พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 11 : บทที่ 5 เมื่อคุณแรงมาฉันก็แรงกลับ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ม.ค. 60



                    อาหารเช้าชุดใหม่ถูกเปลี่ยนให้ตามคำสั่งแต่ดูท่าว่าจะไม่ถูกใจซักที ในเมื่อเธอต้องเดินเข้าออกเปลี่ยนใหม่อยู่ 3-4 รอบ แถมต้องยืนปั้นหน้าเก็บอารมความโกรธไม่ให้ระเบิดออกมา เพียงเพราะว่าความเลือกมากไร้เหตุผลของอีกคนที่กำลังยั่วยวนโสตประสาทของเธอให้กระเจิดกระเจิง ประเด็นสำคัญคือไม่เป็นที่ถูกใจเจ้านายจอมวายร้ายของเธอสักที หวานไป ขมไป หรือไม่ก็ร้อนเกิน

            อะไรกัน! นี่แค่ยกแรก ประสาทคนเป็นเลขาแทบเสีย ขืนอยู่กับตาหนี้ทั้งปีได้ย้ายบ้านไปอยู่กับโรงพยาบาลบ้าถาวร เพราะว่าประสาทกินแน่นอน

          ความอดทนของแก้วกานดาที่สะสมไว้มีขีดจำกัด กับการไร้ซึ่งเหตุผลในการทำงานแบบนี้คำสัญญาว่าจะทำงานรับใช้การันต์กันตะระให้ดีตราบที่ชีวิตจะหาไม่หรือจนกว่าจะโดนไล่ออก เธออยากจะเขวี้ยงมันทิ้งออกไปจากสมอง หรือขอกลืนน้ำลายคืนคำพูดตัวเองไปเสียตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด

          หากเจ้านายของเธอยังเป็นคุณธนิตและคุณหญิงจินดามณีความคิดบ้าบอทั้งหมดนี้ที่จะละทิ้งหน้าที่แบบนี้คงไม่บังเกิดขึ้นมาในสมองของเธอแน่ แต่นี่มันไม่ใช่ หากจะคิดทบทวนสักครั้งจะเป็นไรไป ก่อนที่โรคประสาทจะถามหาหรือกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนตายขึ้นมาจริง ๆ

          ผู้ชายร้ายกาจ ไร้เหตุผลที่เธอต้องทนรับใช้อยู่เปรียบดังคนรับใช้ก็ไม่ปาน หากถ้าผู้ชาย บ้า ๆ คนนี้ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายของเธอ ที่กำลังทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของเธออยู่ล่ะก็ เธอคงจะกระโดดข่วนหน้าจับหัวฟาดกำแพงไปแล้ว และ ณ ตอนนี้เธอเองคงต้องทำอะไรสักอย่าง

           ความคิดชั่วร้ายมักจะมาเร็วเสมอ ไอ้น้าตาลในกาแฟดำนั่นหากมันหวานไปจริง ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเค็มก็แล้วกัน จะอะไรนักหนาก็แค่หยิบผิด แล้วผงเกลือสีขาวนวลก็ลอยลงไปในแก้วกาแฟ สองช้อนใช่ไหม สองช้อนโต๊ะไปเลยแลวกันค่ะคุณเจ้านาย ไม่เกินสิบนาทีถาดอาหารเช้าก็ถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องโดยเร็ว พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากแฝงความเจ้าเล่ห์น้อย ๆ ของเธอ ได้ในเมื่ออยากเล่นเธอเองก็จะเล่นด้วยแล้วมาคอยดูกันว่างานนี้ใครจะเพรี่ยงพร้ำใครจะร้อนเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกกันแน่

             แววตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ทะลุกออกมากจากกรอบแว่น ปณิธานเองก็สังเกตเห็นตั้งแต่เธอเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร ทำให้อีกฝ่ายสามารถคาดเดาได้ว่าเธอคงหาวิธีการแก้เผ็ดเขาอยู่         

