[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 28 : บทที่ 27 : ก็อบลินที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็อบลินขี่หมาป่า ขี่เสือ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    5 พ.ค. 61

บทที่ 27 : ก็อบลินที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็อบลินขี่หมาป่า ขี่เสือ!

 


                เสียงคำรามที่นึกว่าเป็นพวกไคจูจากหนังสัตว์ประหลาดถล่มเมืองของญี่ปุ่นดังไปทั่วสนาม ฉันหันไปหาต้นเสียงก็พบกับสิ่งมีชีวิตร่างกายใหญ่โต สูงจากพื้นเกือบ 10 เมตร ขาทั้งแปดที่คืบคลานเหยียบย่ำมอนสเตอร์ด้วยกันอย่างโหดร้าย ยาวข้างละ 5 เมตร ลำตัวที่ยาวจากหัวจนถึงปลายหางกะๆแล้วไม่ต่ำกว่า 50 เมตรได้เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลเหมือนงูเลื้อย  เกล็ดดำตามตัววิ้งวับสะท้อนแสง มันเป็นตัวตนที่แปลกประหลาดมากสำหรับเรา  เราเลยเรียกมันในใจว่า กิ้งก่าแปดขาไปก่อน

 


                “ แต่คิดๆแล้ว อาจจะเป็นรูปแบบหนึ่งของสายพันธ์มังกรก็ได้นะ ” เราพูดเบาๆ ก่อนจะมองบนหัวที่คล้ายกิ้งก่า แต่มีตาถึง 4 ดวง  ลูกตาสีแดงฉานของมันมองสนามรบประหนึ่งมองมดปลวก ก่อนจะแลบลิ้นสองแฉกพุ่งไปตวัดเอามอนสเตอร์บ้าง ทหารเกราะเหล็กบ้างเข้าปากมาเคี้ยวกร้วมๆเหมือนกินขนม


 

                “ เคี๊ยกๆๆๆ”   เสียงหัวเราะแหลมแสบแก้วหูดังมาจากก็อบลินร่างยักษ์ที่นั่งบนหัวของกิ้งก่าแปดขามันเป็นก็อบลินผิวเขียวคล้ำ สูง 3 เมตร ตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ไร้เกราะใดๆปกคลุม มีเพียงผ้าเตี่ยวหนังเสือผูกเอวไว้เท่านั้น และหลังมันก็มีดาบยาวที่ทีคมเขี้ยวสัตว์ฝังตามใบดาบ พร้อมอัญมณีเวทมนตร์เม็ดเท่ากำปั้นฝังตามด้ามดาบด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือผู้นำทัพครั้งนี้แน่

 


                มันชักดาบออกมาชี้ไปบนฟ้า ก่อนก้อนเมฆจะมารวมกัน แล้วเกิดฝนโปรยปรายลงมายังสนามรบเราที่อยู่วงนอกในป่า ก็ยังโดนฝนไปด้วย ซึ่งมันไม่ใช่ฝนที่ดีสำหรับมนุษย์สักนิด เสียงสวรรค์ก็รายงานว่าเราถูกฝนแห่งเมอเรี่ยม ที่น่าจะเป็นชื่อดาบ ไม่ก็ชื่ออัญมณีที่ฝังในดาบของก็อบลินตัวนั้น มีผลลดความสามารถทุกด้านลง 10 % และให้เดาๆนะ ฝนนี้น่าจะเพิ่มความสามารถให้พวกพ้องของผู้ถือครองเมอเรี่ยม 10 % แน่ ดูได้จากท่าทางกระปรี้กระเปร่าของฝูงมอนสเตอร์เอา


 

