[Fic] Lycanthrope [Minkyung X Yebin ft.Pristin]

ตอนที่ 6 : Chapter 4 : Journey

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59






"แวร์วูฟเหรอ... น่าสนใจดีนี่...." พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะมองออกไปที่หน้าต่างของคฤหาสน์ ตอนนี้มีพระจันทร์เต็มดวงขึ้นเป็นสีส้มอ่อนๆ ไม่แปลกที่แวมไพร์อย่างเธอ จะไม่มีเซ้นส์เรื่องนี้เอาซะเลยว่าใครกำลังอาละวาดอยู่ในขณะนี้ คยองวอนยิ้มมุมปากพลางพูดออกมาเบาๆว่า

"เราอาจจะได้เห็นดีกันแน่... พัค ซียอน" 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"อะ... อื้อ..." ร่างบนเตียงพยายามขยับเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วก็ต้องตกใจ เพราะเพดานที่เห็น นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ มองไปรอบๆ นี่ก็ไม่ใช่ห้องของเธอ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? เธอจำได้ว่าเธอกำลังเดินกลับบ้าน แต่ว่าเหมือนมีหมาตัวใหญ่กำลังจะพุ่งเข้ามาทำร้ายเธอ จากนั้น เธอก็สลบไป... 



แอ๊ด....



"ตื่นแล้วเหรอเยบิน..." เสียงที่คุ้นเคยกล่าวทักทายเธอ แต่เหมือนว่าเจ้าของเสียงจะรู้ว่าเธอจะถามเรื่องอะไรต่อ 

"ไว้ฉันจะเล่าให้เธอฟังที่หลัง เมื่อเธอพร้อมนะ..." พูดพร้อมกับวางถ้วยที่ส่งกลิ่นหอมไว้บนหัวเตียง โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดทำให้เยบินไม่ต้องรีบลุกลี้ลุกลนไปโรงเรียน แต่เมื่อคิดได้ว่าคงมีใครอยู่ที่บ้าน เหมือนว่าอึนอูจะอ่านใจเธอออกได้อีกครั้ง

"ฉันโทรบอกแม่เธอแล้วว่าเธอจะมาทำรายงาน... แล้วจะอยู่ที่นี่ซักอาทิตย์กว่าๆ เพราะกลัวรายงานไม่เสร็จ... แล้วเสื้อผ้า ฉันให้คนใช้ในบ้านไปเอามาให้เรียบร้อย ประจวบเหมาะกับที่แม่และพ่อของเธอจะไปต่างประเทศ 2 เดือน เพราะมีงานด่วน กลายเป็นว่าเธอต้องมาอยู่ที่บ้านฉัน 2 เดือน..." พูดพลางลุกขึ้นแล้วลูบหัวคนบนเตียงไปด้วย ไม่ว่ายังไงเยบินก็ยังเป็นเหมือนเด็กที่ต้องได้รับการปกป้องอยู่ดี 



แอ๊ด....



"เอ่อ... ยังยุ่งกันอยู่หรือเปล่า..." เจ้าของเสียงเอ่ยขึ้นพลางยกมือขึ้นเกาหัวเบาๆแก้เขิน ก่อนจะยกถุงอะไรมาให้ดู ถ้าให้เยบินสังเกตได้ ในนั้นมีขนมและพวกนมที่ขายตามมินิมาร์ท 

"อ่า... ขอบคุณนะ..." เจ้าของใบหน้าที่คุ้นเคยหันมามองเธอ แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร หูของเธอก็เริ่มแดง จนเยบินสงสัยว่าเป็นรึเปล่า แต่ก่อนจะได้พดอะไรต่อ เจ้าตัวก็รีบตัดบทแล้วออกไปข้างนอกทันที

"อ... อื้อ... ม... ไม่เป็นไร... ไปก่อนนะ ลืมว่ามีงานด่วนเข้าน่ะ" 



'ปึ๊ง!!!!'



