{fic kitsume no yaiba[x oc]}

ตอนที่ 2 : [ EP : 1 ]จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 พ.ย. 62

'ครืดดดด'

 

"นานามิซังคะได้เวลาทานข้าวเที่ยงแล้วค่ะ"

 

เสียงของประตูไม้เลื่อนที่เปิดออกดังขึ้นพร้อมร่างของเด็กสาวอย่างคันซากิ อาโออิที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเข้ามาและเดินตรงมาที่เตียงของนานามิที่ตอนนี้กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่คฤหาสน์ผีเสื้อที่เปรียบเป็นเหมือนกับเรือนพยาบาลของเหล่านักล่าิสูรทั้งหลาย ที่เมื่อบาดเจ็บเมื่อไหร่ก็จะถูกส่งตัวมาพักรักษาอยู่ที่นี่และนานามิเองก็พึ่งผ่านพ้นภารกิจมาซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่พอตัวจึงมานอนอยู่ที่นี่เป็นเวลาสามวันแล้ว

 

"ขอบคุณมากเลยนะ"

 

"ไม่เป็นไรค่ะ แต่อาการเป็นยังไงบ้างเหรอคะ?"

 

"ดีมากขึ้นแล้วล่ะจ่ะ"

 

นานามิพูดพร้อมกับรับถาดอาหารที่ถูกวางลงบนตักของเธออย่างระมัดระวังแล้วหยิบข้าวปั้นขึ้นมาทานโดยมีอาโออินั่งอยู่ข้างเตียงก่อนที่อาโออิทำหน้าเหมือนกับว่าพึ่งคิดอะไรได้แล้วเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่ดูกระตือรือร้น

 

"นานมิซังจะว่าไปรู้เรื่องของการสอบคัดเลือกครั้งสุดท้ายรึยังคะ"

 

"......ถ้าเรื่องนั้นรู้อยู่แล้วล่ะแต่ว่าทำไมงั้นเหรอ?"

 

"คิดว่ารอบนี้อยากจะให้มีคนผ่านเข้าเยอะๆน่ะค่ะ"

 

"นั่นสินะ......"

 

นานามิตอบกลับด้วยเสียงที่แผ่วเบาเพราะเธอเองก็คิดแบบนั้นแต่อัตราการที่จะมีคนรอดมาจนถึงเสร็จสิ้นนั้นมันช่างน้อยนิดเหมือนแสงไฟที่ริบหรี่ที่ใกล้จะมอดดับอยู่แล้ว ก่อนที่เธอจะค่อยๆทานอาหารบนตักจนหมดพรางคุยกับอาโออิในหลายๆเรื่องไปด้วยแต่เมื่อพูดถึงเรื่องอสูรเธอก็รู้สึกจุกที่หน้าอกอยู่หน่อยๆ เพราะอดีตที่เธอควรจะลืมเลือนมันไปนั้นกลับยังฟังจำมาตั้งแต่เธอแบเบาะเรื่องของชายคนนั้นผู้ที่เป็นจุดเริ่มต้นแรกของเหล่าอสูรชายคนที่ขึ้นชื่อเป็น'พี่ชายบุญธรรม'ของเธอ


"งั้นพักผ่อนให้เยอะนะคะ"

 

"เอ่อ อาโออิจังคือว่า.......ฉันกะว่าจะออกไปวันพรุ่งนี้เลยน่ะจ่ะ"

 

"เอ๋ รีบจังทำไทล่ะคะไม่พักให้มากกว่านี้จะดีเหรอคะ?"

 

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ระหว่างเดินทางไปทำภารกิจก็คงจะได้พักฟื้นตัวอยู่บ้างแหละนะ"

 

"เข้าใจแล้วค่ะรักษาตัวด้วยนะคะ"

 

นานามิถอนหายใจเบาๆเมื่อประตูนั้นถูกปิดลงพร้อมกับประสานมือเข้าด้วยกันพลางคิดอะไรไปเรื่อยถึงความทรงจำในอดีตชาติที่ติดตัวเธอมาไม่รู้ว่ามันดีหรือแย่กันแน่ที่มีมันติดมา

 

"ท่านพี่.....ในตอนนี้ท่านกำลังทำอะไรอยู่กันแน่"

 

จากท้องฟ้าที่ดูสดใสก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มพร้อมกับสายฝนที่เทลงมาเป็นทอดๆเหมือนจะตอบรับกับความรู้สึกที่หนักอึ้งที่อยู่ภายในใจของเธอในตอนนี้เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจสามารถจะระบายให้ใครฟังได้ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าที่น่าขันในเวลาเดียวกัน ในเช้าวันรุ่งขึ้นนานามิได้ออกจากเรือนผีเสื้อในยามเช้ามืดและไม่ลืมที่จะไปบอกลาอาโออิและพวกเด็กๆที่คอยช่วยดูแลเธอทุกครั้งที่มายังที่แห่งนี้และถึงแม้ตอนนี้ท้องฟ้าจะยังไม่สว่างมากนักแต่เธอก็รีบเดินทางเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

