DION x MANAGER #คุณผู้จัดการ [SING x KRIST]

ตอนที่ 3 : #คุณผู้จัดการ : 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    19 ส.ค. 62





- 2 -

 


            D.Dan    : Sent a photo

                              : ผู้จัดการ ฉันหล่อมั้ย ?

                queen    : เอ๋อมาก

                D.Dan     : ประโยคเมื่อกี้ควรจะเป็นคำชมนะ

                queen    : You sent a sticker

หลายคนเคยบอกว่าผู้ชายพวกนี้เป็นกลุ่มคนที่หน้าตาดีอันดับต้น ๆ ของโอลิมปัส ซึ่งข้อนี้ผมก็ไม่ขอปฏิเสธหรือคัดค้านอะไรกับคำตอบที่ตัดสินได้จากสายตาตัวเองแบบนี้ และหลายคนก็เคยบอกว่าพวกเขามีความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองสูงมาก ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่ามั่นหน้านั่นแหละ แรก ๆ ผมมีแอบคิดว่าคนพวกนั้นอาจจะพูดเกินจริงเพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับบทสนทนาแต่ตอนนี้ซาบซึ้งไปถึงแก่นแท้ของจิตวิญญาณแล้วว่าที่เขาพูด ๆ กันนั้นมันไม่ได้ถึงครึ่งของจริงเลยสักนิด

เด็ก ๆ พวกนั้นเกิดมาพร้อมกับความหลงตัวเองขั้นรุนแรงชนิดที่ว่ายาปฏิชีวนะตัวไหนก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

            D.Dan    : ผู้จัดการรรรรรร

จอมเอาแต่ใจของวงยังกระหน่ำส่งไลน์เข้ามาและคิดว่าจะยังไม่หยุดถ้าไม่ได้คำตอบที่ถูกใจ ดีหน่อยที่ส่งเข้ามาในห้องแชทส่วนตัวไม่ใช่ห้องแชทของกลุ่มที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาวันนี้ ไม่งั้นคงได้ปลุกคนที่กำลังพักผ่อนอยู่ให้ลุกขึ้นมายอยศบรรพบุรุษเล่นเป็นแน่

D.Dan    : ผู้จัดการ ยังอยู่มั้ยเนี่ย

queen    : แดน วันนี้ได้ดื่มรึเปล่า

D.Dan    : Sent a sticker

queen    : ตอบความจริงมา !

D.Dan    : ก็นิดหน่อย

queen    : เมาไหม ?             

D.Dan    : ไม่เลยสักนิด

queen    : แน่ใจนะ

D.Dan    : ที่สุดในชีวิต

queen    : ก็ดี นอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้สดชื่น

D.Dan    : อ้าว ! ไล่เฉย

queen    : ฝันดีนะเด็กน้อย

D.Dan    : ไม่เด็กแล้วเว้ย !

: Sent a sticker

                ผมวางโทรศัพท์คว่ำลงกับที่นอน  ตัดสินใจเมินข้อความจากไอดอลชื่อดังที่กระหน่ำส่งสติ๊กเกอร์เข้ามาประท้วงเรื่องอายุอานามของตัวเอง  เกิดก่อนให้ได้ก่อนนะแล้วค่อยมาแข่งกันเรื่องอายุ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ประตูห้องถูกเคาะและเปิดออกด้วยฝีมือของผู้ชายที่มีมารยาทที่สุดแห่งปี ไลออน  สิงหราช แล้วจะเคาะทำไมให้เสียเวลาทีหลังก็พุ่งเข้ามาเลย ผมทำอะไรหรือจะสะดวกหรือไม่ก็ไม่ต้องสนใจ ถ้าจะขนาดนี้แล้วก็ปล่อยออกมาให้หมดเถอะครับไอ้ความมีมารยาทที่ซ่อนอยู่ในตัวเนี่ย

“ผู้จัดการ  ฉันปวดหัว”

อ้าวเฮ้ย !  พูดเสร็จก็ทิ้งตัวลงมาทับกันเฉยเลย  ไม่ถงไม่ถามเรื่องสุขภาพซักคำว่าผมแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักเกือบเท่าตัวนี้ได้ไหม  สนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ถามจริง

ก่นด่าในใจไปอย่างนั้นเองแหละเพราะตอนนี้ไอร้อนจากคุณเขาที่ส่งผ่านมาถึงผมมันทำให้ต้องรีบพลิกร่างหนาออกจากการกดทับแล้วปล่อยให้นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง

“ไข้ขึ้นอีกแล้วใช่ไหม ?”