            “ทุกอย่างแก้วเปลี่ยนมาให้ตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วนะคะ ขอให้เจ้านายทานให้อร่อยนะคะ”  คำพูดทิ้งท้ายแฝงไปด้วยความเรียบง่ายเก็บอารมณ์เก็บอาการ ทำให้อีกฝ่ายต้องหลี่ตามอง ก่อนที่เธอคิดจะหมุนตัวกลับออกจากห้องนี้โดยเร็ว โดยที่ไม่ต้องการจะรอชมผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองที่กำลังจะเกิดขึ้น แกล้งวันละนิดหยอกวันละหน่อยคงไม่บุบสลายไปหรอกมั้ง มั่นหน้าขนาดนี้

           แต่ทว่า “เดียวก่อน” ปณิธาน เอ่ยเรียกพร้อมทั้งยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ   แต่ก็ต้องสะดุดกับรสชาติที่มันผิดปกติ ขมเค็มเพี้ยนไปกว่ากาแฟดำที่เขาได้ลิ้มลองมาโดยตลอด เขารู้ได้ในทันทีกาแฟแก้วนี้น้ำตาลถูกแทนที่ด้วยเกลืออย่างแน่นนอน และจะเป็นใครไปไม่ได้ที่กล้าทำแบบนี้นอกจากยายตัวแสบที่ยืนแอบมองลอดแว่นสายตามานั่นแหละ

           และด้วยฟอร์มที่จัดว่ามีมากอยู่แล้วเขาคงต้องเลือกที่จะนิ่งเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ ทั้ง ๆ  ที่เขาเองอยากจะสำลอกเอากาแฟดำแสนเค็มนั้นพุ่งใส่หน้าซีด ๆ ที่แสนเจ้าเล่ห์ ของเธอไปเลยจะดีไหมหนอ

          การนิ่งไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้ เพียงแค่ต้องการประกาศให้แม่สาวตัวแสบได้รู้ว่า แผนตื้น ๆ ที่จะใช้กับคนระดับอย่างเขาไม่สามารถทำอะไรเขาได้และเธอเองจะไม่มีทางสมหวังในสิ่งที่เธอต้องการรอดูมันแน่นอน

            “อีก 1 ชั่วโมง ช่วยเอาน้ำอุ่นเข้ามาให้ผมด้วย ” เสียงเรียบถูกสั่งการออกไปให้กับเลขามาดป้า เขาสั่งงานด้วยท่าทางสบายอารมณ์ และไม่แสดงท่าทีที่ผิดปกติให้เธอจับได้ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปากที่มองยังไงก็รู้ว่า สงครามประสาทระหว่างเขาและเธอมันยังไม่จบ...

            อาหารเช้าและกาแฟดำถูกลำเรียงเข้าปากของคนตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย และไม่มีทีท่าว่าไม่มีอะไรที่ผิดปกติแม้แต่น้อย แถมยังลอยหน้าลอยตาสั่งงานต่อไปได้โดยไม่สะดุดหยุดกับรสเค็มขมของกาแฟดำแก้วนั้นแล้ว ทำให้แก้วกานดาต้องแปลกใจ ในเมื่อเธอเองมั่นใจว่า ไอ้ผงขาว ๆ จำนวนช้อนครึ่ง ที่เธอใส่มามันคือเกลือแน่นอน เพราะเธอเองก็แอบชิมก่อนเพื่อความแน่ใจ แต่ทำไมทีท่าของคนตรงหน้ายังปกติดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมลุกมาสั่งงานได้เป็นฉาก ๆ แทนที่จะต้องเปลี่ยนบรรยากาศเป็นสำรักความเค็มและพุ่งออกมาให้หมดฟอร์มเจ้านายมาดคุณชายคนนี้กันไปเลย

