พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 15 : บทที่ 7 เสือซ่อนลาย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ม.ค. 60

          


               ช่วงบ่ายเป็นการประชุมผู้ถือหุ้นและผู้บริหารเคทีพีกรุ๊ป สมรภูมิรบแห่งการนองเลือด ในเมื่อวันนี้เป็นวันประชุมบอร์ด ที่จะมีคณะกรรมการบริษัทมาประชุมกันอย่างพร้อมเพียง มีทั้งแบบเขี้ยวโง้ง ๆ ลากดินจนเป็นทาง หรือไม่ก็พวกว่างงานจนหาอะไรทำไม่ได้ บ้างก็มาเพราะอยากจับผิด บ้างก็มาเพราะอยากให้ครบองค์ประชุม บางส่วนมาแค่พบปะเพื่อนฝูงหรือบุคคลสำคัญ เรื่องผลประโยชน์ค่อนข้างน้อย เพราะส่วนแบ่งไม่ได้มีมากเท่า 2 ตระกูลใหญ่ ที่ถือครองหุ้นฝั่งละเกือบเท่ากัน

            ดังนั้นสภาพในห้องประชุมคงไม่ต่างจากสมรภูมิรบดี ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างก็ซ่อนเขี้ยวเล็บซุ่มทำสงครามกันเงียบ ๆ รอหาจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามพลาดแล้วโจมตีอย่างไม่ปราณี รวมถึงเจ้านายของเธอด้วย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เป็นฝ่ายที่โจมตีคนอื่นกลับกันเป็นฝ่ายที่อาจถูกโจมตีจนเลือดสาดก็ว่าได้

            ในใจแก้วกานดาก็ยังนึกเป็นห่วงเจ้านายจอมอินดี้ของตัวเอง ซึ่งวันนี้วันรับน้องในเมื่อเข้ามารับตำแหน่งประธานบริหารหมาด ๆ ไม่รู้ว่าวันนี้จะโดนจัดหนักจัดเต็มอะไรบ้าง ว่าแล้วก็น่าจะเตรียมพร้อมอุปกรณ์สำหรับทำแผลเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะอาจจะได้แผลเหวอะหวะออกมาจากห้องประชุมก็ได้

            สถานการภายในของบริษัทในตอนนี้ดูชั่งเปราะบางราวกับเปลือกไข่ พร้อมแตกเป็นเสี่ยง ๆ ได้ในทุกเวลา เพราะความขัดแย้งกราย ๆ ที่ยังคงมีคลื่นใต้น้ำคอยเวียนไหว้ตายเกิดขัดแข้งขัดขา ทำทุกวิถีทางให้คนที่อยู่บนเก้าอี้อันทรงเกียรติและตำแหน่งที่ใคร ๆ ก็ปารถนา ที่ที่ทุกคนจ้องตาเป็นมันโดยเฉพาะสองพ่อลูก วิวัฒน์ และวรวุฒิ จากตระกูลธณสมบูรณ์ เพราะหากปณิธานแพ้พ่าย บัลลังก์สูงสุดคงตกอยู่ในมือของวรวุฒิที่คอยฝึกปรือ ฝึกวิชามาเนิ่นนาน

            สำหรับการบริหารงานในบริษัทเขาเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงใกล้ ๆ กับตำแหน่งสำคัญมาก็นานหลายปี ว่าก็ว่าเขาก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารบริษัท ตั้งแต่เรียนจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ ในวัย 22 ปีเท่านั้น ผู้บริหารหนุ่มอนาคตไกล ด้วยวัยเพียง 28 ปีในตอนนี้ ถึงแม้จะมีอายุน้อยกว่าปณิธาน แต่ก็มีประสบการณ์การทำงานที่คุ้นเคยกับฝ่ายบริหารเป็นอย่างดี แถมมีผลงานมากมายในการบริหารงานในบริษัทซึ่งเขาเป็นทายาทอสูรรับดับรองลงมาเพียงแค่ปณิธานคนเดียวเท่านั้นเพราะ วิวัฒน์ผู้เป็นบิดามีสัดส่วนการถือครองหุ้นในบริษัทที่มีถึง 25 %

