When we meet again [Grindelwald & Dumbledore]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 993 Views

  • 11 Comments

  • 43 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7

    Overall
    993

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

กาลเวลาทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองที่พบเจอกันในวันวานแปรเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ทั้งคู่มั่นใจมาเสมอว่าไม่เคยจางหายไปตามกระแสเวลาก็คือ... ความรู้สึกที่ยังคงเหมือนเดิมเช่นในวันนั้น


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้






สวัสดีทุกท่านที่ตั้งใจเข้ามาก็ดี หลงเข้ามาก็ดีค่ะ
นี่เป็นครั้งเเรกที่เขียนฟิคของภาพยนตร์ นิยายเรื่องดังๆ ค่ะ

ต้องขอบอกก่อนว่าคนเขียนไม่ใช่แฟนHP เเละที่ดูFB ก็เพราะป๋าเดปป์มาเเสดงนั่นเอง
เเต่... พอได้ดูFB2เเล้ว ก็รู้สึกหลงใหลในความสัมพันธ์ของนายท่านกรินเดลวัลด์กับศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เข้าเต็มๆ
เพราะฉะนั้น จึงเกิดแฟนฟิคนี้ขึ้นมาค่ะ

หวังว่าจะถูกใจท่านที่หลงใหลในความสัมพันธ์ของสองคนนี้เช่นเดียวกับเรานะคะ

ยินดีน้อมรับทุกคำติชมค่ะ




เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 25 พ.ย. 61 / 19:52

บันทึกเป็น Favorite


Fantastic beasts fan fiction

“When we meet again”

Gellert Grindelwald & Albus Dumbledore

 

“ผมสงสัย ว่าอะไรทำให้อัลบัส ดัมเบิลดอร์เป็นปลื้มคุณนัก” เพอร์ซิวา เกรฟส์ ไม่สิ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ที่ใช้เวทมนตร์แปลงร่างเป็นมือปราบมารเพอร์ซิวาล เกรฟส์ เอ่ยถามเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย ผิดกับภายในใจที่ร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม เมื่อได้รู้ว่า อัลบัส ดัมเบิลดอร์ให้ความสนใจ นิวท์ สคามันเดอร์คนนี้มากเป็นพิเศษ

ไม่ชอบใจเอาซะเลย...

หลังจากเด็กหนุ่มที่ไม่ถูกชะตาเข้ามาขัดขวาง เขาพลาดท่าจนถูกกระทรวงเวทมนตร์คุมขัง ก่อนจะหลบหนีออกมาได้ แต่ก็ยังไม่วายที่เด็กหนุ่มคลั่งสัตว์วิเศษคนเดิมจะเข้ามาวุ่นวายอีก

“คิดว่าดัมเบิลดอร์จะเสียใจเพื่อนายงั้นเหรอ”

เพลิงสีฟ้าลุกโชนอย่างเกรี้ยวกราด เกลเลิร์ตอยากจะแผดเผานิวท์ สคามันเดอร์เป็นเถ้าถ่านให้สาแก่ใจ

นายถูกใจเจ้าเด็กคนนี้มากเลยงั้นเหรอ อัลบัส...

สิ้นสุดถ้อยคำที่เอ่ยถามได้แค่เพียงในใจ นัยน์ตาสีเทาและดำก็ค่อยๆ ลืมขึ้นราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ฝัน มือใหญ่ข้างขวาของคนที่เอนกายอยู่บนโซฟายกขึ้นสัมผัสหน้าอกด้านซ้ายอย่างที่ชอบทำเป็นประประจำ

ไม่มี...

จี้ที่ได้มาหลังจากการทำพันธะสัญญาเลือดที่มักจะเก็บเอาไว้ข้างกายเสมอ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่เขาแล้ว

มันหายไปตอนไหน... เกลเลิร์ตหลับตาลงอีกครั้ง นึกย้อนไปยังเหตุการณ์ที่จี้มีโอกาสจะหายไปมากที่สุด

วันที่มีการชุมนุมที่ปารีส...

