนหมดหนทาง ร่างกายที่เหนื่อยอ่อนเกินทนไม่เหลือเรี่ยวแรงพอที่จะหนีอีกต่อไปแล้ว เขายังนั่งอยู่บนพื้น และพยายามเค้นกำลังทั้งหมดกระเทิบถอยหลังหนี ทั้งๆที่สองเท้านั้นกำลังใกล้เข้ามา จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอีกคนในที่สุด

ธะ... เธอเป็นใครเสียงทุ้มส่งเสียงถามจนแทบจะเป็นตะโกน หากแต่ว่าเสียงที่ถูกเปล่งออกมานั้นกลับสั่นเครือด้วยความกลัวอย่างไม่ปิดบัง

คนถูกถามหัวเราะหึๆในลำคอ นั่นสิ ฉันเป็นใครกันนะก่อนจะเล่นลิ้นถามกลับด้วยอารมณ์ขัน

แต่ชายหนุ่มไม่ขำด้วย เขารู้สึกได้ถึงหยดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดขึ้นใบหน้าเพราะความหวาดหวั่นในจิตใจ ทำไม... เพราะอะไร... เด็กสาวตรงหน้าเขาที่ไม่เคยแม้แต่รู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อนต้องจ้องเอาชีวิตเขาขนาดนี้ด้วย คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ภายในใจเขาไม่จบสิ้น

มนุษย์เป็นสิ่งโง่เขลา... ที่ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆเพื่อรอความตายจู่ๆเสียงใสก็เปรยบางอย่างขึ้นมาลอยๆ

เป็นบ้าอะไรของเธอ!ชายหนุ่มตะคอก ส่งสายตามองเธอที่ดูเหมือนจะเสียสติ

แต่ดวงตากลมโตนั้นกลับตวัดมองด้วยแววตาแข็งกร้าว ราวกับล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังนึกคิดตัดสินว่าตัวเธอเป็นเช่นไร

ฉันไม่ได้บ้า

แล้วเธอมายุ่งกับฉันทำไม

เด็กสาวแกล้งทำตาโตคล้ายจะล้อเลียนกับคำถามสิ้นคิด ฉันจะมอบความตายให้กับคุณไง

คำตอบที่ถูกส่งผ่านน้ำเสียงราบเรียบทำให้คนฟังถึงกับเสียวสันหลังวูบเพราะความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้

มะ... มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องฆ่าฉัน

ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นไหล่มนยักขึ้นขณะตอบ งานอดิเรกของฉันคือการกำจัดสิ่งที่มีชีวิตที่น่ารังเกียจให้หมดไปเด็กสาวไขข้อข้องใจอย่างไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่เธอตั้งใจจะทำหลังจากนี้

บ้ารึเปล่า!

ไม่บ้าหรอกค่ะ

ฉันไม่เคยทำอะไรให้เธอเลยนะ

ใช่ คุณไม่เคยทำอะไรให้ฉันเธอพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แต่ฉันไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่พวกมนุษย์โง่เง่าจ้องแต่จะเอาเปรียบโลกใบนี้ คิดว่าตัวเองสามารถกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทั้งๆที่มันไม่ใช่เลยทุกถ้อยคำหยุดลง ถูกแทนที่ด้วยลมหายใจเบาๆที่ผ่อนปรนออกมาอย่างปลงปลด แต่มีอยู่สิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่อาจจะคาดการณ์ได้นัยน์ตาสีดำสนิทเช่นรอบข้างฉายแวววิบวับไปมาด้วยความตื่นเต้น ความตาย... ยังไงล่ะคะ

แล้วเธอไม่ใช่มนุษย์รึไงเล่า!

เด็กสาวคลี่ยิ้มพรายกับเสียงดังที่ตวาดก้อง ค่ะ ฉันไม่ใช่มนุษย์

แล้วเธอเป็นอะไร

นั่นสิ เป็นอะไรกันนะ เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้คนที่ไม่อาจจะขยับได้อีกต่อไปเพราะเรี่ยวแรงหายไปจนหมดสิ้น

อย่า... อย่าทำฉันเลยคำด่าทอแปรเปลี่ยนเป็นคำอ้อนวอนอันแสนสมเพชในเวลานี้

คุณโชคร้ายเองที่บังเอิญผ่านมาในคืนที่ฉันไม่มีอะไรทำเธอบอก พลางยกมีดเล่มเดิมขึ้นไล้ข้างแก้มชายหนุ่มไปมา

สัมผัสเย็นเฉียบทำให้เขากลืนก้อนน้ำลายเหนียวลงคอแห้งผากอย่างยากลำบาก

และทุกครั้งที่ไม่มีอะไรทำ ฉันก็มักจะหันหน้าเข้าหางานอดิเรกของตัวเองซะด้วยสิ หึๆ ปลายของมีคมเลื่อนมาจ่อตรงจุดตายบริเวณลำคอ หากเพียงขยับหรือขัดขืนแม้เล็กน้อย ปลายมีดนี้อาจจะเสียบทะลุเข้าไปในร่างกายก็เป็นได้

เด็กสาวกดร่างชายหนุ่มให้นอนลงอย่างว่าง่ายด้วยมีดเล่มเดียวก่อนจะคร่อมตัวอยู่เหนือเขา

ยะ... อย่า...