            ว่ากันว่าหากสองพ่อลูกนี้คิดไม่ซื่อ อยากฮุบกิจการทั้งในเครือ กับบริษัทย่อมทำง่ายยิ่งกว่าการปลอกกล้วยเข้าปากเสียอีก เพราะหาก รวบรวมผู้ถือหุ้นรายอื่นเอาไว้เป็นพวกตัวเองได้ สัดส่วนการถือหุ้นรวมแล้วก็เกือบจะเท่า 40% ของตระกูลการันต์กันตะระกันเลยทีเดียวถือว่าสถานการณ์ตอนนี้ห้ามเพรี้ยงพร้ำโดยเด็ดขาดเพราะถ้าพลาดเก้าอี้กรรมการจะถูกเปลี่ยนมืออย่างแนบเนียน แถมสมเหตุสมผลเสียด้วย ดังนั้นวันนี้ สมรภูมิขนาดย่อมภายในห้องประชุมย่อมต้องร้อนระอุอย่างที่คาดการไว้สำหรับต้อนรับน้องใหม่อย่างเบาะ ๆ

            ในเมื่อปณิธานเอง หลายฝ่ายมองว่าประสบการณ์ในการบริหารงานส่วนใหญ่ยังอ่อนประสบการณ์และด้อยกว่าวรวุฒินัก ที่คุ้นเคยกับการบริหารงานในเคทีพีกรุ๊ปเป็นอย่างดี เพราะจากประสบการณ์คร่าว ๆ เป็นผู้บริหารระดับร่างของบริษัทไอทีในต่างประเทศ ทำงานฆ่าเวลาระหว่างเรียนต่อปริญญาโท แต่กว่าจะจบ ก็อายุปาเข้าไป 33 แล้ว แถมหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทำธุรกิจส่วนตัวหุ้นกับเพื่อนแต่กลับเงียบเชียบจนเดาไม่ออกว่าทำอะไรกันแน่  หรือแค่เป็นเพียงข่าวลือ 

             ถ้าไม่ถูกเรียกตัวกลับมาเมืองไทยด่วน ป่านนี้คงซ่อนตัวอยู่ตามป่าอเมซอนหรือไม่ก็ไปโผล่อยู่แถวแอฟริกา กรรมการบริหารบางท่านก็มองว่าคนไม่มีใจ ไม่อยากจะกลับมาทำงาน ไม่รู้ว่าจะบังคับเอามาทำไมให้เสียเวลา สู้คัดเลือกเอาผู้มีคุณสมบัติเพียบพร้อม และยินดีที่จะบริหารต่อจะดีกว่า จำพวกที่ไม่บังคับก็ไม่ยอมกลับมา

            และในเมื่อคนที่พร้อมที่จะขึ้นไปดูแลก็มีอยู่แล้ว นั่นก็คือวรวุฒิ ตำแหน่งปัจจุบันคือรองประธานฝ่ายบริหาร ที่มาสานต่องานของหุ้นส่วนใหญ่อันดับที่สองรองจากตระกูลการันต์กันตะระ ก็คือบิดานายวิวัฒน์ที่วางมือไปตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้ว เพื่อไปดูแลกิจการธุรกิจอื่นของครอบครัว และที่สำคัญวรวุฒิยังเป็นว่าที่เขยขวัญของทางคุณธนิตเสียด้วย ในเมื่อหมั้นหมายไว้กับปวีณาตั้งแต่ยังเด็ก อย่างไรเสียก็จัดอยู่ในโหมดญาติใกล้ชิด ดังนั้นวรวุฒิ กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ไม่กี่วันเพราะเป้าหมายกำลังจะบรรลุ แค่แต่งงานก็ได้บัตรผ่านจากพ่อตาอยู่แล้ว ด้วยข่าวลือหนาหู ที่ลือกันตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 13 ของเคทีพีกรุ๊ป ว่าปณิธานจะไม่กลับมารับตำแหน่ง และตำแหน่งสำคัญนี้ต้องตกเป็นของวรวุฒิผู้เป็นเขยขวัญแน่นอน

            ซึ่งวันแรกที่ประกาศออกมาเรื่องสละตำแหน่งของประธานคนเก่าและส่งมอบให้กับลูกชายที่ซ่อนตัวอยู่เมืองนอกมานาน 2 พ่อลูกไม่มีปฏิกิริยาอะไร นอกจากเงียบ แล้วก็เงียบ มีคณะกรรมการบางคนเท่านั้น ที่ออกมาโวยวายพอเป็นพิธี ไม่ให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็พอ แสบๆ คัน ๆ ไปบ้าง

