[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 26 : บทที่ 25 : ก็อบลินน่ะหรอ? มาเป็นหมื่นก็ไม่กลัวหรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    3 พ.ค. 61

บทที่ 25 : ก็อบลินน่ะหรอ? มาเป็นหมื่นก็ไม่กลัวหรอก


 

                หลังเราแปลงร่าง เปลี่ยนเพศและชุด แต่งองค์  ทรงเครื่องเป็นนิโคเรียบร้อยแล้ว เราก็กระโดดขึ้นยอดไม้ที่สูงที่สุดในชายป่า เพื่อดูสถานการณ์สงคราม


 

                “ หวาๆๆ ก็อบลินเป็นพัน ไม่สิ อาจจะหมื่นตัว แต่ยืนนิ่งกันเหมือนทหารที่ฝึกมาดี ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว ” เราขยี้ตาสองสามครั้งอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นการประจัญหน้ากันอย่างเงียบสงบแต่เป็นความสงบดั่งสายลมที่หยุดนิ่งก่อนพายุจะถาโถมเข้ามาของทัพมอนสเตอร์ที่มีแต่ก็อบลินตัวเขียว กับทัพนักผจญภัยหลากหลายสีสันของเสื้อผ้า สีผม

 


                “ ก่อนอื่น สูดหายใจลึกๆ ระงับความตื่นเต้นก่อน . . . เยอะแบบนี้ ถ้ากระโจนไปหาแล้วโดนรุมมีหวังตายแน่ ” เราหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาระหว่างดูการปะทะกันที่เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด เสียงเฮโลโห่ร้องเรียกขวัญกำลังใจของนักผจญภัย และเสียงกรีดร้องอย่างน่าสะพรึงของก็อบลินดังไปทั่ว พร้อมๆกับเสียงศาสตรานานาประเภทปะทะกัน เสียงธนูแหวกลม เสียงเนื้อถูกคมอาวุธเชือดเฉือน เสียงเวทต่างๆสาดซัดใส่กันดังไปทั่ว

 


                “ อุ๊บ อยู่ไกลแบบนี้ยังรู้สึกคลื่นไส้เลย เลือด เนื้อ เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด สงครามนี่น่าสะอิดสะเอียนจริงๆ ” เรายกมือขวามาป้องปาก ก่อนจะพยายามหายใจลึกๆ เพื่อทำสมาธิไม่ให้สติเตลิดไปกับความน่ากลัวของสงครามที่ได้เห็นต่อหน้าต่อตาครั้งแรก มันช่างน่ากลัวยิ่งกว่าการดูหนัง 4D เป็นไหนๆเลยล่ะบรรยากาศมันกดดัน หนักอึ้ง และชวนคลื่นไส้สุดๆเลย 



                เราหลับตา หลายใจเข้าออกช้าๆ แต่ไม่ลืมจะกาง Aware Area ทักษะตรวจสอบสภาพรอบข้างที่พัฒนาขึ้นจนสัมผัสได้ 20 เมตรรอบตัวเพื่อระวัง เผื่อมีพวกแตกฝูงหลงทัพเข้ามาใกล้ๆ  จนเวลาผ่านไป500 วินาที หรือประมาณนั้น ตามตัวเลขที่นับในใจขณะตั้งสมาธิไม่ให้หวาดหวั่นกับสงคราม เมื่อลืมตาขึ้นพร้อมกับเสียงสวรรค์ที่รายงานการเลื่อนระดับทักษะต้านทานความหวาดกลัวขึ้นเป็น Class 1 ระดับ25 และทำสมาธิ  Class 1 ระดับ 30 



