คัดลอกลิงก์เเล้ว

L.O.S.T : Legacy Object Superior Technology

เรื่องสั้นของผมที่เขียนเมื่อปี 1/5/2557 เกี่ยวกับสงครามบนโลกที่อุบัติขึ้นเพราะวัตถุทรงพลังในตำนานนอร์ส

ยอดวิวรวม

189

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


189

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 พ.ค. 60 / 11:41 น.
L.O.S.T : Legacy Object Superior Technology | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

L.O.S.T

Legacy Object Superior Technology

วัตถุแปลกประหลาดหลากหลายสีสันที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าเมื่อสองปีครึ่งที่แล้ว

 มันพุ่งทะยานแตกกระจายไปทั่วโลก   และโลกนั้นก็ได้เปลี่ยนไป

 

สงครามโลกครั้งที่3ได้อุบัติขึ้น

ด้วยL.O.S.Tที่ทรงพลังเกินกว่าทฤษฏีวิทยาศาสตร์ใดๆจะรองรับได้

เมื่อมันตกไปอยู่ในกองกำลังของเหล่าผู้ก่อการร้ายที่รอวันเปิดศึกกับโลก

ก็เท่ากับว่ามันเป็นชนวนจุดประเด็นสงคราม

 

สงครามดำเนินไปได้หนึ่งปี

โลกก็สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ บุคคลไปอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้นั้นทำให้หลายประเทศล่มสลาย

หลายประเทศจับตัวกันเป็นกลุ่มอำนาจใหม่

หลายประเทศประกาศตัวเป็นพรรคพวก Battle Roar เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกโจมตี


==============================================================


สวัสดีครับ ผม KuroNekoYuriya


หายหน้าหายตาไปเดือนครึ่งเลย ฮ่าา


ติดธุระไปต่างจังหวัด แล้วก็ต่อด้วยการไปต่างประเทศเฉยเลยครับ


เพิ่งกลับถึงไทยเมื่อวาน ตอนนี้เลยยังเพลียๆ เหนื่อยๆอยู่บ้าง


เลยขุดเรื่องสั้นที่เขียนไว้เมื่อปี 2557 มาอัพ ให้นักอ่านทั้งหลายได้มีอะไรอ่านแก้เบื่อไปบ้าง ฮ่าาา


Tale of Thrae ตอนใหม่จะกลับมาภายในวันที่ 18 ครับ


ขอผมพักชิลๆอีกสัก 3 วันนะ >w<


//วันนี้ก็ขอตัวไปดู Guardian of the Galaxy Vol. 2 


GOTG Vol.2 นี่คือ ต้องรีบไปดูละ ไม่งั้นเพื่อนโยนสปอยอัดหน้ารัวๆแน่ T ^ T


เสียดายที่พลาดดู Yu-Gi-Oh , Kamen Rider ด้วย ออกโรงกันไปหมดแล้ว


ดันเข้าโรงตอนผมอยู่ต่างจังหวัด & ต่างประเทศพอดี กลับมาก็ออกโรงหมดละ แงงง T T 


ยังดี กลับไทยมาตอบยังไม่หมดเขตลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย


เลยกะไปลงทะเบียน & ดูหนังวันนี้ แล้วกลับมาเล่นเกม หลังไม่ได้เล่นมาเดือนครึ่งอีกสัก 3 วัน


ค่อยเริ่มปั่น Tale of Thrae ภาคยูวัยเก้าขวบต่อครับ แหะๆ


เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงเสร็จก็จะออกไปดูหนัง & ลงทะเบียนละ ♪


ไว้พบกันใหม่ใน Tale of Thrae ภาคยูวัยเก้าขวบ ในวันที่ 18 / 5 / 2560 นะครับ



เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 พ.ค. 60 / 11:41

บันทึกเป็น Favorite


L.O.S.T

Legacy Object Superior Technology

วัตถุแปลกประหลาดหลากหลายสีสันที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าเมื่อสองปีครึ่งที่แล้ว

 มันพุ่งทะยานแตกกระจายไปทั่วโลก   และโลกนั้นก็ได้เปลี่ยนไป

 

สงครามโลกครั้งที่3ได้อุบัติขึ้น

ด้วยL.O.S.Tที่ทรงพลังเกินกว่าทฤษฏีวิทยาศาสตร์ใดๆจะรองรับได้

เมื่อมันตกไปอยู่ในกองกำลังของเหล่าผู้ก่อการร้ายที่รอวันเปิดศึกกับโลก

ก็เท่ากับว่ามันเป็นชนวนจุดประเด็นสงคราม

 

สงครามดำเนินไปได้หนึ่งปี

โลกก็สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ บุคคลไปอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้นั้นทำให้หลายประเทศล่มสลาย

หลายประเทศจับตัวกันเป็นกลุ่มอำนาจใหม่

หลายประเทศประกาศตัวเป็นพรรคพวก Battle Roar เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกโจมตี

 

เสียงคำรามแห่งสงคราม [Battle Roar]’ กองทัพผู้ก่อการร้ายข้ามชาติที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่หลังได้รับL.O.S.T พวกเขามีเป้าหมายเดียวคือ ถล่มทุกประเทศที่ขัดขืน และสร้างกฎโลกใหม่  

“ ผู้ชนะ คือผู้ลิขิตชะตากรรมโลกใบนี้ ”  อาสแกรต   ผู้นำกองทัพประกาศก้องโลกด้วย L.O.S.T ในกำมือ   ลูกแก้วสีเขียวสดใส มีสายลมสีฟ้าครามพัดอยู่ข้างใน  เขาเรียกมันว่า  ‘Northern

