[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 50 : บทที่ 49 : ดอกไม้ไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 ก.ย. 61

บทที่ 49 : ดอกไม้ไฟ

 


                เหตุการณ์ดันเจี้ยนหินประหลาด ที่ “กลืนกิน” ทุกคนที่เข้าใกล้ในรัศมี 10 กิโลเมตรได้โด่งดังไปทั่วทวีปแห่งนี้ เวลาผ่านไปไม่ถึงปี ก็มีผู้ท้าทาย ทั้งบุกมาสำรวจแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม หรือส่งหน่วยสำรวจมากันหลักร้อย แต่ก็ไม่มีใครรอดชีวิตกลับไปบอกคนอื่นได้เลยว่า ที่แห่งนี้มีอะไร ศัตรูเป็นแบบไหน


 

                “ ทำไมส่งคนไปตรวจสอบ สำรวจไม่ว่าจะใกล้ หรือไกล ก็ไม่เห็นอะไรเลยนะ” หลายๆคนสงสัย และต้องการหาคำตอบ แต่ก็ทำได้แค่ส่งคนมาสังเวยเพิ่มเท่านั้น


 

                ทำไมถึงไม่มีใครเห็นภาพความน่ากลัวของปืนใหญ่บนป้อมปราการทั้ง 10 ของฟรีดอมน่ะหรอ? ตอบง่ายๆ หากไม่เข้าใกล้ระยะ 10 กิโลเมตร จะโดนอาคมม่านมายาบดบังทัศนวิสัย ไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้กลิ่นอะไรทั้งสิ้น และถ้าเข้ามาในระยะ ม่านพลังก็จะตรวจสอบจำนวน เผ่าพันธ์ และความสามารถคร่าวๆ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะยิงปืนใหญ่ไปถล่ม หรือจะส่ง “หน่วยสังหาร” ไปเก็บแบบเงียบๆ


 

                ด้วยเหตุนี้ ทำให้ดันเจี้ยนหินประหลาด ถูกกล่าวขานใหม่ในชื่อ “ดันเจี้ยนหินกลืนชีวิต” เพราะไม่มีใครรอดกลับมาได้เลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่นักผจญภัยระดับ S หลายคนที่พยายามบุกเข้ามาสืบข่าว ก็ไม่รอดจากการโดนถูกรุมสังหารโดย 10 ผู้พิทักษ์ได้เลยแม้แต่น้อย

 


                เราคิดว่า อีกสักพักเหตุการณ์คงสงบ เมืองฟรีดอมของเราจะได้กลับเข้าฤดูตั้งรับ แทนฤดูบุกสักที และจะได้ริเริ่มโครงการ “ทายาทรุ่นใหม่” ที่อนุญาตให้สตรีมีบุตรได้ตามที่ต้องการกันสักที แต่ความคิดนี้ก็ต้องสลายทิ้งไปทันที เพราะการบุกระลอกถัดๆมา พัฒนาขึ้นจนแทบจะเรียกว่าเป็น “สงครามระหว่างเมือง” ได้เลยทีเดียว

 


                “ ทหารจากเมืองค้าทาสทัพนี้มากันกี่คน” เราถามอย่างเกียจคร้าน ขณะนั่งเท้าคางดูบัญชีทรัพยากรที่ได้มาในช่วงครึ่งปีนี้ ที่แทบต้องสั่งปิดเหมือง เพราะแร่เหล็ก โลหะต่างๆที่ได้เป็นสินสงครามนั้นก็แทบจะล้นเกินความต้องการที่จะผลิตอาวุธ ชุดเกราะ อุปกรณ์การเกษตร และอุปกรณ์อื่นๆแล้ว

 


                “ 2000 คนครับ” หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนตอบด้วยเสียงดังฟังชัด “ คาดการณ์ว่าเราจะได้เกราะเหล็กชั้นดีจากทัพหน้า 1000 คน และได้อัญมณีเวทมนตร์จากทัพนักเวทอีก 500 คนครับ”


 

                “ และจะได้ไม้จากคันศรของทัพธนูอีก 500 คน พร้อมลูกศรด้วยครับ” รองหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนเสริม

 


