[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 48 : บทที่ 47 : 1 ปีผ่านไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

บทที่ 47 : 1 ปีผ่านไป



                1 ปีผ่านไป เมืองฟรีดอมได้พัฒนาไปมาก โดยมีฟันเฟืองหลักคือเหล่าอดีตทาสที่พลิกฟื้น เปลี่ยนแปลงชะตาตัวเองให้กลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่า มีปัญญาเป็นศาสตราในการห่ำหั่นอุปสรรคที่เรามอบให้พวกเขาผ่าน “ภารกิจ” ต่างๆ ที่มีรางวัลเป็น “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”


               

                จากเมืองใต้ดินเล็กๆในเดือนแรก ได้พัฒนา ขยับขยายกลายเป็นเมืองบนดินในหลายเดือนต่อมา และกางกำแพงดินพร้อมสลักอาคมป้องกันไม่ให้มนุษย์ผู้โลภมาก จากเมืองค้าทาสเห็น หรือสัมผัสได้ รวมทั้งป้องกันจากมอนสเตอร์ในป่าแถบนี้ที่อันตรายเกินไปสำหรับพวกเขา

 


                และในที่สุด ตอนนี้ อาชีพสายนักล่า นักจับ นักสำรวจก็เลื่อนขึ้นสู่ระดับ 5 พวกเขาที่ผ่านการอบรม สั่งสอนทักษะการต่อสู้ด้วยศาสตราและคาถาพร้อมแล้วที่จะออกผจญภัย !


 

                แน่นอนว่า เราไม่ปล่อยให้พวกเขาออกไปบู๊เดี่ยวแน่ ต้องแอบติดตามไปดูห่างๆอย่างห่วงๆด้วย โดยเราได้อนุญาตให้ตั้งทีมนักผจญภัย ทีมละ 8 คน ออกจากเมืองได้ครั้งละ 5 ทีมเท่านั้น โดยมีผู้พิทักษ์ 5 คนแอบตามไปคุ้มครองห่างๆล่ะนะ

 


                การออกผจญภัยของ 5 ทีมในแต่ละวันผ่านไป 2 สัปดาห์อย่างไม่มีปัญหาอะไร มอนสเตอร์ที่ถูกหมายหัว สมุนไพรที่จำเป็น พื้นที่ที่ต้องการสำรวจ สามหัวข้อภารกิจหลักนี้สำเร็จลุล่วงในอัตรา 100 % แต่แล้วในสัปดาห์ที่ 3 ฝูงก็อบลินก็เฮโรมาล้อมทีมนักผจญภัยทีมที่ 2 และนั่นก็เป็นการแผลงฤทธิ์ อวดความโหดของผู้พิทักษ์ ที่ดีดนิ้วทีเดียว เปลวไฟสีฟ้าก็เผาไหม้ก็อบลินนับร้อยกลายเป็นเถ้าถ่านไปทั้งฝูงในเวลาเพียง 2 นาที นี่มันไวยิ่งกว่าต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกนะเนี่ย !



                จากกรณีจ๊ะเอ๋กับฝูงก็อบลิน ทีมที่ 2 ที่ขวัญเสียเล็กน้อยเลยได้รับภารกิจใหม่ สำรวจหาต้นตอว่าทำไมก็อบลินถึงกระจุกตัวกันเป็นฝูง และมุ่งหน้ามาหาพวกเราได้อย่างไม่รู้สึกตัว ซึ่งผู้พิทักษ์ที่เผาศัตรูราบคาบจนไม่เหลือซากให้สำรวจเบาะแสอะไรก็ถูกมอบหมายให้นำทีมไปสืบด้วย เป็นการลงโทษที่แสดงพลังมากเกินไป


 

                “ บางทีพวกมันอาจค้นพบอาติแฟคอำพรางตัวก็ได้ ถึงเข้าใกล้พวกเราได้มากขนาดนี้” เราให้ความเห็น ทำเอาเซล่าหน้าซีดกว่าเดิม แล้วขอโทษขอโพยที่คุมไฟไม่อยู่ เผาศัตรูจนเหลือแต่ซากเถ้าถ่าน ดูไม่ออกว่าแต่ละตัวใส่ชุดอะไร ถืออาวุธอะไร มีอาติแฟคอะไรสวมใส่ไหมสักชิ้น


 

                เซล่าได้นำทีมออกสำรวจหาเบาะแส จนพบกับถ้ำแห่งหนึ่ง ห่างจากเมืองค้าทาสนั่นไม่กี่กิโลเมตร และพอใช้เวทตรวจสอบดู ก็พบกับความน่าสยดสยอง

 


                ถ้ำนี่มันแหล่งเพาะพันธ์ก็อบลิน !!


