[Fic] Lycanthrope [Minkyung X Yebin ft.Pristin]

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : Promise Ended

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59






"มินคยอง... เธอสัญญากับฉันได้ไหม... ว่าเธอจะรักฉันตลอดไป..."

"ฉันไม่ขอสัญญา... แต่ฉันจะขอใช้คำว่าพยายามแล้วกันนะ... ฉันรักเธอนะไอรีน..."

"ฉะ... ฉันก็รักเธอนะ... มินคยอง-- อื้อ" ยังพูดไม่ทันจบ ไอรีนก็ต้องตกใจ เมื่ออีกฝ่ายจูบเธอโดยที่ยังไม่ได้ตั้งตัว น่าแปลกที่จูบกันมาตั้งหลายแล้ว แต่ไอรีนยังรู้สึกว่ามันเป็นจูบแรกของเธอเสมอ เวลามินคยองจูบเธอมันเป็นจูบที่ละมุนและถนุนถนอมราวกับเธอเป็นแก้วที่บอบบางพร้อมแตกหักได้ทุกเมื่อ ริมฝีปากที่บดเบียดกันไม่มีแม้แต่ช่องว่าง เมื่อเวลาผ่านไปเหมือนไฟความต้องการของมินคยองเพิ่มขึ้น จึงรุกล้ำเข้าหาเธอมากขึ้นไปอีก

"อ๊ะ!! อื้มม..." ไอรีนสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้สิ่งแปลกปลอมนั้นรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของเธอ จากจูบที่ธรรมดากลายเป็นจูบที่ดูดดื่ม ไอรีนทุบไหล่มินคยองเบาๆเพื่อเตือนว่าอากาศของเธอใกล้จะหมดแล้ว จึงผละออกจากกัน สบตากันเล็กน้อย ไอรีนรู้สึกอบอุ่นมากเวลาที่ได้มองตาของอีกฝ่าย ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่มีความขี้เล่นแต่แฝงไปด้วยความจริงจังอยู่ เวลาได้มองมันทำให้เธอเหมือนจะอันตธานหายไปจากตรงนี้เสียให้ได้ จ้องตากันอยู่นาน สุดท้ายไอรีนก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ให้กับคนตรงหน้าอยู่ดี 

"จ้องอะไรคะ... พ่อหมาป่า..." เอ่ยด้วยความหมั่นไส้แล้วบีบจมูกของอีกฝ่ายเล่นไปหนึ่งที สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาขี้อ้อนของิีกฝ่ายที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันให้ความรู้สึกเหมือนลูกหมเไซบีเรียนฮัสกี้ที่เอาแต่ใจ อยากจะเล่นกับเจ้าของตลอดเวลา 

"จ้องเจ้าของค่ะ... เจ้าของน่ารักดี..." พูดจบก็จูบตรงหน้าผากเบาๆ แล้วไล้ลงมาที่จมูก จบตรงที่ปากอีกรอบ แต่รอบนี้มินคยองแค่แตะปากเบาๆแล้วนอนหนุนตักเธอจนเผลอหลับไป มองดูหน้าใสของคนที่พึ่งหลับไป เหมือนหมาไซบีเรียนฮัสกี้ตัวน้อยที่อยู่ในช่วงวัยกำลังซนมากกว่าเป็นพ่อหมาจิ้งจอกที่ใครๆต่างก็กลัว ไวเท่าความคิด ไอรีนโน้มใบหน้าเธอลงมาที่ข้างหูของมินคยองแล้วกระซิบเสียงแผ่วเบา

"ฉันรักเธอนะ... คิม มินคยอง..." 

"คิม... มินคยอง..."

"คิม... มินคยอง..."

"มินคยอง..."

"มินคยอง"

"มิน..."

"คยอง..."



เปรี้ยงงงงงงงง!!!!!!!



'เฮือก!!!'


สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหลือบมองนาฬิกาที่ตอนนี้เข็มยาวและเข็มสั้นชี้อยู่ตำแหน่งเดียวกันคือเลข 12 หรือ ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนนั่นเอง แต่เพราะฝันในความทรงจำที่เปรียบเสมือนม้วนวิดิโอที่วนลูปอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลา 'เบ ไอรีน' ผู้หญิงคนแรกที่สามารถสยบเจ้าไลเคนท์อย่างเธอได้ง่ายดายเพียงแค่เธอกระดิกนิ้ว ผู้หญิงที่หยุดเธอได้แทบจะทุกอย่าง และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เธอเกือบตาย หลังจากที่เธอแยกกับไอรีน เธอก็เป็นหมาป่าเดียวดายมาตลอด เรื่องมันก็มานานแล้วแต่เธอก็คิดไม่ตกว่าทำไมพึ่งได้มานึกถึงมันอีก คิดอะไรเรื่อยเปื่อยพลางลุกออกจากที่นอนออกไปยืนตรงระเบียงเพราะคิดว่าเธอคงนอนหลับไม่ลงแล้ว ข้างนอกดูเหมือนจะมีพายุเข้าด้วย แต่มินคยองก็เลือกที่จะออกไป 

"เฮ้อ... ฉันจะทำยังกับเธอดีไอรีน... ฉันขอโทษนะ... แต่ฉันคงรักกับสายเลือดของลูซิเฟอร์ไม่ได้หรอก..." พูดกับตัวเองพลันน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาด้วย เอาหลังพิงกำแพงพลางปล่อยโฮออกมา ถ้าใครมาเห็นคงไม่เชื่อว่า ไลเคนท์ผู้เคร่งขรึมอย่างเธอ จะมีช่วงอารมณ์แบบนี้ได้ หลังจากที่เธอปล่อยโฮได้ไม่นาน ก็มีแสงสว่างอยู่ตรงหน้าเธอ เป็นแสงสีมรกต... ให้ความรู้สึกเหมือนมีแสงออโรร่าเกิดขึ้นตรงหน้าเธอ... 

"แสงอะไร..." เธอพยายามนึกแต่ก็ได้คำตอบที่ทำให้เธอลืมความเสียใจจนหมดสิ้น เพราะเธอจำได้ แสงสีไพลินคือแสงของเธอ แสงบุศราคัมคือแสงของแม่ และแสงมรกตคือแสงของพ่อ แปลว่า พ่อมาหาเธอเหรอ? หรือเป็นสารจากพ่อ? เนื่องจากพ่อของเธอทำงานในกองทัพพันธมิตรระหว่างไลเคนท์และแวมไพร์ จึงไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอรู้... รู้อยู่ตลอดเวลาว่าพ่อแอบดูเธออยู่ที่ไหนซักแห่ง... และนั่นทำให้พ่อรู้เรื่องระหว่างเธอและไอรีน ก่อนวันครบรอบหนึ่งปีของการคบกันระหว่างเธอและไอรีน พ่อจึงส่งสารมาเตือนว่า 

'โอ้ไลเคนท์หนุ่ม... เจ้าจงฟังพ่อ... ที่มามิได้มีเจตนามาทำลายความสุขของลูก... แต่พ่ออยากให้ลูกได้รับรู้... เธอคือธิดา

ของลูซิอัส... สายเลือดแห่งลูซิเฟอร์... พ่อกล้าพูดขนาดนี้ให้เจ้าไตร่ตรองเองว่าจะทำอย่างไรต่อ... พ่อต้องเข้าประชุม

กองทัพแล้ว... รักลูกเสมอ...' 

หลังจากที่ใช้เวลาคิดแล้ว เธอก็ได้ตัดสินใจบอกเลิกกับไอรีนและเก็บตัวมาตลอด แต่ก็เป็นคยอลคยอง ที่มาฉุดเธอออกจากวงวนปีศาจที่เหมือนยังตรึงฉันไว้อยู่ในห้องขังที่มืดมิดไม่เห็นแม้แต่แสงสว่าง หลังจากได้คิดอะไรออกไปมากแล้ว เธอก็กลับมาให้ความสนกับแสงนี้ต่อ