                “ ฟู้วๆๆ ” เราพ่นลมหายใจออกหลายครั้ง ก่อนจะมองสนามรบที่สถานการณ์ไม่แตกต่างจากเมื่อ500 วินาทีก่อนเท่าไหร่นัก เว้นแต่ซากศพก็อบลินที่กระจายกลาดเกลื่อนไปทั่ว แต่พวกมันก็หาได้หวาดกลัวหรือขวัญเสียจากการมองเพื่อนพ้องตายตกไม่ ซ้ำยังบ้าคลั่งมากขึ้น ถึงขั้นวิ่งเหยียบศพ แล้วกระโจนเข้าหานักผจญภัยที่ดูรับมือได้อย่างไม่ยากลำบากนัก แม้มีหลายคนประมาทไป โดนกัดตามตัวบ้าง แต่ก็ไม่มีใครบาดเจ็บถึงขั้นอวัยวะสำคัญๆขาดล่ะนะ

 


                “ หลายไปแนวหน้า เหลือแนวกลางและหลัง กะๆเอาก็น่าจะเหลือ 7 พันตัวที่กำลังพยายามตีวงล้อมนักผจญภัยอยู่ แต่มนุษย์ไม่โง่นะ หึๆ ” เราหัวเราะเบาๆในลำคอ ขณะดูนักผจญภัยอีกหลายกลุ่มที่ไม่ได้ร่วมแนวหน้า แต่ร่วมเป็นแนวข้าง คอยกันไม่ให้แนวหน้าถูกก็อบลินที่จำนวนมากกว่าบีบล้อมเอาได้


 

                “ แล้วเราจะทำอะไรดีในศึกนี้ ? หรือจะปล่อยไปก่อน ค่อยแจมศึกหน้า? ” เราถามตัวเองอย่างสงสัยเพราะตอนนี้อาวุธของเรานั้นมีเพียงดาบเล่มเดียวเท่านั้น เลยอดนึกเจ็บใจตัวเองไม่ได้ที่ไม่ไปซื้ออาวุธระยะไกลอย่างธนูมาใช้บ้าง  และการจะให้ลงไปกระโจนเข้าศึกตั้งแต่แรกนี้คงไม่ดีแน่ ถ้ามีศัตรูกลุ่มต่อไปที่เก่งกว่าก็อบลินออกมาล้อมล่ะก็ ลำบากแน่นอน

 


                “ ถ้าไม่มี ก็ต้องลองสร้างดู ”  เราหันซ้ายหันขวา ก่อนจะกระโดดลงมาจากต้นไม้สูงเกือบ 20 เมตรโดยใช้มือขูดรูดตามลำต้นจนเกิดเป็นรอยแตกยาว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะนะว่านิ้วมือเราทนทานกว่าต้นไม้ต้นนี้ไปแล้ว จากนั้นเราก็เดินไปหาต้นไม้ที่เนื้อแข็งกว่าต้นนี้ ด้วยทักษะ Feeling Zone ตรวจจับความรู้สึกเอาว่าต้นไหนเหมาะๆ ก็เดินตรงไปหา แล้วหักกิ่งมา ใช้ดาบเหลาๆจนได้คันศรยาว1เมตร หนาเทาแขน แล้วหาเถาวัลย์ที่เหนียว มีแรงดีดสูงแถวๆนั้นมาขึ้นเป็นสายธนู จากนั้นก็เหลาไม้แถวๆนั้นทำเป็นลูกศรจำนวนหนึ่งพันดอก ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมงกว่าๆเห็นจะได้


 

                “ ดีที่พรแห่งเทอเรี่ยม ไม่ได้ทำให้เข้าใจการใช้อาวุธดีขึ้นอย่างเดียว แต่ยังทำให้สร้างอาวุธได้ดีเยี่ยมขึ้นด้วย ”  เรายิ้มน้อยๆขณะลองยิงธนูใส่ต้นไม้ดู พบว่ายิงได้แม่นดั่งใจนึกมาก แต่มันก็แค่ระยะไม่ถึง 10เมตร ถ้าจะสอยก็อบลินจากระยะไกลอาจจะไม่แม่นก็ได้ เพราะมีทั้งแรงลม ทั้งองศาที่ต้องคำนวณ