          หญิงสาวจำเป็นต้องรับคำอย่างจำเป็น ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่เธอคาดหวัง ชายหนุ่มที่ยังง่วนกับอาหารและกาแฟดำในแก้วสีขาวนั้นอย่างสบายอารม อย่าบอกนะว่านอกจากนายนี่สมองเสื่อมแล้วต่อมรับรสชาดยังเสื่อมตามเข้าไปอีก ลิ้นจรเข้เกินไปไหมถึงได้ไม่รู้รด ช่างน่าสงสารเสียจริง ๆ แก้วกานดาจำเป็นต้องหมุนตัวออกจากห้องไปอย่างงงงวย

           หลังจากที่เลขาตัวแสบก้าวพ้นออกจากห้องไปแล้ว กาแฟรสเค็มปี๋แก้วนี้ที่ปณิธานทนดื่มไป แทบจะสำลักออกมาในทันที เขาเองต้องรีบวิ่งไปบ้วนทิ้งพร้อมกระดกน้ำเปล่าจากในแก้วจนแทบจะหมดไม่เหลือสักหยด ล้างคอล้างความเค็มออกไปอย่างว่องไว ต้องทนฟอร์มจัดอยู่นานทั้งที่อยากจะสำลักพรุ่งออกให้กระเด็นโดนเธอไปเลยซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แสบไม่เบาเลยนะยาย แก้วหน้าเอ๋อ  ปณิธานสบถอยู่ในลำคอเบาๆ การที่จะรับมือกับคนแสบ ๆ อย่างแก้วกานดาแล้วด้วยความหมายคือต้องแสบกว่าเขาประเมินไว้ไม่ผิดจริง ๆ ผู้หญิงคนนี้จัดการได้ยากและไม่ง่ายที่จะควบคุม

            ปณิธานเองก็ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะคนดื้อดึงอวดดีอย่างแก้วกานดาได้เพราะเธอเองไม่หงิม ๆ และติ๋มอย่างที่เขาเคยคิดไว้แน่นอนความฉลาดมีมากพอตัว และเธอเองแฝงแสบซ่าไม่น้อยภายใต้บุคลิกที่ดูเรียบร้อยเจียมเนื้อเจียมตัวที่เธอแสดงออกได้อย่างแนบเนียนเวลาอยู่ต่อหน้าบิดามารดาของเขา 

              เขาเองยังนึกสนุกอยากที่จะจะรู้จักตัวตนของเธอให้มากกว่านี้แล้ว จริง ๆ แล้ว เธอไม่ใช่คนหน้าตาไม่ดี เพียงแต่เธอทำตัวให้เป็นที่ไม่น่าสนใจเท่านั้น ร้อยยิ้มหวานกว้าง ๆ ดูเป็นธรรมชาติของเธอ ก่อนหน้านี้ปณิธานเองยังแอบมองเธอจากในห้องด้วยซ้ำ แต่กระนั้นความแสบซ่าทุกอย่างของเธอก็มาทำลายความรู้สึกดี ๆ ไปเป็นที่เรียบร้อย           

                เวลาผ่านไปราว ๆ ร่วม 1 ชั่วโมง แก้วการดากลับเจ้ามาพร้อมน้ำอุ่น 1 แก้วถ้วนแต่เธอเองก็ไม่ลืมที่จะลอบแอบมองแก้วกาแฟดำที่ตอนนี้น้ำกาแฟในแก้วหมดไปแทบจะไม่เหลือซักหยด เป็นไปได้อย่างไร แต่แอบอมยิ้มไม่น้อยเมื่อเหลือบมองเห็นว่าแก้วน้ำเปล่า 1 แก้ว กับน้ำอีกครึ่งเหยือกใสๆ ที่วางอยู่ข้างจานอาหารถูกดื่มไปจนเกือบหมดไปด้วยเช่นกัน แค่ว่ารักษามาดคุณชายไว้ถึงกับยอมเค็มปิดปี๋เพื่อปกปิดฟอร์มกันเลยทีเดียว ยกแรกถือว่าเธอชนะคงรู้ไว้ด้วยนะคนอย่างเธอถ้าไม่แน่ก็ไม่ใช่แก้วกานดาแล้วหล่ะ หลักของการประเมิณคู่ต่อสู้ก็คือ ห้ามประมาท แล้วห้ามประเมิณต่ำในเมื่อเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายเจ๋งขนาดไหน

