เพลินคิมหันต์

ตอนที่ 7 : เมรีขี้เมา (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 ส.ค. 59

               



          ภาพความทรงจำอันวินาศสันตะโรก็ผุดขึ้นมาในสมองเมื่อเพลินดาราลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนของตัวเอง เวลาเที่ยงวันแต่อากาศยังชื้นเหมือนยามเช้า สายฝนยังคงประปราย ทำให้อากาศที่เย็นเพราะเครื่องปรับอากาศเย็นเพิ่มขึ้นไปอีก ความหนาวเหน็บคุกคามเข้าสู่ร่างกายทำให้ร่างบางต้องซุกร่างอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนามีแต่ศีรษะและทรงผมเพื่อนเจ้าสาวที่ก้าวมวยจนสวยงามก่อนหน้านี้และแปลสภาพเป็นรังนกเป็นการถาวรโผล่พ้นออกมาจากผ้าห่ม ร่างบอบบางยังคงอยู่ในชุดเกาะอกสีฟ้าพาสเทลชุดเดิมที่ใส่เมื่อคืน

 

            อาการปวดหัวยังคงอยู่พร้อมกับอาการสะลึมสะลือ เธออยากลืมตามากแต่ทำได้ยากยิ่ง แอลกอฮอลล์ถูกใช้เป็นสิ่งปลอบใจแก้วแล้วแก้วเล่าจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอกลับมาอยู่ตรงตรงนี้ได้อย่างไร เพดานสีขาวอันคุ้นเคยกับผ้าม่านสีฟ้าที่สะบัดพริ้วตามแรงลมเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีให้คนอัลไซเมอร์ชั่วคราวจำได้ว่าที่นี่คือ ห้องนอนของตัวเอง นับว่าการดื่มหนักเมื่อคืนนี้เป็นการทรมานร่างกายชั้นเยี่ยมแบบหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งมึนทั้งหมดสภาพที่แน่ ๆ อาการใกล้เคียงกับสภาพศพยังไงยังงั้น

 

            ความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะจำอะไรไม่ได้ เธอนั่งดื่มอยู่ที่ร้านของเจตนาหลังจากรีบร้อนออกจากงานเลี้ยงมาก่อนงานจะเลิก เพราะทนกับสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองเธอไม่ได้ ซ้ำร้ายแล้วช่อบูเก้ที่เธออยากได้นักอยากได้หนาหมายหมั้นปั้นมือว่าจะต้องเอามาครอบครองให้ได้ เธอโยนมันทิ้งตั้งแต่เดินออกจากงาน เพลินดาราขับรถออกมาจากงาน แล้วไปหยุดที่ร้านเหล้าของเจตนา สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มาดื่มคนเดียวอย่างบ้าคลั่งโดยมีเจตนานั่งเป็นกระโถนคอยรับฟังในสิ่งที่เธอระบายออกทุกเรื่อง โดยไม่ปริปาก ไม่ขัดจังหวะ และทำได้เพียงปลอบประโลมเธอด้วยสายตาเท่านั้นนั้น และนั่นก็คือเหตุการณ์เดียวที่เธอจำได้อย่างชัดเจนที่สุด

 

            ความสับสนยังคงเกิดขึ้นในสมองเมื่อนึกถึงภาพความทรงจำที่ค่อย ๆ ตอกย้ำว่าเธอไปทำอะไรมาบ้าง เธอเมามากและขับรถออกมาจากร้านของเจตนา แล้วเหตุไฉนเธอถึงลืมตาตื่นมาอยู่บนเตียงนอนของตัวเองได้ แถมชุดที่ใส่ยังคงเป็นชุดเดิม เพิ่มเติมคือสภาพที่เปลี่ยนไปของร่างกาย คือกลิ่นเหม็นเหมือนอาหารบูด ที่ยังคงติดอยู่ร่างกายของเธออยู่ไม่ใช่ว่าเมื่อคืนนี้เธอเมาจนตกบ่อขยะมาหรอกนะ คิ้วเรียวเริ่มขมวดแน่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับอาการปวดตึบของสมอง

 เพลินดารายังคงมึนงงแถมปวดตุบ ๆ จากอาการแฮงค์ไม่อาจจำได้ว่าดื่มไปทั้งหมดกี่แก้ว แต่ที่รู้ ๆ เธอคงจะเมามากละกันเลยทีเดียว เธอจำไม่ได้แม้กระทั่งกลับมาถึงบ้านได้ยังไง พลันคิ้วโก่งเรียวก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน เพราะเอะใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เพลินดารายกโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาดู เป็นดังคาด เรื่องยุ่ง ๆ คงเกิดกับเธอเมื่อคืนแน่นอน

 

            แอปริเคชั่นไลน์ที่ใช้ในการส่งข้อความตอบโต้กัน มีคนส่งข้อความมาหาเธอหลายข้อความ

คนแรก พี่พาย : เพลิน ยาแก้แฮงศ์พี่วางไว้ที่หัวนอนนะ ข้าง ๆ แก้วน้ำส้ม กินโจ๊กก่อน แล้วก็กินยา นอนพักผ่อนก่อนนะ ส่วนเรื่องค่าปรับพี่เสียที่สถานีตำรวจให้แล้ว แต่เพลินยังคงต้องไปขึ้นศาลในคดีอยู่นะอย่างลืมล่ะ แล้วพี่จะบอกอีกทีว่าต้องไปขึ้นศาลวันไหน

           

            จากการอ่านข้อความสั้นแต่ความหมายชัดเจนนั้นเพลินดาราเดาได้ว่า ตัวเธอเมาแล้วขับแถมโดนตำรวจจับ ส่วนคนที่พาเธอกลับบ้านก็ไม่ต้องสงสัยแล้วนั่นคือพี่ชายของเธอเอง เรื่องตกบ่อขยะจบไป และถ้าจะเดาต่อเธอคงเมามากถึงขั้นขย้อนอาหารออกมาจากร่างกายจนหมดเพราะกลิ่นที่อยู่ติดร่างกายมันชัดเจน ยิ่งตอนนี้ท้องไส้เธอปั่นป่วนร้องโครกครากประท้วงออกมาจนได้ยินชัดไปสามบ้านแปดบ้าน เธอนอนหลับยาวเลยมาจนครึ่งวัน อาหารเช้าไม่มีตกถึงท้อง และดันอาเจียนทิ้งไปอีกตั้งแต่เมื่อคืน ไม่มวลท้องก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

 

            เพลินดาราเลื่อนไปอ่านข้อความต่อไปจากเพียงพอดี เพื่อนสาวที่เพิ่งเข้าประตูวิวาห์ไปเมื่อคืน ต่อมสำนึกผิดเริ่มทำงานเมื่อคืนนี้เธอหายออกมาคงส่งผลให้เพียงพอดีกังวลใจเรื่องเธอมาก นึกแล้วอยากจะเขกกะโหลกอันโง่งมของตัวเองจริง ๆ

 

            พอดี : เพิ้ง แกเป็นอย่างไรบ้าง OK มั้ยเป็นห่วงแกมาก ๆ ติดต่อกลับมาหน่อยนะ อย่าคิดมากนะ ระวังตัวด้วย พี่พายออกไปตามหาแล้วอ่านข้อความแล้วโทรหาพี่พายนะ

            เพลินดาราปวดหัวมากจนไม่อาจตอบอะไรกลับไปได้นอกเสียจากส่งสติ๊กเกอร์รูปคนตื่นนอนไปให้เพียงพอดีแทน อย่างน้อย ๆ ก็จะคลายกังวนไปได้บ้างเธอยังมีชีวิตอยู่พร้อมกับจิตวิญญาณ

 

            พอใจ : คุณเพลินครับ ถึงบ้านหรือยังครับ โทรหาไม่ติดเลย ถึงแล้วช่วยโทรกลับด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงคุณมาก ๆ เมาหนักด้วย อย่าเสียใจนะครับ ยังมีผมอยู่ทั้งคน

 

            เกด : เพิ้ง ขอบคุณนะ ที่ยกผู้ชายมาให้ฉันดูแล สัญญาว่าจะดูแลให้ดีกว่าเธอเป็นร้อยเท่า จะรักและเอาใส่ให้มากกว่าเธอ และจะตอบสนองความต้องการของภพในสิ่งที่เธอให้ไม่ได้แทนละกัน ปล.เสียใจด้วยนะ ที่หนังสือเล่มใหม่ต้องเลื่อนการพิมพ์ออกไปโดยไม่มีกำหนด เพราะข่าวรักร้าว....