ด้วยลูกแก้วนี้  สายลมแห่งการทำลายล้างที่รุนแรงเทียบเท่าพายุระดับF5 ได้พัดพาไปจู่โจมโหมกระหน่ำประเทศที่ต่อต้าน  และมันก็ยังสร้างกำแพงลมป้องกันกองทัพเขาจากอาวุธพิสัยไกลจากกองทัพศัตรูได้อีกด้วย

และยังมี L.O.S.T ที่ทรงพลังอีกหลายอย่างตกอยู่ในการควบคุมของBattle Roar   เช่น โล่น้ำแข็งแห่งโซล ที่สามารถควบคุมหิมะ น้ำแข็งได้ และพวกมันไม่มีวันละลายด้วยความร้อนของแดด , เขี้ยวแห่งฮาติ  คมกริบยิ่งกว่าคมดาบใดๆในโลก  ,  เปลือกต้นแอช  ควบคุมต้นแอชได้ดังใจนึก ผู้ใช้มักจะปลูกต้นแอชนับพันแล้วเปลี่ยนมันให้เป็นทหารไม้บุกเมืองศัตรู , คนโทอุร์ดาร์บรุนร์   น้ำใดๆที่ตักด้วยคนโทนี้ เมื่อดื่มกินจะฟื้นฟูพลังชีวิต รักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว  เป็นต้น

ดูเหมือนโลกนี้ใกล้จะถึงจุดจบของความอิสรเสรี. . .

ดูเหมือนโลกนี้จะตกอยู่ใต้อำนาจของBattle Roar เสียแล้ว. . .

“ พรุ่งนี้ ประเทศใดยังคงปฏิเสธอุดมการณ์ของเรา ประเทศนั้นจะไม่มีอยู่ในแผนที่โลกใหม่!

อาสแกรตประกาศจุดจบของสงคราม เส้นตายคือวันพรุ่งนี้  ก่อนสายลมจะหยุดพัด และทุกอย่างกลับสู่ความสงบ. . . สงบชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงหัวใจเต้นก็คงดังไปไกลจนได้ยินในระยะ500เมตร

ความสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ

ผู้คนที่รักตัวกลัวตายต่างอพยพหนีออกจากเมืองที่ปฏิเสธการร่วมขบวนการปฏิวัติโลกของอาสแกรต  เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง   ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไร  การรักชีวิตตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดนั้นไม่ใช่สิ่งผิด   แต่ในยามคับขันการร่วมกันอยู่เพื่อรักษาอุดมการณ์ความถูกต้องนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ประเสริฐพึงกระทำ. . . แม้มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะได้ทำก็ตาม

“ การอยู่และตายอย่างชราภาพนั้นน่าอับอาย มันช่างเลวร้ายกว่าการตายในสนามรบ. . . บรรพบุรุษของพวกเราได้กล่าวเอาไว้เช่นนั้น ” ราทาโทส ผู้นำเมืองสแกนดิเนเวียคนปัจจุบันกล่าวปลุกใจชาวเมืองหลังรอขบวนอพยพขบวนสุดท้ายพ้นเขตเมืองไป “ เราที่เหลือนี้คือผู้ยืนหยัดกลุ่มสุดท้าย. . . วัลฮัลล่าจะเปิดรับพวกเราเข้าไปหากตายตกในสนามรบ. . . แต่ทางที่ดีเราควรมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อฟื้นฟูโลกนี้จะดีกว่า วันนี้นอนพักเอาแรงกันให้เต็มที่  พรุ่งนี้คือศึกชี้ชะตา. . . เราจะปกป้องเมืองแห่งนี้ ที่บรรพบุรุษตั้งถิ่นฐาน พัฒนากันมาช้านานได้  หรือมันจะจบสิ้นกันในยุคของพวกเรา ”

แร็คนาร็อก

สงครามสุดท้ายในตำนานของบ้านเกิดเมืองนอนของผม

มันกำลังจะเกิดขึ้นจริง ในยุคสมัยของผมแล้วสินะ. . .

ราทาโทสนอนก่ายหน้าผากบนเตียง  ความนุ่ม ความหอมของที่นอนไม่ได้ช่วยบรรเทาความทุกข์ใจของเขา  ทั้งยังตอกย้ำให้เขารู้ว่าตัวเองนั่นอ่อนแอ ปวกเปียกไม่ต่างจากที่นอนนุ่มๆบนเตียงเลย

คำพูดสามารถพลิกชะตากรรมได้

นั่นคือสิ่งที่เขาเรียนรู้จากพ่อของเขา  ผู้เป็นทนายความที่ไม่อาจพลิกคดีแก้ต่างตัวเองได้ ด้วยหลักฐานนั้นถูกฝ่ายตรงข้ามทำลายหมดสิ้นด้วยอำนาจนอกกฏหมาย

แต่พ่อเขาก็สิ้นความหวัง แม้จะแพ้คดีนั้น แต่ก็ยังยึดถืออาชีพทนายต่อไป

“หนทางยังอีกยาวไกล แม้พรุ่งนี้เป็นวันสิ้นโลก เราก็ยังคงเป็นมนุษย์อยู่. . . มนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะต้องใช้ทรัพยากร แรงงาน สติปัญญา แผนการ เวลามากน้อยแค่ไหน”

คำพูดสุดท้ายของพ่อยังคงดังก้องอยู่ในหัว    แม้ผู้พูดจะจากเขาไปได้หลายปีแล้ว

“หนทางแห่งผู้นำ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ”

เขารำพึงประโยคที่ตัวเองให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ประจำเมืองไปเมื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  มันดูเลื่อนลอยและไร้สาระสิ้นดี

“พรุ่งนี้คงได้พิสูจน์กันแล้วล่ะ. . . กุหลาบจะโปรยปรายอำนวยอวยชัยให้ฝั่งเราไหมนะ. . .

