พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 แรกพบ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    30 ธ.ค. 59

             เช้าตรู่ในวันอาทิตย์ สภาพการจราจรบางตา  แต่ก็ต้องมาเสียเวลาบนท้องถนนเพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทำให้กีดขวางการจาจรอยู่พักใหญ่ กว่าสถานการณ์จะคลี่คลายก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง ทำให้แก้วกานดามาถึงสนามบินล่าช้าไปเกือบชั่วโมง แต่ก็ยังพอทันเวลา เพราะเท่าที่กะเวลามาคือเธอต้องเป็นฝ่ายมารอก่อนได้เวลาประมาณ 30 นาที

          แก้วกานดากึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าอย่างรีบร้อนโดยมีคนขับรถนายชุ่มรีบเดินตามเข้ามาด้วย เพราะเท่าที่ดูเวลาแล้วเธอมาสายจากเวลานัดไปแล้วอย่างน้อย 30 นาที

          หญิงสาวก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วพ่นลมหายใจอย่างกังวล ยังไร้วี่แววว่าที่เจ้านายของเธอ ทั้ง ๆ ที่ไฟท์ที่เดินทางเครื่องลงมานานมากแล้ว นานพอที่จะกินหัวเธอได้เชียวแหละ ผู้ชายเอเชียจากอเมริกา ไม่เห็นผ่านตาเลยซักคนมีแต่นักท่องเที่ยวหรือไม่ก็พวกอาหลับเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญเจ้านายเธอนั้นหน้าตาเป็นยังไง ต้องคาดเดาเอาเองจากรูปถ่ายใบเล็กที่ผ่านเวลามาเนิ่นนานมากเหลือเกินกว่าจะมีใครจำได้

          แย่หนักกว่าเดิม คือ จากการที่รีบเดินมากจนลืมสังเกต เท้าเจ้ากรรมดันซุ่มซ่ามสะดุดเข้ากับขอบประตูทำให้ตัวเธอทั้งตัวรื่นไถลไปกับพื้นและหยุดเข้าตรงหน้าประตูทางออกพอดิบพอดี ความอายไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเคยชิน และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเรื่องน่าอายทำนองนี้

            ปณิธานยกท่อนแขนขึ้นมาดูเวลา จากนาฬิกาแบรนด์เนมสุดหรู เลยเวลามา 30 นาที แต่ก็ต้องตกใจว่า มีผู้หญิงบ้าที่ไหนสไลตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้า เขาตกใจจนแทบจะกระโจนหนีทำให้เขาลืมความขุ่นมัวเมื่อครู่ลงไปได้ เขาอมยิ้มแล้วก้มมองร่างบอบบางที่ฟุบน้าจนเกือบจะชนกับปลายรองเท้า ราวกับว่าเธอกำลังถวายบังคม เธอยังไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมาและก็น่าจะเจ็บเอาการเพราะดูจากระยะทางที่ไถลมาหาเกินกว่า 5 เมตร คนมีน้ำใจจึงส่งท่อนแขนแข็งแรงของตัวเองยื่นออกไปข้างหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากที่เขาพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ

          แก้วกานดารวบรวมสติและความกล้าพร้อมกับระงับความเจ็บปวดได้กึ่งหนึ่ง พยุงร่างกายของตัวเองลุกขึ้นมา โดยมีท่อนแขนล่ำ ๆ ของใครบางคนที่เป็นสุดยอดแห่งความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อยื่นมาตรงหน้าเธอ หญิงสาวยื่นมือเกาะท่อนแขนของชายหนุ่มลุกขึ้นมายืน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง แวบแรกที่เห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้า เทวดาคงลงมาจากสวรรค์แล้ว