 

            นี่คือข้อความของอดีตเพื่อนร่วมสถาบันการศึกษาเพราะนับจากนี้คำว่าเพื่อนเธอคงเอามาใช้กับเกร็ดทรายไม่ได้นอกเสียจากคำว่าศัตรู เกร็ดทรายพึ่งจะประกาศให้ทุกคนในงานแต่งงานของเพียงพอดีรู้ว่าตอนนี้ภูชิตตกลงทิ้งเธออย่างชนิดที่ว่ากะทันหันและหันไปคบกับเกร็ดทรายภายใน 5 นาทีหลังจากที่บอกเลิกกับเธอได้สำเร็จ จนทำให้เธอต้องทนต่อความอับอายไม่ไหวต้องหนีออกมาจากงานแต่งงานก่อนที่งานจะเลิกเสียด้วยซ้ำ 

 

            ภูชิต : เพลิน ภพขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา เราเป็นเพื่อที่ดีต่อกันได้นะ เพลินให้อภัยภพด้วย

ข้อความของคนสุดท้ายที่เธอไม่อยากแม้จะเปิดอ่านแต่ก็ทำใจเมินเฉยไม่ได้ ในเมื่อหัวใจด้านในยังคงกระวนกระวายหวังให้ข้อความที่ส่งมาให้นั้นมากกว่าคำขอโทษ หรือขอคืนดีแทน

            ความทรงจำถึงเรื่องที่เจ็บปวดในชีวิตกลับเข้ามาจู่โจมหัวใจอีกครั้งเมื่อเธออ่านข้อความของคนรัก หรือคนรักเก่าหมาด ๆ พึ่งกรายเป็นอดีตไปเมื่อคืนนี้ และผ่านพ้นมายังไม่ถึง 24 ชั่วโมงโดยประมาณ น้ำตาหน่วยเล็กเริ่มไหลมาออรอหยดอยู่ที่หัวตาส่วนนิ้วมือเรียว ๆ ก็เตรียมพร้อมแล้วที่จะปาดทิ้ง ห้ามอะไรก็ห้ามได้มาทั้งชีวิตแต่สิ่งที่เธอไม่เคยจะห้ามได้เลยสักครั้งก็คือน้ำตาของตัวเองเมื่อมันออกง่ายไหลง่ายยิ่งกว่าเขื่อนแตกไม่ว่าจะมีเรื่องสะเทือนใจอะไรเล็กน้อยจิตใจของเธอก็ต้องอ่อนไหวและมีอารมณ์ร่วมตามพอ ๆ กับน้ำตาของตัวเอง เมื่อก่อนแค่อ่านนิยายเพียงแค่มีฉากลึกซึ้งเธอก็อินมีอารมณ์ร่วมจนร้องไห้ตามบวม แต่นี้ทั้งหมดมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอมาหมาด ๆ ยังไม่ทันได้ข้ามวัน เวลาให้ทำใจก็ไม่มี สัญญาณเตือนก็ไม่มีใครส่งให้เลยสักนิดแล้วจิตใจที่อ่อนไหวของเธอมันคงจะเป็นเรื่องที่ยากจะควบคุมให้กลับมาเป็นปกติในเร็ววันได้

 

ภาพความทรงจำอันแสนชอกช้ำผุดขึ้นมาในสมองอย่างอัตโนมัติ ช่อบูเก้แสนสวยที่เธออยากได้หนักอยากได้หนาถูกเธอโยนทิ้งไว้ข้างทางเธอไม่ใช่เจ้าสาวคนต่อไปอีกแล้วและไม่มีทางเป็นไปได้ในเมื่อภูชิตเพิ่งจะทิ้งเธอไปหมาด ๆ แถมคนที่ประกาศคบหากันอย่างออกนอกหน้าก็คือเกร็ดทรายคนที่เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกับเธอทั้งชีวิต

 

            วันนี้มันวันอะไรกัน วันส่งไลน์แห่งชาติหรือไง ถึงได้มีแต่คนส่งข้อความมาหา มาปลอบใจ มาต่อว่า มาด่าทอ แถมอิตาพอใจ ยังส่งข้อความมาจีบเฉยเลย การะเทศะในสมองมีบ้างหรือเปล่า อกหักไม่ใช่ว่าจะหายไวภายในสองสามชั่วโมงนะ ถึงจะได้หาเหยื่อรายใหม่มาได้น่ะ จะบ้าตาย