"เขาเป็นอะไรรึเปล่าอึนอู..." ถามพลางมองหน้าอึนอูที่ตอนนี้ยืนกลั้นขำอยู่เงียบๆ ก่อนจะหันมาให้คำตอบ จนตัวเธอเองก็กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่เหมือนกัน 

"ไคล์ร่า เขาเป็นคนขี้เขินน่ะ แค่ใครชมนิดหน่อยหรือแค่ขอบคุณก็เขินแล้ว เลยไม่กล้าสุงสิงกับใคร" พูดพลางยิ้มให้กับโพสต์อิทเล็กๆ ที่แปะไว้ข้างถุง เขียนเป็นลายมือน่ารักตามแบบฉบับของเจ้าตัวว่า


'กินให้อร่อยนะ : )' 

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"ตื่นได้แล้วเจ้าหมาขี้เซา... จะตื่นไม่ตื่นห้ะ!!" พูดพลางกระชากผ้าห่มออกจากตัวของคนบนเตียงทันที งานปลุกน้องทั้งที มีหรือที่คนอย่าง 'โจชัว' จะไม่ทำ หลังกลับจากสอนศาสนาในโรงเรียนเขาก็รีบบึ่งมาที่บ้านทันที เพราะพ่อของเขาบอกว่า


"เจ้าตัวแสบกลับมาที่บ้าน อย่าลืมมาหาล่ะ" 


เพราะเขาและมินคยองเป็นพี่น้องแท้ๆ เขาจึงได้สายเลือดไลเคนท์มาด้วย แต่เขาเลือกที่จะทำพิธีเอาพลังทั้งหมดออกและทุ่มเทให้กับงานด้านศาสนาแทน ทำให้ตอนนี้ เขาก็เป็นเหมือนคยอลคยองนั่นแหละ แต่แค่คยอลคยองสึกออกมาแล้ว เท่านั้นเอง 

"อื้อ... ขออีก 10 นาที..." พูดพลางชี้นิ้วขึ้นเป็นเลขหนึ่ง แล้วดึงผ้าห่มคืนจากมือเขา ง่วงขนาดนี้ยังมีสติดึงผ้าห่มคืนอีก ประจวบเหมาะกับที่คยอลคยองขึ้นมาหามินคยองพอดี

"อ่าว... มอนิ่งค่ะพี่โจชัว... เจ้าหมาหูลู่ลมมันยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ" เพราะคยอลคยองรู้ว่ามินคยองไม่ค่อยชอบฉายานี้เท่าไหร่ เลยแกล้งพูดในระดับเสียงที่สูงขึ้นกว่าปกติ จนเจ้าตัวต้องตื่นขึ้นมาแต่โดยดี

"เห้อม... ถ้าจะให้แกเรียกฉายานี้ ฉันยอมตื่น..." พูดพลางจับต้นคอตัวเองด้วยความปวดเมื่อย แถมแผลที่หลังยังไม่หายดีอีก ทำให้รู้สึกระบมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว 

"ไป... กินข้าวได้แล้ว เจ้าหมาหูลู่ลม..." โจชัวพูดพลางลูบหัวคนที่นั่งมองค้อนตนอยู่ แล้วเดินออกไปจากห้องทันที เพราะลืมไปเสียสนิทว่ามีงานไปสอนศาสนาอีก แล้วไม่ลืมที่จะให้สายประคำที่ตนอุส่าตั้งใจทำ แทนที่จะให้ใช้ไม้กางเขนยัดไว้ในกางเกงแบบนั้น 

"ขอบคุณนะ... พี่ชาย..." พูดพลางก้มมองดูสายประคำที่พี่ชายตัวเองเป็นคนตั้งใจทำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ถ้ามินคยองไม่ได้ตาฝาด เธอเห็นพี่ชายตัวเองน้ำตาคลออยู่ด้วย หรือพ่อจะเล่าอะไรให้ฟังหมดแล้ว