                “ ถ้าลอบสังหารมันได้ ฝนน่าจะหยุด . . . หรือเปล่านะ? ” เราลองคิดๆดูแล้วว่า ธนูของเรามันอ่อนเกินไป ไม่น่าจะโจมตีผู้นำทัพอย่างมันเข้าแน่ ถ้ายิงไปแล้วทำความเสียหายไม่ได้ แล้วมันฉลาด จับตำแหน่งเราได้ขึ้นมาความซวยจะมาเยือน “ และมันไม่ใส่อะไรแบบนี้ แปลว่ามั่นใจในความถึกของผิวกายมากแน่ๆ. . . เอาไงดีนะ ”

 


                ระหว่างที่เราลังเลนั้น สถานการณ์ในสมรภูมิก็ย่ำแย่ขึ้น แม้กิ้งก่าได้อาละวาด เหยียบย่ำ หางฟาดลิ้นตวัดจับกินไม่เลือกก็จริง แต่จำนวนของมอนสเตอร์ที่มาเสริมทัพเรื่อยๆนั้นเยอะกว่าฝั่งเรามากนัก ทำให้น่ากลัวเหลือเกินว่าถ้าปล่อยไป ไม่ทำอะไร ฝั่งมนุษย์เราจะเสียเปรียบมาก


               

                ในขณะที่เราลังเลว่าจะทำอะไรต่อดีนั้น ชายที่ถือดาบยักษ์ก็ได้กระโจนไปฟาดหัวกิ้งก่าอย่างองอาจจนเกล็ดมันแตกพร้อมเลือดสาดกระเส็นไปทั่ว แลกกับรอยร้าวบนดาบ  แต่เกล็ดที่แตกเป็นแค่ส่วนปลายจมูกเลยไม่น่าจะสร้างความเจ็บปวดให้กิ้งก่ายักษ์ได้ ให้เดาเล่นๆมันคงเจ็บเท่าสิวระเบิดเองมั้ง


 

                กิ้งก่าหงุดหงิด เลยตวัดลิ้นหมายจะกินคนที่บังอาจมาระเบิดสิว เอ๊ย ระเบิดเกล็ดมันได้ แต่ลิ้นมันที่ตวัดออกจากปากอย่างรวดเร็ว กลับถูกฟาดซะเลือดสาด แทบขาดด้วยดาบในมือของชายคนนั้นที่ตอนนี้เรืองแสงสีแดงไปทั่วทั้งเล่มแล้ว

 


                “ ก๊าซซซซซซซซซ ” เสียงคำรามร้องลั่นอย่างเจ็บปวดของมันได้สร้างขวัญกำลังใจให้ฝั่งมนุษย์และลดความฮึกเหิมของมอนสเตอร์ได้เป็นอย่างดี

 


                “ เคี๊ยก ! ” ก็อบลินที่ถือดาบเรียกฝนส่งเสียงไม่พอใจออกมา ก่อนจะสะบัดดาบที่มีสายใยเวทเชื่อมกับเมฆฝนบนฟ้า ทำให้ฝนซาลงอย่างเห็นได้ชัด  “ คย๊า !!


 

                มันชี้ดาบใส่ชายคนนั้นที่ถอยไปตั้งหลัก โดยไม่ได้ถอยเปล่า แต่สะบัดดาบสังหารมอนสเตอร์ไปอีกนับร้อยๆตัว ริ้วดาบของเขาที่สะบัดออกมาเป็นเส้นสีแดงพุ่งไปทั่วสนามรบนั้นน่ากลัวมาก แต่เหลือเชื่อที่มันไม่ตัดมนุษย์ด้วยกัน แม้จะยืนข้างๆมอนสเตอร์ก็ตาม


 