นั่นล่ะครับคุณผู้ชม ผลจากการแอบหนีไปตะลอน ๆ ข้างนอกก็คือไข้ที่ขึ้นสูงปรี๊ดปรอทแตกจนต้องเดินหิ้วสังขารมาทิ้งตัวที่เตียงชาวบ้านเขาแบบนี้  แล้วกรรมมันจะไปตกที่ใครล่ะถ้าไม่ใช่ไอ้ควีนคนนี้ เพราะความใจอ่อนของตัวเองแท้ ๆ แทนที่กลับมาเหนื่อย ๆ จะได้พักผ่อนสบาย ๆ กลับต้องมานั่งดูแลคนป่วยที่ไม่เจียมสังขารตัวเองแบบนี้

ถ้านายไม่ใช้สายตาหมาหงอยแอทแทคฉัน ฉันก็คงไม่ใจอ่อนพานายออกไปข้างนอกหรอก เพราะฉะนั้นความผิดนี้หารกันคนละครึ่งนะเว้ย

“ฮือ หนาว”  เสียงครางฮึมฮัมออกมาจากลำคอทันทีที่ผ้าชุบน้ำบิดหมาดสัมผัสตัวจนต้องขยับหนี  แล้วใช้เท้าคีบผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียงขึ้นมาคลุมมิดยันลำคออย่างคนมีสกิลขั้นสูง

“อย่าดื้อนะ  ถ้าไม่เช็ดตัวแล้วไข้มันจะลดไหม”  ยิ่งเช็ดยิ่งขยับหนีแบบนี้ ถ้าเป็นเด็กแถวบ้านนะจะจับตีให้ก้นลายหายไข้กันเลยทีเดียว

“หนาว” ปากก็ยังบ่นคำเดิมจนผมตัดสินใจลุกไปปิดแอร์แล้วกลับมานั่งเช็ดตัวต่อ

“ถ้ายังไม่หยุดปัดป่ายอีกพ่อจะเอาน้ำในกะละมังนี่สาดให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยคอยดู”  ไม่ได้แค่ขู่นะ คนอย่างไอ้ควีนพูดจริงทำจริงนะเว้ยจะบอกให้

มันอาจจะดูเป็นการทารุณคนป่วยที่ต้องมาทนหนาวกับการเช็ดตัวแต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นผลดีทั้งนั้น  ไข้สูงขนาดนี้อยากจะหามไปโรงพยาบาลมันเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำไป  คิดแล้วก็หงุดหงิดทำไมถึงได้กล้าปล่อยศิลปินที่กำลังป่วยให้เดินทางไกลข้ามประเทศแบบนี้วะ  แคนเซิลไปบ้างไม่ได้หรือไงไอ้งานน่ะ  มันจะเสียหายสักเท่าไหร่กันเชียว สำคัญกว่าชีวิตคนหรือไง หรือกลัวไม่มีตังจ่ายค่าเสียหาย ถ้างั้นเดี๋ยวจ่ายให้เองเลยมา รวยมากนะบอกไว้ก่อน

“ไลออน ลุกขึ้นมากินยาก่อน”

เหมือนเดิม ได้แค่บ่นในใจเพราะสุดท้ายสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือดูแลให้คุณเขาอาการดีขึ้นเท่านั้น  กลับถึงโอลิมปัสเมื่อไหร่เดี๋ยวจะพาไปตรวจสุขภาพมันยกก๊วนเลย  เชื้อโรคทั้งหลายอย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสย่างกรายเข้ามาหาเด็กในปกครองผมอีก วัคซีนตัวไหนที่ว่าดี  วิตามินตัวไหนที่ว่าแน่  พ่อจะสรรหามาให้กินให้ใช้แบบไม่เสียดายตังเลยแม้แต่แดงเดียว  อย่าได้มีใครบังอาจป่วยขึ้นมาเด็ดขาดเพราะถ้าเกิดมีคนป่วยขึ้นมาคนที่ลำบากมันก็ต้องเป็นผมอยู่ดีปะวะ เพราะฉะนั้นต้องตัดไฟเสียต้นลม เด็ก ๆ ทุกคนต้องแข็งแรง ห้ามป่วยเด็ดขาด !

