พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 13 : บทที่ 6 ชาติกำเนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ม.ค. 60

ชาติกำเนิด

ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง

            “กลับมาแล้วเหรอนนท์”  เสียงทักทายจากหนุ่มใหญ่วัยเลยกลางคน เมื่อชายหนุ่มก้าวพ้นประตูหน้าห้องชุดชั้น 18 สุดหรูใจกลางเมือง อานันต์ ผู้เป็นบิดาของอานนท์เป็นอดีตราชองค์รักษ์พิเศษ ของนครรัฐอินเวียงเหนือที่ตอนนี้วางมือและมอบหน้าที่อันสำคัญนี้ให้อานนท์ผู้เป็นบุตรชายสานต่อ อานันต์ยังคงมีรูปร่างหน้าตาที่ไม่ทิ้งเค้าโครงความหล่อเหลาจากเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มถึงแม้ตอนนี้อายุจะล่วงเข้าสู่วัยห้าสิบปลาย ๆ แล้วก็ตาม

            “เป็นอย่างไรบ้างวันนี้ มีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า แล้วได้ข่าวความคืบหน้าของบูรพาบ้างไหม”

            คนถูกถามนิ่งไปชั่วครู่ ค่อย ๆ แย้มรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา ก่อนที่จะเอ่ยตอบคำถามของผู้เป็นพ่อ  “คุณพ่อครับ เราเจอคนที่เหมาะสมแล้วนะครับตอนนี้ ชื่ออรชุน เป็นคนของเรา ที่ทางนครอินทร์เวียงเหนือส่งมาให้”           

            “จะเหมือนกันหรือเปล่า นนท์ แล้วเราจะไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน งานนี้เราเสี่ยงมากนะ ไม่มีเวลาให้เราพลาดได้เลย” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามลูกชายด้วยใบหน้าที่แฝงความกังวลใจ

            อานนท์เอง นิ่งเงียบไปหลายอึดใจ เมื่อจบคำกล่าวของผู้เป็นพ่อ ราวกับว่า ณ ขณะนี้สมองของเขากำลังประมวลผลรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และกล่าวตอบผู้เป็นพ่อเพื่อคลายข้อสงสัยและกังวลใจ 

            “แต่เราก็ต้องเสี่ยงไม่ใช่หรือครับคุณพ่อ ตอนนี้ยังไม่มีวิธีไหนที่จะถ่วงเวลาได้ดีกว่านี้ และอีกอย่างเราเองยังไม่ได้ข่าวคราวของคุณอาบูรพาเลยตั้งแต่แยกกันที่ตะเข็บชายแดน นี่ก็ผ่านมา 25 ปีแล้ว”

            “พ่อเองก็เป็นห่วงบูรพาอยู่เช่นกัน แต่ที่รู้ว่ายังอยู่เพราะบูรพามักจะทิ้งล่องลอยเอาไว้ให้ให้เราสืบเสมอ แต่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ทำไมถึงยังไม่เผยตัวออกมาอีก นี่เวลาก็ใกล้เข้ามามากแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้ไปอยู่ซะที่ไหน ทำไมเราถึงยังหาไม่เจอ รวมถึงเจ้าน้อยด้วยไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง อันนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้” ผู้เป็นพ่อถอนหายใจอีกครั้งเมื่อได้เอ่ยถึงเพื่อนเก่าที่เคยร่วมเป็นร่วมตายมาเมื่อครั้งในอดีต แต่ทว่าตอนนี้เขากลับไม่ได้ข่าวคราวเพื่อนคนนี้อีกเลยตั้งแต่แยกกันหนี เมื่อ 25 ปีก่อน ทั้ง ๆ ที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาพยายามตามหาอย่างเต็มที่และทุกวิถีทางแล้วก็ตาม พบเพียงแค่ล่องรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บูรพาทิ้งไว้ให้เท่านั้น