            ถึงแม้หนวดเคราจะพอรุงรังอยู่บ้าง แต่ออร่าความหล่อก็แผ่กระจายออกมาได้อยู่ดี คิ้วหนาดกดำพาดเฉียงอยู่บนใบหน้า ริมฝีปากบางเม้มแน่น จมูกโด่งได้รูป ผิวทีขาวจัดแต่อมชมพู ครบเครื่อง

          “เธอคือคนจากการันต์กันตะระ ? ใบหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่มเริ่มมองจ้องมาที่เธอ หัวคิ้วขมวดขึ้นมาผูกกันเป็นโบว์ ก่อนจะปรายตามองมาหาเธอเขาจำได้ว่าเธอคือเลขาคนที่บิดาเป็นคนจัดไว้ให้

             ปณิธานหรี่ตามองแก้วกานดาอย่างสงสัยก่อนจะดึงท่อนแขนของตัวเองออกจากมือแก้วกานดา เพราะแน่ใจว่าเธอทรงตัวได้ในระดับดีแล้ว เสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวทุกจับให้เข้าที่ พร้อมกับฝ่ามือหนาที่กำลังปัดรอยยับและจับให้มันกลับเข้าที่ดังเดิม ใบหน้าเปื้อนยิ้มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาแทน เมื่อได้รู้ว่าเธอคนนี้เป็นใคร

            รอยยิ้มเย็น ๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากเจ้าตัว ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสับสนและร้อนผ่าวไปถึงใบหน้า ก่อนจะปรับตัวเข้าสู่โหมดปกติ ใช่เค้ารู้จักเธอ และถ้าเดาไม่ผิดนี่คงจะเป็นคุณปณิธาน โอ้ย !!!! บุญกรรมอะไรหนอที่ทำมาถึงได้มาร่วมงานกับคนหล่อขั้นท๊อปโมเดลโลกแบบนี้ 

            “เอ่อ...ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะคุณคือ คุณปณิธาน” หญิงสาวยกมือขึ้นพนมไหว้อย่างใจเย็น หลังจากที่ยืนขึ้นมาได้ จะมีอะไรที่เลวร้ายกว่านี้หรือไม่ มาสายไม่พอ ซ้ำแล้วยังโชว์ความขายหน้ากายกรรมพิสดาน แถมถูกเมินตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้จัก คิ้วโก่งเรียวเริ่มขมวดมุ่นเนื่องจากไม่อาจทนรับสภาพตัวเองได้ วิเคราะห์จากสถานการณ์โดยรวมแล้ว เรื่องวันนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายที่สุดตั้งแต่ทำงานมา

            คงไม่มีใครที่จะมาทำหน้าเย็นเหมือนกับน้ำแข็งขั้วโลกได้แบบเขาอีกแล้ว สายตาเย็นชาว่างเปล่า ดูอ่านยากกับใบหน้าเรียบเฉยเสียจนคิดว่าใครเอาเสาไฟฟ้ามาตั้งไว้ใจกลางสนามบิน แต่มีสิ่งเดียวที่พอจะอภัยให้ได้คือ ความหล่อแบบผู้ดีที่พุ่งทะลุทะลวงมาบดบังข้อเสียทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวที่ต้องอ้าปากค้าง ในเมื่อผู้โดยสารสาวรวมถึงแอร์โฮสเตสในหลายสายการบินเดินผ่านมาต้องเหลียวหลังมองกันตามเป็นพรวน               

            และนี่ก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่หลุดมาจากรันเวย์ไหน แต่นี่คือเจ้านายคนปัจจุบันของเธอ กางเกงยีนส์สีเข้มเข้ารูป เสื้อยืดตัวในสีขาว ส่วนแจ็คเก็ตตัวนอกแบรนด์หรูสีน้ำตาลเข้ม พ่วงท้ายด้วยผ้าพันคอพอเก๋ไก๋ เขาตัวสูงราว 190 เมื่อเทียบกับแก้วการดาที่สูงราว ๆ 170 แน่นอนเธอสูงเพียงแค่ระดับปรายคางเขาเท่านั้น เอาเป็นว่าความสูงจบไปยังไม่ต้องนึกถึงสิ่งที่จะต้องคิดตอนนี้คือทำอย่างไรดีกับสถานการณ์บ้าบอนี่ได้ ในเมื่อคุณชายพี่พึ่งจะเดินทางมาหน้าเริ่มคล้ำและเตรียมบันดานโทสะใส่เธอเข้าให้แล้ว