                “ นึกว่าเรื่องโม้ๆทำนองนี้จะมีแต่ในนิยายซะอีก ” เราอ้าปากค้างขณะดูเขาคนนั้นที่สังหารมอนสเตอร์อย่างองอาจ กล้าหาญ ประหนึ่งผู้กล้า ซึ่งตอนนี้ได้กระโจนไปปะทะดาบกับผู้นำทัพก็อบลินกลางอากาศจนเกิดเสียงโลหะปะทะกันดังแสบแก้วหูไปทั่วสนามรบ ก่อนทั้งคู่จะดีดตัวถอยห่างกัน ผู้นำก็อบลินกลับไปยืนบนหลังกิ้งก่าด้วยสีหน้าอึ้งๆ ราวกับเพิ่งเจอเรื่องเหลือเชื่อ ส่วนผู้กล้าดาบใหญ่ของฝั่งมนุษย์ได้กลับมายืนที่พื้น แล้วสะบัดดาบใหญ่สร้างริ้วดาบเป็นเส้นโค้งมน เหมือนดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวพุ่งไปตัดผ่านมอนสเตอร์รอบขากิ้งก่ายักษ์ตัวขาดเป็นสองท่อน ก่อนริ้วดาบนั้นจะเฉือนเนื้อขาคู่หน้าของกิ้งก่าเป็นแผลลึกเข้าไปจนมันกรีดร้องลั่น


 

                “ กะจะเป็นวีรสตรีซะหน่อย แต่มีคนแย่งไปแล้ว ก็ดี ไม่ต้องเด่นอะไรมากในตอนนี้ก็ได้ ” เรายักไหล่ ก่อนจะเริ่มลงมือโจมตีศัตรูต่อ หลังมัวแต่ยืนดูการปะทะกันของผู้นำก็อบลินกับผู้กล้าดาบใหญ่ที่เดาๆว่าน่าจะชื่อ “ไวรัล” ตามเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความฮึกเหิม เคารพ และดีใจที่เขาสามารถจัดการศัตรูได้มากมายในพริบตา

 


                “ เคี๊ยกๆๆ ! ” ก็อบลินพากันตะโกนเสียงแหลมใส่มนุษย์ ไม่ว่าจะด้วยความหนวกหู หรือความโกรธแค้นก็ตาม เสียงสองฝั่งเลยดังไปทั่วสนามรบ พร้อมกับการต่อสู้ที่ยกไปอีกระดับของความรุนแรง ปืนใหญ่ได้ระดมยิงมาถล่มกิ้งก่ายักษ์ แต่ก็ถูกลิ้นของกิ้งก่าที่ตอนแรกดูใกล้จะขาดจากการฟาดดาบของไวรัล แต่ตอนนี้กลับฟื้นตัวไวมาก ตวัดจับกินเหมือนอาหาร ก่อนมันจะพ่นไฟสีแดงฉานกลับคืนไปทางที่ลูกปืนใหญ่ลอยมา ส่งผลให้หอคอยแห่งหนึ่งระเบิดเป็นจุลในพริบตา

 


                “ ม่ายยยยยยยยยย ”  ไวรัลที่กำลังดื่มยาฟื้นพลังตะโกนอย่างเจ็บปวด ก่อนจะบีบขวดยาในมือแตกแล้วลากดาบที่เปล่งแสงสีแดงจ้า แต่ตัวดาบดูร้าวๆ สร้างวงดาบจันทร์เสี้ยวสีแดงเลือดเข้าซ้ำแผลที่ขาคู่หน้าของกิ้งก่ายักษ์ ที่ตอนนี้เริ่มฟื้นตัวบ้างแล้วจนขาดสะบั้น


 

                แต่กิ้งก่ามีแปดขา หายไปแค่สองขาหน้า หกขาหลังก็ทรงตัวได้ดี และมันยังโกรธจัดอีกด้วย มันวิ่งตรงมาหาไวรัล พร้อมกับตวัดลิ้นมาหมายจะรวบตัวเข้าปาก แต่คราวนี้ลิ้นมันได้ขาดของจริง พร้อมกับไวรัลที่กระโดดเหยียบซากลิ้นที่กำลังลอยกลางอากาศเป็นฐานส่งตัวขึ้นไป


 