"สายประคำเส้นนี้นะ... สามารถใช้ป้องกันบาดแผลได้เกือบเทียบเท่าสร้อยเส้นเก่าที่โดนฉกไป... ทำจากไม้มะกอก... ถือซะว่าให้มันเป็นตัวแทนของพี่และครอบครัวซะ... โชคดีนะ คิม มินคยอง..." พูดพลางลูบหัวของเธออีกครั้ง ก่อนที่เธอจะโผเข้ากอดพี่ชายตัวเอง และเธอก็ไม่อยากให้กอดนี้ เป็นกอดครั้งสุดท้าย เพราะเธอรู้ว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น

"อื้อ... ดูแลตัวเองดีๆนะพี่ชาย..." 

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

หนึ่งในสิ่งที่คิมมินคยองเกลียดรองจาก 'การโกหก' คือ 'การจากลา' ตอนนี้มินคยองอยู่ที่ท่าเรือเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน เรือโรซารี่ กำลังจะเคลื่อนออกจากท่า โดยมีพี่ชายของเธอยืนอยู่ที่บันไดทางขึ้นเรือ ก่อนที่จะขึ้นเรือไปอย่างสงบ ก่อนที่จะไม่ลืมโบกมือให้กับครอบครัวของเขา ผู้โดยสารบนเรือทั้งหมดคือ ผู้สอนศาสนาที่กำลังจะเดินทางไปในดินแดนอื่นและที่สำคัญต้องมีความเหมาะสม โดยที่คุณพ่อของแต่ละหมู่บ้านจะเป็นผู้เลือกคนที่เหมาะสมที่สุด

"พี่ชาย!!!! อย่าลืมส่งจดหมายมาบ้างนะ!!!!!" มินคยองทำตามที่ใจเธอนึกทันที โดยตะโกนออกไปสุดเสียงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาตามแก้มทั้งสองข้าง คยอลคยองเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพราะครอบครัวของมินคยองก็เปรียบเสมือนครอบครัวของเธอเหมือนกัน นับจากวันที่เธอออกจากการเป็นนายอำเภอมา ครอบครัวของมินคยองนี่แหละที่รับหน้าที่เป็นสเมือนบ้านของเธอ และแน่นอนว่าถ้าคนใดในครอบครัวต้องเดินทางไปไกล ความรู้สึกที่ผูกพันธ์ทั้งหมด มันก็รู้สึกเหมือนมีใครขาดหายไป ทำให้รู้สึกเหงาแปลกๆ นอกจากโจชัวเองแล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครในครอบครัวมานั่งอ่านพระคำภีร์ หรือสวดมนต์เป็นเพื่อนเธอเลย 

"ร้องไห้ออกมาเถอะ... อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยคยอลคยอง... เธอไม่จำเป็นต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา..." มินกยูพูดพลางลูบหัวเธอ พร้อมกับยิ้มไปทางเรือที่กำลังเคลือนตัวออกจากท่า 

"โชคดีนะ... พี่โจชัว..."

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"เจ้าแน่ใจได้ยังไงซียอนว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ..." เสียงของชายอาวุโสกำลังพิพากษา 'พัค ซียอน' อย่างนักโทษคดีร้ายแรง

"ด้วยความสัตย์จริงค่ะ... คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง" คนนั่งคุกเข่าอยู่อธิบายอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิดกัน ถ้า 'คัง คยองวอน' ไม่เอาเรื่องนี้มาบอกปู่ของเธอ ป่านนี้เธอคงจะได้ไปนั่งอยู่กับท่านซึลกิแน่ๆ 

"หึ... แน่ใจเหรอซียอน... เธอคงไม่ทำงานกับพวกนั้น เพราะอยากได้พลังซาตานสถิตย์หรอกใช่ไหม//เคร้ง!!!" ร่างสูงต้องชะงักคำพูดทั้งหมดเอาไว้ เพราะซียอนพังโซ่ที่มัดแขนและขาเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย พลางลุกขึ้นมามองเธออย่างแข็งกร้าว