"พ่อ... พ่อหรือเปล่าคะ..." พูดพลางเอามือไปสัมผัสกับแสง ทำให้แสงทอประกายขึ้นมาอีก และเธอก็สัมผัสได้กับความอบอุ่นแม้พายุจะอยู่ อาจจะทำให้หนาวเย็น แต่สิ่งเดียวที่เธอสัมผัสได้คือ ความอบอุ่นจากแสง ไปรอให้ได้ถามอะไรมาก แสงนั่นก็หายไปพร้อมกับปรากฎร่างสูงของชายวัยกลางคนยืนยิ้มให้เธออยู่ 

"ใช่... พ่อเอง... เลิกร้องไห้ได้แล้ว... เจ้ารู้ไหมเวลาที่พ่อเห็นเจ้าร้องไห้ มันทำให้พ่อรู้สึกคิดถึงแม่ของเจ้าเหลือเกินมินคยอง" พูดพลางเหม่อขึ้นไปบนฟ้าที่มีแต่ก้อนเมฆสีเทาดำ พร้อมกับมีฟ้าแลบ ฟ้าผ่าดังอึกทึกอยู่เป็นระยะ ไ่ม่ต้องรอให้คนเป็นลูกถามอะไรมาก ผู้เป็นพ่อก็ชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน

"ยังคิดถึงเธออยู่เหรอ... ผู้หญิงคนนั้น..." ถามพลางมองมาที่หน้ามินคยองที่ตอนนี้เหม่อออกไปนอกระเบียง แววตาดูสับสนและไม่มั่นใจกับความคิดของเจ้าตัว จึงไม่ถามอะไรเกี่ยวกับไอรีนต่อ แต่พูดถึงเรื่องที่ตนต้องมาหามินคยองแทน

"มินคยอง... ถ้าพ่ออยากจะขออะไรกับเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่..." ถามพลางมองหน้ามินยองที่ตอนนี้หันมาสบตากับเขาอยู่ด้วยสีหน้าที่สงสัยอย่างเต็มประดา

"อะไรเหรอคะพ่อ... ถ้ามันไม่มากเกินความสามารถของหนู... หนูสามารถทำให้ได้ค่ะ..." ชายวัยกลางคนยิ้ม พลางลูบหัวของมินคยอง ไม่ว่าจะโตขึ้นมาเท่าไหร่ คิม มินคยอง ก็ยังคงเป็นเด็กเสมอในความคิดของ คิม มินกยู 

"เตรียมตัวให้พร้อม... พ่ออยากให้เจ้าไปเป็นผู้พิทักษ์ให้กับคนคนหนึ่ง... เวลาเดินทางไม่แน่นอนนะ เพราะพ่อจะส่งเจ้าไปตอนไหนก็ได้เมื่อพ่อเซ็นสัญญาแล้ว... และพ่อจะให้เจ้าเตรียมให้พร้อมทุกเมื่อ ไม่แน่ พ่ออาจส่งเจ้าไปในวันคริษมายันก็ได้..." ชายวัยกลางคนยิ้ม พลางขยับออกมาให้ห่างกับมินคยอง ปรากฎเป็นแสงสีมรกตขึ้นอีกครั้ง 

"พ่อต้องไปแล้ว... รักษาตัวดีๆ..." พูดจบแสงสีเขียวก็หายไป ทิ้งให้มินคยองนั่งขมวดคิ้วมุ่นกับคำพูดของผู้เป็นพ่อ

"ผู้พิทักษ์เหรอ..."
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

รถวอลโวสีดำที่จอดอยู่หน้าโรงเรียนเป็นจุดสนใจของนักเรียนในโรงเรียนเป็นอย่างมากและรถคนนี้เป็นรถของ 'เบ ไอรีน' ไม่มีใครในโรงเรียนนี้ที่ไม่รู้จักเธอ เพราะเธอควบตำแหน่งดาวโรงเรียน ประกอบกับที่บ้านเธอค่อนข้างมีฐานะ ทำให้เธอมีคนเข้าหาอยู่ไม่ขาดสาย และเธอก็ไม่ได้โง่มากพอที่จะไม่รู้ว่าคนที่เข้าหาเธอส่วนใหญ่หวังในตัวเธอและเงินของเธอ แต่มีคนหนึ่งที่เข้าหาเธอด้วยความรักจริงๆ แต่... เขาก็หายไปอีก บางทีเธออาจจะไม่เหมาะกับการมีความรักเลยก็ได้ 