 

                ใช่แล้ว ฟังไม่ผิด อ่านไม่ผิดหรอก ถ้ำนี้คือแห่งเพาะพันธ์ก็อบลิน ที่จับก็อบลินมาผสมพันธ์กับ “ทาส” หลากหลายสายพันธ์ โดยก็อบลินนั้นจะถูกคัดเลือกพ่อพันธ์ชั้นดี พอๆกับคัดเลือกแม่พันธ์ เพื่อผลิต “กองกำลังทหารก็อบลิน” ออกมา โดยทุกตัวจะถูกตีตราทาสกลางหลัง เป็นอักขระที่ใช้ในการควบคุมร่างกายและจิตใจ และตัวไหนมีค่าสถานะพื้นฐานต่ำ ก็จะถูก “บด” เป็นเนื้อ เอาไปปรุงเป็นอาหารให้พ่อพันธ์ แม่พันธ์กินประทังชีพ และชะตากรรมเนื้อบดนี้ก็ใช่ว่าพ่อพันธ์ แม่พันธ์จะหนีพ้น เพราะพ่อพันธ์ แม่พันธ์ตัวไหนอ่อนแอเมื่อไหร่ ก็โดนบดเช่นกัน


 

                “ ฮ่าๆ อีกไม่นาน พื้นที่หินประหลาดนั่นก็จะถูกทัพก็อบลินแนวหน้านับร้อยบุกถล่ม เราจะได้รู้กันเสียทีนะว่าภายในนั้นมีอาติแฟคอะไรอยู่บ้าง”

 


                “ แล้วถ้าพวกนั้นตายหมดล่ะ?”


 

                “ ฮึ่ย จะตายได้ไง อาติแฟคที่มอบให้พวกมันใส่มีทั้งอำพรางตัว ทั้งเสริมพลังป้องกันกายภาพ ป้องกันเวทมนตร์เลยนะ ของแพงแบบนั้น ถ้าตายหมดเราก็ขาดทุนแย่เลยสิ”


 

                พวกมนุษย์ที่ดูเหมือนจะทำหน้าที่ควบคุมถ้ำปั๊มทัพก็อบลินคุยกันด้วยเสียงสบายๆ ราวกับว่าเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าแม่พันธ์ ที่ตะโกนขอความช่วยเหลือนั้น เป็นเรื่อง “ปกติ” สำหรับพวกเขา นั่นทำให้ทีมนักผจญภัยที่ 2   โกรธกันมาก

 


                “ ใจเย็นๆ ถอยออกมาก่อน” เราสั่งด้วยเสียงเข้มงวด พร้อมให้เหตุผลว่าหากผลีผลามเข้าไปในถ้ำตอนนี้ อาจถูกกับดัก แนวป้องกัน อาคมตั้งรับจับกุมไปเป็นแม่พันธ์เพิ่ม ส่วนผู้ชายคงไม่พ้นโดนจับไปขายเป็นทาสในเมือง หรือที่แย่กว่านั้นคือ ถูก “บด” เป็นอาหารอย่างน่าสยดสยองไป


 

                14 วันผ่านไปกับการตรวจสอบ พบว่ารอบๆเมืองค้าทาสได้เปลี่ยนไปแบบน่ารังเกียจที่สุด นอกจากถ้ำก็อบลินที่เจอแล้ว ยังมีถ้ำ “เพาะพันธ์” มอนสเตอร์อีกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น “โคบอลต์” หมาป่ายืนสองขา ใช้อาวุธได้คล่องแคล่ว ฉลาดกว่าก็อบลินหน่อย , “แมลงกลายพันธ์” สัตว์ที่แพร่พันธ์ได้รวดเร็ว และกลายพันธ์จากการฟักไข่แมลงในมดลูกของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาเผ่าพันธ์อื่นๆ ทำให้ได้ความฉลาด และค่าสถานะมาแม้จะอยู่ในรูปลักษณ์แมลงก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตะขาบ แมงป่อง ด้วง ที่เน้นเกราะแข็งแกร่ง เคลื่อนที่ไว มีขนาดตัวประมาณหมา หรือบางทีก็กลายพันธ์เป็นมนุษย์แมลง สูงประมาณ 150 เซนติเมตร มีแขน 3 คู่ ขา 2 คู่  , “ออร์ค” เหมือนเป็นร่างพัฒนาของก็อบลิน แต่โตช้ากว่า ทว่าพอโตเต็มที่จะแข็งแกร่งกว่า และมอนสเตอร์ทั่วๆไปอย่างหมาป่า แมวป่า เสือ อะไรทำนองนั้น