 


                “ เอาเถอะ อาวุธสอยระยะไกลก็ได้มาแล้ว ขึ้นต้นไม้เดิมแล้วเล็งๆสอยศัตรู เก็บเลเวลไปก่อนดีกว่าไว้ถึงคลาส 2 เมื่อไหร่ ค่อยกระโจนเข้าไปสู้ก็ยังไม่สาย ” เราเก็บธนู และลูกศรเข้ากระเป๋ามิติไป ก่อนจะไต่ขึ้นต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมอย่างคล่องแคล่ว โดยมีเสียงสวรรค์รายงานว่า Chance of Skill ทำงาน ทำให้เราได้รับทักษะการสร้างสรรค์ธนู การสร้างลูกศร การยิงธนู และการไต่ต้นไม้มาเรียบร้อยแล้ว


 

                “ หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ไหนดูสิว่าสมรภูมิเป็นไงบ้าง ” เมื่อถึงยอด เราก็มองไปยังสมรภูมิ พบว่าก็อบลินส่วนใหญ่หายไปหมดแล้ว แต่ก็แทนที่ด้วยก็อบลินชุดใหม่ที่ดูเก่งขึ้น พร้อมกับมีหมาป่ามาแทรกทัพด้วยพวกมันวิ่ง กระโจนโจมตีนักผจญภัยที่เหนื่อยล้าจากศึกนับชั่วโมงอย่างไม่ปราณี แต่นักผจญภัยก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น เลยโต้กลับได้อยู่บ้าง

 


                “ ถ้าให้เดาๆ หอคอยที่จู่ๆโผล่มา น่าจะยิงฝนธนู หรือเวทหมู่มาช่วยบ้างแหละ ” เราพูดเบาๆ ก่อนจะนึกได้ว่าเรามีฉายาที่เกี่ยวกับหมาป่า ถ้าพวกมันเบนเข็มมาทางนี้ขึ้นมาจะซวยได้ ดังนั้นเลยต้องสอยหมาป่าทั้งหมดให้ตายก่อนน่าจะดีที่สุด เลยหยิบธนูและลูกศรออกมา “ คิดๆดูแล้ว นักธนูที่หยิบลูกศรจากกระเป๋ามิติได้รัวๆ ไม่ต้องเอื้อมมือไปหยิบจากกระบอก ไม่ต้องแบกรับน้ำหนักของธนู ลูกธนูและกระบอก เพราะเก็บในกระเป๋ามิติได้ ทำให้เคลื่อนที่สะดวกแบบเรานี่ก็โกงไม่ใช่น้อยเลยนะ คิก ”

 


                หลังตั้งท่าเตรียมยิง เราก็ตั้งใจเพ่งเล็งหมาป่าตัวที่ใกล้เราที่สุด แต่ก็ไกลไปหลักกิโลเมตรเห็นจะได้แต่ด้วยความเชื่อมั่นในสูตรโกง พรที่พระเจ้าให้มา จึงมั่นใจว่าต้องยิงโดนแน่ๆ เลยง้างธนูสุดแรง เล็งยิงด้วยพรจากเทอเรี่ยม ทำให้เข้าใจศาสตร์การยิงธนูอย่างดี ราวกับสื่อสารกับธนู และขอให้มันแนะนำการยิงให้โดนเป้าหมายที่เราเล็งไว้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้ศรแรกที่เราแผลงออกไปนั้น เข้าเป้าทะลวงกะโหลกหมาป่าตายในทันที

 


                “ ตัวหนึ่งผ่านไป ตัวสองก็ต้องตามมา หึๆ ” เราหัวเราะเบาๆก่อนหยิบลูกธนูอันต่อไปออกมาจากกระเป๋ามิติ ที่ดูเหมือนหยิบออกมาจากความว่างเปล่าสำหรับสายตาคนภายนอก แล้วเล็ง ง้าง ยิงเป้าหมายต่อไปโดนอีกเช่นเคย เราทำแบบนี้ซ้ำๆจนธนูหมดไป 100 อัน ก็พักก่อน เนื่องจากแขนเริ่มอ่อนแรง