"คิดอะไรอยู่ไอรีน...." เสียงสารถีส่วนตัวที่พูดขึ้น ทำให้เธอหลุดจากภวังค์ ตอนนี้เขากำลังพูดอยู่เหรอ เขาพูดได้งั้นเหรอ ปกติไม่เคยเป็นพูดอะไรเลยซักที 

"เธอ... พูดได้เหรอซึลกิ..." คำถามจากร่างบางทำให้ซึลกิต้องหลุดขำออกมา เพราะปกติเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด คงจะทำให้ไอรีนคิดว่าเธอพูดไม่ได้มั้ง แต่ก็เป็นปกติไปแล้ว เพราะเจ้านายเก่าของเธอก็เคยถามแบบนี้เหมือนกัน เหลือบมองดูก็เป็นเวลาใกล้จะสายแล้ว
ไอรีนคงเข้าห้องสายแน่ถ้ามัวแต่คุยกันอยู่แบบนี้ 

"สายแล้ว... ลงไปได้แล้วล่ะ... ตั้งใจเรียนล่ะ..." พูดพลางเดินลงไปเปิดประตูรถให้ไอรีน ท่ามกลางสายตาของนักเรียนชายนับร้อยคนที่กำลังจ้องมองมาทางเธอ วันนี้ซึลกิก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาไอรีนจะลงไปจากรถต้องอ้อยอิ่งด้วย คงเป็นเพราะนักเรียนพวกนี้สินะ ว่าแล้วก็กระซิบขออนุญาติอะไรบางอย่างกับไอรีน หลังจากไอรีนอนุญาติ ซึลกิก็ปล่อยจิตสังหารออกมาทันที ทำให้นักเรียนชายหลายคนเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

"ขะ... ขอบคุณมากนะซึลกิ" ไอรีนพูดพลางยิ้มน้อยๆให้ พลันรีบเดินเข้าห้องเรียนไป ถ้าไอรีนช่างสังเกตอีกหน่อย จะเห็นว่าซึลกิไม่เพียงแต่พูดได้เท่านั้น ซึลกิก็ยิ้มเป็นด้วย

"ไม่เป็นไร... เพื่อเธอ... ฉันทำให้ได้หมดแหละไอรีน..."
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"บางทีแกก็น่าจะบอกฉันก่อน ว่าแกจะมาที่นี่" คยอลคยองพูดพลางยกหนังสือกองสุดท้ายขึ้นบนชั้นวาง ปัดฝุ่นในมือนิดหน่อยกเป็นอันเสร็จ เมื่อกำลังจะหันมาบ่นอีกคนว่าไม่ยอมบอกอะไรให้รู้เรื่อง ก็ต้องเก็บสารพัดคำบ่นที่คิดได้นั้นลงคอไป เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนที่กำลังเหม่อออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ แววตาดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเธอ ถ้าคิดว่าเรื่องไอรีน แต่วันที่ไปงานเจอไอรีนก็ยังปกติดี หรือไม่น่าจะใช่เรื่องไอรีน เลยเปิดปากถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

"คิดอะไรอยู่มินคยอง... เรื่องไอรีนเหรอ..." คำถามที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับแทงใจดำของคนที่โดนถามเต็มๆ มินคยองสะอึกเล้กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบาๆโดยไม่ปิดบังอะไรกับคยอลคยอง เมื่อเห็นดังนั้นก็บ่นอะไรเพื่อนไม่ลง คยอลคยองรู้... รู้ว่าไอรีนเป็นใคร รู้ว่ามินคยองเป็นใคร รู้แม้กระทั่งเหตุผลที่บอกลากันด้วยซ้ำ แต่ไม่กล้าเปิดปากพูดออกมา ถ้าเลือกที่จะพูดมันก็เหมือนไปกวนตะกอนที่นอนก้นทำให้น้ำกลับมาขุ่นอีก เธอเองก็เคยคิดว่า ถ้าเป็นตัวเธอเองล่ะ ยิ่งไม่ได้แน่นอน ฐานะก็บอกอยู่แล้ว นักบวชกับปีศาจ รักกันไม่ได้แน่ๆ ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากคนที่นั่งอยู่ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลกว่าเดิม

