[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 49 : บทที่ 48 : ฤดู Tower Defense เริ่มขึ้นแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 ก.ย. 61

บทที่ 48 : ฤดู Tower Defense เริ่มขึ้นแล้ว

 


                ฤดูในเมืองทั่วๆไป จะแบ่งออกเป็น 4 ฤดู ได้แก่ ใบไม้ผลิ ร้อน ใบไม้ร่วง และหนาว


 

                ฤดูใบไม้ผลิ คือฤดูแห่งการเริ่มใหม่ ตั้งแต่เริ่มเตรียมดิน ปลูกพืช ดูแลให้รอดพ้นฤดูร้อนอันแสนระอุ เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงที่อุ่นสบายทิ้งท้าย ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวที่ต้องอุดอู้อยู่ในบ้าน กินเสบียงที่ตักตวงไว้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ ก่อนที่จะวนกลับมาฤดูใบไม้ผลิใหม่

 


                แต่เมืองฟรีดอมนั้น มีเพียง 2 ฤดูคือ ฤดูตั้งรับ กับฤดูบุก  โดยสองฤดูต่างกันเพียงระเบียบการใช้ชีวิตประจำวัน โดยฤดูตั้งรับนั้นอยู่กับสบายๆ เหมือนฤดูใบไม้ผลิตลอดกาล ส่วนฤดูบุกนั้นเปรียบดั่งฤดูร้อน ที่ต้องทำอะไรอย่างเร่งรีบ กระฉับกระเฉง แข่งกับความร้อนที่อาจแผดเผาทุ่งข้าวสาลีจนแห้งตายคาต้นได้


 

2 ฤดูนี้ถูกแต่งตั้งโดยนิโค สตรีผู้ก่อตั้ง และเป็นจ้าวเมืองแห่งนี้ โดยการตั้งรับนั้น จะเน้นการพัฒนาตัวเอง กักตุนเสบียงอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมด้วยสร้างอาวุธ ชุดเกราะ ยุทโธปกรณ์อื่นๆอย่างกระสุนปืนใหญ่ ลูกศรหน้าไม้ ระเบิดถัง ระเบิดมือ สำหรับการเตรียมพร้อมที่จะเปิดป้อมปราการรับมือกับทัพศัตรู


 

TOWER DEFENSE คือศัพท์ใหม่ที่นิโคประกาศ และอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า ตอนนี้เมืองฟรีดอมจะดำเนินยุทธการสร้างป้อมปราการ 10 แห่ง ตั้งรอบเมืองฟรีดอม โดย 10 ปราการจะมีขนาดพอๆกับหมู่บ้านเล็กๆ ติดตั้งอาวุธต่างๆเตรียมรับการบุกของศัตรูหลักของเมืองเรา นั่นก็คือเมืองค้าทาส


 

                ปราการแต่ละแห่งจะมีช่องทางใต้ดินไว้ขนส่งทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสบียง อาวุธ เกราะ และยุทโธปกรณ์หลักของป้อมปราการคือ กระสุนปืนใหญ่ ลูกศรหน้าไม้ ระเบิดสำหรับหย่อน สำหรับปาจากป้อม ถังระเบิดฝังดินเป็นกับดักต่างๆ โดยจะเปิดอาชีพสายใหม่ นั่นก็คือ เจ้าหน้าที่ประจำหอคอย มีหน้าที่ดูแล บริหาร จัดการหอคอยให้พร้อมรับมือกับศัตรูที่จะบุกเข้ามาในอนาคต ซึ่งตอนนี้ก็มีการบุกมาเป็นระลอกๆหลายครั้ง แต่ก็ติดกับดักต่างๆของเราทำลายทิ้งเกลี้ยงทัพ แต่ทำแบบนี้ก็มีแต่เราที่เลื่อนระดับ ดังนั้นเราจึงเปิดระบบ Tower Defense ขึ้นมาเพื่อเพิ่มระดับให้ประชาชนในเมืองล่ะนะ