 

L.O.S.T

Legacy Object Superior Technology

วัตถุที่ตกลงมาจากฟากฟ้า และเปลี่ยนชะตากรรมโลกมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง

น่าแปลก. . . ทั้งๆที่ตอนปรากฏตัวครั้งแรก เป็นแสงหลากสีกระจายทั่วท้องฟ้า

แต่ทำไมมีแต่ผู้ก่อการร้าย Battle Roar เท่านั้นที่ได้รับมันไป

คนดีๆ ที่ต้องการปกป้องโลกจากพวกมันทำไมไม่เคยได้รับมันบ้าง?

ฤๅ จุดประสงค์ที่ L.O.S.T ปรากฏบนโลกนั้น มีเพียงการนำพามาซึ่งหายนะเท่านั้น?

 

วันรุ่งขึ้น

สงครามได้ถูกจุดชนวนด้วยพายุนับร้อยลูกที่ปรากฏขึ้นพร้อมกันทั่วทุกมุมโลก

“ สงครามสุดท้าย  พวกแกไม่มีทางชนะข้าได้!!

อาสแกรตประกาศก้อง ก่อนจะสั่งให้พายุเคลื่อนตัวบุกเมืองศัตรู

            “ แม้เราจะไม่มีพลังแบบแก แต่พวกข้าก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้โลกอยู่ในเงื้อมมือคนชั่วอย่างแกหรอก!” ผู้นำฝ่ายต่อต้าน Battle Roar ‘ริชาร์ดแห่งอังกฤษตอบโต้โดยการยิงประจุไฟฟ้าใส่พายุเหล่านั้นและมันก็อ่อนแรงลงจนกลายเป็นแค่ลมหมุนธรรมดา

            “ แกมีอาวุธสุดล้ำ  เราก็มีเทคโนโลยีสุดล้ำเหมือนกัน~!” วอชิงตันแห่งอเมริกาแสยะยิ้มในฐานทัพ ขณะดูพายุหลายลูกสลายตัวพร้อมๆกันด้วยการยิงประจุไฟฟ้าจากดาวเทียม

            “ ชิ พวกนั้นเตรียมตัวได้ไงในหนึ่งวัน. . . งั้นอย่างนี้ต้องใส่ไม่ยั้ง  แยกย้ายตามแผนได้”

            ร่างของอาสแกรตลอยขึ้นฟ้าและพุ่งทะยานไปยังเมืองศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด และประเคนพายุนับสิบลูกถล่มเมืองนั้นจนราบเป็นหน้ากลองในพริบตา

            “ รายงาน  ศัตรูอยู่ในระยะ1กิโลเมตรแล้ว  ย้ำ อยู่ในระยะ1กิโลเมตรแล้ว ”

            “ รับทราบ  ยิงขีปนาวุธได้ ”

            สแกนดิเนเวีย  ผู้ที่บุกมาคือผู้ถือครอง L.O.S.T หน้ากากซากศพแห่งเฮล  เธอเป็นสตรีผมดำยาวสลวย  ใบหน้าซีกซ้ายสวมใส่หน้ากากโครงกระดูก ซีกขวาเผยให้เห็นใบหน้าของเธอ นัยน์ตากลมโตสีดำจ้องมองขีปนาวุธสีเขียวสามลูกที่พุ่งมาทางเธออย่างเบื่อหน่าย ริมฝีปากของเธอเหยียดยิ้มเล็กน้อย

            “ คิดว่าของแค่นี้ ต้านทานทัพคนตายได้งั้นหรอ”

            นัยน์ตาสีแดงฉานบนหน้ากากกระดูกเรืองแสงออก  พร้อมกันพื้นดินที่มีการเคลื่อนไหว

            ก๊าซซซซซซซซซ

            เสียงคำรามดังก้องจากข้างนอกดังมาถึงข้างในตัวเมือง พร้อมกับการปรากฏร่างของซากศพนับพันที่ต่อตัวกันเป็นกำแพงเนื้อสูงเท่าตึกระฟ้า  พวกมันคว้าขีปนาวุธไว้ได้และทำท่าจะปามันกลับเข้ามาในตัวเมือง

            “ ซวยละ กดระเบิดเลย”

            บึ้มมมม

            กำแพงเนื้อระเบิดเป็นจุลและถล่มลงมาเมื่อขีปนาวุธทั้งสามระเบิดขึ้นพร้อมกัน  แรงระเบิดนั้นทำเอาซากศพกระจุยเข้ามาในเขตเมือง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว

            “ ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีศพ  หึๆๆๆ” สตรีผู้สวมหน้ากากยกมือขวาขึ้นมาจับใบหน้าพร้อมกับเอียงคอหัวเราะอย่างชั่วร้าย “ ศพเท่านั้นที่ครองโลก  ฮ่าๆๆๆๆ”

            “ ดูท่าเราจะเจอพวกโรคจิตคลั่งไคล้ศพแล้วนะครับ ” ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมา ทำเอาคนอื่นๆในฐานบัญชาการรบตาซ้าย ตาขวากระตุกสั่นอย่างสยอง

            “ หน่วยภาคสนามออกตัว  พกปืนไฟไปด้วย เผาทำลายศพไม่ให้เหลือ  บางทีมันอาจจะขยับขึ้นมาถ้าผู้บงการสั่งก็ได้นะ ” ราทาโทสสั่งการ “ หน่วยอากาศยานก็เตรียมพร้อมให้ดี บางทีเราอาจจะต้องทิ้งบอมบ์ทำลายศพกันซะหน่อยแล้ว”

