พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 12 : บทที่ 5 เมื่อคุณแรงมาฉันก็แรงกลับ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 ม.ค. 60

 

            ปณิธานนั่งลงบนโซฟาตัวข้าง ๆ มารดาอย่างเงียบ ๆ ก่อนหันมองร่างกลมสมส่วนของมารดา หญิงสาวที่สวยที่สุดในใจเขาไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ตีนกามาเยือนมากมายเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นผลให้คุณหญิงแม่ของเขามีความสวยลดลงไปได้เลย

            ใบหน้ากลมยิ้มน้อย ๆ ให้ลูกชาย “เป็นอย่างไรลูก ปรับตัวกับสภาพอากาศเมืองไทยได้หรือยัง มาอยู่ก็เกือบสัปดาห์แล้ว”

            ริมฝีปากบางบนใบหน้าคมยิ้มขึ้นเล็กน้อย ขยับเข้าไปสวมกอดมาดา พร้อมกับหอมแก้มพอชื่นใจอีกหนึ่งฟอด “ยังเลยครับคุณแม่ ขอเลื่อนไปอีกสามเดือนได้หรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์กะว่าใช้ลูกอ้อนมารดาคงตามใจ

            “ไม่ต้องมาประจบ แม่กับพ่อปล่อยเปรม ลอยชายอยู่เมืองนอกมาหลายปีแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำงานจริงจัง ห้ามมีข้อแม้” จินดามณีมองค้อนให้ลูกชาย ก่อนจะส่งสายตาอ่อนโยนมาให้

            “แต่… คุณแม่ ครับ” ชายหนุ่มพยามที่จะแย้งแต่ไม่ทันมารดาของตัวเองหันมาห้ามเอาไว้ก่อน “ไม่มีแต่!”

            คนเป็นแม่เอื้อมมือไปกุมมือลูกชายเอาไว้ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เปรม ไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหนลูก พ่อกับแม่ก็แก่ตัวลงมาทุกวัน ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างไว้ทั้งหมดก็เพื่อเปรมกับมะปรางค์ จะปล่อยให้น้องรับภาระอยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะลูก แม่รู้ว่าเปรมไม่ชอบงานบริหาร แต่เปรมก็ต้องอดทนนะลูก มีหนูแก้วคอยช่วยอยู่แล้วไม่ต้องห่วง หนูแก้วเป็นคนเก่ง” ขณะที่คนเป็นลูกรู้สึกได้ว่าคราวนี้มารดาเอ่ยปากอย่างจริงจัง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้อาจจะพูดทีเล่นทีจริงไปบ้าง กระแสความอบอุ่นแผ่เข้ามาในมือจนกระจายไปทั่วร่าง พร้อมกับรอยยิ้มที่ช่วยให้คลายกังวลออกมาได้บ้าง

            “คุณแก้ว คุณเลขาหน้าจืดนั่นน่ะเหรอครับ ผมยังมองไม่เห็นความสามารถของเธอเท่าไหร่” ปณิธานขมวดคิ้วขึ้น คิดถึงใบหน้าจืดชืดไร้สีสันของเลขาตัวเอง เมื่อมารดาเอ่ยชม แต่เขากลับมองไม่เห็นภาพเลยด้วยซ้ำว่าคนที่ทั้งซุ่มซ่าม เชื่องช้า เจ้าคิดเจ้าแค้นจะสามารถทำงานได้ดีตามที่มารดากล่าวได้อย่างไร

            “ทำพูดเข้า ไปเรียกเค้าอย่างนั้นได้อย่างไร ถึงหนูแก้วจะดูไม่คล่องแคล่วหรือสวยโฉบเฉี่ยวเหมือนที่เราอยากได้ แต่เชื่อสิว่าความรู้ความสามารถ หนูแก้วสามารถช่วยลูกได้มากเลยจริง ๆ อีกทั้งยังมีประปรางค์คอยช่วยประคองอยู่ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอกลูก” มารดายื่นมือมาหยิกที่หัวไหล่ของลูกชายจนอีกฝ่ายต้องร้อง งโอ๊ยออกมา จินดามณียิ้มบาง ๆ กวาดตามองบุตรชายที่นั่งหน้านิ่งอย่างคนกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเรียกแก้วกานดาที่เดินผ่านมาให้มานั่งฟังปาฐกถาเพิ่มอีกคน

            “หนูแก้ว แวะมานี่ก่อน”

            “ค่ะคุณหญิง” แก้วกานดานั่งลงบนพื้นข้าง ๆ โซฟาตัวที่คุณหญิงจินดามณีนั่งอยู่ โดยไม่ลืมที่จะแอบชำเรืองมองเจ้านายของตัวเองที่นั่งปั้นหน้าขรึมอยู่ข้าง ๆ