            หญิงสาววางแก้วน้ำอุ่นลงบนโต๊ะทำงานแต่ชายหนุ่มเองก็ยังไม่มีทีท่าที่จะสนใจเธอ แค่พยักหน้าตอบรับกับแก้วน้ำอุ่นนั่นแทน

            “มื้อกลางวันนี้เจ้านายจะให้แก้วเตรียมอาหารหรือเปล่าคะ”

            ปณิธานเองที่ยังนึกขยาดภาพกาแฟดำแสนเค็มเมื่อเช้านั้นอยู่หากจะต้องพบประสบการณ์เดิมกับอาหารกลางวันอีกคงไม่ไหว กาแฟแค่เกลือ และอาหารเล่าจะไม่มียาถ่ายผสมมาด้วยหรือเปล่านี่  และเขาเองก็ไม่ถนัดที่จะใช้เข็มเงินทดสอบพิษก่อนกินแน่นอน

             แค่คิดก็สยองไปถึงลำไส้ และถ้าเป็นยาถ่ายเขาคงตบตาเธอไม่ได้เนียนเหมือนกับกาแฟรสเค็มเมื่อเช้านี้แน่  ไม่เสี่ยงดีกว่า เดี๋ยวไปทานกลางวันกับยายมะปรางค์แทนละกัน

            “ไม่เป็นไร ผมนัดมะปรางค์ไว้แล้ว เดี๋ยวไปทานกลางวันกัน” ปณิธานตอบออกไปอย่างรู้ทัน พร้อมกับฉีกยิ้มกวน ๆ ให้แก้วกานดาก่อน คิ้วหนากระตุกขึ้นลงอย่างยั่วโทษะ ไม่มีทางซะหรอก ที่คราวนี้เธอจะแอบใส่อะไรลงมาอีก เพราะเขาเองก็จะไม่มีวันเผลอชิมอาหารที่เธอจัดมาให้อีกแล้วเช่นกัน

            เมื่อได้คำตอบเช่นนั้น แก้วกานดาที่จำเป็นต้องรับคำอย่างเดียวคือ “ค่ะ” เธอเองก็ไม่มีอะไรจะถามต่อเหมือนกัน ถามแค่เป็นพิธีเท่านั้น  ดีซะอีก เธอเองจะได้ไม่ต้องเหนื่อยจัดการอะไรให้อีก ถ้าหากไม่ถูกใจก็คงจะสั่งเปลี่ยนให้วุ่นวายเหมือนเมื่อเช้าแล้วเธอเองก็คงจะใส่เกลือมาให้อีกเป็นรอบที่สองไม่ได้ ในเมื่อไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่เข้าแล้ว ก็ต้องปล่อยไปก่อนแล้วค่อยระวังตัวแทน

            “ค่ะ ถ้าอย่างนั้น แก้วขอตัวก่อนนะคะ เจ้านายมีอะไรก็เรียกแก้วได้” แก้วกานดาเอ่ย แล้วรีบถอยออกมาจากห้องนอนของเขาและกลับไปห้องนอนของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว

              ในครั้งแรกที่เห็นปณิธานแก้วกานดายอมรับแบบซื่อ ๆ คือไม่คิดว่าผู้ชายท่าทางอินดี้ิอาร์ตตัวพ่อคนนี้จะเป็นว่าที่เจ้านายของเธอ เรือนผมหยักศกสีดำยาวไล่ลงมาจนถึงท้ายทอย ไรหนวดสีเข้มที่ล้อมกรอบอยู่บนใบหน้า ดวงตาสีดำสนิท คิ้วหนา ริมฝีปากบางได้รูป ถ้าโกนหนวดออกนี่คงจะหน้าตาดีหรือไม่ก็ดีมากเมื่อประเมิณออกมาจากโครงหน้าที่แลดูคล้ายกับลูกครึ่งผิดกับคนในบ้านที่ดูแล้วน่าจะมีเชื้อสายมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ผิวขาว ตัวสูง ราว 185 