 


                แผน Tower Defense ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการวางแผน สร้างทางใต้ดิน วาดแบบแปลน และสร้างหอคอยเสร็จใน 1 คืน การหลอมปืนใหญ่ สร้างหน้าไม้ต่างๆก็สำเร็จอย่างรวดเร็ว บวกกับความกระตือรือร้นที่จะได้ระบายความแค้นใส่ทหารของเมืองค้าทาส ที่ส่วนใหญ่เป็นมอนสเตอร์ที่เกิดจากการเพาะพันธ์ที่น่าสยดสยอง ทำให้ในวันที่ 1 เดือนที่ 15 นับตั้งแต่ก่อตั้งเมืองฟรีดอมขึ้นมา ป้อมปราการทั้ง 10 ได้เฉิดฉาย แสดงแสนยานุภาพของอาวุธระยะไกล และทักษะเวทมนตร์ที่โจมตีได้อย่างน่าหวาดกลัวให้เมืองค้าทาสได้รับรู้ด้วยความสูญเสียทัพมอนสเตอร์นับหมื่น



                “ ซุ่มเก็บเงียบ ไม่บุกมา 3 เดือน เพียงเพื่อจะรวบรวมทัพนับหมื่นมาถูกทำลายในวันเดียว ฮ่าๆๆ” มีใครคนหนึ่งหัวเราะเสียงดังลั่น พร้อมพูดประโยคที่ตรงกับใจทุกคน และครั้งนี้เราก็เก็บเกี่ยวสินสงคราม ซากอาวุธ ชุดเกราะของมอนสเตอร์มาหลอมเป็นโลหะเพื่อเตรียมขึ้นรูปสร้างสิ่งของต่างๆได้ตามใจชอบ ซากมอนสเตอร์หลายชนิดก็นำมาสร้างอาวุธ ชุดเกราะได้ดี เรียกว่าเหมือนได้รับการเสิร์ฟทรัพยากรทั้งค่าประสบการณ์ การฝึกฝน และวัตถุดิบจากเมืองค้าทาสถึงที่กันเลยทีเดียว

 


                “ เฮ้อ การเก็บกวาดวัตถุดิบ เหนื่อยกว่าการถล่มพวกมันอีก” หนึ่งในเจ้าหน้าที่แผนกเก็บเกี่ยว ที่เป็น 1 ใน 3 แผนกของเจ้าหน้าที่ประจำหอคอยบ่นอย่างเซ็งๆ ซึ่งมันก็ตรงกับความจริง 100 % เลยล่ะ การทำลาย ง่ายกว่าการรักษา การเข่นฆ่า ง่ายกว่าการเยียวยา การปัดให้กองหนังสือร่วง ง่ายกว่าการพยายามจัดเรียงให้สวยเหมือนเดิม

 


                “ ฮ่าๆ โชคดีจริงๆที่ข้าเลือกเข้าแผนกจู่โจม”


 

                “ ข้าด้วย ดีจริงๆที่เลือกแผนกขนส่งลำเลียง ไม่ต้องไปเก็บเกี่ยวซากมอนสเตอร์”

 


                “ เฮ้อ เก็บเกี่ยวซากมอนส์น่ะ ไม่เท่าไหร่ ถ้าต่อไปต้องเก็บเกี่ยวซากศพมนุษย์ด้วยกันล่ะก็ ข้าคงขอบาย ยอมโดนหักตั๋วแลกของ ดีกว่าไปเจอประสบการณ์แย่ๆกับการปลดเปลื้องเกราะจากร่างบุรุษเหมือนกัน บรื้อ คิดละสยอง”


 