            “ หวังว่ามันไม่ต่อตัวกันเป็นซอมบี้สูง60เมตรนะ ” ทหารคนเดิมพูดขึ้นขณะตรวจสอบความพร้อมของหน่วยอากาศยาน    คนอื่นๆหันไปมองกันขวับด้วยสายตาที่สื่อเป็นคำพูดได้ประมาณว่า “ อย่าพูดให้เป็นลางสิ”

            ถ้าหน้ากากนั่นทำอะไรได้แบบนั้น. . . เมืองของเราคงไม่เหลือซากแน่ๆราทาโทสคิดในใจขณะมองจอที่แสดงภาพทัพซากศพคนตายผุดขึ้นมาจากดินเป็นดอกเห็ดค่อยๆคืบคลานเข้ามายังเมือง  โดยมีสาวผู้บงการยืนหัวเราะอยู่เบื้องหลัง

           

            ทางด้านอเมริกา  หาดแมนฮัตตัน, นิวยอร์ค

            น้ำทะเลเปลี่ยนจากสีครามกลายเป็นสีเขียวเข้ม  อุดมไปด้วยพิษแห่งพญางูมิดการ์ดในตำนานชาวนอร์ส   จอร์มุนกันด์

            ผู้นำพามาซึ่งหายนะแห่งแมนฮันตตันคือชายในร่างงูยักษ์  ผู้ถือครอง L.O.S.T  เขี้ยวที่13แห่งจอร์มุนกันด์ ที่มีฤทธิ์ทำให้เขาแปลงร่างเป็นพญางู    แม้จะตัวไม่ใหญ่ขนาดพันโอบรอบโลกอย่างตำนาน แต่มันก็ใหญ่พอที่จะโอบรอบแมนฮัตตัน

            “ งูบ้านั่นปิดล้อมแมนฮัตตันไว้ แล้วคอยพ่นพิษใส่ให้ชาวเมืองตายช้าๆ  เลวที่สุด!!” วอชิงตันกำหมัดแน่นขณะดูหายนะของแมนฮัตตันผ่านจอควบคุมในฐานทัพ “ ทำไมมีแต่ฝั่งมันนะ ที่ได้อาวุธโบราณไป ทำไมฝั่งเราไม่ได้กันบ้างเลย. . . หรือพระเจ้าจะเข้าข้างมัน ต้องการให้พวกมันเปลี่ยนแปลงโลกนี้กันนะ. . . หรือการกระทำของพวกเราจะเป็นเรื่องโง่เขลา  เป็นการต่อต้านความปรารถนาของพระเจ้ากัน. . .”

            “ อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ   สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร”

            เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังมาจากทุกทิศทาง  เหล่าเจ้าหน้าที่ในฐานทัพต่างตกใจและมองซ้ายมองขวาหาต้นตอกันอย่างหวาดระแวง

            “ บุกมาถึงฐานทัพเราได้โดยที่ระบบความปลอดภัยตรวจจับไม่ได้เลยนี่นะ!!” วอชิงตันกัดฟันกรอด “เผยตัวออกมาสิ เจ้าพวก Battle Roar!!

            “ ข้าไม่ใช่พวกนั้น. . . ข้าคือไธร์  เทพแห่งสงครามและดาบ  ข้ามาที่นี่เพื่อมอบสองสิ่งนี้ให้พวกเจ้าใช้. . . จงสู้ต่อไปสหาย  เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า  เพื่อเรียกคืนศาสตราที่ตกหล่นลงมายังมิดการ์ดแห่งนี้”

            สิ้นเสียงทรงอำนาจ  วัตถุเรืองแสงสีแดงสองชิ้นก็ปรากฏขึ้นใจกลางฐานทัพ   มันส่องแสงระยิบระยับชนิดที่ไม่มีแสงใดๆในโลกนี้จะเสมอเหมือน

            และนั่นก็เป็นจุดพลิกพลันของสงคราม

 

            ฐานทัพในน็อตติงแฮม,อังกฤษ

            “ รายงานครับท่าน”

            “ เฮ้อ เมืองไหนเสียท่าไปอีกล่ะ ” ริชาร์ดถามขณะสั่งการรบ “ ปีกซ้ายถอยมาก่อน  ทัพยักษ์น้ำแข็งมากันเยอะเกิน   รอปืนใหญ่เย็นลงก่อนแล้วค่อยระดมยิง”

            “ ไม่ใช่ครับ  ตอนนี้อเมริกาชนะ และยึดเอา L.O.S.T จากBattle Roar ได้หมดแล้วครับ   และพวกเขาบอกว่าจะส่งกำลังเสริมกระจายตัวไปช่วยเหลือเมืองอื่นๆด้วยครับ”

            “ ข่าวดี. . . เราต้องตั้งรับไว้จนกว่าพวกเขาจะมาให้ได้!!