            เกือบจะคิดออกไปแล้วว่าเจ้านายของเธอน่าจะพึ่งกลับจากถ่ายทำสารคดีมาจากป่าอเมซอนหรือเปล่าหนอ เพราะไม่มีท่าทางกระตือรือร้นที่จะถามงานที่เกี่ยวข้องกับเคทีพีกรุ๊ปเลยเสียด้วยซ้ำ เป็นไปได้ไหมว่าไม่ได้เต็มใจกลับมา

               ถูกท่านประธานบังคับกลับมารับตำแหน่งหรือไม่เพราะคนรวย ๆ มักจะคิดอะไรเพี้ยน ๆ  นี่ก็คงจะอินดี้คงไม่ได้คิดจะกลับมาดูแลกิจการตั้งแต่แรกเพราะดูจากวิธีการของท่านประธานและเหตุผลจำเป็นต้องเรียกตัวกลับมาทำงาน กับอาการโรคหัวใจปลอมกำเริบเร่งด่วน และไม่สามารถรับภาระบริหารงานบริษัทใหญ่โตได้อีกแล้ว ชัดเจนอยู่ว่าสิ่งที่ทำทุกอย่างเพื่อหลอกลูกชายของท่าน

            ถึงแม้บุคลิกภายนอกจะดูอินดี้ไปหน่อย แต่สำหรับเครื่องแต่งกายแล้วแทบจะขนมาหมดรันเวย์ และเน้นความเซอร์เป็นปัจจัยหลัก แต่ถึงแม้ว่าจะเซอร์ยังเครื่องแต่งกายก็แบรนเนมตั้งแต่หัวจรดเท้า กางเกงยีนต์สีเข้มหลายตัวดูแล้วมาจากแบรนด์เนมส์ราคาแพง เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อลำลอง  ราคาต้องไม่ต่ำกว่าห้าพันบาท แน่นอนผ้าพันคอพอเก๋ไก๋ เสื้อเบรเซอร์สีน้ำตาลเข้มราคาหลักหมื่น รองเท้าผ้าใบแบรนด์ดัง และนาฬิกาเรือนหรู ราคาน่าจะเหยียบแสน

               จากการประเมิณคร่าว ๆ  แค่เขาแต่งตัวชิว ๆ ธรรมดา ในหนึ่งวันแล้วนำมาเทียบมูลค่ากับเงินเดือนในกระเป๋าแล้ว เธอคงต้องทำงานทั้งปีอย่างแน่นอน คนรวยนี่ช่างใช้ชีวิตหมดไปกับอะไรที่ดูไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริง ของดีราคาถูกมีเยอะแยะ ที่สำคัญวัตถุดิบคุณภาพก็เทียบเท่ากับแบรนเนมส์ราคาสูงริบลิ่วพวกนั้นอีกด้วย แต่ไม่เลือกที่จะใช้ เลือกจะใช้เงินให้หมดไปกับอะไร ๆ ทีแพงเกินความจำเป็น

                 ร่ำเรียนอยู่เมืองนอก เรียนไปทำงานไป กว่าจะจบปริญญาโทได้ก็อายุปาเข้าไป 33 แล้ว นี่เหรอมาดท่านประธานใหญ่ เกือบจะคิดแล้วเชียวว่าคงจะจบมาด้านธรณีวิทยาแทน