“เอ้ย !” นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ก็ต้องสะดุ้งจนสุดตัวเมื่อคนที่เพิ่งกินยาแล้วหลับไปเมื่อสักครู่ดันคว้ามือผมไปกอดไว้แน่นแถมยังแนบไว้กับแก้มตัวเองชนิดที่ว่าเอาชะแลงมางัดก็ไม่ออกแถมปลุกก็ไม่ตื่นอีกต่างหาก   สุดท้ายก็ต้องจำยอมนั่งลงข้างเตียงแทนการเดินไปนั่งบนโซฟาที่มุมห้องอย่างที่คิดไว้ตอนแรก

จากองศาการนั่งทำให้ผมมีโอกาสพิศดูใบหน้าที่แนบอยู่กับฝ่ามืออย่างชัดเจน แพขนตางอนยาวเรียงชิดติดกันทั้งบนและล่างมันดูสวยเหมือนขนตาปลอมที่ผู้หญิงชอบติดกัน  ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ตาคมสวยมาก สวยทั้งยามลืมตาและยามหลับตา  ริมฝีปากแห้งแตกและเห่อแดงขึ้นมาเพราะพิษไข้แลดูน่าสงสารอย่างไรบอกไม่ถูก

แง...แม่จ๋า ลูกชายแม่กำลังแอบมองผู้ชายหลับอยู่แหละ

แต่จะว่าไปแล้วไลออนในมุมนี้ก็ดูน่ารักไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครดีโดยเฉพาะกับผม  ลักษณะท่าทางการนอนอย่างกับเด็ก 4 ขวบที่มักจะทำท่าทางน่ารัก ๆ ให้ผู้เป็นแม่หลงใหลอยู่ตลอดเวลา

เด็กสิงหราช  จำใส่ก้อนสมองน้อย ๆ ไว้เลยนะ ว่าการดูแลนายในครั้งนี้ฉันไม่ได้ทำให้ฟรี ๆ ฉันกำลังซื้อใจนายอยู่รู้ตัวป่าว เพราะฉะนั้น...ช่วยตอบแทนฉันด้วยการเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน และอยู่ในโอวาทของฉันด้วยนะ เข้าใจไหม ?

 

 

 


ในยามที่เด็กในปกครองป่วยไข้ แน่นอนว่าคนที่ต้องดูแลก็คือผู้จัดการอย่างผมกลับกัน...ถ้าผมเกิดไม่สบายขึ้นมาบ้างล่ะ ใครจะดูแล ?

 

หอพัก DION

เช้าวันใหม่เราลืมตาตื่นที่เกาะโอลิมปัส  หลังจากงานสัมภาษณ์นิตยสารที่เกาหลีใต้ในวันนี้ถูกยกเลิกด้วยเหตุขัดข้องอะไรก็ไม่รู้แน่ชัดเพราะทีมงานไม่ได้แจ้ง  ตั๋วเครื่องบินไฟท์ด่วนที่สุดจึงถูกร่อนเข้ามาในห้องที่มีคนป่วยกับบุรุษพยาบาลจำเป็นกำลังหลับใหลอย่างหมดสภาพ  จากตอนแรกที่คิดว่าจะหามคนป่วยส่งโรงพยาบาลกลับกลายเป็นว่าต้องหอบกันขึ้นเครื่องบินแทน

“ชาร์ลเมื่อคืนดื่มหนักใช่ไหม ทำไมเสียงถึงแห้งแบบนี้”

จอแจกันตั้งแต่เช้ามืด เพราะวันนี้เด็ก ๆ 3 คนจะต้องเดินทางไปญี่ปุ่น  ส่วนไนท์นั้นติดงานถ่ายแบบที่ไทยเสร็จแล้วจะตามไปทีหลัง

“เปล่าเลยนะครับผู้จัดการ  แค่ชิมนิดหน่อยเอง” ปฏิเสธได้น่าเชื่อถือมาก

“พกน้ำอุ่นติดตัวไปด้วยเลยนะ  วันนี้ห้ามนายแตะน้ำเย็นเด็ดขาด”  สั่งการเสร็จก็แย่งไดร์ฟเป่าผมในมือของเจ้าตัวไปเป่าผมให้แดนนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นรออยู่แล้ว

“เมื่อคืนนอนดึกรึไง  ทำไมตาถึงได้โหลเป็นผีแบบนี้”  ถามคนทีนั่งสัปหงกอยู่  คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าน้อย ๆ

“คุยกับผู้จัดการเสร็จผมก็นอนเลย”