            “โอ้ววว”

            อู๊ดดดดดแบ๊ะ~

            ท่ามกลางความคึกคักหลังได้ยินข่าวดีที่ทำให้กำลังใจในการรบของพวกเขาเพิ่มขึ้น จู่ๆก็มีเสียงหมูและแพะดังลั่นในฐานทัพ  เจ้าหน้าที่หันขวับไปมองก็พบหมูป่าสีทองลอยอยู่ใจกลางห้อง  เคียงข้างด้วยแพะสองตัวพร้อมกับเสียงลึกลับบอกข่าวดีที่ยิ่งเสริมกำลังใจให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

            “ ข้าจักมอบหมูป่าทองคำกุลลินเบิร์สติตัวนี้ พร้อมด้วยทังก์นิโอสและทังกริสเนียร์ ให้พวกเจ้า   ทั้งสามตัวจักเป็นคู่หู พาหนะ และกองทัพที่ดีในการขับไล่เหล่าผู้ครอบครองศาสตรามาร    จงเอาชนะและรวบรวมศาสตราเหล่านั้น เพื่อส่งคืนให้พวกเรา   เหล่าเทพแห่งแอสการ์ด”

            สิ้นเสียง ร่างของสัตว์ทั้งสามก็หายวับไปจากห้อง และไปโผล่ในจอควบคุม    พร้อมกับรายงานจากภาคสนามว่า จู่ๆมีหมูป่าทองคำ และแพะอีกสองตัวปรากฏขึ้นในสนามรบ  แถมพวกมันวิ่งไล่ชนยักษ์น้ำแข็งที่บุกอังกฤษเสียกระเจิงอีกด้วย

            เหตุการณ์เสียงลึกลับดังในก้อง และมีL.O.S.T  ปรากฏขึ้นให้ฝั่งต่อต้านได้ใช้นั้น   เกิดขึ้นเกือบพร้อมๆกันทั่วโลก 

            “ ถึงเวลาโต้กลับของพวกเราแล้วล่ะ ”

            ประโยคเดียวที่พูดเกือบพร้อมกันทั้งโลก  ด้วยพลังที่ได้รับมาจากเสียงลึกลับ ทำให้การโต้กลับเป็นไปได้อย่างสะดวก

            “ หนอย. . . พวกมันไปเอาL.O.S.T มาจากไหนกัน  ไหนเจ้าคนใส่หมวกทองสองเขานั่นบอกว่ามีแต่พวกเราเท่านั้นที่จะได้รับอาวุธสุดแกร่งอย่างเดียวไงล่ะ ” อาสแกรตสบถอย่างหัวเสียเมื่อได้รับรายงานว่ากองทัพประเทศต่างๆสามารถจับกุมและยึดL.O.S.T จากทัพเขาได้ด้วย L.O.S.T ชิ้นใหม่ๆที่ไม่เคยเห็น

            “ โลกิก่อเรื่องอีกแล้วสินะ. . . ” เสียงลึกลับดังรอบตัวเขาที่กำลังลอยอยู่บนซากเมืองที่เพิ่งถูกพายุถล่ม เขารีบหันมองรอบตัวและสร้างสายลมห่อหุ้มป้องกันตัวเขาราวกับเป็นรังไหม

            “ ใคร! ใครพูดน่ะ”

            “ ลมอันแผ่วเบาของเจ้าป้องกันสายฟ้าของข้าไม่ได้หรอกนะ”  เมื่อประโยคนี้ถูกพูดจบ ท้องฟ้าก็ส่องแสงพร้อมกับมีสายฟ้าหลายเส้นผ่าลงมาทำลายรังไหมสายลมในพริบตา พร้อมกับร่างของอาสแกรตที่ร่วงหล่นลงพื้นดินตามแรงโน้มถ่วง

            “ เฮ้ย ทำไมไม่ลอย ไม่นะ ลูกแก้ว ลูกแก้วหายไปไหน?  ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”

            ลูกแก้วสีเขียวสดใสตอนนี้อยู่ในมือซ้ายของชายฉกรรจ์ในชุดนักรบไวกิ้ง     เขายิ้มเหยียดๆให้อาสแกรต ก่อนจะเหาะไปเก็บกวาดผู้ถือครองL.O.S.T ชิ้นอื่นๆด้วยค้อนในมือขวา

 

            กลับมายังสแกนดิเนเวีย

            เป็นดั่งคำพูดทหารคนนั้น ซอมบี้ร่างยักษ์60เมตรกำลังเดินทอดน่องมายังเมือง  บนหัวที่เป็นซากเน่าเปื่อยปะติดปะต่อกันนั้นมีสตรีผู้บงการยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

            “ ซากศพจักกลืนกินเมืองของผู้มีชีวิต เคี๊ยกๆๆๆๆ”

            “ ยิงขีปนาวุธไปอีก!” ราทาโทสสั่งการ  “ ยิงจนกว่ามันจะล้มลง”

            “ ครับท่าน”  เจ้าหน้าที่คีย์คำสั่งลงและกดยิงตามคำสั่ง

            ตู้มๆๆ

            ซากศพถูกแรงระเบิดจากขีปนาวุธกระจุยกระจาย  แต่ร่างอันใหญ่โตของมันก็ยังคงเคลื่อนที่เดินหน้าต่อมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด   ส่วนที่โดนแรงระเบิดกระจุยแหว่งโหว่ก็มีซากศพอื่นๆโผล่ขึ้นมาต่อเติมซ่อมแซม

            “ เคี๊ยกๆๆๆ ต่อหน้าความตายแล้วนั้น มนุษย์ผู้มีชีวิตอยู่ไม่อาจต่อต้านได้หรอก” ผู้บงการหัวเราะลั่น  ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความรื่นรมผสมกับบ้าคลั่ง หน้ากากกระดูกซีกซ้ายนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาโลหิตที่ไหลรินออกมายิ่งเสริมความน่ากลัวให้เธอยิ่งขึ้นไปอีก