            ภาระกิจของวันนี้เสร็จสิ้นก็คงต้องต่อที่งานของพรุ่งนี้ สิ่งแรกที่จะทำคือ ปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพอย่างเร่งด่วน ช๊อปปิ้งชุดทำงาน เพราะเท่าที่จัดเสื้อผ้าดูมีแต่เสื้อเชิ๊ต เสื้อยืด กางเกงยีนต์ ไม่มีสูทสำหรับผู้บริหารเลยแม้แต่น้อย และผมที่ยาวถึงท้ายทอยควรตัดสั้นเสียเพื่อความภูมิฐาน อีกอย่างหนวดเครายาวเฟิ้มนั่นอีกควรถูกแซะออกจากใบหน้าเสีย ไม่อยากจะจินตนาการถึงใบหน้าที่สุดแสนจะเกลี้ยงเกลาเมื่อผ่านการแปรรูปแล้วจะน่ามองเพียงใด

           ผู้ชายอายุ 33 ไม่ใช่ตุ๊กตาที่เธอจะจับมาแต่งตัวง่าย ๆ  ในเมื่อทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเขาในการตัดสินใจแทบทั้งสิ้น แม้กระทั่วชุดที่เขาสวมใส่ เขาจะเลือกเฉพาะเสื้อสูทเบรเซอร์พอเข้ารูปและกางเกงขากระบอกสีเข้มเท่านั้น ส่วนชุดสูทที่เป็นทางการ ไม่มีแม้นแต่จะชายตาแล ที่สำคัญต้องเป็นแบรนด์ที่เขาชอบเท่านั้น  ทำให้แก้วการดาต้องอ้ำอึ้ง และขอร้องให้ซื้อติดไว้ซักชุดสองชุดสำหรับเวลาออกงานอย่างเป็นทางการจะดีกว่า

            วันทั้งวันหมดไปกับการเลือกและลองชุด ชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่าจะขัดข้องเว้นแต่ถ้าเขาส่ายหน้าปฏิเสธนั่นคือ เขาไม่สนใจสิ่งที่กำลังป้อนให้ ไม่ว่าจะหว่านล้อมแค่ไหน สิ่งที่ได้กลับมาคืนมาสายตาเย็นชาแทนคำตอบ ดวงตาสีชาเหลือบมองมาทีไร ถ้าหลงสบตาอาจจะชาวาบไปทั้งตัว พลังแฝงแห่งการเป็นผู้นำพิสูจน์ได้จากแววตาคมคู่นี้ แววตาที่สามารถมองได้ทะลุทะลวง แถมกระตุ้นให้คนถูกมองหดหัวลงไปอยู่ในบ่าได้โดยที่ไม่ต้องออกแรง

            ดังนั้นเรื่องความเด็จขาดและเฉียบขาดคงต้องตัดออกไปในเมื่อเท่าที่สัมผัสจากการทำงานนใกล้ชิด 2-3 วันที่ผ่านมาแค่ปรายตามอง ก็หนาวสะท้านเข้ากระดูกดำแล้วและไม่อยากจะคิดหากต้องทำงานร่วมกัน 5 วันต่อสัปดาห์ สวัสดิภาพในชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไรหนอโรคประสาทจะถามหารหรือไม่

            แรกเริ่มเดิมทีเจ้านายในจินตนาการของเธอนั้น ต้องหรูและดูดี ภูมิฐานมากถึงมากที่สุด จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยปริ้นตั้น ย่อมต้องไม่ธรรมดา  แต่สิ่งที่เธอได้กลับมาตอนนี้คือโหลและดูโลโซเอามาก ๆ ภาพในจินตนาการหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงแต่ความจริงอันเหลือเชื่อ ถ้าไม่ติดว่าหน้าตาแบบนี้แสดงหลักฐานไว้ในบัตรประชาชนและพาสปอร์ต ว่าเขาคือ นายปณิธาน การันต์กันตะระ เธอจะไม่เชื่อภาพลวงตาเคลื่อนไแบบสี่มิติตรงนี้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #15 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 01:36
    ดีจังคะบอส
    #15
    0