                จากนั้นทั้งสามคนก็ก๊งเหล้าที่หมักกันเองในเมืองต่อ คุยอย่างสนุกสนาน เหมือนกับโต๊ะอื่นๆรอบโรงอาหารในโซนสังสรรค์ ที่อนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่ถ้าเมา อาละวาดขึ้นมาล่ะก็ ต้องชดใช้ด้วยตั๋วแลกของที่มีมูลค่าเท่ากับความเสียหายที่ทำไว้ล่ะนะ

 


                นอกจากโต๊ะนี้ โต๊ะอื่นๆก็คุยกันเรื่อง Tower Defense ในวันนี้ ที่ถล่มศัตรูแค่ 1 ชั่วโมง แต่ต้องเก็บกวาดซาก คัดแยกของที่ใช้ได้ออกจากศพแล้วจับเผากันไปเกือบ 8 ชั่วโมง ไม่นับเหล่าช่างเหล็กที่ต้องทำงานกันหนักหน่วงในการหลอมอาวุธ ชุดเกราะของพวกมันให้เป็นก้อนแร่ เตรียมสร้างสิ่งต่างๆกันอีกหลายวันต่อจากนี้ เพราะจำนวนที่ได้มานั้น มากมายกองโตสูงเป็นเนินย่อมๆได้ และยังมีชิ้นส่วนมอนสเตอร์ที่เหล่านักสร้างสรรค์ต้องนำมาวิเคราะห์ พิจารณา และวิจัย ก่อนสร้างเป็นอาวุธ ชุดเกราะ ยุทโธปกรณ์แบบใหม่อีก

 


                บทสนทนาของคนในฟรีดอมเต็มไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน ที่ได้ระบายความแค้นที่พวกตนเคยตกเป็นทาสด้วยการถล่มกองทัพของศัตรูได้ปกคลุมเมืองติดกัน 7 วัน ก่อนที่จะเปลี่ยนหัวข้อเป็นแย่งกันขึ้นหอคอยทั้ง 10 เพื่อรับมือกับการบุกระลอกถัดไปในเช้าวันพรุ่งนี้

 


                กองทัพนักผจญภัยจากเมืองค้าทาสได้กรีฑาทัพมาแบบกระจายตัว พยายามซุ่มเนียนด้วยอาติแฟคระดับอ่อนๆ ที่ไม่รอดพ้นสายตาของเรา หรือสายตาของ “ยามรักษาการณ์แห่งฟรีดอม” ที่แตกต่างจากยามทั่วๆไปมาก เพราะประสิทธิภาพของพวกเขาสูงมาก แข็งแกร่งเทียบเท่าอัศวิน ลอบเร้นแฝงกายเทียบเท่านักฆ่า ตรวจจับศัตรูจากระยะไกล ระบุตำแหน่งแน่ชัด และสอยด้วยธนูได้แม่นยำกว่านักธนูทั่วไปมาก ดังนั้นตำแหน่งนี้จึงมีผู้บรรลุเงื่อนไข ได้รับการแต่งตั้งน้อยมากเช่นกัน

 


                จากข้อมูลที่ยามส่งไปยังหอคอยทั้ง 10 เหล่าเจ้าหน้าที่ประจำหอคอยก็ทำการวางแผน จัดสรรสรรพยากรที่จะใช้ถล่มศัตรูให้เหมาะสม ก่อนจะลงมือ เปิดฉากถล่ม

 


                แสนยานุภาพแห่งฟรีดอมได้สำแดงเดช กระสุนปืนใหญ่บินแหวกฟ้าไประเบิดทำลายศัตรูได้นับสิบด้วยกระสุนเพียง 1 นัด แล้วถ้ายิงถล่มติดกัน 100 นัดล่ะ? กลุ่มย่อยของนักผจญภัยบริเวณนั้นก็แหลกไม่เหลือผู้รอดชีวิตเลยน่ะสิ !