วันที่มือปราบมารเข้ามาวุ่นวายกับการชุมนุม และก็ยังมีเจ้าเด็กนั่นอีก

“นิวท์ สคามันเดอร์...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชื่อคนที่น่าจะเป็นคนเอาของสำคัญของตนเองไป นัยน์ตาสองสีที่เบิกลืมขึ้นแสดงความโกรธอย่างไม่ปิดบัง

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า หลังจากที่นิวท์ได้จี้ไปแล้วเขาจะทำอย่างไรต่อ

เขาจะต้องเอามันไปให้กับอัลบัส ดัมเบิลดอร์ อย่างแน่นอน

“นั่นเป็นของสำคัญของฉันนะ” เกลเลิร์ตพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับบางความคิดที่แทรกเข้ามา

เขาจะไปเอาของสำคัญของเขาคืน

 

ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด ยังมีชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววเศร้าสร้อยขณะเหม่อมองดูภาพที่ฉายวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งบนบานกระจกนั้น กระจกเงาแห่งแอริเซด

บาดแผลที่ถูกเปิดจากปลายไม้กายสิทธิ์จนหยาดโลหิตหลั่งริน ปลายนิ้วของมือทั้งสองที่ประกบกันเริ่มสอดประสาน นัยน์ตาสีเทาและดำจับจ้องมายังเขาด้วยความรู้สึกอันแรงกล้าราวกับต้องการบอกอะไรสักอย่าง ทำให้ตนต้องเป็นฝ่ายหลับตาลงก่อนเพื่อปิดบังความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมา

อัลบัสยกมือขึ้นเพื่อสัมผัสภาพตรงหน้า แต่ความเย็นเยียบจากบานกระจกก็ดึงเขากลับสู่ปัจจุบัน เพราะฝ่ามือของเขาคนนั้นในวันนั้นอบอุ่นเสียยิ่งกว่าอากาศในฤดูร้อนที่ได้พบกัน

“เกลเลิร์ต...” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยเรียกชื่อของคนที่ปรากฏอยู่ในภาพบนกระจกแห่งแอริเซดแผ่วเบา

จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางด้านหลัง อัลบัสละสายตาจากกระจก ก่อนหันมามองผู้ที่เข้ามาในห้องทำงานยามวิกาลเช่นนี้

“นิวท์” เขาเรียกชื่อลูกศิษย์ของตนเองด้วยความแปลกใจ

“สวัสดีครับ ศาสตราจารย์” เด็กหนุ่มกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างแปลกไป

“สวัสดี นิวท์ นายมีธุระอะไรถึงได้มาหาฉันซะดึกดื่นแบบนี้” อัลบัสเก็บทุกความสงสัยเอาไว้ และทักทายคนตรงหน้ากลับ

“เรื่องจี้อันนั้น...” นิวท์เปรยขึ้นสั้นๆ

“จี้ที่นายเอามาให้ฉันน่ะเหรอ” อัลบัสพูดแทรกขึ้น ก่อนจะหยิบจี้ที่เป็นหัวข้อสนทนาขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อทางด้านซ้าย

อยู่ที่อัลบัสจริงๆ...

นัยน์ตาสีฟ้าของคนที่ถือมันเอาไว้ มองหยดหยาดสีชาดสองหยดที่หมุนวนหยอกล้ออยู่ภายในจี้ด้วยสายตาอ่านไม่ออก

“นายจะมาคุยเรื่องที่จะให้ฉันทำลายมันน่ะเหรอ” อัลบัสถามลูกศิษย์ที่จับจ้องมายังตนไม่วางตา

“ทำลาย...” นิวท์ทบทวนถ้อยคำที่ได้ยินเมื่อครู่เสียงเบา

“อย่างที่ฉันบอก บางทีฉันอาจจะทำลายมันได้ อาจจะนะ”

เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก สาวก้าวเข้ามาทางอัลบัส นัยน์ตาที่ฉายแววเปลี่ยนไปจากเดิมจ้องมองจี้อันงดงามนั้นโดยไม่ละสายตา

“คุณจะทำลายมันงั้นเหรอครับ ดัมเบิลดอร์”

