[Fiction]Agent of Odessey

ตอนที่ 2 : ภาค Battle of New York บทที่ 2 : ศึกเล็กๆบนดาดฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

บทที่ 2 : ศึกเล็กๆบนดาดฟ้า



            หากคุณมองลงมาจากตึกเอมไพร์สเตรท ที่จู่ๆกระจกรอบตึกก็แตกกระจายพร้อมสะเก็ดไฟฟ้าสีฟ้าสดใสแผ่พุ่งไปทั่ว อาจจะตาพร่า จนมองไม่เห็นว่ามีชายคนหนึ่งนั่งทรุดเข่าในท่า O r z อยู่อย่างสิ้นหวังบนดาดฟ้าตึกใกล้ๆกัน



            และชายคนนั้นก็คือผมเองแหละ เจ้าหน้าที่ Odessey ที่ได้รับภารกิจจากใครไม่รู้ให้ฆ่าชิทอลิให้ได้ 500 ตัว แต่ในตัวผมมีอาวุธที่พอฆ่ามันได้แค่ปืน Glock กับกระสุน80 นัด ที่เผลอๆรัวครบใส่มันตัวนึง ยังเจาะเกราะต่างดาวไม่เข้า !



            “ แต่ก็ต้องลอง เอาว่ะ บินบนยานผ่านทางมาสองตัว ลองยิงๆดู”ผมยันตัวขึ้น แล้วหันปืนไปทางยานเหาะของพวกมัน ปรับปืนเป็นโหมด AUTO  ก่อนค้างรัวหมดแม็กใส่



            ปังๆๆๆๆ เคร้งๆๆ ตู้มมมม



            ยานมันระเบิดอย่างน่าอัศจรรย์ ผู้ขับยานและโดยสารมา 2 คนตายเพราะแรงระเบิดไป พร้อมกับเลข 2/500 สีแดงปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนของระยะการมองเห็นของผม



            “ มีเลขนับให้ด้วยแหะ ก็ดี เผื่อลืม” ผมพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนแม็กกระสุนอย่างรวดเร็ว แล้วสาดใส่ยานอีกลำที่เหาะพุ่งตรงมาทางผมอย่างตั้งใจจะแก้แค้นให้เพื่อนมันแน่ๆ



            ปังๆๆๆๆ เคร้งๆๆ ตู้มมมม



            พังไปอีกลำอย่างงงๆ ไม่น่าเชื่อว่ากระสุนปืนจะบึ้มยานได้ แต่ผมก็ต้องกลิ้งตัวหลบซากยานที่พุ่งมาทางนี้ด้วย ก่อนจะเห็นตัวนับแต้มขึ้นแค่ 3/500 แปลว่าอีกตัวยังไม่ตาย อาจจะสละยานกระโดดหลบกลางอากาศไปได้ แต่ก็ช่างมันก่อน



            ผมเดินไปยังซากชิทอลิ แล้วหยิบปืนเอเลี่ยนของมันมาถือ ตรวจสอบไกว่ายิงยังไง แล้วก็หันไปยิงใส่ยานอีกสองลำที่พุ่งมา แต่แรงดีดของปืนมันมากกว่าที่คิด เลยไม่โดน กระสุนเลเซอร์สีม่วงพุ่งไปชนตึกตรงข้ามแทน และผมก็ต้องกลิ้งหลบกระสุนแสง 2 เส้นที่พุ่งมาหาด้วย



            “ ยิงยากจริงๆ รู้งี้เปลี่ยนแม็ก Glock ไวรอดีกว่า” ผมบ่นก่อนจะยิงสวนพวกมันคืน คราวนี้โดนตัวคนขับดับคาที่ ส่วนตัวคนซ้อนนั้นก็จับร่างคนขับโยนมาทางผม ก่อนจะปาบอลกลมๆที่เดาได้ไม่ยากว่าคืออะไรมาด้วย



            “ ชิ” ผมแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะวิ่งหลบไปอีกด้านของดาดฟ้า และต้องกลิ้งหลบกระสุนต่อจนไม่มีเวลายิงสวนเลย



            “ ปืนยาว เกะกะจริง” ถึงจะบ่น แต่นี่ก็เป็นอาวุธเดียวที่พอจะยิงเจาะเกราะพวกมันได้ ผมเลยถือแล้วหันไปยิงยานที่กำลังจะเหาะขึ้นฟ้าไปหลังส่งคนซ้อนลงมา ซึ่งมันระเบิดตู้ม เก็บสองศพ และยิงไปอีกนัดเก็บอีกศพได้ก่อนที่มันจะยิงมาพอดี



            “ 7/500 แล้ว . . . จะเก็บได้ครบก่อน หรือประตูมิติจะถูกปิดก่อน ต้องลุ้นกัน ฟู้ว” ผมเป่าลมหายใจระบายความตื่นเต้นออกมา แล้วเดินไปหยิบปืนจากศพชิทอลิตัวล่าสุดที่ยิงมาเปรียบเทียบดู พบว่าอัญมณีสีม่วงที่ติดบนปืนนั้น น่าจะเป็นตัวบอกพลังงาน เพราะกระบอกผมดูเหลือน้อยกว่าอีกกระบอก แต่ก็ห่างกันไม่มาก ถ้าให้กะล่ะก็ ของผมเหลือสัก 70 % ส่วนของใหม่เหลือ 80 – 90 % ล่ะมั้ง