ไม่จริงหรอก  ผมเดินทางทั้งคืน  ไหนจะต้องดูแลคนป่วยอีก  เวลานอนนี่นับชั่วโมงได้  สภาพยังไม่ดูศพแบบนี้เลย

“เป็นเด็กขี้โกหกหรอเราอ่ะ”  ขยี้ผมแรง ๆ ด้วยความหมั่นไส้  ผมอาย 27 นะ ไม่ใช่ 7 ขวบ  ถึงจะได้ดูไม่ออกนะว่าใครพูดจริงพูดโกหก

“ก็...หลับไปก่อนผู้จัดการกับเฮียไลออนถึงห้องแค่ชั่วโมงเดียวเอง” จำเลยสารภาพผิดแล้วครับท่านศาลที่เคารพ เชิญพิพากษาได้เลย

“จะไม่ถามหรอกนะว่าทำอะไรทำไมถึงไม่นอน  แต่ต่อไปนี้ก็ขอให้รักษาเวลาเรื่องนี้หน่อย เวลาพักเราก็ควรพัก เดี๋ยวก็ป่วยขึ้นมาอีกคนหรอก”

“ครับ ๆ” ตกปากรับคำเสียยืดยาน บอกเลยว่าผมไม่มั่นใจว่าแดนจะทำอย่างที่รับปากไว้จริง ๆ เด็กคนนี้ดื้อจะตาย  ถามแฟนคลับเขาดูก็ได้  ใคร ๆ ก็รู้

“ไลออน”  เรียกคนที่นั่งหลับตาให้ชาร์ลเซทผมอยู่

“หืม ?”  ตาปรือมองมาท่าทางจะเหนื่อยมาก  ชีวิตมีแต่การเดินทางแล้วก็เดินทาง  คนปกติยังเหนื่อยเลย เพราะฉะนั้นคนป่วยแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ต้องเหนื่อยกว่าเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว

“ดีขึ้นหรือยัง ? อย่าลืมหยิบยาไปด้วยล่ะ  ในนั้นมียาฆ่าเชื้ออยู่  กินให้หมดจะได้หายขาด”

ลุกขึ้นเดินไปหา เอามืออังหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิในร่างกา แล้วยังไม่วายกำชับให้พกยาติดตัวไปด้วย  แอบตกใจกับน้ำเสียงตัวเองเล็กน้อยว่าทำไมมันถึงฟังดูเป็นห่วงเป็นใยขนาดนั้น  แต่จะว่าไปแล้วก็ห่วงจริง ๆ นั่นแหละ  ยอมรับ

“มีคนแบ่งเชื้อไปบ้างแล้ว  ตอนนี้ใกล้หายละ”

แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อไลออนปัดมือผมออกแล้วคว้าต้นคอผมให้โน้มลงไปหาตัวเองที่นั่งอยู่ต่ำกว่าเพื่อให้หน้าผากเราชนกัน

คุณพระ !

“ตัวนายร้อนกว่าฉันอีกนะ”  พูดทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ขยับไปไหน  ทำให้ผมได้กลิ่นลมหายใจอ่อน ๆ ผสมไอร้อนจากเขา

“ปล่อย”  สองมือพยายามดันคนตรงหน้าให้ออกห่างแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก  และถึงแม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ตอนนี้ในใจกลับเต้นโครมครามไม่หยุด  รอบข้างก็ดูเงียบไปหมดแม้แต่เสียงไดร์ฟเป่าผมที่เคยถูกใช้งานกลับถูกปิดไปซะอย่างนั้น

อึ้งกันหมดเลยใช่ไหมล่ะ  เชื่อเถอะว่ามันไม่เท่ากับที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้หรอก

“เหวอ ! สะดุ้งอีกครั้งเมื่อถูกมือที่มองไม่เห็นดึงให้ถอยห่าง

“แกล้งผู้จัดการแต่เช้าเลยนะตัวแสบ”  เป็นลีดเดอร์ชาร์ลนั่นเองที่เข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์อันน่าอึดอัดเมื่อสักครู่นี้

“เปล่าแกล้ง  แค่วัดไข้เฉย ๆ”

จ้า...วันหลังจะวัดไข้ใช้แค่มืออังหน้าผากธรรมดา ๆ เหมือนชาวบ้านเขาปกติเขาทำกันก็ได้นะจ๊ะพ่อ

