ตอนที่ 2 : Once up on a time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 58

 

 

กาลครั้งหนึ่ง...

ยังมีหญิงสาวสามัญชนธรรมดา

ธรรมดาเฉกเช่นปุถุชนคนอื่นๆ

 

ทว่า...

ในความธรรมดานั้น ได้ซุกซ่อนเรื่องราวอันแสนวิเศษเอาไว้

 

เธอ... เป็นคนรักของเจ้าชาย

เจ้าชายผู้สูงส่ง...

ที่คนธรรมดาอย่างเธอมิอาจเอื้อมมือไปถึง

แต่ความเป็นจริงในวันนี้...

ทั้งคู่ครองรักกันมานานพอสมอควร

 

เย็นย่ำยามสนธยา...

ยังมีสองร่างนั่งอยู่เคียงคู่ใต้ร่มไม้ที่ทอดยาวลงมาบนผืนหญ้าสีเขียวเบื้องล่าง

แผ่นฟ้าอัสดงเวลานี้ ถูกย้อมไปด้วยแสงสีส้มอ่อนรำไรฉายแสงสลับไล่สีพลัดกับกลุ่มเมฆขาว

สายลมอ่อนโชยโบกพัด...

หญิงสาวลอบเหลือบตามองใบหน้าของคนข้างๆที่ไม่ปรากฏสีหน้าใด

จ้องมองอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน...

เนิ่นนานเสียจนคนที่ถูกมองผินหน้ามาส่งยิ้มบางให้แก่เธอ

 

เจ้าชายแกล้งถาม...

หญิงสาวแอบมองเขาอยู่งั้นเหรอ

เธอยิ้มตอบ...

ใช่ เธอกำลังแอบมองเขาอยู่จริงๆ

 

เจ้าชายเพียงหัวเราะ พลางลูบเบาๆบนศรีษะหญิงคนรัก

เธอไม่จำเป็นจะต้องแอบมองเขา เพราะเขาไม่ได้เป็นคนอื่นคนไกลเช่นแต่ก่อน

ตอนนี้เขาและเธอ... คือคนรักกัน

 

หญิงสาวคลี่ยิ้มตอบอย่างเต็มตื้นหัวใจ

สำหรับเธอแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่... เจ้าชายก็อยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมไปถึงเสมอ

เธอบอกไปตามที่ใจคิด

 

สองมือใหญ่ประคองไหล่แบบบางให้เธอหันมาสบตากับตน

เขาที่รักเธออยู่ตอนนี้ไม่ใช่เจ้าชาย...

เขาที่รักเธออยู่ตอนนี้คือผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น...

 

 

ได้ยินเช่นนั้น

หนึ่งหยดน้ำใสแห่งความตื้นตันก็ไหลรินลงจากดวงตาคู่งาม

หลั่งรินลงพร้อมรอยยิ้มที่ไม่จางหาย

 

อีกครั้งที่มืออุ่นข้างเดิมซับคราบน้ำตาออกจากแก้มขาวอย่างเบามือ

และคำสัญญาที่ว่า...

เขาจะอยู่เคียงข้างเธอในฐานะของผู้ชายคนหนึ่ง

ตลอดไป...

 

วันเวลาผ่านพ้น

สายสัมพันธ์เส้นบางยังคงเชื่อมโยงระหว่างทั้งคู่เอาไว้เช่นในวันเก่า

 

ในวันนี้... มือเล็กข้างที่เคยกอบกุมไว้

เจ้าชายนั้นประคองไม่ปล่อย

ราวกับว่า ถ้าปล่อยมือของเธอไป เขาอาจจะไม่ได้จับมือข้างนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

หญิงสาวที่เห็นท่าทีที่ผิดแปลกไปของชายคนรักกล่าวถาม

ว่าทำไมสีหน้าที่มีแต่รอยยิ้มหม่นหมองลงถึงเพียงนี้

เขามีเรื่องอะไรไม่สบายใจงั้นหรือ

 

 

ข้างริมฝีปากของคนถูกถามปริยิ้มเล็กน้อย...

พลางส่ายหน้าตอบเธอว่าไม่เป็นไร

 

ทั้งคู่เงียบลง...

ปล่อยให้ความเงียบงันเข้าแทรกกลางระหว่างช่องว่างอันน้อยนิดที่มี

 

จนกระทั่งเจ้าชายเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน...