            ความเงียบเกินไปของสองพ่อลูก นั่นจึงเป็นสิ่งผิดปกติร้ายแรง ทำให้ทั้งธนิตและจินดามณีต้องย้ำกับแก้วกานดาและทีมงานฝ่ายสนับสนุนอีกหลายคนว่า อย่าได้วางใจไป เพราะมังกรที่จำศีลอยู่ในถ้ำอาจะออกอาระวาดไม่วันใดก็วันหนึ่ง ส่วนวิธีการคงมีมาให้รับมือหลากหลาย แต่คงไม่ใชระดับซึ่งหน้า ดังนั้นการทำอะไรที่เงียบเชียบปกปิด ถือว่าเป็นเรื่องดี เปิดเผยเฉพาะเรื่องที่ควรเปิดเผยเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องจุดอ่อน อย่าให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาเปิดประเด็นคอยเล่นงานได้

            ดังนั้นกว่าจะผ่านวันคืนที่แสนยุ่งยาก เพื่อจัดการพ่อตุ๊กตามนุษย์ มีวิญญาณแต่ไร้หัวใจกันได้ก็เหงื่อตกกันไปหลายถัง จะคุยเรื่องงานบรีฟกันก่อนก็บอกว่าอยู่ในระหว่างช่วงพักผ่อน ไม่พร้อมจะเริ่มงานใด ๆ ให้คุยกันต่อเมื่ออยู่ที่ออฟฟิศเท่านั้น แก้วกานดาก็จนปัญญานอกเสียจากนำข้อมูลทั้งหมดไปวางเนียน ๆ ไว้ที่โต๊ะทำงานภายในห้องนอน ภาวนาขอให้อาร์ตตัวพ่อนึกสนุกหยิบขึ้นมาอ่านบ้าง แต่นั่นสิมันไม่ใช่นิตยสารหัวนอกหรือว่าแฟชั่นวาบหวิว จะให้ดึงดูดสายตาของชายหนุ่มได้อย่างไร นอกเสียจากเขาสนใจมันจริง ๆ แก้วกานดานึกภาวนาในใจขอให้เจ้านายของเธอคนนี้อุดมไปด้วยบารมีและเจนจัดรอบด้าน งานของเธอจะได้เบาลงหรือเรียกได้ว่าเหนื่อยน้อยกว่าที่มันควรจะเป็น

            วันแรกของการประชุมจึงมีเนื้อหาของรายละเอียดเพียงแค่แนะนำว่าใครเป็นใครดูแลฝ่ายไหนบ้างเท่านั้นไม่ได้มีบาดแผลบาดเจ็บอะไรออกมาจากห้องประชุมตามที่คาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรก ทำให้ภูเขาหนึ่งลูกที่กดทับอยู่บนอกได้ยกออกลงไปจริง ๆ เหลือไว้แค่เพียงว่าต่อแต่นี้จะรักษาสถาภาพและเก้าอี้ท่านประธานใหญ่แห่งเคทีพีกรุ๊ปไว้อย่างไร โดยที่ไม่ถูกเลื่อยออกหรือว่าถูกจ้วงแทงจากด้านหลัง         

            อำนาจอันหอมหวาน ผลประโยชน์มหาศาลมีหรือจะไม่เป็นที่หมายปองของคนที่อยากจะได้ ไม่อย่างนั้นเจ้านายใหญ่ของเธอจะเรียกลูกชายสุดที่รักกลับมาช่วยทำไม เพราะว่าท่านต้องการทั้งมันสมองและขุมกำลังมาช่วยกันบริหารต่างหาก

            หลังจากนี้เธอคงทำงานได้สบายใจและไม่ต้องคอยเป็นกังวล ขอบคุณท่านพระภูมิเจ้าที่ที่อำนวยพรให้ลูกช้างตามขำขอ แก้วกานดายกมือท่วมหัวแล้วภาวนาใจใจก่อนหันหน้าเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

 