"หุบปากไปซะ... คัง คยองวอน..." สายตาและคำพูดที่มอบให้คยองวอน ต่างกับซียอนคนเดิมโดยสิ้นเชิง จากปกติที่เป็นเด็กแข็งกร้าวอยู่แล้ว กลับแข็งกร้าวขึ้นไปอีก คยองวอนคิดว่ามันคงไม่ใช่นิสัยธรรมดาของซียอนแล้วล่ะ จากดวงตาสีเทาควันบุหรี่ ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสีม่วงอ่อน ก่อนจะพุ่งเข้ามาบีบคอคยองวอนด้วยความเร็วเกินกว่าที่ซียอนจะได้ 

"ซียอน!!! เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!!! อึก!!!" พูดพลางจับข้อมือของซียอนไว้ ตอนนี้เหมือนซียอนกำลังจะโดนพลังของซาตานครอบงำตัวเอง และไม่มีทางแก้นอกจาก 

"ฉันขอโทษนะ... ซียอน" พูดพลางถอดสร้อยไม้กางเขนออกมาใส่คอของซียอนไว้ จนคยองวอนเองก็ลืมสังเกตว่าจี้ไม้กางเขนบนสร้อยคอของซียอนหายไป แต่มีสร้อยอัญมณีสีม่วงแดงเข้ามาแทนที่ 

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!" เสียงของซียอนที่ร้องโหยหวนดังก้องขึ้นในบริเวณห้อง ก่อนจะมีแสงสีม่วงแดงออกมาจาก ปากและตัวของซียอน แต่เสียงของซียอนที่ดังจนกลายเป็นเสียงคำรามและเสียงหอนของหมาป่าทำให้คยองวอนต้องเอามืออุดหู

"ให้ตายสิ... พวกนั้นมันทำอะไรกับเธอบ้าง..." พูดกับตัวเองเบาๆก่อนที่เจ้าของเสียงจะสลบเหมือดไป เพราะความอ่อนล้า 

"ฉันเห็นแล้วล่ะ... พลังของเจ้าแวร์วูฟที่โดนซาตานสถิตย์เมื่อกี๊น่ะ... เจ้าไม่ต้องอธิบายให้ข้าฟังหรอก..." เสียงปู่ของเธอพูดขึ้นหลังจากจบเหตุการณ์วุ่นวายลง และใช่ ที่พูดกวนอารมณ์ซียอนเมื่อตอนนั้น ก็เป็นแฟนของปู่เธอเอง ไม่มีทางแน่ๆที่ซียอนจะอาละวาดในคืนพระจันทร์เต็มดวงแบบนี้ แต่เธอทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่าเธอเข้าร่วมกับพวกของไอรีน เนื่องจากพลังของเธอค่อนข้างอ่อนแอ ในหมู่พวกเดียวกันมาก ก็ไม่แปลกที่ใครหยิบยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับพลังให้แล้วเธอจะไม่ปฏิเสธ 

"แล้วเราจะทำยังไงกันต่อคะ..." พูดพลางอุ้มคนที่นอนสลบอยู่ขึ้นมา เห็นเหมือนจะแข็งแรง แต่จริงๆก็เบาสำหรับคยองวอนอยู่ดีนั่นแหละ

"รอผู้พิทักษ์... คือทางออกสุดท้าย..." 