เขาที่นั่งอยู่ตรงนี้รักเธอในฐานะของผู้ชายธรรมดาที่มีรักแก่หญิงที่ตนอยากจะดูแล

แต่อีกด้านของแง่มุมนั้น เขาคือ... เจ้าชาย

เจ้าชายที่จะต้องขึ้นครองราชย์ ปกครองประเทศในอนาคต...

นั่นคือความจริงที่ไม่อาจหลบหนี

 

เธอรับฟังเขาที่บอกกล่าวอยู่เงียบๆด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกนึกคิดใดๆ

 

เขารักเธอ...

เขารักประเทศนี้...

ประเทศที่มีเธอผู้เป็นที่รักของเขา...

 

 

นิ้วเรียวของหญิงสาวแนบลงบนริมฝีปากของเจ้าชาย...

เหมือนต้องการจะบอกว่า อย่าได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมามากมายกว่านี้

สิ่งที่เขาต้องการจะพูดต่อ... เธอรู้ดี

รู้ดีมาตลอด...

เพราะมันคือความจริงที่เธอทำใจยอมรับได้ตั้งแต่ตอนแรกที่พบกัน

ว่าสักวันหนึ่ง... ดวงดาวคงต้องกลับไปอยู่บนฟากฟ้า

และดาวดวงนี้คงจะฉายแสงให้เพียงเธอไม่ได้

 

หญิงสาวคลี่ยิ้มเบาบาง... จนราวกับจะจางหายไปในบรรยากาศ

มือเล็กอีกข้างกุมมือชายคนรักที่โอบอุ้มมือตนไว้

เธอบอกเขา... อย่าได้ลังเลใจหากต้องกลับไปเดินในเส้นทางที่ควรจะเดินตั้งแต่ต้น

เธอที่อยู่ตรงนี้สามารถยืนหยัดอยู่ได้หากไม่มีเขา

เพราะก่อนหน้านี้ก็มีชีวิตแค่เพียงลำพัง

ส่วนความรักที่เขามีให้เธอ... นั่นคือของขวัญชิ้นพิเศษที่สวรรค์ประทานให้

แต่มันคงจะเป็นของขวัญที่ใหญ่โตไปสักเล็กน้อย

เพราะฉะนั้น เธอจึงไม่สามารถถือเอาไว้ได้นานไปกว่านี้

 

เจ้าชายจับจ้องดวงตาคู่งามที่รื้นไปด้วยม่านน้ำใสด้วยหัวใจที่ปวดร้าวไม่ต่างจากเธอ

 

เธอรักเขา...

มากกว่าใครๆที่เคยผ่านมา

เขารักเธอ...

มากกว่าชีวิตที่มีอยู่นี้

สำหรับเส้นขนาน... คงไม่มีวันบรรจบกันได้

เขา... คือเจ้าชายที่อยู่ไกลเกินกว่าที่มือเล็กไร้กำลังจะเอื้อมไขว่คว้ามาไว้ครอบครอง

เธอ... คือหญิงสามัญชนที่ไม่คู่ควรกับผู้สูงศักดิ์

 

เจ้าชายขอโทษ... ที่โชคชะตาลิขิตเขามาให้อยู่ในที่ๆห่างไกลจากเธอ

หญิงสาวส่ายหน้า... เธอเองต่างหากที่ต้อยต่ำเกินไป

 

ขอบคุณเจ้าชาย... ที่ลดตัวลงมาอยู่เคียงข้างเธอในช่วงเวลาหนึ่ง

ขอบคุณสำหรับหัวใจที่มีเพียงเธอ

 

วันนี้...

ความฝันที่เคยวาดหวังว่าจะมีบทสรุปอันแสนสุขสันต์จบลงแล้ว...

จบลงไปพร้อมกับความจริงที่ควรจะเป็นก่อนหน้านี้

 

ความจริงที่ว่า...

เจ้าชายกับหญิงสามัญชนมิอาจครองรักกันได้

แม้ว่าทั้งสองจะมีความรู้สึกลึกซึ้งเพียงใด

เพราะสวรรค์คงไม่ยอมให้ดวงดาราร่วงหล่นลงสู่ผืนดินได้นาน

 

ดวงดาว... ควรที่จะส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้าเท่านั้น

 

ร่างบางหยัดยืนขึ้น ตามด้วยร่างสูงที่ลุกขึ้นตาม

สายลมอ่อนโบกพัดผ่านทั้งสองยืนอยู่ใกล้ๆกัน...