 

เป็นเวลาซักพักแล้วที่เธอเดินทางมาเรื่อยๆเพราะภารกิจในคราวนี้มันคือหมู่บ้านแห่งหนึ่งต้องเดินเข้าไปในป่าลึกแต่ถึงจะอยู่ลึกเพียงใดก็ยังคงมีพวกอสูรเพ่นพ่านอยู่ไม่มากก็น้อยซึ่งภารกิจก็คงไม่ยากเกินความจำเป็นของเธอสักเท่าไหร่ เธอเดินเข้าไปในอาณาเขตป่าที่ลึกแล้วลึกอีกแถมมันยังดูเหมือนกับจะไม่มีคนอยู่ยังไงยังงั้นแต่เธอก็ยังคงดันทุรังเดินเข้าไปเรื่อยๆเพราะหวังว่ายังไงซะก็ต้องมีหมู่บ้านอยู่ภายในตามคำสั่งแน่นอน แต่ยิ่งเดินลึกเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะถึงเสียทีในใจก็แอบท้ออยู่บ้างจนกระทั่งเธอเห็นแสงสว่างเหมือนจะเป็นพื้นที่โล่งที่แสงส่องถึงและเหมือนกับว่าจะมีหมู่บ้านอยู่ในระแวกนั้น

 

"นี่มัน......."

 

และเมื่อมาถึงนานามิก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจภายในหมู่บ้านนั้นว่างเปล่าไร้ผู้คนสภาพบ้านเรือนแต่ละหลังถูกทำลายเหมือนกับพึ่งถูกพายุถล่มมา แต่สิ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้นั้นคือชิ้นส่วนของมนุษย์เพียงไม่กี่ชิ้นนานามิจึงรีบวิ่งลงไปดูเพื่อหวังว่าจะมีใครสักคนรอด แต่เมื่อเดินสำรวจดูก็แทบจะไม่เห็นใครเลยซักคนมีเพียงแค่ร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณหรือเป็นเพียงแค่ชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายไม่ต้องรีรอนานามิรีบวิ่งลงจากเนินเขาที่ไม่สูงมากนักลงมาและสำรวจรอบหมู่บ้านเพียงหวังไว้แค่มีสักชีวิตที่ยังรอดเหลืออยู่บ้างแต่ค้นหามากสักเพียงใดก็ไม่พบใครทั้งสิ้นความสิ้นหวังเริ่มเข้าครอบงำเธอ

 

เพราะบริเวณโดยรอบเหมือนจะไม่มีวี่แววอะไรเลยแม้แต่อสูรเหลือเพียงบ้านหลังสุดท้ายที่อยู่ท้ายสุดของหมู่บ้านแห่งนี้ เธอเอื้อมมือออกไปเปิดประตูบานนั้นออกในใจมีผลลัพธ์อยู่เพียงสามข้อคือมีอสูรอยู่ในบ้านหลังหรือมีคนที่ยังเหลือรอดอยู่และข้อสุดท้ายคือไม่มีอะไรเลย และเมื่อเปิดออกมาภาพก็คือภายในนั้นไม่มีอะไรเลยแต่มีร่องรอยเหมือนถูกค้นข้าวของกระจัดกระจายนานามิถอนหายใจอย่างหมดสิ้นอาลัยเธอมาช้าเกินไปไม่มีใครเหรือรอดซักคนจนในที่สุด....

 

'แกร๊กๆ'

 

เสียงเหมือนกับอะไรขยับอยู่ภายใต้ผ้าผืนหนึ่งที่ถูกปูไว้ที่พื้นเหมือนกับมีเสียงดังออกมาจากภายใต้ผ้าผืนนั้นนานามิจึงค่อยๆดึงดาบออกมาและย่องเข้าไปใกล้ผ้าผืนนั้น พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเปิดผ้าผืนนั้นออกมือเองก็ง้างดาบออกหมายจะฟันหัวเพราะคิดว่าเป็นอสูรแต่ภาพที่พบนั้นคือเด็กชายและเด็กหนุ่มที่กอดกันแนบแน่นเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัวในหลุมหลบภัย ภายในแววตาของเด็กสองคนนั้นแสดงความกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัดนานามิลดมือลงก่อนจะวางดาบนั้นไว้ข้างกาย

 

"ไม่ต้องกลัวนะฉันมาช่วยแล้ว"

 

"ฮึก......ฮึก ฮืออออออออออออออออ"

 