 

                เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมๆกันทั้ง 10 ป้อมปราการ ด้วยความประมาทของศัตรู ตั้งค่ายพักแรม คุยฟุ้ง คุยโม้โอ้อวดพละกำลัง ความสามารถของตัวเอง วาดฝันว่าจะเอาสมบัติในดันเจี้ยนลับนี้มาซื้อทาสสวยๆ ซื้อบ้านดีๆอยู่กันอย่างชิลๆ สบายๆ เหมือนไปปิคนิคมากกว่าเตรียมตัวลงดันเจี้ยน


 

ด้วยความเลินเล่อนี้เอง ทำให้พวกมันโดนถล่มเละเทะ ไม่ทันได้โชว์ความสามารถอะไร ก็ตายกลายเป็นศพให้หน่วยเก็บเกี่ยวไปริบทรัพยากรในค่ายพักแรม ในเกวียนมา ก่อนนำร่างมากองๆก่อนเผาทิ้งไม่ให้เหลือหลักฐาน

 


                นักผจญภัยจากเมืองค้าทาสจำนวน 678 คนตายเกลี้ยง ทรัพย์สินที่ได้มาก็เพียบเลยล่ะ หึๆ เหรียญทองแดง เหรียญเงิน เหรียญทองที่ได้มาก็จับหลอมซะ เพราะเมืองฟรีดอมไม่ใช้ระบบเงินเหรียญอยู่แล้ว อาวุธ เกราะที่เก็บจากที่พักแรม จากเกวียนก็นำไปตรวจสอบ ถ้าคุณภาพดีก็ใช้ต่อ ถ้าคุณภาพแย่ก็จับหลอม ถ้าเป็นของเฉพาะเจาะจง ทำพันธะสัญญากับผู้ใช้แล้ว ก็จับไปถอนสัญญาก่อนใช้ต่อ


 

                ส่วนทรัพยากรที่เก็บเกี่ยวจากซากศพ แน่นอนว่าต้องนำไปทำความสะอาด ก่อนตรวจสอบ คุณภาพดีก็ใช้ต่อ คุณภาพห่วยก็จับหลอม แต่ก็ทำได้เฉพาะสิ่งที่เป็นแร่โลหะ ส่วนพวกผ้า หนังนั้น ถ้าคุณภาพแย่ก็เหลือปลายทางอย่างเดียวคือ นำไปทำเป็น “เชื้อเพลิง”

 


                มีหลายคนเสียดายสาวๆนักผจญภัย แต่เมืองเราไม่มีนโยบายจับเชลย จับทาสอยู่แล้ว เลยฆ่าทิ้งอย่างเดียวล่ะนะ เพราะในเมืองฟรีดอมก็มีอาชีพสตรีขายบริการทางเพศ ในชื่อ “แม่หญิงงามเมือง” โดยพวกเธอคืออดีตทาสกาม กลุ่มที่โดนหล่อหลอมด้วยการมีเพศสัมพันธ์จน “เสพติด” ไปแล้ว ส่วนกลุ่มที่รังเกียจก็ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำอย่างไร และอาชีพนี้ก็มีไม่มีระดับขั้นแต่อย่างใด แลกบริการทางเพศด้วยข้อตกลงของสองฝ่ายที่ต้องไม่มากไป ไม่น้อยไป พร้อมทั้งบังคับใช้ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศ และเพื่อคุมกำเนิดด้วย


 

                ทำไมต้องคุมกำเนิด? คำตอบคือ “ไม่พร้อม” ใช่แล้ว ฟรีดอมยังไม่พร้อมจะมีประชากรรุ่นใหม่ เพราะสภาพตอนนี้ยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกบุกจู่โจมได้ ดังนั้นประชากรทั้ง 574 คนจำเป็นต้องอยู่ในสภาวะพร้อมอพยพหนีไปตั้งถิ่นฐานที่ใหม่เสมอ จึงไม่ควรจะตั้งครรภ์ หรือมีลูกน้อยล่ะนะ


 