            “ หากเทพแอเชียร์มีตัวตนจริง ขอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ขอให้ซอมบี้ตัวนั้นล่มสลายก่อนที่มันจะมาทำลายสแกนดิเนเวียด้วยเถิด” เสียงอ้อนวอนของชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้นจากที่ลี้ภัยบนภูเขาข้างเมือง   เธอทนไม่ได้ที่จะเห็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนล่มสลายด้วยซอมบี้เน่าๆสูง60เมตรโดยไม่ทำอะไรเลย แม้เธอจะไม่มีความสามารถการรบ  แต่เธอก็ยังมีความสามารถในการสวดมนต์อ้อนวอนเทพต่างๆ  และมันคงเป็นสิ่งที่เธอทำได้อย่างเดียวในสถานการณ์อย่างนี้ด้วย

            เมื่อมีคนเปิด ก็ย่อมมีคนตาม  เหล่าผู้ลี้ภัยต่างพากันสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้า เทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือกัน

            ว่ากันว่า ศรัทธาที่แรงกล้า จักก่อเกิดปาฏิหาริย์

            แต่ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดจากการกระทำของผู้มีพลังที่กล้าจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม

            เปรี้ยง!!

            สายฟ้าเส้นใหญ่ผ่าใส่สตรีผู้สวมหน้ากากเฮล   ร่างของเธอมอดไหมเป็นผุยผงแทบจะทันทีที่สายฟ้าสัมผัสร่าง     หน้ากากกระดูกสีขาวเปื้อนเลือดเมื่อไร้ผู้สวมใส่ก็ปลิวตกตามแรงลมพัด    ร่างซอมบี้ยักษ์เมื่อไร้พลังควบคุมจากหน้ากากก็ค่อยๆตัวแตกชิ้นส่วนแยกหลุดรุ่ยราวกับดินแตกระแหงเป็นเสี่ยงๆ

            ก่อนที่หน้ากากจะตกพื้น มันก็กลายเป็นแสงสีขาวลอยขึ้นฟ้าไปก่อน

            และภัยพิบัติซอมบี้บุกเมืองสแกนดิเนเวียก็จบลงด้วยดี

            ผู้คนต่างสรรเสริญที่มาของสายฟ้านั้น  ผู้มาจากเอเชียต่างสวดมนต์บูชาขอบคุณพระอินทร์กันยกใหญ่  ผู้มาจากกรีก โรมันก็เถียงกันว่านั่นเป็นสายฟ้าของซุส หรือของจูปิเตอร์กันแน่      แต่เสียงส่วนใหญ่ในค่ายนั่นต่างพากันขอบคุณธอร์  เทพแห่งสายฟ้าในตำนานของนอร์ส  

            เหตุการณ์ต่างๆในโลกเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ   L.O.S.T ทุกชิ้นต่างลอยขึ้นฟ้าหายไปหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงซากความหายนะที่ Battle Roar ก่อไว้ด้วยพวกมัน

            การฟื้นฟูโลกได้เริ่มต้นขึ้น  มันคงใช้เวลานานหลายสิบปีเลยทีเดียวกว่าจะฟื้นฟูจนรุ่งเรืองได้ดังเดิม

            แต่ความสามัคคี ความรัก ความเข้าใจกันของมนุษย์ได้เพิ่มขึ้นมาก  มีการช่วยเหลือด้านต่างๆกันโดยไม่หมกเม็ด ปกปิดทรัพยากรที่เหลือรอด ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางดิน น้ำ อากาศ หรือทรัพยากรบุคคล

            โลกตอนนี้เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจกันของมนุษย์ สัตว์ พืช   โดยไม่ต้องมีสนธิสัญญาใดๆมาค้ำจุนผลประโยชน์เหมือนในอดีตอีกแล้ว

           

            ณ แอสการ์ด 

            ลานกว้างกลางเมือง

            เหล่าชาวแอเชียร์ เทพแห่งแอสการ์ดต่างพากันมาชุมนุมล้อมรอบโลกิ ผู้ถูกจับใส่โซ่ตรวนไว้กลางลาน โดนมีธอร์และโอดินยืนอยู่ข้างๆ

            “ เจ้าก่อเรื่องไว้อีกแล้วนะ  การลงโทษคราวที่แล้วดูท่าจะไม่หนักหนาพอที่จะให้สมองจอมกะล่อนอย่างเจ้ารู้สึกรู้สาเลยสินะ” 

            “ ข้าแต่โอดิน  การที่ข้าต้องลิ้มรสพิษลูกตัวเองเป็นเวลา1ปีนี่ยังไม่หนักหนาพออีกหรือ?” โลกิตอบด้วยเสียงเย้ยหยัน “ หรือคราวนี้ท่านจะใช้ซากศพลูกสาวของข้ามาพันธนการข้ากันล่ะ”

            “ นั่นก็เป็นวิธีที่ดีนะท่านพ่อ” ธอร์พยักหน้าเบาๆ “ เขาจะได้รู้สำนึกบ้าง ว่าการปล้นศาสตราวิเศษในหอศาสตราแล้วทิ้งไปทั่วมิดการ์ดนั่นสร้างความเดือดร้อน เจ็บปวด ทุกข์ทรมานให้ชาวโลกมากแค่ไหน”

            “ หึ ข้าแค่ไปกระตุ้นไม่ให้โลกน่าเบื่อมากไปก็เท่านั้น ” โลกิเบ้ปาก “ดูสิ ตอนนี้พวกเขาก็รัก สามัคคีกันดีกว่าเดิมมากแล้ว มันควรเป็นความดีความชอบของข้าด้วยซ้ำ”

            “ความดีความชอบในการเป็นตัวชนวนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปนับล้านเนี่ยนะ?  ความดีความชอบโลกไหนของเจ้าเนี่ย โลกิ!!” โอดินตะโกนลั่นลานกลางเมือง  “ ถ้าไม่ติดว่าข้าร่างกฎไว้ไม่ให้เกิดการฆ่ากันในเมืองแห่งนี้ล่ะก็ เจ้าโดนตัดหัวตรงนี้ไปแล้ว”