“คนที่ถามฉัน ว่าฉันจะทำลายมันได้มั้ยก็คือนายไม่ใช่หรือไง นิวท์” คนถูกถามหันไปสบตากับคนที่เดินเข้ามาใกล้

“คุณทำลายของสำคัญแบบนั้นได้ลงคอหรือครับ”

ริมฝีปากของศาสตราจารย์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ถ้ามันสำคัญ ทำไมถึงไม่ดูแลมันให้ดีล่ะ”

นิวท์สะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดนั้น ดวงตาแฝงสีเดียวกับน้ำทะเลที่ไม่ยอมผละออกจากสิ่งที่อยู่ในมือตั้งแต่เมื่อครู่ หันมาสบตากับเขา

“ใช้เวทมนตร์ไม่แนบเนียน ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ” อัลบัสกำจี้แห่งพันธะสัญญาแน่นพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เปลี่ยนไป “...เกลเลิร์ต”

เจ้าของชื่อแค่นหัวเราะในลำคอเมื่อถูกอีกฝ่ายจับได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาใช้เวทมนตร์ไม่แนบเนียนเอง หรือว่าจงใจจะให้อัลบัสจับได้กันแน่

“นิวท์เขาไม่สบตากับใครเวลาพูดหรอกนะ” ผู้เป็นอาจารย์ของเด็กหนุ่มคนดังกล่าวทักท้วง “นายยังศึกษาเรื่องเขามาไม่พอ”

“หึ” เกลเลิร์ตที่คลายมนตร์ และกลับสู่รูปลักษณ์เดิมส่งเสียงหึอย่างไม่พอใจ “รู้เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเด็กนั่นเยอะจังเลยนะ”

“ก็เขาเป็นนักเรียนของฉันนี่นา”

“เป็นแค่นักเรียน ทำไมต้องให้ความสนใจอะไรมากมายขนาดนั้นด้วย”

“เขาไม่เหมือนคนอื่น” อัลบัสแก้ต่าง และนั่นก็ทำให้คนฟังรู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าเก่า

เกลเลิร์ตจ้องมองคนที่เขาไม่คิดจะมาเผชิญหน้าด้วยเพราะหลายๆ เหตุผล แม้ว่าลึกๆ ในใจจะรู้สึกตรงกันข้ามก็ตาม

กาลเวลาทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองที่พบเจอกันในวันวานแปรเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ทั้งคู่มั่นใจมาเสมอว่าไม่เคยจางหายไปตามกระแสเวลาก็คือ... ความรู้สึกที่ยังคงเหมือนเดิมเช่นในวันนั้น

ดวงตาของทั้งสองสบประสาน ท่ามกลางความเงียบงันที่รายล้อม มีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดออกไป ทว่า ทุกถ้อยคำนั้นกลับถูกสื่อผ่านทางสายตาเหมือนกับวันที่จี้ที่อยู่ในมือของอัลบัสถือกำเนิดขึ้นมา

“ฉันมาเอาของของฉันคืน” เกลเลิร์ตเป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนั่น

“ไม่ใช่ของของนาย แต่เป็นของของเราต่างหาก”

“ถ้านายคิดจะทำลายมัน ก็คืนฉันมาซะ อัลบัส” ก้อนเนื้อตรงอกด้านซ้ายปวดหนึบเมื่อต้องพูดถ้อยคำนี้

อัลบัส ดัมเบิลดอร์ คิดจะทำลายจี้ที่เกิดขึ้นจากการพันธะสัญญาเลือด สิ่งสำคัญที่เกลเลิร์ตไม่เคยให้อยู่ห่างกาย สำหรับอีกคนแล้ว มันคงเป็นแค่สิ่งของที่ทำให้คนสองคนไม่ต้องมาห้ำหั่นกันเอง และการที่อัลบัสคิดจะทำลายมันก็แสดงว่า เขาพร้อมแล้วที่จะต่อสู้กับคนที่ให้คำมั่นสัญญา

ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในวันนั้น คงหายไปตามเวลาที่ผันผ่าน... เกลเลิร์ตแค่นยิ้มให้กับตัวเองด้วยความสมเพช

อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่เคยอวดอ้าง เขาเพียงแค่อยากจะ... ได้อยู่เคียงข้างกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่มีข้อกังขาจากผู้ใด

เขาต้องการเพียงเท่านั้น

“ฉันไม่เคยคิดจะทำลายมัน” อัลบัสเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นบ้าง “ฉันไม่เคยคิดจะทำลายคำสัญญา... ของเรา” นัยน์ตาสีฟ้าของผู้พูดสั่นไหว เป็นแววตาเช่นเดียวกันกับตอนที่มองภาพฉายในกระจกแห่งแอริเซด แต่ในตอนนี้ เบื้องหน้านี้ คนที่เขาได้แต่เฝ้ามองผ่านบานกระจกกลับยืนอยู่ตรงหน้า

อัลบัสเบือนหน้าหนีสายตาที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึกของชายหนุ่มผิวซีด ไม่ใช่ว่าเขากลัวที่จะได้รู้ว่าสายตาคู่นั้นต้องการจะสื่ออะไร แต่เขากลัวว่าตัวเขาเองนั่นแหละ ที่จะสื่อทุกความรู้สึกผ่านทางสายตาของตน

ร่างสูงของเกลเลิร์ตสาวก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม ใกล้เสียจนระยะห่างที่เคยมีห่างแค่เพียงเอื้อมมือออกไป

กี่ปีแล้วนะ ที่เราไม่ได้หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของกันและกันแบบนี้

มือข้างขวาของเกลเลิร์ตคว้ามือข้างซ้ายของอัลบัสที่ถือจี้แห่งพันธะสัญญาอย่างถือวิสาสะ มือข้างที่เคยแลกเปลี่ยนหยาดโลหิตในวันนั้นยังคงอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับตาลง มืออีกข้างของเกลเลิร์ตก็ถูกยกขึ้นสัมผัสข้างใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา

“อัลบัส...” เสียงทุ้มพร่าที่เอื้อนเอ่ยเรียกชื่อ ทำให้หัวใจเต้นส่ำเหมือนเมื่อครั้งในอดีต

ความอบอุ่นที่โหยหาตลอดเวลาที่ผ่านมา อัลบัสไม่ได้ขัดขืนหรือดึงมือตนเองกลับ เพียงแต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น

“อย่ามองใครนอกจากฉัน” ฟังดูราวกับคำสั่ง แต่เสียงทุ้มที่เคยเกรี้ยวกราดนั้นกลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

นัยน์ตาสีน้ำทะเลลืมขึ้น สบสายตากับคนตรงหน้าที่ห่างกันเพียงลมหายใจคั่นกลาง

“ฉันไม่เคยมองใครนอกจากนาย” น้ำเสียงหนักแน่นย้ำบอก

ดวงตาของทั้งสองสบประสานกันเช่นนั้นอยู่พักใหญ่ เกลเลิร์ตเป็นคนกำจัดระยะห่างที่น่ารำคาญโดยการโน้มใบหน้าลงไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะจรดริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากของคนที่พริ้มตาหลับลงอีกครั้ง

จุมพิตที่บางเบาราวขนนก ทว่าเนิ่นนานราวกับจะหยุดช่วงเวลานี้เอาไว้นิจนิรันดร์ บอกแทนทุกความรู้สึกของทั้งสองที่เก็บงำเอาไว้ตลอดมา

“ฉันขอของของฉันคืนก็แล้วกัน” เกลเลิร์ตผละออกจากชายหนุ่มผมน้ำตาลแดง พร้อมกับชูมือข้างที่มีจี้พันธะสัญญาเลือดขึ้นมา

ตอนที่จูบอันยาวนานดำเนินไป เขานำมันออกมาจากมือของอัลบัสที่กอบกุมไว้

อัลบัสไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เพียงเบือนหน้าหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตากับอีกคน

“ฉันจะรอวันที่เราจะได้มาเจอกันอีกครั้ง อัลบัส”