             ทั้งปณิธานและแก้วกานดาก็กลับเข้ามาทำงานที่ห้อง เอกสารที่อนุมัติแล้วถูกนำออกมาจากห้องของปณิธาน และถูกส่งกลับคืนแผนกต้นสังกัดเกือบทั้งหมด และอีกชุดหนึ่งคือเอกสารใบสั่งซื้อของฝ่ายจัดซื้อที่มีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไข แก้วกานดาโทรเรียกต้นสังกัดมารับกลับไปแก้ แถมให้ส่งคืนกลับมาด้วยเวลาอันรวดเร็วใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็เรียบร้อยและส่งกลับมาอีกครั้ง แก้วกานดานำกับเข้าไปส่งเข้าไปในห้องอีกครั้ง

            เขายังอยู่ในท่าเดิมเหมือนเมื่อเช้า ราวกับหุ่นขี้ผึ้งนั่งอ่านหนังสือ แก้วกานดาเดินก้าวเข้าไปอย่างช้า ๆ และวางเอกสารวางไว้บนโต๊ะอย่างแผ่วเบาเพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิในการอ่านเขาของอีกแล้ว แล้วเธอก็เผ่นแนบออกมาอย่างว่องไว จนเกือบจึงประตูทางออก่อนจะชะงักปลายเท้าแล้วหันหน้าไปตามต้นเสียง

             แก้วกานดาจ้องมองปลายเท้าตัวเองอย่างสะลดหดหู่ก่อนจะหันกลับไปมองหน้า คนที่ตอนนี้มีดวงตาพร่างพรายและกำลังยิ้มละไม

            "เสร็จแล้วเอาออกไปด้วย"

             "พิจารณาแล้วเหรอคะ?" แก้วกานดาถามด้วยความสงสัย เพราะเธอพึ่งจะวางเอกสารไว้ให้เขาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีหรือแค่ช่วงจังหวะหนึ่งลมหายใจเข้าออก

             "ผมทำงาน คงไม่ช้าเหมือนเต่าไขข้ออักเสบหรอก" ปณิธานส่งแฟ้มเอกสารให้ก่อนจะยิ้มพรายให้เธออีกครั้ง

            ตายแล้วผ่านมาสองสัปดาห์ เธอพึงรู้ว่าก้อนน้ำแข็งก้อนนี้ก็ฉีกยิ้มเป็น มองไม่ผิดแน่ ๆ ยอมรับว่าเมื่อเขายิ้มขึ้นมาก็มีประโยชน์ มีประโยชน์ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของเธอเช่นกัน

            หลังจากนั้นปณิธานชวนเธอคุยเรื่องสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ บ้านไม้งาม เขารับปากตกลงว่าจะ  สนับสนุนทุนการศึกษาของเด็ก ๆ ต่อไปโดยไม่ตัดงบออก

            เป็นเสียงสวรรค์แห่งการรอคอยแก้วกานดาฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบรับจากปณิธาน เธอแทบจะกระโดดกอดแต่ก็ต้องสงวนท่าที่ไว้

            ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ แต่ก็ต้องกลืนลงคอไปทันที เมื่อได้ยินข้อแม้ของอีกฝ่าย ในเมื่อการลงทุนต้องแสวงหากำไร เธอลืมข้อนี้ไปได้อย่างไร มีหรือที่เขาไม่อยากจะได้สิ่งตอบแทนจากเธอ ในเมื่องบที่สนับสนุนเด็กเป็นเงินจำนวนมาก ย่อมไม่มีใครที่จะยอมเสียเงินฟรี ๆ และความภักดีของเธอคือกำไร

            นอกจากงานเลขาที่เธอต้องทำแล้ว เขารักความเป็นส่วนตัวไม่ชอบให้คนที่ไม่คุ้นเคยมายุ่มย่าม ดังนั้นเรื่องส่วนตัวของเขาทั้งหมดเธอจะต้องเป็นคนรับผิดชอบจัดการโดยไม่มีข้อแม้ เธอต้องเป็นแม้กระทั่งคนขับรถ หากเขาต้องการไปไหนเธอต้องไปด้วยทุกที่ ต้องทำงานกับเขาตลอดเวลาตัวติดกันราวกับปลาท่องโก๋ถูกมัดด้วยหนังยาง

             เธอจำได้ว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ห้า ได้ยกเลิกระบบทาสไปแล้ว แต่เหตุฉไนเธอกำลังรู้สึกว่า สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่เธอเป็นทาสของปณิธานผูกดวงวิญญาณขายขาดไว้ให้เขาลากจูงไปไหนก็ได้