"วันนี้พ่อฉันมาหาด้วย..." พูดพลางนั่งก้มหน้าเอามือประสานกัน ราวกับว่ามันเป็นเรื่องน่ากังวลที่สุด เพราะนอกจากอาการเหงื่อแตก ครางเสียงสุนัขเบาๆ นั่งก้มหน้า ก็เป็นอาการหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่ามินคยองกำลังเครียดหรือกังวลเป็นที่สุด

"คุณอามินกยูเหรอ... มีอะไร... เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ..." พูดพลางนั่งย่อเขาให้อยู่ในระดับเดียวกัน พร้อมกับเอามือแตะที่มือของมินคยองเบาๆเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายลง จากนั้นมินคยองก็เริ่มเล่าตั้งแต่ความฝันจนมาถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นล่าสุด คยอลคยองมีสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะการเป็น 'ผู้พิทักษ์' ต้องให้คนที่มีสายเลือดแซเทอร์เท่านั้นไม่ใช่เหรอ 

"เดี๋ยวนะ... มินคยอง แกไม่เอะใจอะไรซักนิดเลยเหรอว่า การเป็น 'ผู้พิทักษ์' ต้องให้คนที่มีสายเลือดแซเทอร์เท่านั้น ไม่ใช่ไลเคนท์หรือแวร์วูฟ และแวมไพร์ เพราะถ้าใช้พวกนี้ต้องเป็นระดับที่เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะ" มินคยองลองคิดตามที่คยอลคยองพูด มันก็มีเหตุผลนะ แต่จะให้เธอปฏิเสธคงไม่ได้ 

"ฉันก็เอะใจอยู่... แต่จะให้ฉันบอกพ่อเหรอว่า 'ไม่เอา ไม่อยากทำ' ถ้าเป็นแกเองก็คงคิดเหมือนฉันใช่ไหม" มินคยองถามคงตรงหน้าด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ว่าถ้าเกิดเธอไป คนตรงหน้าอาจจะเหงา เพราะอยู่คนเดียว และถ้าเธอไปที่นั่นคนเดียว ไม่มีคยอลคยองถ้ามีอะไรก็คงผ่อนไม่ได้เลย คิดได้ดังนั้นจึงออกปากตามที่คิดไว้

"คยอลคยอง... ฉันนึกอะไรดีๆออกแล้ว" คยอลคยองเลิกคิ้วขึ้นเชิงถามว่าอะไร ทำให้มินคยองยกยิ้มมุมปากขึ้นแล้วพูดตามใจที่คิดเมื่อครู่นี้

"ฉันจะบอกพ่อว่าฉันต้องการผู้ช่วย... และนั่นก็คือแก คยอลคยอง"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
2 B Con...

====================================
 

Write Talk

 

ค่ะ... สำหรับวันนี้ก็จบไปแล้วกับตอนที่สอง ซึ่งไรท์จะมาอัพตั้งแต่เมื่อวานนั่นแหละค่ะ แต่ติดตรงที่ 'ขี้เกียจ' 555


สำหรับคนที่สงสัยว่าน้องก้อนจูดี้ของเราหายไปไหน ไรท์จะบอกว่า ตอนนี้คือตอนปมระหว่างมินคยองกับป้าเบค่ะ


นับว่าเป็นตอนคลายปมค่ะ555 ยากสุดในตอนนี้ที่ไรท์เขียนคือ ฉากจูบ ค่ะ5555 ไรท์แทบร้องไห้ เขียนไม่เป็น555


แต่ไรท์ก็ผ่านมันมาได้ค่ะ5555 ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ แล้วก้ในทวิตเตอร์เมื่อวาน ขอบคุณนะคะ55


เจอกันตอนหน้าค่ะ บ๊ายบายยยยย55555


เอาเป็นว่าขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านกันนะคะ อะไรที่ไม่ค่อยดี อยากแลกเปลี่ยนความคิด คันปากอยากบ่น(ด่า)ไรท์เรื่องมาม่า