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"อ่ะ... อ่า... โอ้ย!! เบาๆหน่อยสิแม่..." พูดพลางทำเสียงออดอ้อนผู้เป็นแม่ที่กำลังให้เวทย์รักษาแผลให้กับมินคยอง หรืออย่างที่เรียกกันว่าการ 'ฮีล' ในหมู่ไลเคนท์ ผู้ที่ได้พลังของอัญมนีบุศราคัมคือ ผู้รักษา แม่ของมินคยองจึงมีตาสีเหลืองเป็นประกาย ส่วนที่มินคยองมีพลังไพลินไม่เหมือนพ่อและแม่นั้น ก็ยังหาคำตอบเหมือนกัน แต่ส่วนมากคนที่มีตาสีไพลิน จะเกิดมาเพื่อเป็นผู้พิทักษ์ ส่วนโจชัวนั้นเป็นตาสีน้ำตาลปกติ เพราะทำพิธีคืนพลังไปแล้ว จึงไม่สามารถให้พลังได้ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม

"นี่!! อยู่นิ่งๆสิ!!! เดี๋ยวแม่จะตีซ้ำเลยคอยดู นั่น ดูทำหน้าเข้า เดี๋ยวเถอะ!!" เสียงดุมาไม่ขาดสายเวลาที่มินคยองทำแผล คยอลคยองยิ้มให้กับภาพเหล่านั้น นับจากที่พ่อกับแม่ของเธอจากไปในสงคราม เธอก็ร่อนเร่คนเดียวมาตลอด จนมาเจอกับมินกยูที่พาไปหาครอบครัวของเขา เพียงเพราะเขาบอกว่า มีลูกรุ่นเดียวกันกับเธอ เหตุการณ์ในอดีตวนลูปเข้ามาในหัวของเธออีกครั้ง 




"มินคยอง ฉันชื่อ คิม มินคยอง..." 

"ฉันซันซัส...  ซันซัส วาเรียโน..." 

"ส่วนพี่ ฮง โจชัว ครับ..." 

"จู คยอลคยอง..." พูดพลางหลบหลังของมินกยูที่ยืนหัวเราะให้กับเด็กน้อยทั้งสี่คนที่ยืนแนะนำตัวกันอยู่อย่างเก้ๆกังๆ เพราะยังไม่คุ้นกันเท่าไหร่

"เอาล่ะ... คยอลคยองจะมาอยู่กับพวกเรานะ... อย่าแกล้งเพื่อนใหม่กันซะล่ะ... พ่อขอเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารก่อน..." คนอายุมากที่สุดพูดพลางเดินเข้าไปในบ้าน

"นี่ๆ มาเล่นด้วยกันสิ ตอนนี้เรากำลังถ่ายรูปกันอยู่ด้วยนะ" มินคยองพูดพลางดึงเสื้อของคยอลคยองเป็นเชิงว่าให้เดินมาด้วยกัน 



"เอาล่ะ พี่จะถ่ายแล้วนะครับ... ยิ้มหน่อยนะ" เสียงของตากล้องประจำกลุ่มเอ่ยขึ้น 

" 1 "

" 2 "

" 3 "

แชะ!!!



"ไหนๆ ขอกยองดูหน่อยสิพี่โจชัว อ่า... คยอลนี่ยิ้มสวยเหมือนกันนะเนี่ย" พูดพลางหยิกแก้มของคยอลคยองเล่น ด้วยความหมั่นเขี้ยว

"ง่า... มินคยองก็ยิ้มสวยนะ..."

"เห้ย!! ผมล่ะ นี่เล่นชมกันเองนี่หน่า... ขี้โกงอ่ะ ไม่ชมผมเลย" เสียงแหลมของซันซัสโผล่งขึ้น เรียกหัวเราะจากทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี จนไม่วายพี่ใหญ่ในกลุ่มต้องหันมาแซว

"อ่าว... ซันซัสอยากสวยเหรอ..." พูดจบทุกคนก็ปรบมือหัวเราะชอบใจกันใหญ่ ก่อนที่แม่จะเรียกกินข้าว