“ไม่ต้องมาตอแหลเลยเฮีย  กูรู้ว่ามึงแกล้งผู้จัดการเขา  กูเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของมึงด้วย  อย่าเถียงกูนะ” เสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแดนที่นั่งทำตัวเป็นอากาศอยู่นาน  สองคนนี้มันคงจะสนิทกันมากจริง ๆ ดูจากประโยคเมื่อสักครู่ก็รู้แล้วว่าหาความสุภาพแทบจะไม่เจอทั้งที่อายุอานามก็ห่างกันเกือบ 3 ปีได้

“ใครจะไปเถียงมึง  เด็กปากจัดแบบนี้  เถียงไปก็แพ้อยู่ดี”

“โห ! ว่ากูขนาดนี้ ไม่ต้องเซทแล้วมั้งผมน่ะ  เดินเข้าสนามบินสภาพศพไปเหอะมึง”  คนหัวร้อนเก่งก้าวขาฉับ ๆ มาคว้าเอาไดร์ฟเป่าผมที่อยู่ในมือของลีดเดอร์ก่อนถอดปลั๊กพร้อมพันสายเก็บเข้าชั้นวางเรียบร้อย

“ขี้เกียจมึงก็ยอมรับมา กูจะได้ใส่หมวก”  ไลออนก็ใช่ว่าจะยอมแพ้  ไม่เซทก็ได้คุณเขาหาได้แคร์ไม่  เอ้อ...บันเทิงดีจริง ๆ เว้ยเช้านี้

 “หยุดพ่นไฟใส่กันได้รึยังเด็ก ๆ ไปเตรียมตัวเถอะ รถใกล้จะถึงละ”  จำเป็นต้องยุติสงครามน้ำลายเล็ก ๆ นี่ลงซะก่อนถึงแม้ว่าจะสนุกที่ได้ดูก็ตามเพราะตอนนี้ใกล้จะได้เวลาออกเดินทางแล้ว  อีกไม่นานราชรถที่จะมารับเหล่าคุณชายทั้งหลายให้ไปเดินเจิดจ้าที่สนามบินก็คงใกล้ถึงแล้ว

ตอนนี้ทุกคนตกลงกันแล้วว่าจะไม่แต่งหน้า  ส่วนผมก็ใส่หมวกปิดกัน  แล้วจะลากให้ผมลุกขึ้นมาเซทผมให้ทำไมตั้งแต่เช้าวะ

“ไม่ไปด้วยกันจริงดิ ?” แดนถามย้ำอีกครั้งระหว่างที่ลงลิฟท์เพื่อไปขึ้นราชรถที่จอดรอยู่ใต้หอพัก

“อืม..มีงานให้ต้องเคลียน่ะ”

“งานของผู้จัดการ ก็คือต้องดูแลศิลปินไม่ใช่รึไง”  ไลออนที่ยืนเป็นคนป่วยหลับตาเอาหัวซบที่หลังแดนอยู่ถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแหบแห้ง

“คิงก็ไปด้วยแล้วไง  ทีมงานก็เยอะแยะ จะเอาอะไรอีก”  ที่ว่าเยอะนี่เยอะจริงๆ เหมือนขนกันไปทั้งบริษัทเพราะการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้มันสำคัญมากถึงมากที่สุด  แต่งานที่ผมต้องจัดการก็สำคัญไม่แพ้กัน

...มันสำคัญกับความรู้สึกของพวกเขาและซีโน่เป็นอย่างมาก

ผมเชื่ออย่างนั้น...

“นายไม่ไปแล้วใครจะพาแอบหนีออกไปเที่ยวล่ะคราวนี้”  คงเดากันได้ใช่ไหมว่าประโยคนี้จะเป็นของใคร

“ไม่เข็ดใช่ไหมครับคุณสิงหราช  ที่โทรมขนาดนี้ไม่ใช่เพราะเมื่อวานแอบออกไปตะลอน ๆ หรือไง”

“ที่ไข้ขึ้นก็เพราะแอบออกไปเที่ยวสินะ”  ลีดเดอร์ชาร์ลพูดด้วยเสียงเย็นอย่างที่ชอบทำบ่อย ๆ เวลาที่เด็ก ๆ ดื้อไม่ยอมอยู่ในโอวาท  เป็นความเย็นที่สามารถสาปเหล่าซีโน่ให้นิ่งค้างเป็นน้ำแข็งได้   แต่ช่างน่าเห็นใจนักตรงที่ต่อให้พยายามทำให้น่ากลัวแค่ไหนแต่ถ้าประโยคนั้นมันหลุดออกมาจากปากของผู้ชายสุภาพคนนี้มันกลับไม่มีน้ำหนักพอที่จะให้เมมเบอร์จอมซนพวกนี้หวั่นเกรงได้เลย ช่างเป็นลีดเดอร์ที่น้อง ๆ รักใคร่ดีจริง ๆ