                “ นี่คือกะคร่าวๆเอาสินะ อาจจะน้อยกว่านี้หากเราถล่มเละเกิน หรือมากกว่านี้ถ้าพวกนั้นตั้งค่ายเตรียมอาวุธและทรัพยากรไว้สนับสนุนกองทัพในการบุกเบิกดันเจี้ยนอีก . . . ถ้างั้นก็ฝากด้วยละกัน แจ้งไปยังป้อมปราการทั้ง 10 ว่าอย่ายิงปืนใหญ่ถล่มค่าย ให้ไปปล้นทรัพยากรมาก่อน แล้ววางเพลิง ก่อนยิงปืนใหญ่ปิดฉาก”

 


                “ ครับ” ทั้งสองคนขานรับก่อนเดินออกไป


 

                เวลาผ่านไป 4 ชั่วโมง หลังเรานั่งทำงานเอกสาร บริหารเมืองประจำวันนี้เสร็จ ก็เรียก “แม่หญิงงามเมือง” มาเล่นฉิ่งฉับในร่างสตรีแก้เบื่อในห้องนอนส่วนตัวในชั้น 10 จนเสร็จสมอารมณ์หมาย แม่หญิงงามเมืองสองคนที่เรียกมานอนสลบไสลด้วยสีหน้าเปี่ยมล้นด้วยความสุข ส่วนเรานั้นนอนก่ายหน้าผาก คิดถึงสงครามในอนาคตที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

 


                “ ดูท่าถึงเวลาแห่งการ “เปลี่ยนแปลง” แล้วสินะ” เราพูดเบาๆ ก่อนมองไปยังร่างสองสาว นามิกับอลิซที่นอนแผ่หลา ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆปกปิดร่างกาย “ เพื่อปกป้องความสุขของคน 574 คน การเปลี่ยนแปลงลำดับขั้นการวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆแหละนะ”


 

                เรายิ้มน้อยๆก่อนจะเอื้อมมือไปลูบไล้หน้าอกสองสาว ที่ครางในลำคอออกมา ก่อนจะลืมตาแล้วจับเราผลักกดลงเตียง

 


                “ แหม ท่านนิโค แอบลวนลามสตรีตอนหลับไม่ดีเลยนะคะ”


 

                “ ยังมีแรงอีกหรอเนี่ย ขนาดพวกเรานอนพักกันครึ่งชั่วโมงกว่าจะหายเหนื่อย”

 


                เราหัวเราะแห้งๆให้ ก่อนจะปล่อยตัวปล่อยใจให้สองสาวรุกบ้าง ก่อนจะนอนหลับสามคนบนเตียงอย่างอบอุ่นและมีความสุข


 

                2 ชั่วโมงถัดมา เราตื่นขึ้นก่อนจูงสองสาวไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำส่วนตัว จากนั้นก็ส่งสองสาวกลับไปทำงานประจำ “แม่ครัว” ของพวกนาง ส่วนเรานั้นได้เดินทางไปยังโรงหลอมโลหะ เพื่อนำแบบแปลน “ปืน” ไปมอบให้

 


                “ ภารกิจพิเศษ ศึกษา วิจัย และสร้างอาวุธ “ปืน” ตามแบบแปลนนี้ให้ได้ภายใน 7 วัน” เราโยนภารกิจสุดยากให้เหล่าช่างตีเหล็กที่ตกตะลึงในรายละเอียดของอาวุธใหม่ ก่อนจะเดินทางไปยัง “ค่ายทหาร” ที่ตั้งอยู่รอบนอกตัวเมือง เพื่อสอบถามสถานการณ์กับผู้บังคับบัญชาทหารสูงสุดทั้ง 10 หรือก็คือ 10 ผู้พิทักษ์ที่ได้ตำแหน่งนี้ควบเพิ่มด้วยนั่นแหละ


 

                “ อืม งั้นหรือ งั้นก็ลงมือ” หลังเราได้ยินว่าศัตรู 2 พันคนได้ตั้งค่ายอย่างไม่ระมัดระวังตัวมาก เราก็อนุมัติแผนการบุกแบบเงียบ เพื่อปล้น วางเพลิง ก่อนถอนกำลังออกมาแล้วถล่มด้วยปืนใหญ่ ซึ่งสำเร็จไปได้อย่างงดงาม ได้ทรัพยากรต่างๆมากมายกว่าที่คิด อีกทั้งคุณภาพยังสูงมากอีกด้วย