 

                “ คิกๆๆ ได้ทักษะเพียบเลย ขอบคุณ Chance of Skill มากเลยนะคะ ” เราหัวเราะอย่างมีความสุขขณะนวดต้นแขน ปลายแขนสองข้างไปมา พร้อมกับอ่านรายงานการลอบยิงธนูของเรา ว่าได้สังหารหมาป่าไป 70 ตัว ก็อบลิน 20 ตัว เท่ากับว่า 100 ดอก เรายิงพลาดไปแค่ 10 ดอกเท่านั้น เป็นอะไรที่ชวนอึ้ง ทึ่งจริงๆสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจับธนูมาสู้ในสงครามเป็นครั้งแรก

 


                90 ตัวที่โดนสังหาร เสียดายที่ Chance of EXP ไม่ทำงาน เลยไม่ได้ EXP พิเศษ แต่ก็เสียดายอีกเช่นกันที่ Chance of Item กับ Chance of Gold ทำงานบ้าง แต่เราคงไม่อาจไปตามเก็บของดรอปในสมรภูมิตอนนี้ได้ พรจากพระเจ้าไม่ได้ใจดีขนาดส่งของดรอปเข้าตัวทันทีที่ฆ่า แต่ต้องไปเก็บเองใกล้ๆศพพวกมันที่ตอนนี้น่ากลัวว่าจะโดนพวกพ้องเหยียบย่ำจนเละเทะ  ส่วน Chance of Status นั้นได้ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะพละกำลังและความแม่นยำ

 


                ที่ดีที่สุดคือ Chance of Skill ได้ทำงาน ทำให้เราได้สกิลที่อยากได้มาไวมาก ได้แก่ มองไกล ใช้สำหรับการมองระยะไกลได้ดีขึ้น ชัดเจนขึ้น  , เล็งจุดอ่อน ใช้สำหรับเล็งส่วนหัวได้แม่นยำขึ้น หรือจุดอ่อนอื่นๆเช่นหัวใจ ช่องท้อง แต่บอกเลยว่ายิงไกลๆแบบนี้ เล็งหัวน่าจะดีสุดล่ะนะ , กำลังแขนแห่งคันศร ทักษะของนักธนูที่ดี มีกำลังแขนในการง้างยิงมากขึ้น ปวดเมื่อยน้อยลง , นิ้วคีบลูกศร นิ้วของเราแข็งแกร่งขนาดครูดต้นไม้ไม่เป็นไร แค่คีบธนูด้วยนิ้วเปล่าๆ แล้วยิงรัวๆ 100 นัดนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเดือดร้อนผิวนิ้วเราสักนิดเลยได้ทักษะนี้มาเสริมการคีบ ยิง และปิดท้ายด้วยทักษะแผลงศรต่อเนื่อง สำหรับเสริมความเร็วในการยิงธนูได้เร็วขึ้น ตอนนี้อยู่ Class 1 ระดับ 4 ที่จะทำให้การยิงธนูไวขึ้น0.4 % สำหรับการยิง 1 ดอก ต่อ 10 วินาที ซึ่งมันออกจะงงๆกับทักษะหน่อยนะว่ามันเสริมเร็วยังไงบ้าง เล่นให้ตัวเลขมาเป็นเปอร์เซ็นต์แบบนี้ แต่ถ้าให้เดาคร่าวๆ คงเป็นทักษะเสริมการยิงให้ไวขึ้นล่ะมั้ง



                “ เอาล่ะ พักได้ 5 นาทีแล้ว เริ่มยิงต่อได้ ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #42 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 13:10
    ชิวๆในสงครามห่าง 1 กม.

    ถ้าใกล้หน่อยคงโดนลุมเละไปแล้วนะ

    ชิวเกิน~
    #42
    0