 


                1 ปีที่เมืองค้าทาสถูกถล่ม พวกมันก็ไม่ได้นิ่งเฉย และยังเพิ่มความขยะแขยงให้ระบบการค้าทาสเพิ่มอีก ด้วยการเพาะพันธ์มอนสเตอร์ขายเป็นทหารรับใช้ที่แข็งแกร่งและซื่อสัตย์  จับเผ่าหายากมาปั๊มลูก จับทาสสาวมาเป็นแม่พันธ์ จับทาสชายไปใช้แรงงาน และพอหมดสภาพก็จับปั่น ป่น บดเป็นเนื้อเพื่อประหยัดค่าอาหารใน “ฟาร์มผลิตมอนสเตอร์”


 

                “ เลว ร้าย ที่ สุด” เป็นสี่พยางค์สั้นๆที่กลั่นออกมาจากจิตใจชาวฟรีดอมทุกคน เราจึงเปิดมติครั้งแรกให้คนทั้งเมืองลงคะแนนกันว่า จะจัดการยังไงกับปัญหานี้ดี

 


1.ปล่อยไป ไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ควรเสี่ยง แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยแบบปล่อยไปเลยจริงๆ พวกเราจะพัฒนากองทัพ อาวุธ เกราะ ยุทโธปกรณ์ แผนการต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือ และพร้อมจะโต้กลับถล่มยับทั้งเมือง ทำลายทุกฟาร์มอันเลวร้ายทันทีที่พวกมันบุกรุกเมืองเรา



2.บุกถล่มพวกมันด้วยทุกสิ่งที่เรามี ทะลวงกำแพงเมืองมันให้ทะลุ และหยุดยั้งขบวนการผลิตมอนสเตอร์ที่เลวทราม จับพวกผู้นำศัตรูมาทรมาน 1 ปีเต็มกับการถูกกระทำชำเรา เป็นพ่อพันธ์ แม่พันธ์แบบที่พวกมันทำกับคนอื่น ก่อนจะฆ่าทิ้ง

 


แน่นอนว่าเสียงย่อมแตกออกเป็นสองฝั่ง และผลที่ได้คือ ทุกคนเลือกข้อ 1 เพราะไม่อยากเสี่ยงเกินไป ไม่อยากสูญเสียชีวิตที่มีความสุขในตอนนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยปะละเลยเสียทั้งหมด  พวกเขาเลือกที่จะฝึกฝนตัวเองให้เก่งกว่านี้ก่อน ค่อยลุยไปช่วยเหลือ

 


อาชีพใหม่จึงเกิดขึ้นในเมืองฟรีดอม นั่นก็คือ “ทหาร” โดยทหารของเมืองเราไม่ใช่กลุ่มคนที่ฝึกฝน สวมใส่อาวุธ ชุดเกราะเพื่อเตรียมไปรุกราน ขยายดินแดนให้กว้างไกล กวาดต้อนสินสงครามไม่ว่าจะเป็นข้า ทาส บริวาร สมบัติกลับมาพัฒนาเมือง แต่เป็นทหารที่จะบุกถล่มทำลายทุกเมืองที่เห็นดี เห็นงาม สนับสนุนระบบทาส และกวาดต้อนทาสมาปลดปล่อยจากคำสาป ให้พวกเขาได้พบอิสระภาพ และสั่งสอนวิธีใช้ชีวิตอย่างมีความสุขภายในเมืองฟรีดอมแห่งนี้ ส่วนพวกขุนนาง พวกชนชั้นปกครองที่สนับสนุนระบบทาสก็ต้องถูกลงโทษ ด้วยการจับมาประหาร ด้วยการให้เหล่าอดีตทาสลงทัณฑ์พวกมันอย่างสาสมเป็นการระบายความแค้น ก่อนนำร่างไปเผาทิ้งไม่ให้หลงเหลือความเลวร้ายของพวกมันไว้ในโลกนี้