 

หญิงสาวก้มหน้าลงเหมือนกับกำลังปกปิดบางสิ่งที่พาลจะหลั่งริน

ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกสูดเข้าลึกๆราวกับกำลังเตรียมใจ

จนใบหน้างดงามผินมาทางอีกคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง

พร้อมด้วยรอยยิ้มบางสดใสเช่นรอยยิ้มแรกที่ได้พบกันในคราก่อนหน้าปัจจุบัน

ก่อนเอ่ยบางคำขอที่ยากเกินจะกล่าว

มันจะเป็นคำขอเพียงหนึ่งเดียวและเป็นคำขอครั้งสุดท้าย...

 

ขอให้เขา... เป็นฝ่ายบอกลาเธอก่อนได้ไหม

 

อย่างน้อยๆ คนที่เจ็บปวดน้อยที่สุดก็ขออย่าให้เป็นเธอ

ทุกความปวดร้าวที่มี... เธอจะแบกรับมันไว้เอง

 

 

หนึ่งหยดน้ำใสไหลรินลงจากดวงตาเจ้าชาย

ขณะมองดูหญิงคนรักปริยิ้มให้แทนคำต่อว่าที่ควรจะมี

และเขาก็ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา...

 

อย่าได้กลัวว่าเธอจะเสียใจ

อย่ากลัวว่าจะมีน้ำตารินหลั่งลงมาให้เขาได้เห็น

เธอจะกลัวทำไม...

ในเมื่อคนที่เธอรักบอกลาเธอไปเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ดีกว่าที่เขาจะหยุดยืนอยู่ตรงนี้

หยุดอยู่กับเธอที่ไม่มีอะไรเลย...

ขอร้องเขา...

โปรดช่วยกล่าวคำร่ำลาเสียที

 

มือใหญ่ที่ทิ้งดิ่งข้างลำตัวกำแน่น

เจ็บใจตัวเองที่ทำให้หญิงสาวที่เป็นเหมือนดวงใจตรงหน้าต้องปวดร้าว...

ถ้าเขาบอกลาเธอไป เธออาจต้องร่ำไห้อยู่เพียงลำพัง...

โดยที่เขาไม่สามารถอยู่เคียงข้างช่วยซับน้ำตาเช่นอย่างเคย

เพียงแค่คิด... เขาก็เจ็บปวดแทบขาดใจ

 

แต่อีกหนทาง...

บ่าทั้งสองข้างนี้กลับต้องแบกรับภาระของประเทศนี้เอาไว้

ประเทศที่มีหมื่นแสนประชาชน

ประเทศที่มีเธอ...

 

เจ้าชายฉุกคิด...

แม้สวรรค์ไม่อาจกำหนดให้เขาอยู่ข้างกายเธอได้

เขาก็จะขอดูแลประเทศนี้ให้ดีที่สุด

เพื่อให้เธอมีความสุขกับประเทศที่มีเขาเป็นผู้ดูแล

 

เมื่อคิดได้...

ริมฝีปากของเขาก็คลี่ยิ้มออกเล็กน้อย

สวมกอดร่างแบบบางตรงหน้าเอาไว้แนบกาย

 

ขอบคุณเธอ... ที่ทำให้เขาได้รู้ว่าเขาไม่ใช่เจ้าชาย

เขาเองก็เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเช่นกัน

ขอโทษเธอ... ที่เขาไม่อาจรักษาคำสัญญาที่ว่าจะดูแลเธอตลอดไปไว้ได้

แต่จากนี้ไปเขาขอสัญญา... ว่าจะดูแลประเทศที่มีเธอให้ดีที่สุด

และจะเก็บเธอไว้ในหัวใจตราบจนนิรันดร์..

ขอให้เธอรับรู้ไว้ว่า... คนเดียวที่เขารักที่สุดก็คือเธอ

 

ลาก่อน...

 

สองร่างผละออกจาก...

แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงเดินจากไป

โดยที่มิได้หวนหันหลังกลับมาสบสายตา

 

เช่นเดียวกับหญิงสาวที่จับจ้องเบื้องหลังสุดท้ายจนลาลับ

ไปยังสุดปลายขอบฟ้าที่ไม่แม้แต่จะมองเห็น...

 


 

0 ความคิดเห็น