            “คุณพ่อครับตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณพ่อทำดีที่สุดแล้ว ไม่เคยนิ่งนอนใจเลยสักครั้งที่จะตามหา เราตามหาแทบจะพลิกแผ่นดินเช่นกัน อีกอย่างสายของเราที่รายงานมาจาก นครอินทร์เวียงใต้ก็ยืนยันแล้วเช่นกัน ว่าทางนายพลน่านเหนือก็ยังติดตามหาข่าวเจ้าน้อยอยู่เช่นเดียวกับเรา นั่นก็แสดงว่าตอนนี้เจ้าน้อยอาจจะยังปลอดภัยดี และหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งก็เป็นไปได้นะครับ”

            “ได้ลูก ถ้าอย่างนั้น นนท์รีบไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนแล้วช่วยให้ข่าวเพิ่มเพื่อความแนบเนียน พวกมันจะได้เชื่อสนิทใจ อีกอย่างเราเองต้องถ่วงเวลาพวกมันไว้ให้นานที่สุด” ผู้เป็นพ่อสั่งงานให้กับลูกชายอีกครั้ง

            “ครับคุณพ่อ”

            “แล้ววันนี้แก้วกานดาเป็นอย่างไรบ้าง” อานันท์เองไม่ลืมที่จะเอ่ยถาม ถึงแก้วกานดาจากลูกชายด้วยความห่วงใย

            “ครับคุณพ่อ วันนี้แก้ว ก็ปกติเหมือนกับทุกวัน และยังไม่มีวี่แววที่พวกมันจะมาใกล้เธอครับ ช่วงนี้งานที่เธอทำต้องหนักมากไปกว่าเดิม เพราะต้องไปรับหน้าที่เป็นเลขาให้กับประธานบริษัทคนใหม่ คุณปณิธาน ลูกชายคนโตของคุณธนิต นะครับ” อานนท์ เอ่ยเล่าให้บิดาฟังถึงสิ่งที่บิดาถามและไม่ลืมที่จะเล่าถึง ปณิธาน

            “พวกมันคงยังไม่เจอเธอ  แต่ตอนนี้พวกมันรู้แล้ว ว่าเราซ่อนเธอ ตอนนี้มันพยายามสืบหาอยู่ คนของพ่อรายงานมาว่า เห็นพวกมันไปด้ำ ๆ มอง ๆ ที่สถานสงเคราะห์ อย่างไร นนท์ ต้องไปเตือนทางครูอารีย์ให้ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ แล้วกำชับให้ครูอารีย์อย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ให้พวกมันรู้เด็ดขาด และก็อย่าทำอะไรให้พวกมันสงสัยได้” 

            “ ได้ครับ เดียวพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปพบกับครูอารีย์” อานนท์รับคำบิดา อย่างหวั่นวิตก เกรงว่า พวกที่บิดากล่าวถึงจะไปทำให้ครูอารีย์เป็นอันตรายได้

            “และอีกอย่างตอนนี้พ่อคิดว่าใกล้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องบอกความจริงกับเธอ แต่คงรอให้เรื่องของอรชุนเรียบร้อยก่อน เพราะตอนนี้พ่อเองยังไม่มั่นใจว่าพวกมันจะเชื่อพวกเราไหม”

            “ครับคุณพ่อ ผมเองก็คิดเหมือนกันว่าเราควรจัดการเรื่องของอรชุนให้เรียบร้อยก่อน เพราะ อรชุนเองมีหลายอย่างที่ต้องจัดการเพื่อความแนบเนียน ส่วนเรื่องแก้วเราคงต้องปล่อยไว้สักพัก หากอรชุนพร้อมเมื่อไหร่เราก็จะเปิดตัวเลย ตอนนี้ผมจะปล่อยข่าวไปก่อน ว่าเราพบแล้ว เพื่อถ่วงเวลา หลังจากนั้นเราค่อยเปิดตัวอรชุน” อานนท์เล่าถึงแผนการที่มีคร่าว ๆ ให้กับผู้เป็นบิดาฟังที่ตอนนี้มีทีท่าที่พอใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็ยังไม่วายคลายกังวนอยู่เหมือนเดิม 