            “ทำงานกับนายเปรมอาจจะเหนื่อยหน่อยนะ ลูกชายของฉันคนนี้เป็นคนปากร้ายใจดี อาจจะชี้โมโหหงุดหงิดง่ายไปบ้าง แต่พออยู่ไปเรื่อย ๆ จนคุ้นเคย หนูแก้วก็จะรู้ว่า นายเปรมนี่ไม่ได้ร้ายอย่างที่กลัว อีกอย่างฉันอยากให้หนูแก้วคอยช่วยดูแลเปรมทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว นายเปรมอยู่ต่างประเทศมานานอาจจะไม่คุ้นเคยกับประเทศไทยเท่าไหร่ ทั้งเรื่องเดินทางและเรื่องอื่น ๆ ช่วงแรก ๆ ฉันอยากให้หนูแก้วคอยดูลูกชายฉันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งอย่าพยายามขัดใจ และอย่าทำอะไรที่ลูกชายฉันไม่ชอบ ดูแลให้ดีเหมือนว่าเราดูแลคนในครอบครัวคนหนึ่ง พอจะทำได้หรือเปล่า ฮึ”

            ระหว่างคำพูดของนายผู้หญิงแก้วกานดานั่งประสานมือเอาไว้บนตัก สายตาจับจ้องเพียงแค่นิ้วมือเรียวงามของตัวเองเพียงเท่านั้น ดูภายนอกเหมือนว่าเธอมีท่าทางสงบนิ่งตั้งใจฟัง แท้จริงแล้วหญิงสาวกลับรู้สึกอึดอัดถึงสายตาของปณิธานที่จดจ้องมาที่เธอ ทำให้ในใจบังเกิดความรู้สึกสารพัดขึ้นมาก อื่ม… นี่คือการฝากฝังกึ่งบังคับ

            และด้วยสาเหตุอะไรก็ตามคือ เธอห้ามปฏิเสธคำขอนี้ อย่างนั้นแล้วหญิงสาวจึงทำได้เพียงแค่นิ่งและตั้งใจฟังให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป เพราะคืนนี้เธอเองก็เหนือยเต็มทนแล้ว บางทีสัญชาติญาณการเป็นคนเงียบคงสั่งให้ตัวเองหยุดต่อกรกับสองแม่ลูกคู่นี้ได้แล้ว ในเมื่อผลที่ตามมาก็คือเธอต้องยอมทำตามคำสั่งของสองคนนี้อยู่ดี ในเมื่อมันเป็นหน้าที่และตัวเธอเองก็จรดปากกาเซ็นต์ลงในสัญญาทาสฉบับเคทีพี่กรุ๊ปไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “เอาล่ะ หนูแก้วเข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า” จินดามณีเอ่ยถามเสียงเรียบ

            แก้วกานดาถอนหายใจเบา ๆ เธอได้ยินทุกคำพูดของคุณหญิง ที่ดูเหมือนว่าล่องลอยมาจากที่ใดสักแห่ง ก่อนที่เธอจะรู้สึกขมในปาก อยากจะลุกขึ้นยกมือยื่นไปตรงด้านหน้าแล้วเอ่ยปาก ให้ทุกคนอยู่ในความสงบ นางทาสอย่างเธอพร้อมที่จะทำตามความต้องการของทุกคน แต่ดูเหมือนว่าเธอจะทำมันขึ้นมาจริงไม่ได้ ในเมื่อเธอยังคงมีคำว่าลูกจ้างแปะอยู่ที่หน้าผาก            หญิงสาวเหลือบมองไปยังปณิธาน เห็นใบหน้าของเขาคลายความเฉยชาลง และปั้นหน้าตั้งอกตั้งใจฟังในสิ่งที่มารดาตัวเองกำลังพูด ริมฝีปากหยักระบายยิ้มเล็กน้อยเมื่อมารดาหันมาสนทนาด้วย คล้ายกับว่าเด็กเล็กกำลังประจบเอาใจผู้ใหญ่     

            “แก้วเข้าใจแล้วค่ะ แก้วจะทำให้ดีที่สุด คุณหญิงไม่ต้องเป็นกังวนนะคะ” หญิงสาวจำใจต้องรับคำอย่างเสียไม่ได้ ก่อนที่จะแอบทำหน้าเหนื่อยหน่ายเมื่อทั้งสองลูกหันหน้าไปคุยกันเรื่องอื่น เอาล่ะรับปากไปแล้วหวังว่างานของเธอในคืนนี้คงจะต้องจบเสียทีในเมื่อมันดึกเกินกว่าที่จะมาพูดฝากฝังให้เธอดูแลผู้ชายตัวสูงใหญ่หนึ่งคน ประดุจบุตรที่คลอดออกมาด้วยตัวเองก็ไม่ปาน

            “เอาล่ะ ดีมากดึกมาแล้ว ทั้งสองคนไปนอนได้แล้วล่ะ ฉันเองก็ง่วงเหมือนกัน” จินดามณีออกปากบอกลูกชาย และแก้วกานดาก่อนที่ตัวเองจะลุกจากโซฟาไปด้วยเช่นกัน