 

\/

 

 

\/

 

 

\/

 

 

\/

 

 

\/

 

 

#ฟิคโอ้มายไลเคนท์  

 


                           
 

      
  CR.SQW
 
  CR.SQW
 

41 ความคิดเห็น

  1. #14 filter001 (@filter0927) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 04:45
    โอยยยย สงสารกยองอ่ะ ดูรักป้าเบมาก ละมุนมากๆ แต่ดันเป็นสายเลือดศัตรูซะงั้น ป้าเค้าก็ไม่รู้เหตุผลที่เลิกกันแน่ๆ ถถถถถถถถถ
    หมีน่ารักอ่ะฮืออออ ไม่ว่าอะไรก็ทำถ้าเป็นเธอ ก็อชชช มีความพระเอก
    กยองไปพิทักษ์ใครหว่า บิ้นแหละ แต่ดูบิ้นไม่น่าจะสำคัญขนาดนั้นม่ะ
    หรือป้าเบหว่านางรวยอ่ะแต่ติดที่สายเลือด 555555
    จูคยอลนี่จะตัวช่วยดีหรือช่วยป่วนคะ ?? หรือเรื่องนี้นางสงบนะเพราะนางเป็นอดีตบิช็อปนี่ 55555555
    สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ ตื่นเต้นๆค่ะอยากรู้ว่ากยองไปพิทักษ์ใคร
    #14
    1
    • #14-1 Kumamhong (@Kumamhong) (จากตอนที่ 3)
      16 กรกฎาคม 2559 / 15:27
      แหม่ ไรท์กิเลสขึ้นทันทีค่ะ จิ้นข้ามวงเลย555555555555555 ลองเดาๆคำตอบไว้ในใจค่ะ แล้วรอดูว่าจะเป็นใคร555555 ขอบคุณมากนะคะ555555
      #14-1
  2. #13 ::N_E_V:: (@twainidel) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 11:37
    บิ้นเอ้ย ไม่ได้ออกฉากแม้กระทั่งในฟิคทำไมน่าสงสารอย่างนี้นะ5555555555 โอ่ย สง ไม่ถึงขนาดนั้นนะคะเขียนได้ดีออก แอบจิ้นถึงพิเบคนสวยของเราเล็กน้อย นึกว่ากยองจะโดนทิ้งซะอีก ที่แท้ก็ไปเทเขามา เพราะคบไม่ได้ แต่จริงๆ จะฝ่าฝืนก็ได้นะลูก ก็เกิดฟิคคู่ใหม่แค่นั้นเอง อย่าสิ นังก้อนไม่มีคู่ !!! คยอลคยองคนนี้ กับเจี๋ยโฉวงคนนั้นคือคนละคนกันสินะคะ ... เรื่องนั้นเขาบรรลุธรรมไปแล้ว //จะส่งไปพิทักษ์ใครอ่ะ หือออ ไม่ใช่บิ้นหรอกใช่ไหม นังก้อนคงไม่เอ็กคลูซีฟขนาดนั้น ได้แต่ก้อนๆ กลมๆ ไปวัน 5555555 //แอบมีซึลรีน หวีดเล็กน้อย ว้าย รอต่อนะคะ อย่าขี้เกียจสิคะ ทุกคนรออยู่ อิอิ
    #13
    1
    • #13-1 Kumamhong (@Kumamhong) (จากตอนที่ 3)
      15 กรกฎาคม 2559 / 17:43
      ชอบคอมเม้นนี้มากค่ะ เจี๋ยโฉวงกับคยองคยอลมันคนละชั้นกันเลยค่ะ จะส่งไปพิทักษ์ใครต้องลุ้นเอาค่ะ งานนี้อาจมีดราม่าก็ได้นะคะ55555555555555555555
      #13-1
  3. #12 chaeLover (@MM_SooSun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 10:58
    ไรท์ทึผู้ขี้เกียจจ บิ้นค่าาตัวแพงงใช่มะถึงงงไม่ได้ออก5555
    #12
    0