เด็กสาวยังคงร้องไห้ออกมาเด็กชายก็กำลังกอดน้องสาวไว้ด้วยแววตาสั่นกลัวก่อนที่เด็กคนนั้นจะค่อยๆชี้ไปที่ข้างหลังของเธอนานามิที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าหยิบดาบขึ้นมาพร้อมตวัดมันพร้อมหมุนตัวไปด้านหลัง ปลายดาบนั้นเฉียดไปที่ใบหน้าของอสูรตนนั้นก่อนที่นานามิจะตวัดดาบฟันคอของอสูรตัวนั้นขาดสะบั้นลงในพริบตา หลังจากนั้นไม่นานหน่วยคาคุชิก็เข้ามาเก็บกวาดสถานที่พร้อมกับหัวหน้าเสาหลักเพลิง 'เร็นโกคุ เคียวจูโร่' ที่ผ่านมาพอดีและมาเพื่อจะสืบหาเบาะแสของร่องรอยการถูกทำลายของหมู่บ้านแห่งนี้ แต่สิ่งที่ถือว่ายังดีก็คือเด็กๆสองคนนั้นปลอดภัยและตอนนี้อยู่ในการดูแลของหน่วยคาคุชิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

"แล้วยังไงต่อเธอมาก็ไม่เจอใครอย่างนั้นสินะ"

 

"ค่ะ พอมาถึงก็สำรวจจนหมดแล้วแต่ก็ไม่พบใครเจอเพียงแค่เด็กสองคนนั้นแล้วก็อสูรอีกตนหนึ่ง.......แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่ค่ะ"

 

"ไม่น่าใช่อะไรงั้นเหรอ?"

 

"สัมผัสของมันแตกต่างกันน่ะค่ะ คิดว่าเร็นโกคุซังเองก็น่าจะรู้"

 

"อืม ใช่ไม่เหมือนกันเลยจากรายละเอียดที่เธอเล่ามา"

 

สุดท้ายแล้วนานามิก็เล่ารายละเอียดให้กับเคียวจูโร่จนหมดทุกอย่างก่อนที่เธอจะถูกส่งตัวไปที่อื่นต่อเพราะตอนนี้ข่าวลือที่คนหายไปมีมากมายเพิ่มขึ้นเยอะกว่าเมื่อก่อนทำให้ต้องกระจายคนออกไปให้ทั่วทุกพื้นที่ แต่ถือว่าโชคดีที่เธอเริ่มออกเดินทางไวทำให้ตอนนี้เธอเดินทางมาใกล้ถึงเกียวโตแล้วแต่ก็ยังอีกห่างไกลใช้เวลาอีกสี่วั้นก็น่าจะไปถึงอาซาคุสะ แต่ยังดีที่แถวนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีที่พักให้เช่าเธอจึงเลือกพักที่นี่ก่อน

 

ในม่านหมอกของไอน้ำที่ลอยขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อนนานามิค่อยๆหย่อนขาลงไปในน้ำทีละข้างพร้อมกับหย่อนตัวลงไปช้าๆเธอเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเพราะบ่อน้ำพุร้อนของที่พักที่นี่เป็นแบบเปิดให้ชมท้องฟ้าในยามค่ำคืนได้ นานามิมองดูดวงดาวที่กำลังส่องแสงเจิดจรัสอยู่บนท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์

 

"ท่านพี่......."

 

เป็นคำพูดที่เอ่ยออกมาเพียงเบาๆถึงคนคนนั้นคนที่เธอเคยเรียกว่าพี่ชาย คนที่ตอนนี้กลายเป็นศัตรูของมนุษย์ทั้งปวง คนที่กลายเป็นความน่าหวาดกลัว คนที่กลายเป็นความชั่วร้าย นานามิค่อยๆหลับตาลงมือเรียวรูปที่ท้องข้างซ้ายรอยปานสีแดงรูปดอกฮิกังที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่ชาติก่อน.....

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.





















#คุยกับไรท์#

  ช่วงนี้ค่าตัวมุซันแพงกว่าเคียวจูโร่อยู่ค่ะเพราะฉะนั้นอย่าถามหา//หัวเราะบับรว้ายๆ


ส่วนตอนหน้านั้น......ไรท์ก็จะ.......ไว้ติดตามตอนหน้าละกันส่วนฟิคเรื่องนี้พี่น้องท้องชนกันแน่นอนค่ะอย่าได้สงสัย


*เอารูปมาพี้เล่นค่ะอาจจะมีคู่อุซุย×เซนอิทสึในฟิค//เสพ*


 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #5 Gem519 (@asia2003) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 07:34

    อุซุยซามะะะะะ

    #5
    0
  2. #4 정화_pc (@pitchayapak911) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 20:18

    ต่อๆๆๆๆ(*°∀°)=3

    #4
    0