            “ ก็ตัดเลยสิ. . . ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่เพียงลำพังบนนี้ โดยทิ้งลูกๆทั้งสามไว้โลกอื่นหรอกนะ” โลกิจ้องตาที่เหลือเพียงข้างเดียวของโอดินเขม็ง  “ ไม่ว่าท่านจะรู้อะไรมาจากการห้อยหัว9วัน9คืน  จากการควักตาแลกน้ำพุ   แต่สิ่งเหล่านั้นมันคืออนาคต  ท่านอยู่กับอนาคตที่กลัวสงครามบ้าบอที่เกิดขึ้นทุกรอบ ไม่มีใครหยุดยั้งมันได้หรอก  แต่ข้า!! ข้าอยู่กับปัจจุบัน   ปัจจุบันที่ลูกๆข้าโดนท่านพรากไปไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งตลอด   ปัจจุบันที่ข้าต้องทนทุกข์เห็นแม่นางซีแกนต้องตายตกก่อนเกิดสงครามตลอด ปัจจุบันที่ลูกทั้งสามของข้าจะเป็นตัวแปรสำคัญในสงครามตลอด ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความพยายามบืดเบือนอนาคตของท่าน!! โอดิน. . . ท่านนั่นแหละผู้นำพามาซึ่งสงครามวันสิ้นโลก!!!

            “ โลกิ. . . เจ้าเลอะเลือนอะไรกัน. . .สงครามวันสิ้นโลกยังไม่เกิด  และจะไม่เกิดด้วยถ้าข้าป้องกันมันได้ เจ้าคงไม่รู้หรอกว่าข้าเห็นอะไรบ้าง. . .” โอดินพยายามจะอธิบายด้วยเสียงที่อ่อนลงมาบ้าง  แต่โลกิก็พูดแทรกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ

            “ข้าเห็นสิ  ข้าเห็นมาหมดแล้ว  อนาคตที่ท่านจะถูกเฟนริลกลืนกิน อนาคตที่ธอร์กับจอร์มุนกันด์สู้กันจนตายตกทั้งคู่  อนาคตที่ยักษ์แห่งไฟมาจบสงครามด้วยอุกกาบาตเพลิงจนอิกดราซิลล่มสลาย อนาคตที่ข้าจะตายตกด้วยดาบแห่งผู้พิทักษ์ประตูไบฟรอส!! ข้าเห็นมาหมดแล้ว ในทุกๆรูปแบบชนิดที่ท่านไม่เคยเห็นเลยด้วย!!!

            “ เจ้า. . . รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง? ” โอดินถามด้วยเสียงสั่นราวกับเด็กถูกผู้ใหญ่รู้ความลับว่ากินข้าวไม่หมดแล้วเอาจานไปซ่อน  ในขณะที่เทพแอเชียร์รอบๆลานต่างพากันตกใจอกสั่นขวัญแขวนกับสิ่งที่โลกิพูด ตอนแรกต่างคิดว่าโลกิพ่นฝอยคำลวงมาอีกตามเคย แต่เมื่อเห็นโอดินพูดด้วยน้ำเสียงอย่างนั้นก็เริ่มเชื่อเล็กน้อยแล้วว่า สิ่งที่โลกิพูดอาจเป็นเรื่องจริง

            “ ข้าเห็น. . . จากลูกแก้วบันทึกเหตุการณ์แห่งผู้เฝ้ามอง. . . มันร่วงหล่นลงมาจากฟ้า. . . ข้าเก็บมันไว้ในนัยน์ตาซ้ายของข้า ”โลกิตอบ “ และนั่นก็เป็นต้นกำเนิดความคิดที่ว่า ถ้าข้าโยนอาวุธบนนี้ลงไปข้างล่างบนโลก คงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้บ้างหรือไม่  เป็นการทดสอบว่าถ้าข้าทำตัวแบบท่าน  ทำทุกทางเพื่อหยุดยั้งอนาคตจะเปลี่ยนแปลงอนาคตหรือไม่  คำตอบก็คือ ไม่!! ยังไงอนาคตก็จะเกิดอยู่ดี”

            “ ท่านพ่อ  ข้าว่าเสียเวลามากพอแล้วนะ ส่งเจ้านี่ไปลงทัณฑ์ได้. . . ” ธอร์ทำท่าจะยกโลกิไปลงโทษ แต่โอดินยกมือขึ้นห้าม ก่อนจะจ้องตาซ้ายของโลกิที่เขาเพิ่งสังเกตุว่ามันเป็นสีดำแบบอวกาศที่มีดวงดาวมากมายหลายล้านดวงสุกสกาวอยู่ภายใน  จึงทำให้เขาเริ่มเชื่อสิ่งที่โลกิพูดมากขึ้นไปอีก

            “อนาคตของมิดการ์ดเป็นอย่างไร?”