 

                “ รายงานท่านนิโค ตอนนี้เมืองค้าทาสวุ่นวายมาก มีข่าวลือว่าทัพหลวงแห่งอาณาจักรนี้จะส่งคนมาช่วยสืบหาทหารที่หายไป 2 พันคน” หัวหน้าหน่วยสายลับ ที่ถูกส่งไปสืบข่าวในเมืองค้าทาสได้เข้ามารายงานในวันถัดมา

 


                “ ข่าวสารของเมืองนี้ไวดีนะ รู้ว่าคนหายไป ก็ส่งข่าวไปยังเมืองหลวงเพื่อขอกำลังเสริมมาตามหาทัพที่หายไปได้ทันที” เราพูดเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ แม้ปืนจะยังไม่เสร็จ แต่ปืนใหญ่ถล่มระยะไกลก็พร้อมแล้ว ดังนั้นก็. . . บุกเมืองค้าทาสกันคืนนี้ !

 


                “ ภารกิจพิเศษ : บุกเมืองค้าทาส ช่วยเหลือทาสผ่านทางช่องใต้ดิน ก่อนจะระดมยิงปืนใหญ่ ระดมถล่มด้วยเวทมนตร์ และถังระเบิด เพื่อทำลายเมืองทิ้ง” ชื่อภารกิจยาวเหยียดที่บอกเนื้อหาครบถ้วนได้ถูกประกาศก้องไปทั่วเมือง อดีตทาสทั้ง 574 ที่เคยถูกกดขี่ ย่ำยีในเมืองค้าทาสต่างตื่นตัว และเฮโลโห่ร้องอย่างดีใจ ที่จะได้ไปแก้แค้น และช่วยเหลือเพื่อนร่วมชะตากรรมอันเลวร้าย ให้ออกมามีชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยอิสระ มีเสรีภาพที่จะเลือกประกอบอาชีพ มีสิทธิ์ มีเสียงเสนอสิ่งที่ต้องการ โดยใช้ชีวิตภายใต้กฏใหม่แค่ 3 ข้อที่ใครๆก็ทำได้ นั่นก็คือ เชื่อฟังผู้นำที่เต็มไปด้วยคุณธรรมอย่างนิโค , เคารพสิทธิของผู้อื่น และไม่ทำร้ายผู้อื่นทั้งทางการกระทำหรือคำพูด

 


                การเตรียมตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทางใต้ดินที่ปิดไว้ได้ถูกขุดใหม่อย่างรวดเร็ว ด้วยอุปกรณ์ระดับสูง พละกำลังกายที่แข็งแกร่ง และเวทบัฟเสริมพลังที่ทรงพลัง การเตรียมช่องทางเดินหนีจึงเรียบร้อยในเวลา 2 ชั่วโมง และหน่วยสายลับก็ระบุร้านค้าทาส และจุดที่ทาสอยู่ในเมืองได้อย่างแม่นยำ จากการแฝงตัวเกือบปี ทำให้หน่วยช่วยเหลือที่ติดอาติแฟคอำพรางกาย และใช้เวทอำพรางกายซ้ำอีกชั้น ลักลอบเข้าไปช่วยเหลือในแต่ละที่ได้อย่างสะดวก สบาย แม่นยำ ไม่เสียเวลา


 

                ท่อน้ำทั่วเมืองได้เชื่อมต่อกับทางเดินใต้ดินที่ขุดไว้ เป็นเส้นทางลำเลียงทาสทั้งหลายให้หนีพ้นจากกรงขังได้ และไม่ต้องกลัวว่าพันธะสัญญาทาสจะบีบบังคับอะไรพวกเขาได้อีก ด้วยอาติแฟคสลายพันธะสัญญาทาสที่นิโคพัฒนาขึ้น เพียงแค่ใส่พลังเวทลงลูกแก้วสีใสแค่เล็กน้อย มันก็จะแผ่อาคมสลายพันธะสัญญาทาสออกรอบบริเวณผู้ถือครองทันที

 