 

            เพลินดารานอนกลิ้งอยู่บนเตียงสองสามตลบเพราะยังอยู่ในอาการอ่อนเพลียและแฮงค์อยู่ เธอพยายามทำให้ตัวเองหลับสนิทเพื่อที่จะพักผ่อนพักสมองให้เต็มที่หลังจากกินอาหารเช้าและยาลงกระเพาะไปถึงแม้จะอกหักแต่ก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องตายก่อนที่จะมีแฟนใหม่อีกรอบ เจ้าของร่างเลยจำใจต้องนอนต่อทั้ง ๆ ที่อยู่ในชุดและสภาพเดิมของเมื่อคืน     

            กลายเป็นว่าไม่ว่าจะนอนนิ่งก็แล้ว นับแกะก็แล้ว เธอก็ยังเบิกตากว้างอยู่เพราะไม่อาจข่มตามให้หลับลงไปได้ เรื่องปวดหัววนเวียนอยู่ในสมองของเธอกี่เรื่องไม่รู้ต่อกี่เรื่อง จนในที่สุดต้องลุกขึ้นมานั่งแล้วทอดมองสายตาออกไปนอกหน้าต่างเพียงลำพัง

 

            แสงแดยามบ่ายในหน้าร้อนยังดูเจิดจ้าส่องแสงลอดผ้าผ้าม่านสีฟ้าเข้ามาภายในห้อง เพลินดารานั่งถอนลมหายใจทิ้งอยู่หลายละลอก เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเธอ มันเกินจะแก้ไขเยียวยาหัวใจให้มันชุ่มฉ่ำดังเดิม ความรักทรยศ เธอเข้าใจความหมายของคำว่าบทเรียนอย่างลึกซึ้ง บทเรียนอันมีค่าในชีวิตจริง ที่ไม่ได้ถูกสร้างออกมาผ่านตัวอักษรเหมือนที่เธอทำอยู่ทุกวัน เธอสามารถเขียนจินตนาการของตัวเองให้ตัวละครของเธอรักกันหวานซึ้ง ซาบซึ้งกันปานขาดกันไม่ได้ และจบลงด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้ง

 

            แต่ชีวิตของเธอไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในจินตนาการแล้วเขียนออกมาแบบไหนก็ได้ ส่วนตัวละครที่ประกอบก็มาจากคนจริง ๆ มีเนื้อหนัง และจิตใจที่ต่างออกไป ไม่ใช่คิดถึงอย่างเหมือนกันหมดอย่างที่เธอเข้าใจ ดังนั้นเรื่องของความรักบังคับใจกันไม่ได้ มีรักได้ก็ต้องมีเลิกรักได้เช่นกัน

 

            เพลินดารานอนจมอยู่กับกองน้ำตาจนถึงช่วงเย็นที่ภาพฟ้ากลับมาจากทำงาน และแวะเวียนมาหาน้องสาวเป็นลำดับแรก น้ำส้มในแก้วพร่องลงไปบ้างเพราะเพลินดาราคงจะกินยาแก้แฮงส์ ส่วนโจ๊กในชามปริมาณยังคงอยู่เกือบเท่าเดิม ภาพฟ้าเข้าใจอารมณ์ของคนอกหักดีจะให้ลุกขึ้นมากดีอกดีใจกินได้ดื่มง่ายเหมือนเดิมคงทำไม่ได้ ภาพฟ้าตระหนักดีว่าน้องสาวตัวเล็กของเขาคงต้องใช้เวลาเยียวยาสักพักถึงจะกลับคืนสู่โหมดของคนปกติได้

 

            เพลินดาราไม่ได้อกหักบ่อย ๆ หรือเรียกได้ว่าไม่เคยอกหักเลยก็ได้ เพราภูชิตคือผู้ชายคนแรกที่เธอคบหา ส่วนเขาพี่ชายทำได้เพียงแค่เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลไปไหน เพราะเขาเองก็ขึ้นชื่อว่าทั้งรักทั้งหวงน้องสาว ส่วนภูชิตนั้นถ้าไม่ติดว่างานเมื่อคืนเป็นงานแต่งงานของเพียงพอดีเขาคงเล่นงานจนเปื่อยไปแล้วก็ได้ แต่อย่างน้อยภูชิตต้องได้รับบทเรียนที่เขาจะส่งมอบให้หลังจากพี่เพลินดาราดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ปล่อยให้ทั้งสองคนมีความทุกข์ของน้องสาวสุดที่รักไปก่อน