            “อีกอย่างหากเราเปิดตัวอรชุนไปแล้ว นั่นหมายความว่าพวกเราต้องทำงานกันหนักขึ้นมากกว่าเดิม เพราะอรชุนเองอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ลูกวางแผนขอคนเพิ่มมาจาก นครอินทร์เวียงเหนือแล้ว เพื่อให้มาสมทบที่นี่ก่อนที่จะพาอรชุนกลับ และอย่างน้อยพวกเรายังดึงความสนใจของพวกมันออกมาได้บ้าง” 

            “พ่อเห็นด้วยนะนนท์ ตอนนี้เราเหลือเวลาไม่มากใกล้ที่จะครบกำหนดแล้ว ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้นนท์ไปจัดการก่อน ส่วนเรื่องครูอารีย์ ให้ส่งคนของเราไปเฝ้าห่างๆ พ่อเองไม่ไว้ใจพวกนั้นเช่นกัน”

            “ครับคุณพ่อ” อานนท์รับคำ

            “อีกเรื่องก็คือเจ้าต้อยจะมีปานแดงที่หลังเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเรื่องนี้พ่ออยากให้ลูกจัดการ ให้อรชุนมีด้วย อีกทั้งกรุ๊ปเลือดและ ดีเอ็นเอ อย่าให้มีพิรุจ”

            “ได้ครับคุณพ่อเรื่องนั้นผมเตรียมการไว้แล้ว เพราะหากปล่อยข่าวไปแล้ว ยังไง นายพลน่านเหนือต้องตรวจสอบแน่นอน”

            ทั้งสองยังคงสนทนาเรื่องอื่นกันอยู่สักพักก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอน อานนท์เองที่ยังมีทีท่าครุ่นคิดอยู่ไม่น้อยเมื่อนึกถึงคำที่บิดาสั่งไว้ก่อนหน้านี้ การที่ต้องเปิดเผยความจริงที่แสนเจ็บปวดทรมาน หากเพื่อนที่แสนดีตลอดหลายปีที่ผ่านมาต้องมารับรู้ชาติกำเนิดอันแท้จริงของตัวเอง 

            ทว่ายังไม่พอแค่นั้นหากเธอต้องรับรู้ว่าที่ผ่านมาเพื่อนที่สัญญาว่าจะรักและหวังดีต่อกันเสมอ จะไม่มีคำว่าหลอกลวงกัน ให้เจ็บช้ำน้ำใจ จะกลับกรายเป็นคนที่หลอกลวงเธอมาตลอดยี่สิบสี่ ปี จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหนอ หากเธอต้องรับรู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของเธอนั้นมันคือเรื่องโกหกทั้งเพ มันเป็นเรื่องที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเพื่อจะปกป้องชีวิตของเจ้านางแก้วอินทร์ทริราแห่งนครอินทร์เวียงเหนือเท่านั้น

            สถานภาพของเขาที่จะต้องเปลี่ยนจากเพื่อนสนิทไปเป็นราชองค์รักษ์ ที่คอยปกป้อง องรัชทายาทเยี่ยงชีวิต ยิ่งคิดแล้วยิ่งไม่อยากให้ถึงวันนั้นแล้วจริง ๆ แต่จะทำอย่างไรได้ความจริงก็คือความจริง อยู่วันยังค่ำ เขาคงจะไปเปลี่ยนชะตาชีวิตของใครไม่ได้ หากทำได้เขาคงทำนานแล้วเช่นกัน  ความลับเองก็ต้องมีวันถูกเปิดเผย ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะนึกถึงแต่เพียงวันพรุ่งนี้เท่านั้น


จริง ๆ แล้ว เธอถูกซ่อนจากสถานะอันแท้จริงของตัวเอง ถ้าบอกกันตามตรง เธออยู่ในกลุ่มที่น่าสงสาร เพราะคิดว่าตัวเองต่ำต้อยมาตลอด แต่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองนั้นมีชาติกำเนิดสูงส่ง..... 


รักเสมอ  ๆ ค่ะ


กรองแก้วดารา 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น