“ผู้จัดการพาไป”  จอมซนหมายเลขหนึ่งโบ๊ยความผิดมาให้ผมเฉย เอาเถอะ..ถ้าคุณเขาสบายใจก็ทำไปเถอะ ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงให้เสียพลังงานในชีวิตไปเปล่า ๆ

 

 

 

หลังจากที่ส่งคุณชายทั้งหลายขึ้นราชรถไปแล้ว ผมก็กลับเข้าห้องพักอีกครั้งเพื่อจัดกระเป๋าเตรียมไปจัดการธุระสำคัญ  อย่าว่าแต่สงสารไลออนเลยที่ต้องเดินทางไปนู่นนี่ทั้ง ๆ ที่กำลังไม่สบายอยู่  ผมเองก็เริ่มสงสารตัวเองแล้วเหมือนกันที่ต้องเดินทางข้ามประเทศทุกวันจนเริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว

ระหว่างที่กำลังเดินเข้าห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มดับกระหาย  พลันสายตาก็ไปสะดุดกับกล่องสี่เหลี่ยมที่วางอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น

นี่มัน...ยาของจอมซนหมายเลขหนึ่งนี่

บ้าจริง ! ก็เตือนแล้วแท้ ๆ ว่าให้หยิบไปด้วย ทำไมถึงได้ขี้ลืมแบบนี้วะ  เห็นแบบนี้แล้วมือก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเจ้าของยาอย่างรวดเร็วราวกับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ

(ห่างกันยังไม่ถึงชั่วโมงเลย คิดถึงฉันแล้วรึไง)

“ทำไมไม่หยิบยาไปด้วย  ขี้ลืมแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะหาย”

(ฉันหยิบมาแล้ว)

“โกหก  ถ้าหยิบไปแล้วยานายมันจะมาวางเด่นหราอยู่ในห้องได้ไงล่ะ”

(นั่นมันยาของนาย)

“หา ?”

(ก็เห็นว่าไม่สบาย  แดนกับเฮียชาร์ลเลยซื้อยามาเผื่อตอนแอบลงไปซื้อขนมเมื่อเช้า ที่ยามันเหมือนของฉันเพราะนายน่าจะติดไข้มาจากฉัน ก็เลยให้ใช้ยาตัวเดียวกันแค่นั้น”

“ฉันสบายดีน่าไม่ได้เป็นไรมากสักหน่อย แล้วนี่แอบออกไปข้างนอกไม่บอกฉันได้ยังไง แย่จริง ๆ เลย”

(อย่ามาทำปากเก่ง  ที่ออกไปก็เพราะจะไปซื้อยาให้นี่ไงส่วนขนมนั่นผลพลอยได้ต่างหาก  กินข้าวแล้วก็กินยาซะ จะได้ไม่นอนตายคนเดียวในห้อง  ยิ่งไม่มีใครอยู่ด้วย  ความจริงน่าจะมาด้วยกันซะก็สิ้นเรื่อง  อย่างน้อยก็ยังพอช่วยดูแลกันได้หน่อย)

“บ่นเป็นคนแก่ไปได้ ยังไงก็ฝากขอบคุณสองคนนั้นด้วยนะ”

(นี่...ผู้จัดการฝากมาขอบคุณเรื่องยา...เออบอกให้แล้ว สองคนนั้นบอกว่ายินดี แค่นี้นะจะงีบสักหน่อย  อย่าลืมกินยา)

“รู้แล้วน่า  นายเองก็ด้วย”

(อือ ไม่ลืม  นี่ก็อยากหายเหมือนกัน)

“ดีแล้ว  งั้นวางนะ”

(อืม บาย)

สายถูกตัดไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า  ตอนนี้ก็ได้คำตอบแล้วล่ะว่าถ้าหากว่าผมเกิดไม่สบายขึ้นมาแล้วใครจะดูแล...มั่นใจเลยว่าเด็ก ๆ พวกนั้นไม่มีทางทิ้งขว้างผมอย่างไม่ใยดีแน่นอน

...น่ารักกันจังเลยน้าเด็ก ๆ พวกนี้เนี่ย

 

 

 


สนามบิน

ครืด ...