 

            "เพิ้งดีขึ้นหรือยัง" คิมหันต์เอามือรูปศีระษะเพลินดาราที่กำลังนั่งเหม่ออยู่นอกหน้าต่างอย่างใจลอย

 

            “พี่พาย” เพลินดาราสอดแขนสวมกอดเอวของภาพฟ้าเอาไว้แน่น พร้อมกับฝ่ามือหนาของภาพฟ้าที่ยกขึ้นมารูปหัวปลอบอย่างเบามือ โดยที่ไม่เอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียวแต่เข้าใจความหมายได้ชัดเจนว่าไม่เป็นไรเธอจะปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ร่างกายอันอบอุ่นของพี่ชาย

 

            ตั้งแต่เล็กจนโตภาพฟ้ารู้จักนิสัยของเพลินดาราเป็นอย่างดี น้องสาวที่อายุห่างจากเขา 4 ปี เป็นคนอ่อนไหวดีใจง่ายเสียใจก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เหตุการณ์เมื่อคืนคงทำให้น้องสาวนักเขียนมากจินตนาการที่อ่อนไหวยิ่งกว่าใครบนโลกใบนี้ของเขาเสียใจมาก มากถึงขนาดหนีออกจากงานเลี้ยงไปดื่มเหล้าเพียงคนเดียวและเมาไม่รู้เรื่องจนโดนตำรวจจับ โชคดีแค่ไหนแล้วที่เขาได้น้องสาวของเขากลับคืนมาโดยที่ไม่มีอะไรแตกหักเสียหาย เพราะตำรวจที่สถานีบอกกับภาพฟ้าว่าเพลินดาราหมดสติหลังจากลงจากรถ แถมระหว่างที่หลับเธอก็ดันอาเจียนใส่ผู้กองที่เฝ้าเธออยู่จนเลอะไปหมด และเจ้าตัวยังหลับต่อทั้ง ๆ ที่เลอะคราบอาหาร ทำให้เดือดร้อนกันทั้งโรงพักที่ต้องมาจัดการกับเศษซากที่น้องสาวของเขาปล่อยทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า จนต้องฉีดน้ำยาดับกลิ่นเกือบทั้งโรงพัก

 

            “เพลินหิวมั้ย” ดูสิหน้าซีดเลย กินอะไรก่อนไหม พี่ซื้อโจ๊กมาให้

 

            เพลินดาราทำได้ดีเพียงแค่พยักหน้า ประจักษ์ได้ว่าไม่มีมนุษย์ผู้ชายคนไหนจะแสนดีไปกว่าพี่ชายและพ่อของตัวเองอีกแล้ว ภาพฟ้าใจดีกับเธอเสมอตั้งแต่จำความได้ ถึงแม้ว่าเธอจะดื้อรั้นแค่ไหนแต่ก็ไม่ทำให้ภาพฟ้ารักเธอน้อยลงไปเลย ยิ่งทำให้รักและเอ็นดูเธอมากขึ้น ยิ่งวันนี้ภาพฟ้าไม่พูดอะไรที่จะกระทบกระเทือนต่อจิตใจอันเปากะบางของเธอแม้แต่คำเดียวนอกเสียจากหาของกินมาให้และส่งเธอเข้านอนเมื่อถึงเวลา เธอกลับมาเป็นเด็กอายุสิบขวบอีกครั้งโดยสมบูรณ์ เพราะเวลานี้สมองของเธอไม่มีกระจิตกระใจจะคิดถึงเรื่องอะไรอีกแล้วนอกจากกินและก็นอนซึ่งนั่นก็เหมือนเด็กตัวเล็กที่ไม่มีเรื่องอะไรมาคิดให้ลกสมองนอกเสียจากหาเรื่องเล่นสนุกสนาน 



เพิ่มเติมอีกหน่อยค่า 


รักรีดเสมอนะคะ 


ดาวนับล้านดวงจันทร์นับร้อย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

11 ความคิดเห็น