            “ ยิงหมดแล้วหมดเลย เปลี่ยนกระบอก หรือเปลี่ยนกระเปาะพลังงาน หรือชาร์จใหม่ได้นะ?” ผมถามอย่างสงสัย แต่ก็รู้ว่าคงไม่มีใครตอบหลอก เลยได้แต่ต้องทดลองเอง



            การสอยชิทอลิจากยอดตึกด้วยปืนของพวกมันเองนั้น เป็นอะไรที่สนุกมาก ผ่านไปแค่ 10 นาที ผมก็สอยไปได้ 100 ตัวแล้ว แต่นั่นก็ทำให้สภาพรอบดาดฟ้าตึกผมมีแต่ศพชิทอลิเต็มไปหมด แม้จะเหม็นไปบ้าง แต่ข้อดีคือ เรียกพวกมันให้มาโดนผมสอยได้เรื่อยๆ ทำให้มีปืนพลังเอเลี่ยนใช้ยิงพวกมันเรื่อยๆด้วยล่ะนะ



            Agent Odessey ถอนตัวจากดาดฟ้าด่วน ยานใหญ่ของมันกำลังมุ่งไปทางนั้น 1 ตัว” เสียงเจ้าหน้าที่สื่อสารดังขึ้นข้างหู บอกข่าวร้ายว่าผมดันล่อตีนตัวเป้งเข้าให้แล้ว จะให้วิ่งหนีลงตึกไป คงไม่พ้นโดนชนหายไปทั้งตึกแน่ แต่จะให้วิ่งโดดไปตึกข้างๆ กำลังขามนุษย์ปกติก็ไม่น่าจะทำได้ เลยนึกขึ้นได้ว่า เจ้าหน้าที่ภาคสนามน่าจะมีอุปกรณ์ดีๆไว้หนีจากสถานการณ์แบบนี้บ้าง จึงค้นๆกระเป๋าคาดเอว และก็พบปืนยิงสลิงสำหรับโหน โรยตัว



ผมหยิบออกมา ก่อนจะคว้าปืนชิทอลิใกล้ๆตัวถือด้วยมือขวา แล้วใช้มือซ้ายถือปืนยิงไปยังตึกข้างๆ โหนทะลุไปชั้นที่หน้าต่างเป็นกระจกบานใหญ่ แทนที่จะเป็นหน้าต่างเล็กๆกับผนัง



            เปรี๊ยะ~ เสียงหน้าต่างบานที่ผมถีบทะลุแตกกระจาย พร้อมกับสองบานข้างๆที่แตกไปด้วย ส่วนที่เหลือก็ร้าวเล็กน้อย  สิ่งแรกที่ผมเจอคือ พนักงานบริษัทกำลังช่วยกันยกโต๊ะมาตั้งเป็นแนวตั้งรับกันไม่ให้พวกชิทอลิบุกมาอยู่



            “ ขอโทษเรื่องกระจกนะ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ชิลด์ ตึกข้างๆอยู่ในเส้นทางการบินของยานใหญ่ศัตรู พวกคุณควรหนีออกจากตึกนี้ให้เร็วที่สุด” ผมบอกพวกเขาที่มองผมอย่างหวาดกลัว ก่อนจะกดปุ่มถอนสลิง แล้วชักรอกดึงกลับมาเก็บในปืน จากนั้นจึงเดินไปทางหน้าต่าง แล้วยิงไปยังชั้นบน ก่อนจะโรยตัวลงข้างล่าง ถึงพื้นถนนได้อย่างสบายๆ



            “ ปืนดีนะเนี่ย ตึกสูง 30 กว่าชั้นยังโรยตัวมาได้แบบเชือกไม่หมด” ผมกระพริบตาปริบๆขณะเก็บปืนสลิงขนาดจิ๋วเข้ากระเป๋าข้างเอว “ ต่อไปก็ รายงานสถานการณ์สินะ. . . อ่า คงไม่ต้องแล้วมั้ง ?”


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


            ยานใหญ่ของชิทอลิ ที่ผมและหลายๆคนตั้งชื่อเล่นให้มันว่า ปลาวาฬบินได้นั้น ถูก Iron Man Mark 7 บินถล่มเละจนเซไปไถลกับพื้นถนนห่างจากตึกที่ผมอยู่ไม่เกิน 2 คูหา  โชคดีจริงๆที่ไม่ต้องวิ่งหนีตายจากพวกมัน และตึกถล่ม



            “ เจ้าหน้าที่ Odessey สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงเจ้าหน้าที่สื่อสารถามด้วยเสียงกังวลเล็กน้อย



            “ ไม่เป็นไรแล้ว ยานศัตรูถูก Iron Man จัดการได้. . . อ่า แต่มีปัญหานิดหน่อย แม้ยานมันจะตก แต่ดูเหมือนศัตรูในยานจะยังไม่ตายหมด พวกมันกำลังออกมาเหมือนมดแตกรังเลย แค่นี้ก่อน ผมต้องจัดการมัน”


____________________________________________
Odessy : เปิดมาแค่ตอนสอง พลังอะไรก็ยังไม่มี

เล่นส่งของใหญ่มาให้แบบนี้เลยเร๊อะ !

ดีที่ Iron Man จัดการให้ ไม่งั้นเดี้ยงแล้วเรา -*-


ฝากกดไลค์ ติดตามเพจของผมด้วยน้าาา

https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

244 ความคิดเห็น

  1. #36 LAZY (@suttita) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 17:20
    สอยมันให้หมดไปเลยค่ะพี่!!><
    #36
    0