มนุษย์คิดว่าตัวเองสามารถกำหนดทุกอย่างได้ไม่ใช่รึไง งั้นลองกำหนดให้ตัวเองพ้นจากความตายนี่ให้ดูหน่อยสิเธอยิ้มท้าทายคนที่ไม่อาจขยับเขยื้อน ร่างสูงสั่นระริกทั้งที่อากาศรอบข้างไม่ได้มีความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย

มนุษย์ที่น่าเวทนาทั้งหลาย... รับรู้ไว้ซะด้วย ว่าพวกแกไม่สามารถกำหนดสิ่งใดในโลกนี้ได้เลยสักอย่างอีกครั้งที่เธอกล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอย ฟังดูคล้ายกับบทสวดส่งวิญญาณที่เธอจะทำการกระชากมันออกจากร่างและส่งไปยังปรโลกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เพื่อเป็นการปลอบประโลมพวกแกจากความผิดบาปเหล่านั้น ฉันจะเป็นคนกำหนดความตายให้แก่พวกแกเอง

หยดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวรินไหลลงมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

ขอบคุณฉันซะ ขอบคุณฉันที่ทำให้พวกแกได้รับรู้ความจริงที่ว่า พวกแกนั้นไม่อาจกำหนดอะไรได้เลย จวบจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายในชีวิตอันแสนสมเพชของพวกแกก็ตาม นัยน์ตารื้นน้ำใสเบิกโพลงกว้าง ทุกเสียงถูกกลืนหายกลับเข้าไปในลำคอ ร่างทั้งร่างหนักอึ้งเกินกว่าจะขยับพ้น

มือข้างขวาเงื้อมีดในมือขึ้นสูง สายตาจับจ้องจุดที่เล็งเอาไว้ก่อนหน้า ข้างริมฝีปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งความยินดี

คมมีดสีเงินมันวาวปักลงบนคอ เสียบทะลุหลอดลมอย่างรวดเร็วจนมิดด้าม ทันทีที่เธอถอนมันออกมาผ่านชั้นผิวหนัง ของเหลวสีแดงฉานก็พุ่งพรวดสวนออกมาราวน้ำพุสีชาด กระเซ็นเปรอะใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ไม่ถอดสี ร่างกายทางด้านล่างกระตุกชักสองสามที ก่อนเธอจะทิ่มแทงมันลงไปซ้ำๆตรงที่เดิม ขณะที่หยาดโลหิตหลั่งรินลงสู่เบื้องล่างย้อมบริเวณนั้นให้กลายเป็นวงล้อสีแดงขนาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นคาวชวนสะอิดสะเอียนเข้ามาแตะปลายจมูก

จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายมอดดับลง...

ร่างบางหยัดยืนขึ้น หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากระโปรงออกมาเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นมาติดบนใบหน้าและบริเวณคมมีดจนสะอาดหมดจด ก่อนจะเก็บมันและอาวุธสังหารลงในกระเป๋ากระโปรง

เธอปรายตามองร่างไร้วิญญาณแทบเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ฉันคืออะไรงั้นเหรอเสียงใสย้อนถามความเงียบงันนั้น

เนิ่นนานกว่าที่คำตอบจะถูกบอกกล่าวจากใครสักคน

ใบหน้าขาวเนียนที่ถูกแต้มด้วยรอยจางๆจากหยดเลือดแหงนเงยขึ้นมองท้องฟ้าดำสนิท ดวงตาสีเดียวกันถูกบดบังด้วยแพรขนตาที่พริ้มหลับลงครู่หนึ่ง และเป็นอีกครั้งที่ริมฝีปากบางนั้นเหยียดออกเป็นรอยแสยะที่น่าพรั่นพรึง

ฉันคือ... ความตาย ยังไงล่ะ

คำตอบแผ่วเบากล่าวขาน พร้อมกับร่างบางที่หันหลังให้กับทุกสิ่งและจากไปพร้อมกับความมืดมิดไร้จุดสิ้นสุดรอบข้าง

 

นิทานกล่อมนอนในค่ำคืนนี้จบลงแล้ว...

ทีนี้นึกออกรึยังล่ะว่าฉันคืออะไร...

ถ้ารู้แล้วก็ช่วยบอกฉันที...

ใช่... ถูกต้อง...

คุณเข้าใจถูกแล้ว...

ฉันคือ... ความตาย...

ความตาย... ของคุณ...

 

 

 

0 ความคิดเห็น