          นาฬิกาแบรนด์เนมสสุดหรู มองปราดเดียวก็รู้ ว่าเป็น Except ถูกขยับขึ้นมองอีกครั้ง พร้อมกับปลายนิ้วเรียวงามที่เคาะลงบนหน้าปัด สายตาคมจ้องมาราวกับตั้งคำถาม และหากตอบไม่ดีก็ตายไม่วายต้องได้หางานใหม่ก็คราวนี้

          “ผมจำได้แม่น ว่าคุณแม่บอกว่าจะส่งเลขามา แต่ทำไมถึงส่ง... มาแทนได้ล่ะ” ปณิธานที่ยืนเป็นน้ำแข็งมีชีวิตเริ่มพูดกับเธอเป็นคำแรกและจงใจเว้นวรรคคำแทนตัวเธอในช่องว่าง ให้ใช้จินตนาการอันบรรเจิดเติมใส่เข้าไปเอาเองถ้าดูไม่ออกว่าเป็นเลขาก็คงมองเธอเป็นนางฟ้าเข้าแล้วล่ะ

          “ขอโทษค่ะที่มาช้า และทำให้คุณต้องรอ” แก้วกานดาก้มหน้าต่ำด้วยความจนใจ แต่ก็ต้องรวบรวมความกล้าขึ้นมามองสบตาคู่คมอีกครั้ง

          “เธอมาสาย และปล่อยให้ผมรอถึง 35 นาที 24 วินาที ถ้านับรวมเวลาที่คุณยืนอ้าปากพะงาบ ๆ อยู่นี่แล้ว รวมกันเกือบ 45 นาที”

            หญิงสาวนิ่งเงียบไม่พยายามต่อปากต่อคำ เพราะมันจะทำให้สถานการณ์ยิ่งดูเลวร้ายเข้าไปอีก ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเดี๋ยวพายุฝนก็ซาลงไปเอง ในเมื่อเรื่องของเรื่องก็เป็นความผิดของเธอเขาโมโหก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อคิดได้ดังนั้นแก้วกานดาจึงยืนเงียบแล้วปล่อยให้อีกฝ่าใจเย็นลง         

 

            ปณิธานยืนนิ่งแล้วจ้องเธอกลับด้วยท่าทีประเมิณถึงอะไรบางอย่าง เขายิ้มแต่นัยน์ตาไม่ยิ้มด้วยแฝงไปด้วยความเย็นชาขึ้นมาแทนที่ เย็นเยียบจนเกือบจะถึงกระดูก หากคนตรงหน้าไม่มีภูมิต้านทานมากพอคงต้องเป็นลมล้มตึงไปกับท่าทางแบบนั้นแล้ว นี่ถ้าเป็นคนที่มีความอดทนต่ำหรือที่เรียกว่าใจเสาะ ก็คงจะกรีดร้องออกมาแล้ววิ่งหน้าตั้งไปหาที่หลบ แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่ นอกจากทำหน้าไม่สนใจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ก็ไม่ได้ทำอะไรอีกนอกจากหลบตา

          “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเชิญ...” คำพูดไม่ทันออกจากปากจนหมด กระเป๋าใบใหญ่ถูกโยนลงมาที่ตัวเธอจนเกือบจะรับไม่ทัน  โชคดีที่เธอมีปฏิกิริยาที่ว่องไว ยื่นแขนทั้งสองข้างออกมารับไว้ได้ทันไม่ให้ล่วงหล่นลงสู่พื้น