            เธออยากจะโยนคำว่าทุนการศึกษาทิ้งแล้ววิ่งไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อขอใบลาออกมาเขียนวันนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจกระทันหันเมื่อตัวแปลสำคัญถูกยื่นมาเป็นข้อเสนอ เงินเดือนเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว จุดอ่อนของเธอ เดือนนี้เธอแทบจะคำนวณไม่ถูกแล้ว ถูกปรับขึ้นมาเท่าไหร่และกี่ครั้ง เพราะไม่ว่าเธอจะตกลงเรื่องงานกลับใครหากเธอปฏิเสธ เขาก็จะยกจุดอ่อนที่เธอปฏิเสธไม่ได้ขึ้นมาทันที และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอตอบตกลงโดยที่ลืมคิดถึงความลำบากของตัวเอง

            และหากเธอไม่รับงานนี้สิ่งที่เธอต้องเผชิญคือ เงินเดือนที่ปรับขึ้น เงินพิเศษ เงินโบนัส แม้กระทั่งเงินสวัสดิการค่าอาหารกลางวันก็จะถูกตัดออกจนเกลี้ยง ไม่เหลือไว้ให้สักบาท ความเขี้ยวระดับปริญญาเอก 2 ใบ ของผู้ชายคนนี้เธอคงจะประเมิณให้ต่ำไม่ได้ ในเมื่อที่ผ่านมาเขาจะทำอะไรสักครั้งก็ต้องวางแผนไว้ในใจ แล้วเธอก็ตกหลุมพรางของเขาอีกครั้ง

            คำตอบคือจำเป็นต้องตกลง ส่วนเรื่องหางานใหม่อย่าได้หวัง เพราะถ้าเธอตัดสินใจลาออก ชื่อของเธอจะถูกขึ้นบัญชีดำแบล๊คลิส และถูกส่งต่อให้บริษัทอื่น ๆไปทั่ว เขาล้อมกรอบตัดแม้กระทั่งทางทำมาหากินของเธอ

            แก้วกานดาจำเป็นต้องปรับตัวเองเข้าสู่โหมดไร้ข้อโต้แย้ง และเดินคอตกออกจากห้องไปโดยที่ไม่เหลียวหลังกับไปมองคนที่กำลังกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม ให้กับแผ่นหลังของเธอ ถูกต้องเสมอกันยกนี้เขาเป็นผู้ชนะ ส่วนผู้แพ้อย่างเธอทำได้เพียงเดินเหม่อรอยออกมาเท่านั้น

            มันต้องเป็นหนึ่งในแผนการ ที่จะใช้ทรมานเธออย่างแน่นอน นอกจาก เย็นชา โรคส่วนตัวสูง อาร์ตตัวพ่อ บ้าอำนาจ ขอเพิ่มคำว่าโรคจิต มาอีกด้วยยังทันไหม ไม่รู้ว่าตอนเล็ก ๆ ป้าอิ่มต้มชีวประวัติผู้นำนาซีให้กินไปหรือไร ถึงได้เป็นคนแบบนี้ แต่อย่างน้อยข้อดีของเขาก็ยังคงมีหลงเหลือหากเธอมองข้ามความร้ายกาดของเขาไป 

            เช่นเขาหล่อมาก ดูดีถึงขั้นนายแบบ ลักษณะการทำงานเหมือนเสือซ่อนเล็บรวดเร็วจนจับทางไม่ได้ ละเอียดรอบครอบเสียจนเธอเองที่ขึ้นชื่อยังต้องยอมแพ้ จัดว่าอยู่ในขั้นรอบจัดไม่สามารถปฏิเสธได้

            ไม่ได้การที่จะตกเป็นเบี้ยร่างอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้ ต้องหาวิธีค้นหาจุดอ่อน เอามาลดทอนความบ้าอำนาจลงไปบ้าง อย่างน้อย ๆ เธอจะได้หายใจหายคอได้สะดวก ไม่ใช่เดินคอตกออกมาจากห้องนั้นทุกวันเสียชื่อแก้วกานดาหมด

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #36 fsn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 13:07
    จีบสาว โดยชมว่ากลมกลืนกับอาม่าเนี้ย เหรอคะ ท่านประธาน
    #36
    0