"คิดอะไรอยู่บิชอป ไปกินข้าวกัน..." มินคยองพูดพลางเอามือมาจิ้มเบาๆตรงหว่างคิ้วของคยอลคยอง ก่อนที่จะลงไปกินข้าว และบรรยากาศบนโต๊ะอาหารวันนี้ก็ปกติ มีเสียงหัวเราะบ้าง เพื่อให้ให้บรรยากาศดูหดหู่หรือเงียบเหงาเกินไป

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

หลังจากที่คยอลคยองออกมาจากห้องสวดมนต์ ก็ตรงดิ่งไปที่ห้องนอนทันที และเธอนอนห้องเดียวกันกับมินคยอง ทำให้ต้องค่อยๆเปิดประตูจะได้ไม่เป็นการรบกวน เพราะบางทีมินคยองอาจจะนอนอยู่ ก็พบว่าที่ตนคิดไว้ไม่มีผิด อีกฝ่ายกำลังนอนอยู่ ด้วยความง่วงและความอ่อนเพลีย เมื่อหัวคยอลคยองถึงหมอน เธอก็หลับไปในทันทีโดยที่ไม่ได้สังเกตว่ามีใครอยู่ในห้อง

"จะส่งพวกเขาไปตอนนี้เลยสินะ... มินกยู..." เสียงสั่นของผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นพลางมองเด็กทั้งสองคนที่หลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะพลังสะกดจิตของเธอ

"ใช่... พวกเขาคงจะลืมไปว่าวันนี้คือวันปัสกาแล้ว... ฉันจำเป็นต้องส่งพวกเขาไป เพราะคำสั่ง..." มินกยูและภรรยาของเขายืนมองแสงสีฟ้าอ่อนที่กำลังก่อตัวขึ้นบริเวณเตียงและค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างเป็นลักษณะคล้ายบาเรียห่อหุ้มตัวของทั้งคู่ไว้อยู่ 

"แสงของผู้พิทักษ์" ทั้งสองแทบจะเอ่ยออกมาพร้อมกัน เมื่อเห็นสีของแสง ทั้งคู่พร้อมใจกันเอามือค้อนอกพลางมองมาที่ร่างบนเตียง

"โชคดีนะ..."

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

เสียงสวดมนต์ในโบสถ์ไม้เก่าๆ จบลงพร้อมกับไม้กางเขนที่มีแสงสีขาวขึ้น ทำให้บราเดอร์หนุ่มอย่างโจชัวไม่สงสัยเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองคนคงกำลังจะไปแล้ว คิดในใจพลางยิ้มให้กับไม้กางเขน เขาคงจะไม่กล่าวอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเขาคิดว่าทั้งคู่ต้องทำได้แน่ๆ พลางเอามือแตะบริเวณหน้าผาก

"ขอพระเจ้าจงสถิตย์กับท่านทั้งสอง... ขอให้สิ่งที่ทำอยู่ได้ประสบผลลุล่วงไปด้วยดี..."

"เอแมน"  

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
2 B Con...

====================================
 

Write Talk

 

เย้!!! ทุกคนคะ ไรท์กลับมาแล้วค่ะ จะไม่ขอพูดอะไรมาก ตอนนี้คือตอนที่เขียนยาวที่สุด 


และกยองก็ได้ออกเดินทางไปยังโลกกว้างแล้ววว ด้วยความหมั่นไส้ฝาแฝดคู่นี้ค่ะ จับมันมาเป็นพี่น้องกันซะ


นี่อยากพูดมากว่าตอนนี้คิดว่าซึ้งที่สุดแล้วนะคะ5555 จริงๆน้ำตาคลอเบ้าตอนเขียนให้พี่โจชัวเราเดินทางไกล


มาถึงตอนนี้คนคงจะทายถูกแล้วมั้งคะว่ามินจูเนียร์ของเราจะไปพิทักษ์ใคร5555 เอาเป็นว่าเจอกันเชปเตอร์หน้าค่ะ