          น้ำหนักของกระเป๋าไม่ได้มากเพราะมีอีกสองใบนอนรออยู่ในรถเข็นสัมภาระ ที่เจ้าตัวทิ้งห่างและออกเดินนำไปแล้ว หน้าที่เข็นรถจึงตกเป็นของเธอไปโดยปริยาย โดยมีนายชุ่มที่ซุ่มอยู่อย่างเงียบ ๆ ราวกับไร้ตัวตน พอเห็นอีกทีก็ ออกมากุลีกุจอเอารถเข็นไปเป็นของตนแทนแก้วกานดา ส่วนกระเป๋าอีกใบที่เธอถืออยู่คงจะไม่สามารถบรรจุลงในรถเข็นได้อีกแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของเธอต้องแบกไปต่อ และเดินตามหลังไปอย่างเงียบที่สุด เงียบแม้ไม่กล้าที่จะหายใจให้อีกฝ่ายได้ยิน เงียบแม้กระทั่งจะขยับเท้า ไม่อย่างนั้นทอนาโดอีกลูกคงจะพัดมาที่เธออย่างเลี่ยงไม่ได้

          ไม่มีผู้ชายคนไหนที่มีอิทธิพลต่อส่วนประสาทของแก้วกานดาเลย แม้กระทั่งเพื่อนสนิทอย่างอานนท์ ที่หน้าตาดีถึงขั้นเป็นเดือนมหาลัย แต่ก็ไม่เคยทำให้หัวใจพองโตและเต้นรัวได้เท่ากับวันนี้

           คนตัวสูงเดินลิ่วไปโดยไม่สนใจว่าเธอกำลังแบกกระเป๋าตามอย่างทุลักทุเล กระเป๋าใบใหญ่มีน้ำหนักมากพอควร นี่ถ้าใหญ่กว่านี้อีกหน่อยเธอคงคิดว่าเขาพกตู้เย็นกลับมาจากอเมริกาด้วย         

            ปณิธานรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายมัวแต่ชักช้า  การเดินทางไกลทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย แถมเหนื่อยกับการที่ต้องยืนคอยนาน ๆ แล้วด้วย และดีกรีความร้อนระอุของสภาพอากาศเมืองไทย ยิ่งทำให้อารมณ์ฉุนเฉียวควบคุมยากอีกหลายเท่าตัว

            ความคิดถึงบ้านพุ่งปราดเข้ามาในโสตประสาทเมื่อคะเนได้ว่าคุณหญิงแม่สุดที่รักคงกำลังเข้าครัวและสั่งแม่บ้านทำของโปรดไว้คอยท่า ก่อนหน้านี้ที่แจ้งกำหนดการเดินทางกลับคุณหญิงแม่แทบจะโทรคุยทุก ๆ ชั่วโมง รอยยิ้มละมัยยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นที่รอคอยให้วิ่งเข้าหา แล้วคงมีน้องสาวคนสวยน่ารักน่าทะนุุถนอมอย่างปวีณาแล้วละก็ความสุขก็วิ่งเข้ามาเติมหัวใจให้เต็มทันที

         แก้วกานดาได้แต่เดินตามหลังเงียบๆ ปล่อยให้คนฉุนเฉียวก้าวยาว ๆ นำออกไป และพยายามอยู่

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #30 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 14:42
    น่าสนใจมาก เจอคำผิดเป็นพักๆ
    #30
    0
  2. #29 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 14:41
    น่าสนใจมาก เจอคำผิดเป็นพักๆ
    #29
    0
  3. #2 AssasinX25 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 14:15
    สนุกค่ะ
    #2
    0
  4. #1 AssasinX25 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 10:23
    อัพอีกค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 Krongkaewdara(จากตอนที่ 6)
      24 เมษายน 2558 / 08:58
      ขอบคุณนะคะ จะอพยายามอัพให้สม่ำเสมอนะคะ
      #1-1