                การลำเลียงทาสหนีนั้นมีปัญหาเล็กน้อย ทาสบางคนไม่เชื่อใจ อยากจะหนีเอง ก็จะถูกทำให้สลบด้วยมนต์หลับฝัน เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายจนโดนจับได้ และจะให้พวกเขาตัดสินใจอีกครั้งหลังจบเรื่องนี้แล้ว ส่วนทาสบางคนที่พยายามขัดขืนก็จะโดนเวทสะกดหลับที่แรงกว่ามนต์หลับฝัน ซึ่งไม่มีใครหลุดรอดการจับกุมลงใต้ดินเลยสักคน เพราะพวกเขาเหนื่อยอ่อนจากการถูกทารุณ กักขังมานาน ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่อาจใช้พลังทั้งหมดในกายได้


 

                การลำเลียงทาสออกจากเมืองดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ด้วยข่ายอาคมที่เราบินไปวางครอบเมืองไว้ เพื่อเสริมอาติแฟคอำพราง ทำให้คนในเมืองไม่อาจสัมผัสได้ไม่ว่าจะภาพ เสียง กลิ่นใดๆของเหล่าผู้หลบหนี และร้านค้าทาสก็จะถูกอาติแฟคสะกดหลับ ทำให้ไม่มีใครตื่นมาเห็นการปลดปล่อยทาสเลยสักคน


 

                “ เสียดายที่ไม่อาจช่วยเหลือทาสตามครัวเรือนคนทั่วไป หรือพวกพ่อค้า ขุนนาง ชนชั้นปกครองได้”เราบ่นเบาๆ “ แต่ก็เอาเอถอะ อพยพทาสจากร้านค้าเสร็จเมื่อไหร่ก็ ถล่มได้เลย”


 

                การอพยพดำเนินไปได้ 2 ชั่วโมง ก็เปลี่ยนมาเป็นการวางระเบิดตามจุดสำคัญต่างๆ ทั้งระเบิดดินปืน และระเบิดเวทมนตร์ พร้อมกับขึ้นลำกล้องปืนใหญ่ระยะไกล นักเวทก็ร่ายเวทหน่วงไว้เตรียมปลดปล่อยมาถล่มเมืองทันทีที่ได้สัญญาณ

 


                “ เวลา 00.00 นาฬิกา. . . ลาก่อน เมืองค้าทาส”


 

                คำพูดเบาๆของเรา เป็นสัญญาณจุดเริ่มต้นการดับสูญของเมืองค้าทาสอันน่าสะอิดสะเอียน ซึ่งไม่ใช่แค่ในตัวเมืองเท่านั้น แต่ “ฟาร์มเพาะพันธ์” โดยรอบ ก็มีคนของฟรีดอมไปปลดปล่อยแม่พันธ์ที่ยังพอมีสติ ยังพอมีกำลังใจจะใช้ชีวิตต่อไปออกมา พร้อมกับ “ปิดตาย” ระเบิดทิ้งล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ตัวเมืองที่ตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายของการจุดดอกไม้ไฟครั้งใหญ่ที่สุดในทวีป


 

                ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม



                เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมดอกเห็ดมากมายผุดขึ้นจากตัวเมือง เสียงกรีดร้องไม่ทันจะดัง ก็ถูกกลบด้วยเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปืนใหญ่ ถังระเบิด และเวทมนต์ที่เน้นธาตุไฟ และใน 10 นาทีถัดมา ทั้งเมืองก็เหลือเพียงซากร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองบนการริดรอนอิสรภาพของผู้อื่น



                “ เอ้อ ลืมไปเลย น่าจะสั่งให้ปล้นทรัพยากรก่อนระเบิดทิ้ง โธ่เว้ย !” เราบ่นเบาๆอย่างเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ทำได้แค่ส่ายหน้าไปมาเท่านั้น


___________________________________________

เมืองค้าทาส โดนถล่มเละแล้ว


ตอนต่อไป!

บทจบ ส่งท้ายนิยายเรื่องนี้ครับ !!

อย่าลืมติดตามอ่านกันให้ได้น้าาาา


ฝากกดไลค์ ติดตามเพจผมกันด้วยน้าาา

 https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

80 ความคิดเห็น