โทรศัพท์ในกระเป๋าถือสั่นรัวบ่งบอกว่ามีคนโทรเข้าเรียกความสนใจจากผมที่กำลังนั่งเช็คตารางชีวิตของตัวเองในไอแพดอยู่ต้องหยุดทุกอย่างแล้วหยิบมันขึ้นมา

แทนไท

รายชื่อของคนคุ้ยเคยปรากฏอยู่บนหน้าจอเรียกรอยยิ้มมุมปากจากผมได้ในทันที

...หายหัวไปนานเลยนะไอ้ตัวแสบ...

(โห..ถ้ามึงรับช้ากว่านี้อีกแค่วินาทีเดียวกูจะสั่งลูกน้องพ่อกูเผาโรงงานผลิตมือถือทิ้งแล้วนะเนี่ย ข้อหาที่มันผลิตสินค้าไม่น่าสนใจพอที่จะให้มึงหยิบมันขึ้นมารับสายกู)

ไม่มีคำทักทายใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากเสียงบ่นตามประสาคนที่ไม่ชอบรออะไรนาน ๆ ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิต

ถามว่าสนิทมากแค่ไหนน่ะหรอ ?  สนิทกันมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่อ่ะ  มากพอป่ะ ?

และถามว่ารักมากแค่ไหนอีกน่ะหรอ ?  ก็รักมันเหมือนน้องแท้ ๆ ในไส้เลย เพราะมันเกิดทีหลังตั้ง 4 วันแหนะ โคตรภูมิใจ 

“นี่มึงยังไม่ตายอีกหรอ ?”

แม้คำทักทายกลับคำแรกจะฟังดูแรงแต่เชื่อเถอะว่าไอ้คนปลายสายมันไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก  ออกจะไม่ใส่ใจหรือเก็บไปคิดมากอะไรเลยด้วยซ้ำ

(คิดถึงมึงจังเลยว่ะที่รัก)

เห็นมะ...หน้ามันหนาจะตาย ความเจ็บปวดซึมลึกไม่ถึงจิตใจมันหรอกเชื่อดิ

“หายหัวไปเป็นอาทิตย์แล้วมาบอกว่าคิดถึง  มึงมันแม่งโคตรตอแหลเลย”

(ฮะ ๆ เออ..กูตอแหลจริง ๆ นั่นแหละ)

ไอ้เวร =_=  

(อยู่ไหนเนี่ยมึง)

“สนามบิน”

(เพิ่งกลับ ?)

“เปล่า กำลังจะไปไทย”

(เฮ้ย ! อะไร เมื่อวานนอนอยู่เกาหลีเช้าตื่นที่โอลิมปัส  ตอนนี้มึงจะบินกลับบ้านอีกละ เหนื่อยตายห่า)

“ช่วยไม่ได้กูต้องทำงาน  ว่าแต่มึงเหอะเสือกรู้มาจากไหนว่าแต่ละวันกูนอนที่ไหนตื่นที่ไหน  ให้คนสโตกเกอร์กูอยู่รึไง”

(เปล่าเลย...ถึงกูไม่ได้ติดต่อมึงแต่เรื่องของมึงก็อยู่ในความสนใจของกูตลอดเวลานั่นล่ะน่า)

“กูล่ะเบื่อความตอแหลของมึงจริง ๆ”

(ฮะ ๆ ได้ข่าวว่าไม่สบายเป็นไงบ้างล่ะใกล้ตายรึยัง ?)

“รู้ด้วยว่ากูไม่สบาย  นี่ตกลงว่ามึงอยู่ไต้หวันหรือนั่งอยู่ข้างหลังกูกันแน่วะ  รู้ทุกเรื่องจนกูเริ่มหลอนมึงละนะ”

(อยู่ในใจมึงอ่ะ)

“ถุย !

(ห่า ! น้ำลายเต็มมือถือมึงละมั้งนั่นน่ะ  แล้วยังไง  ยามึงมีแดกไหม  ถ้ามีก็แดก  ๆ เข้าไปจะได้หาย  แต่ถ้าไม่มีก็รีบไปหามาแดกซะไม่งั้นตายห่าขึ้นมาจะลำบากกูที่ต้องลงไปต่อยกับยมบาลในนรกลากวิญญาณมึงกลับเข้าร่างอีก  คนแบบมึงยิ่งมีคนเดียวในโลกด้วยเพราะฉะนั้นดูแลตัวเองดี ๆ อย่าเพิ่งรีบตาย กูยังไม่อยากให้แผ่นดินโลกสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้หรอกนะ)

“ไอ้เชี่ยแทน...แค่พูดว่า เพื่อนกินยานะครับจะได้หายเร็ว ๆ กูเป็นห่วง อะไรแบบนี้มึงจะตายใช่มะ ?”