 


ทำไมไม่จับพวกมันมาเป็นทาสเพื่อเป็นแรงงานพัฒนาเมือง? คำตอบง่ายๆคือ ถ้าเราจับพวกมันมาเป็นทาส ก็ไม่ต่างอะไรกับการสนับสนุนระบบทาสให้คงอยู่ต่อไปน่ะสิ แม้จะต่างกันที่วัตถุประสงค์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกัน นั่นก็คือริดรอนสิทธิ เสรีภาพผู้อื่นด้วยกำลัง ดังนั้นวิธีเดียวที่จะจัดการพวกมันได้ก็มีแต่ให้รับ “กรรม” จากเหล่าอดีตทาสของตัวเองไปซะ ซึ่งจุดนี้เป็นการลงทัณฑ์ที่เหมาะสม เพราะถ้ามีเจ้านายที่เป็นคนดี ดูแลทาสดี อดีตทาสต้องขอร้อง ให้ไว้ชีวิตเจ้านายไว้แน่ๆ และนั่นก็เป็นการคัดกรองพวกชนชั้นปกครองที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความดี มีมนุษยธรรมในตัวให้เข้ามาเป็นผู้ช่วยบริหารเมืองฟรีดอมของเราไปด้วยในตัวล่ะ

 


3 เดือน ผ่านไปนับตั้งแต่พบเจอความเลวร้าย ในที่สุด เมืองค้าทาสนั่นก็ส่งกองทัพนับพัน ที่ไม่ได้มีแต่เผ่ามนุษย์ แต่เต็มไปด้วยสายพันธ์ผสมที่เกิดขึ้นจากความเลวร้ายของการบังคับพ่อพันธ์แม่พันธ์ผสมพันธ์กัน พวกมันมาล้อมกำแพงดินของเราอย่างหมายมั่นว่าจะบุกทะลวงเข้ามาบุกเบิกดันเจี้ยนแห่งนี้


               

แต่พวกมันก็ถูก “ไฟสีดำ” เผาไหม้ไม่เหลือซาก ไม่เหลือผู้รอดชีวิตไปบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยสักคน ซึ่งนี่คือ “กับดักอัคคีทมิฬ” ที่เราวางไว้ป้องกันเมืองล่ะ โดยใส่เงื่อนไขลงอาคมว่า หากศัตรูมาล้อมเมืองไว้จำนวนเกินพันคน และพวกนั้นคือพวกเดียวกัน มาจากทิศทางเดียวกันก่อนกระจายล้อมเมืองเราไว้ล่ะก็ จะถูกไฟสีดำเผาไหม้ทันที



ไม่เหลือซาก ไม่เหลือเศษอาวุธ ชุดเกราะ ไม่เหลือแม้กระทั่งเถ้าถ่าน ทุกอย่างถูกเผาไหม้หมดจดราวกับถูกดูดเข้าไปในหลุมดำต่างมิติ เปลวไฟนี้ต้องใช้พลังเวทในตัวเรา ผสานกับอัญมณีมนตราที่วางไว้เพื่อคงสภาพอาคมกับดักมหาศาลเทียบเท่านักเวททั่วไปช่วยกันร่ายมนต์ 100 คนติดต่อกัน 1 ชั่วโมงเลยล่ะ แต่ผลที่ได้ก็คุ้มค่าอยู่นะ หึๆ


__________________________________________________

1 ปีผ่านไปไวอย่างกับ Time Skip

(จริงๆก็เรียกว่า Time Skip นั่นแหละ ฮ่าๆ)


เจอความเลวร้ายของ "มนุษย์" อีกครั้ง 

เมืองฟรีดอม ก็พร้อมจะดำเนินการ จัดการให้สิ้นซาก

ในตอนหน้าล่ะนะ !


ฝากกดไลค์ ติดตามเพจผมกันด้วยน้าาา

 https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #76 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 17:07
    ขอบคุณคับ
    #76
    0
  2. #74 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 10:43

    โอ้เราคงได้อ่านโดจินหมวดมลงและหนวดลึกลับคงจะเข้าใจ แต่ไหงนี่ดาร์คกว่าที่คิด..
    #74
    0