สิ้นสุดคำพูดนั้นเกลเลิร์ตก็หายวับไปภายในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าอันเงียบงัน และสัมผัสอันอบอุ่นที่หลงเหลือไว้บนริมฝีปากและหัวใจของอีกคน

“นายมันขี้โกง เกลเลิร์ต”

 

The end



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Kusunoki จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 06:33

    อย่างกะฉากที่จะเกิดขึ้นจริงๆ กรินต้องมาเอาคืนแบบนี้แน่ไม่ สวยงามมากเลย

    #11
    0
  2. วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 12:48

    เขินหนักhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #10
    0
  3. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:49

    ชอบมากเลยค่ะ ฮื้อออออ รักความหวงของคุณกรินมาก แง้ เขียนได้ดีมากๆเลยค่ะ//กุมใจ

    #9
    0
  4. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 22:01

    อื้อหือออ ระทวยไปแล้วค่า ฮือออิป๋าแกหึงทั้งในจอทั้งในหนังสือและมายันในทุกฟิคของคู่ตัวเองเลยนะคะ TT สั่งด้วยว่า อย่ามองใครนอกจากฉัน เว้ยหวงหึงมากเกินไปแล้วนะ! ต่างคนต่างรู้ไส้รู้พุงกันหมดนี่แหล่ะคนรักกันไม่ใช่รักใครข้างเดียว ชอบมากค่ะสนุกมากเลยของเราก็แต่งไว้ว่างๆลองแอบแวะเข้าไปอ่านดูได้นะคะ แหะๆ ฮือออชอบบไรท์แต้งดีมากเลยค่ะ ยอมเลยย

    #8
    0
  5. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 13:38
    ฟิน~~~~นอนตายตาหลับแล้ว
    #7
    0
  6. #6 . ..
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 11:32

    คือมันดีมากเลยอ่ะ ฮือออออ

    #6
    0
  7. #5 Lelia (@talnlinn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 23:32
    ชอบจังงง ชอบความหึงหวงนี้ของคุณกริน ชอบความจับได้ของอัลบัส ฮรึก คนสำคัญของกันและกันก็งี้เนอะ จำได้หมดแหละ //กาว
    #5
    0
  8. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 21:00

    ฮืออ น่ารักมากเลยค่ะ

    #4
    0
  9. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:34
    พูดได้คำเดียวเลยค่ะว่า สุดยอดจริงๆ ชอบความหึงหวงของคุณกรินมาก ;////; แอบสงสารตอนนางได้ยินว่าอัลบัสอาจะทำลายจี้ แอบสวสารพวกนางมาก อุดมการณ์ที่ต่างเลยต้องเป็นงี้เลย ฮืออออ รอติดตามผลงานต่อๆไปนะคะ ไรท์><
    #3
    0
  10. #2 Gongfah (@Gongfah) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:32
    แงงง เขินเลยง่าา เค้าทั้งสองคนรักกัน แต่เสียดายที่

    รักกันแต่ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ ว่าไปก็เศร้า แต่สนุกดีค่ะ ชอบ ขอบคุณที่แต่งมาให้ได้อ่านกันนะคะ
    #2
    0
  11. #1 RagDolL
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:12

    กรี้ดดดดดดดด ก่อนอื่นขอบคุณค่ะ ที่แต่งคู่นี้ โอ้ย อ่านแล้วยังไงดีคะ ควรกรี้ดใส่อะไรก่อนดี ระหว่างความหวงของของคุณกรินกับ ความหึงของคุณกริน ฮา (แถมความน้อยใจที่ดัมเบอดอร์จะทำลายจี้อีกตังหาก)
    ไม่รู้จะบรรยายอะไรแล้วค่ะ ฮือ
    เราว่าต่างฝ่ายต่างรักกันนั้นแหละค่ะ แต่ก็นั้นแหละค่ะ ด้วยความที่อุดมการณ์ต่างกัน TvT
    แต่มาเจอกันแบบแว๊บไปแว๊บมาแบบนี้ก็ตื่นเต้นดีนะคะ ^^!

    #1
    0