(ตายครับที่รัก)

“เออ ถ้างั้นก็ช่างหัวมึงเหอะ จะวางละนะได้เวลาขึ้นเครื่องละ”

(เดี๋ยวดิ  กูยังไม่ทันหายคิดถึงมึงเลย)

“งั้นมึงก็ทนคิดถึงกูต่อไปเถอะครับที่รัก  แค่นี้นะเดี๋ยวกูตกเครื่อง  ฝากหอมแก้มเจ้าหญิงกูด้วย  บาย~”

(เฮ้ย ! @%&((_!#^&(....)

ติ๊ด !

กดวางสายทันทีโดยที่ไม่รอฟังว่าอีกฝั่งจะพูดอะไรต่อ  คงจะบ่นไปตามนิสัยของมันนั่นแหละ  ป่านนี้สัตว์นานาชนิดคงจะออกมาเดินเล่นกันพล่านแล้วมั้ง  ไอ้นี่มันหงุดหงิดง่ายจะตายไปและการที่ผมชิงตัดสายทั้ง ๆ ที่มันยังพูดไม่ทันจบแบบนี้แน่นอนเลยว่าเป็นอะไรที่ขัดใจไอ้เพื่อนรักนั่นที่สุด  ดีไม่ดีป่านนี้มันคงบ่นไปจนบรรพบุรุษผมสะเทือนแล้วก็ได้

หลังจากเลิกสนใจมือถือได้สักพัก  สองขาก็ก้าวพาตัวเองไปยังทางเดินผู้โดยสารขาออก  เป้าหมายของผมในการเดินทางครั้งนี้คือแผ่นดินเกิด  ดินแดนแห่งสยามเมืองยิ้ม

ความจริงเริ่มจะเคืองคิงขึ้นมานิด ๆ แล้วนะ ทีตอนโทรไปอ้อนแกมบังคับให้มาทำงานให้ไม่เห็นจะบอกเลยว่าต้องมาตกระกำลำบากระหกระเหินไปประเทศโน้นทีประเทศนี้ทีแบบนี้  แต่ตอนเอาตั๋วเครื่องบินมาให้เมื่อตอนสายกลับบอกว่ามันจำเป็นนะนู่นนี่นั่นอ้างหน้าที่ผู้จัดการสารพัดสุดแต่คุณพี่เขาจะสรรหามาพล่ามได้ในเวลานั้น

ครับ ! แทบอยากจะกระโดดงับหัวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายจริง ๆ

ขอเวลานอนให้ผมด้วยครับคุณทน๊ายยยยยย





#คุณผู้จัดการ


..........................................................


Talk with ลิต'พี ตัวโน้ย ๆ

          ความบุรุษพยาบาลจำเป็นก็มา  วัดไข้แบบไม่ธรรมดาก็มี  แหมพ่อคุณแหมๆๆๆๆๆ

          ที่สุดคือน้องต้องการเวลานอนฮะ  โดเนทเวลานอนให้น้องได้ที่  #คุณผู้จัดการ  เล้ยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #13 imsft. (@1597532846) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 13:31
    เข้าใจมากๆและอยากโดเนทเวลานอนให้แต่ของตัวเองยังไม่มีเลยว้อย แง สู้นะคะลูก เด็กๆมันแสบ แต่น่ารักดีเหมือนกัน
    #13
    0
  2. #12 ChitraPiromnukul (@ChitraPiromnukul) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 11:15

    น่ารักกก..
    #12
    0
  3. #11 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 06:46
    ซุปเปอร์คุณผู้จัดการจริงๆ ทำเกือบทุกอย่างเลย เหนื่อยแทนจริงๆต้องคอยดูแลลิงทะโมนจอมดื้อทั้ง3คน ดีที่ชาร์ลช่วยอีกแรง เอาใจช่วยคนเก่งสู้ๆนะ
    #11
    0
  4. #10 Ppp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 01:57

    สิงหราชน่ารักก รอนะคะ????

    #10
    0