                ไม่ว่าเขาจะทำอะไร แต่เราคิดว่านี่แหละโอกาสอันดี เลยอัดเวทไฟเข้าหัวลูกศร แล้วแผลงพุ่งไปโจมตีดวงตาของมัน โดยยิงไปได้แค่ 10 นัดในเวลา 10 วินาทีพลังเวทก็หมดแล้ว  บอกได้เลยว่าเราอัดพลังเวทไปมากจริงๆในแต่ละนัดที่ยิงไป

 


                “ ที่เหลือก็ ดูผลลัพธ์ ” เราพูดอย่างเหนื่อยอ่อนขณะดูผลงานตัวเอง 7 นัดแรกแรงตกไประเบิดใกล้ๆแผลที่ขาหน้า ทำเอามันเซ ส่วนอีก 3 นัดเข้าเป้าช่วงลำคอแทน เพราะมันวิ่งไปข้างหน้าด้วย แต่ก็สร้างความเสียหายได้มากอยู่

 


                ส่วนไวรัลที่กระโจนขึ้นหัวมันนั้น ได้พุ่งไปฟาดดาบใหญ่ใส่แม่ทัพก็อบลินที่กำลังร่ายเวทอะไรสักอย่างจนปลิวไปไกล สมาธิแตกกระจาย เวทต้องร่ายใหม่แน่ แต่มันไม่บาดเจ็บสักนิดด้วยม่านพลังมนตราสีฟ้าอ่อนที่น่าจะเป็นผลของดาบอีกอย่างล่ะมั้ง แต่ม่านพลังนั้นก็ร้าวจนใกล้แตก จนมันทำหน้าเหลือเชื่อตกใจอีกครั้ง แต่ก่อนที่มันจะพุ่งมาเอาคืน ดวงตาทั้ง 8 ของกิ้งก่าก็ถูกทะลวงด้วยดาบใหญ่เรียบร้อยแล้ว


 

                “ เป็นการพุ่งไปแทงที่ไวมาก ” เราที่มองอยู่ไกลๆยังแทบไม่เชื่อ คนมองใกล้ๆคงเป็นเหมือนกันกิ้งก่าที่ไร้ดวงตาก็คงตกใจมากๆ ที่จู่ๆตาทั้งแปดก็ดับมืด เลยออกอาละวาด วิ่งสะเปะสะปะ ร้องลั่นไปทั่ว


 

                “ หืม. . .สัมผัสแบบนี้ พลังเวทมหาศาล. . . หรือว่า ! ” เราหันไปทางตัวเมือง ก็เห็นวงเวทสีทองลอยอยู่ มีอักขระเวทภาษาโบราณที่เราอ่านไม่ออกเรียงร้อยถ้อยคำกันเป็นวงกลมแนวตั้งขนานกับพื้น ก่อนที่ลำแสงสีทองจะพุ่งออกมานับร้อยๆเส้นเข้าทำลายทัพศัตรู


 

                “ ออกมาแล้ว ! ศรสวรรค์ล้างอธรรม อาวุธสุดยอดของไพโอเนียร์ ! ” เราจับใจความของเสียงตะโกนส่วนใหญ่ในสนามรบได้ประมาณนี้ ขณะดูภาพสุดท้ายของกิ้งก่าที่โดนแสงสีทองทะลวงจากปากทะลุหาง พร้อมกับหัวที่โดนดาบยักษ์ตัดสะบั้นในมือไวรัล และก็อบลินแม่ทัพก็ถูกแสงทะลวงหัวเป็นรู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #50 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 13:55
    เหมือนไปตั้งแคมสไนยิงไก่
    #50
    1
    • #50-1 KuroNekoYuriya (@KuroNekoYuriya) (จากตอนที่ 28)
      5 พฤษภาคม 2561 / 23:48
      ขึ้นยอดไม้ ง้างธนู สอยระยะไกลประหนึ่งเป็นสไนเปอร์เลยเนอะ ถถถ
      #50-1