            ปณิธานเดินย่างเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกลิ่นสบู่ยังคงติดอยู่ เขาทำทีเพียงแค่เดินมาเฉียดเธอ ประสานสายตาเพียงเล็กน้อย สายตาที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นการเย้ยหยัน และหยามเหยียดในสถานะเลขาส่วนตัวกึ่งทาสของเธอ แล้วก็เลี้ยวซ้ายขึ้นบันไดไปบนชั้นสองของบ้านเพื่อกลับห้องพักของตัวเองไป

            แก้วกานดาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังหลังบ้านและอ้อมออกไปสู่วิมานอันแสนหวาน ห้องพักคนงานของตัวเอง หญิงสาวคิดอะไรไปจนเพลิน แต่ก็ต้องสะดุดกับเสียงกิ่งไม้ไหวเพียงเล็กน้อยที่ดังมาจากข้างรั้ว ก่อนที่หญิงสาวจะเดินก้าวยาว ๆ ไปตรงนั้นที่มาของเสียง ชะโงกหน้าออกมามองแล้วเห็นเงาดำตะคุ่ม ๆ ที่หายวับไปอย่างรวดเร็ว

            โจร! สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ในขณะนี้ และคงไม่ใช่ผีสางอะไรที่ไหน อีกอย่างเธอเองก็ไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่เคยลบหรู่ ความเป็นไปได้จะเป็นอะไรไปไม่ได้อีกแล้วนอกจากพวกโจร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวเลยฉวยโอกาสหนีออกไปก่อน หญิงสาวขบคิดถึงวิธีการแก้ปัญหา และสัญญาณอันตราย ไม่ใช่เพียงแค่ความสงบสุขของคนในบ้านเพียงอย่างเดียว มันรวมถึงสวัสดิภาพของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอด้วย

            โดยปกติแล้วในหมู่บ้านนี้ที่อุดมไปด้วยคฤหาสด์ของคนรวย ๆ แล้วย่อมมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงการจัดเวรยามมาดูแลอำนวยความสะดวกที่มีมากขนาด นกหนูสักตัวจะผ่านเข้ามายังต้องผ่านการตรวจตราอย่างละเอียดเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อกี้เธอมั่นใจในสายตาตัวเองว่าเธอเห็นเงาคนมาด้อม ๆ มอง ๆ พรุ่งนี้เห็นทีคงจะต้องติดต่อไปที่ส่วนกลางให้เพิ่มคนมาดูแลรักษาความปลอดภัยตรงนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

            แก้วกานดาเดินกลับขึ้นห้องนอนของตัวเองไป โดยปล่อยเรื่องราวของคืนนี้เอาไว้จัดการต่อในวันพรุ่งนี้ หญิงสาวเดินหายขึ้นไปชั้นสองของบ้านพักคนงาน โดยที่ไม่รู้ว่า ในระหว่างที่เธอเดินกลับ มีอีกสองสายตาที่กำลังจับจ้องแผ่นหลังของเธออยู่ข้างรั้วด้านนอก

            เสียงใบไม้ยังคงไหวหวิวท่ามกลางความเงียบสงัดของยามกลางคืน พระจันทร์ดวงโตยังคงลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าลายล้อมด้วยแสงดาวที่มีมากกว่าทุกคืน แก้วกานดากลับถึงห้องพักแล้วเดินไปปิดบานหน้าต่างภายในห้องตัวเองและยังไม่ลืมที่จะชะโงกหน้าไปมองข้างรั้วบ้านอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเองแล้ว กลับเข้ามานอนเตรียมพร้อมกับการทำงานจริงจังในวันพรุ่งนี้


ขอบคุณทุก ๆ ยอดวิวและกำลังใจนะคะ ผิดพลาดประการใด รบกวนช่วยบอกกล่าวไรท์เองก็อยากปรับปรุงเช่นกันค่ะ


รักเสมอ ๆ กรองแก้วดารา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #33 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 16:35
    ศีรษะ เห็นผิดหลายครั้งแล้ว ถ้ารำคาญก็ขออภัย พยายามอ่านเนื้อเรื่องโดยไม่สนใจคำผิด แต่บางทีก็อดไม่ไหว
    #33
    1
    • #33-1 Krongkaewdara(จากตอนที่ 12)
      21 มิถุนายน 2558 / 17:33
      จริงจะบอกว่าไม่รำคาญเลยค่ะ มันคือความจริงมันผิดเยอะจริง แต่พยายามแก้ไขให้อยู่นะคะ ขอบคุณทุกคอมเม้นค่ะ ดีใจที่อ่านมาเรื่อย ๆ อย่างน้อยก็อ่านทุกตอน บางทีก็แอบคิดว่าผู้อ่านเค้าจะเบื่อตั้งแต่ตอนแรกแล้วไม่เข้ามาอ่านต่อหรือเปล่า
      #33-1
  2. #20 Kamuningka (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 01:08
    นางร้ายสองตัวเตรียมกัดกันเองล่ะ

    อยากเห็นเจ้าชายแล้วอ่ะ
    #20
    0
  3. #16 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 01:37
    ตามต่อคะ
    #16
    0