            “ สงคราม. . . แร็คนาร็อกจะเกิดขึ้นที่มิดการ์ดอยู่ดี ไม่ว่ามิดการ์ดจะเป็นอย่างไร ยังไงสงครามก็จะเกิด. . . แม้คราวนี้ท่านจะยับยั้งได้ดีที่สุดในทุกๆครั้งที่ผ่านมา ยื้อชะตาได้นานนับพันปี  ฆ่าลูกๆของข้าก่อนพวกเขาจะเติบโต   ทำลายยักษ์น้ำแข็งได้หมดสิ้นเผ่าพันธุ์  ผูกมิตรกับเอล์ฟ คนแคระ และยักษ์ไฟได้   นำพลังของพวกเขา ร่างกายของพวกเขามาสร้างเป็นอาวุธ ชุดเกราะ วัตถุวิเศษเพื่อใช้ในการป้องกันสงคราม แต่ยังไง แร็คนาร็อกก็จะเกิด. . . ด้วยน้ำมือของผู้อยู่เหนือกว่าพวกเราทั้งหมด ผู้สูบ ผู้ดูดกลืนพลังงานแห่งสงคราม  ผู้อยู่เบื้องหลังภายทั้งมวล. . . ข้าพูดได้แค่นี้แหละ  พวกเขาคงจะลงทัณฑ์ข้าก่อนท่านแล้วล่ะ  ในฐานที่ข้าเผยความลับแห่งเบื้องบน. . .ลาก่อน. . .”

            เปรี้ยงงง!!!

            สายฟ้าสีดำทมิฬผ่าลงมายังใจกลางลานกว้าง  มันพุ่งทะลุม่านพลังสีทองที่ป้องกันเมืองเป็นรูโหว่อย่างรวดเร็ว  และมันก็ผ่าลงมาโดนโลกิเต็มๆ ทั้งยังทะลุทะลวงไปยังมิดการ์ดเสียด้วย

            “ โลกิ~ ม่ายยยยยยยยยยยยยย  เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะธอร์!!” โอดินตะโกนร้องลั่นก่อนกระชากคอเสื้อบุตรชายผู้เลือดร้อนของตน 

            “ ข้าไม่ได้ทำนะท่านพ่อ มยอลเนียร์ของข้าปลดปล่อยสายฟ้าสีดำแบบนั้นไม่ได้เสียหน่อย อีกอย่างข้าไม่ได้ถือมันด้วยซ้ำในตอนนี้!! ” ธอร์ตอบพ่อของตนด้วยน้ำตา “ อีกอย่างข้าไม่เคยคิดจะฆ่าโลกิเลยด้วยซ้ำ ข้าต้องการให้เขากลับมาเป็นคนดี เป็นอาของข้า เป็นน้องของท่านพ่อที่ดีดังเดิม”

            โอดินปล่อยคอเสื้อก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งเหม่อมองรูโหว่ที่ไหม้เกรียมด้วยสายฟ้าสีดำ  ที่ๆเคยมีน้องชายของเขายืนบอกเล่าเรื่องราวสุดจะเหลือเชื่ออยู่เมื่อครู่  แต่เมื่อมีสายฟ้าสีดำไม่ทราบที่มา ทั้งยังทรงพลังชนิดที่เกราะป้องกันเมืองเป็นรูโหว่ในพริบตา และยังทะลุไปถึงมิดการ์ดอีกด้วย

            “ ข้าขอสาบานกับนัยน์ตาที่เหลือข้างเดียวของข้า. . . หากข้าไม่สามารถลากตัวการที่สังหารโลกิออกมาจากเงามืดได้ ข้าจะไม่มีวันเรียกตัวเองว่ามหาเทพโอดินอีก!!!

            ครืนนนนนนนน

            ราวกับรับคำท้า สายฟ้าสีดำสามเส้นเคลื่อนตัวบนฟ้าเรียงกันเป็นรูนตัวหนึ่ง และข้อความภาษาอังกฤษหนึ่งคำ

 Impractical

“คำสาบานที่ไม่สามารถกระทำได้”

ราวกับเป็นถ้อยคำเย้ยหยันในความโง่เขลาของผู้พยายามฝืนเปลี่ยนแปลงอนาคตอย่างเช่นเทพโอดิน

 

อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป?

L.O.S.T. ที่ร่วงหล่นลงมาจะยังหลงเหลือบนโลกมิดการ์ดอีกไหม?

สิ่งที่โลกิพูดทิ้งท้ายไว้นั่นคือความจริงงั้นหรือ?

แร็คนาร็อกเกิดขึ้นซ้ำๆวนเวียนไม่รู้จบ เพียงเพื่อเป็นพลังงานให้ผู้อยู่เบื้องบนเท่านั้น?

หรือมันจะมีความหมายอื่นแฝงไว้ด้วย?

 

เรื่องเล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆความเป็นไปได้ของแร็คนาร็อกเท่านั้น

ในวันนี้ วินาทีนี้ แร็คนาร็อกอาจจะเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่ง ห้วงเวลาไหน มิติไหนอยู่ก็เป็นได้

ต้นตออย่างโลกิไม่เคยต้องการให้เกิดเป็นศึกใหญ่อย่างนั้นเลยในตำนานที่เรา เหล่ามนุษย์อ่านกันจากบันทึก

แต่โลกอื่นล่ะ?

โลกิอาจเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังตั้งแต่แรกเริ่ม

หรืออาจเป็นแพะรับบาป เป็นตัวแปรที่ชักนำให้โอดินกระทำการต่างๆเพื่อจุดชนวนสงครามก็เป็นได้

 

ไม่มีใครรู้อนาคต  ต่อให้รู้ก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงมันได้. . .

แต่เท่าที่รู้ในตอนนี้

โลกิในจักรวาลนิยายเรื่องนี้  ได้ตายลงไปด้วยสายฟ้าสีดำปริศนาแล้ว. . .

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ KuroNekoYuriya จากทั้งหมด 18 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:58
    อ่า~~คราวนี้เป็นเทพนอร์สแฮะ
    "เดี๋ยวบั๊ด!! ทุ่มอุกกาบาตอัดหน้า"พี่เซิร์ทไม่ได้กล่าวไว้
    พระเอกคือใคร ราทาโทสเหรอ? โคตรจืดจาง
    #1
    0