เม้นหน่อย คุยกันนิด เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ ถ้าใครรู้สึกว่าคุยในนี้ทำไมเปลืองเน็ต 


ชิญค่ะ @JaneerPrank  55555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

 

\/

 

 

\/

 

 

\/

 

 

\/

 

 

\/

 

 

#ฟิคโอ้มายไลเคนท์  

 









   
  

        
 
  CR.SQW
 

41 ความคิดเห็น

  1. #22 ::N_E_V:: (@twainidel) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 12:15
    บิ้นค่าตัวแพงอีกละ ยังคงไม่เจอกัน555555 อดีตเหล่าโลกเบื้องหลังนี่มัน เยอะแยะมากมายซับซ้อนจริงๆค่ะ ค่อยๆ เปิดเผยมาทีละเรื่องเนาะ พี่โจชัวไปซะแหละ ใครจะดูแลน้องกยอง แต่กยองผู้มีพลังไพลินก็ต้องไปดูแลเยบบิ้นสิน ไอ้ก้อนมันโดนทำร้ายอยู่นะเว้ย ถ้าไม่รีบไปเราจะชิบแรพไลน์ ไคล์บิ้นละ55555555 บรัยส์ๆ อึนอูคือมีพลังอ่านใจใช่ไหมคะ หรือบิ้นมีพลังหรืออะไร รอติดตามต่อละกันค่าบบบ
    #22
    0
  2. #21 filter001 (@filter0927) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 02:31
    เจอกันซักทีค่ะ พหวีดดดดดดดดดดดด
    ครอบครัวกยองน่ารักมากอ่ะ งื้อออออออออออ อ่านแชปนี้แล้วเค้างงมากเลยค่ะสงสัยต้องกลับไปอ่านอีกรอบ เพราะห่างมานาน 555555555555
    ถ้าจิ้นเจี๋ยกยองนี่รู้สึกถึงความเรือผีค่ะ 5555555555
    ไคร์ล่าน่ารักอ่ะ ยั่กหยิกแก้ม
    น้องผักเค้าห้ามเป็นอะไรนะคะ ด้วยรักและปลาทู กวอนดูแลทีค่ะ ฮือออออออ
    สู้ๆค่ะไรท์เป็นกำลังใจให้นะคะ เยิิ้บๆ 
    #21
    1
    • #21-1 Kumamhong (@Kumamhong) (จากตอนที่ 6)
      16 สิงหาคม 2559 / 21:32
      ว๊าววว ขอบคุณมานะคะ 3 เม้นรวดเลย จริงๆลองมานั่นอ่านเองก็งงค่ะ พิมอัลไล คำผิดเยอะมาก จะเร่งแก้ให้อย่นะคะ เจี๋ยกยองก็เกย์เกินไปค่ะ ขอบคุณมากนะคะะะะะะะ เห็นบอกงานเยอะ สู้สู้เหมือนกันนะคะ555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
      #21-1
  3. #18 Cotton (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 22:13
    อาาาา เจ้าหมากูลู่ลมน่ารักจังเลยยยยย ดื้ออีกตังหากไม่ยอมให้แม่ทำแผลดีๆ เจ้าเด็กซน งื่อออออ

    แล้วกยองใกล้จะได้เจอกับยัยบิ้นแล้วใช่มั้ยคะ เค้าจะได้เจอกันแล้ว จะได้เจอกันสักที ><

    นี่ชอบความสัมพันธ์ของกยองกับยัยเจี๋ยมาก เพื่อนรักที่เป็นครอบครัวเดียวกัน

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะค้าาา รีบมาต่อตอนต่อไปน้า &#128513;
    #18
    1
    • #18-1 Kumamhong (@Kumamhong) (จากตอนที่ 6)
      8 สิงหาคม 2559 / 16:52
      คิคิคิ เค้าจะได้เจอกันแล้วค่ะ ไรท์ก็ตื่นเต้น555555 ขอบคุณมากนะคะ555555
      #18-1