                แม้จะถูกคุมกำเนิด แต่ไม่ได้ถูกคุมความรัก หลังทั้งเมืองบรรลุถึงอาชีพขั้น 4 ครบทุกคน นอกจากรางวัลที่ประกาศไว้ล่วงหน้าแล้ว ยังมีรางวัลเพิ่มเติมอีกหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ “กฏหมายคู่สมรส”

 


“ ถึงตอนนี้สถานการณ์จะไม่ค่อยดี เสี่ยงต่อการถูกทัพใหญ่จากเมืองค้าทาสบุกมาทุกเมื่อ แต่เมืองของพวกเราก็ไม่อาจละเลย “ความรัก” ไปได้” เราได้เกริ่นนำ ก่อนจะประกาศกฏหมายคู่สมรสให้ทุกคนฟัง

 


 กฏหมายของคู่สมรส ไม่จำกัดเผ่าพันธ์ หรือเพศ ขอเพียงรักกันจริง ก็จับมือจูงคู่รักมาจดทะเบียบสมรสกันได้ โดยทั้งคู่จะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ที่สำคัญและน่าสนใจที่สุดคือ ตั๋วเรือนหอ ที่จะสร้างบ้าน 1 ชั้นในบริเวณพื้นที่เพาะปลูก พร้อมตั๋วที่ดินรอบบ้าน สำหรับทำแปลงผักสวนครัวกินกันเองในครอบครัวใหม่ ซึ่งเป็นที่สนใจของทุกคนมาก โดยเฉพาะ “ไม่จำกัดเพศ”



“ ทำไมถึงไม่จำกัดเพศหรอ? ก็เพราะความรักไม่ขึ้นอยู่กับเพศยังไงล่ะ หากชายคนหนึ่ง อยากอยู่กับชายอีกคนในฐานะคู่รัก หรือกลับกัน หญิงสองคนอยากอยู่ด้วยกันแบบคู่รัก เราจะห้ามทำไม?” คำตอบของเราได้ประทับตรา ตรึงลงจิตใจของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งแม้จะมีไม่กี่คู่ แต่พวกเขาก็ดีใจที่ไม่ถูกมองข้าม ไม่ถูกกีดกัน เพราะมีอดีตทาสหลายคู่ที่โดนจับเป็นทาส เพียงเพราะแสดงออกว่ารักกันในที่สาธารณะ จนถูกพวกผู้คนในเมืองรุมจับปลดสถานภาพประชากร ลดเหลือเพียงทาส ก่อนจะบุกบ้านไปแก่งแย่งของของพวกเขาไปเป็นของตัวเอง ตามกฏของหลายๆเมืองที่ระบุว่า “คนวิปริต รักเพศเดียวกัน ใครพบเจอ แจ้งความแล้วนำทรัพย์สินในบ้านของคู่นั้นมาครองได้ ไม่ผิดอะไร” ซึ่งเมืองฟรีดอมนั้นแตกต่างออกไป เพราะนอกจากจะไม่มีกฏบ้าๆนี้แล้ว ยังมีกฏส่งเสริมอีกด้วย


_________________________________________________

นับถอยหลัง

2-3ตอนจบเรื่อง

บอกเลยว่าเป็นการตัดจบไป 10 ตอนจากที่ควรเขียนยืดฉากป้องกันเมือง

สาเหตุ : รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องนี้ในหลายๆอย่าง

ไปตั้งต้นเรื่องใหม่ดีกว่า แต่จะปล่อยค้างดองเค็มก็ไม่ดี

เลยต้องฝืนใจ เขียนตัดจบครับ ;3;


เปิดขาย 2 package แรกเรียบร้อย

ส่วนภาค 3 (ตั้งแต่บทที่41 เป็นต้นมา) เปิดอ่านฟรีล่ะ xD


ฝากกดไลค์ ติดตามเพจผมกันด้วยน้าาา

 https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #78 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 12:26
    ขอบคุณคับ
    #78
    0